จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 85 การปรากฎตัวของไท่ซื่อคงที่เส้าหลิน Re

            หลวงจีนที่เฝ้าประตูเดินเข้ามายังกุฏิเจ้าอาวาส  เขาเคาะประตูไม้ 3 ครั้ง  แล้วรอให้คนภายในห้องตอบกลับมา


            “ใคร” เสียงของเจ้าอาวาสดังขึ้น


            “ผมเสี่ยวถังครับ  มีหลวงจีนรูปหนึ่งมาขอพบท่าน  บอกว่าจะมาช่วยท่านแก้ปัญหาเรื่องนางมารปิงโหย่วครับ” หลวงจีนที่เฝ้าประตูกล่าว


            “ลักษณะเขาเป็นยังไง” เจ้าอาวาสถาม


            “เป็นหลวงจีนที่ดูสง่า  บรรยากาศรอบตัวสงบอย่างแปลกประหลาด  ไม่น่าจะใช้คนของพวกตะวันดับปลอมตัวมาแน่ ๆ ครับ  เพราะบรรยากาศที่แผ่ออกมา  ไม่มีทางที่คนพวกนั้นจะมีคนที่มีบรรยากาศแบบบรรพชิตอย่างนี้” เสี่ยวถังกล่าว


            “เชิญเขาไปที่โถงรับรอง  เดี๋ยวฉันจะตามไป” เจ้าอาวาสกล่าว


            “ครับ” หลังรับคำสั่งจากเจ้าอาวาสแล้ว  เสี่ยวถังก็กลับไปที่ประตูทางเข้า  เพื่อนำทางหลวงจีนรูปดังกล่าวไปยังโถงรับรองทันที  ถึงจะบอกว่าเป็นโถงรับรอง  แต่มันก็คือสถานที่ ๆ เจ้าอาวาสกับพระรูปอื่น ๆ ใช้สวดมนต์กันประจำนั่นเอง  สถานที่นี้จึงไม่มีเก้าอี้เหมือนสถานที่รับรองของฆราวาสทั่วไป


            “ไต้ซือ  ท่านรออยู่ที่นี่ก่อน  อีกสักครู่ท่านเจ้าอาวาสจะมาพบกับท่าน” เสี่ยวถังกล่าว เขาปูอาสนะให้และเชิญแขกนั่งลง


            “อาตมาไม่ขอรบกวนท่านมากกว่านี้  ท่านมีงานสิ่งใดต้องทำ  ก็เชิญท่านทำกิจของท่านเถิด” หลวงจีนตอบรับคำเชิญและนั่งลง


            “เช่นนั้นผมขอลาท่านตรงนี้  อีกสักครู่จะมีพระรูปอื่นมาอยู่กับท่าน  หากท่านต้องการสิ่งใดสามารถบอกกล่าวกับพวกเขาได้” เสี่ยวถังกล่าวลาก่อนจะกลับไปประจำที่หน้าประตูวัดเหมือนเดิม


            ไม่นานก็มีพระหนุ่ม 4 รูปมาที่โถงรับรองแห่งนี้  คนหนึ่งนำน้ำชามาถวายให้  เมื่อพวกเขาเห็นหลวงจีนที่นั่งอยู่ครั้งแรก  พวกเขาไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง  เพราะหลวงจีนที่พวกเขาได้รับคำสั่งให้มารับรอง  กำลังนั่งอยู่บนดอกบัวที่ส่งกลิ่นหอมเย็นสบายไปทั่วโถงรับรองนี้


            “ผู้มีอายุ  เราขอเตือนพวกท่าน  อย่าได้หลงไหลกับกลิ่น  รูป  เสียง  สัมผัสทั้งหลายที่ปรุงแต่งนี้  เมื่อพยายามไขว่คว้ามากเพียงใดกลับยิ่งห่างไกล  เมื่อปล่อยวางกลับได้มา  เราขอเตือนพวกท่าน  เวลาของแต่ละคนแม้มีไม่เท่ากัน  แต่ผู้ใดเห็นสมมติบัญญัติคือความว่าง  ละความเป็นตัวตนได้  เมื่อนั้นท่านจึงจักพบทางที่ท่านแสวงหา” หลวงจีนยังคำหลับตาอยู่ในท่านั่งสมาธิบนดอกบัว


            “ท่านผู้เจริญ  พวกเราทราบแล้ว” พระหนุ่มทั้ง 4 รูปเหมือนเห็นบางสิ่งที่พวกเขาเสาะแสวงหา  จึงได้นั่งขัดสมาธิแล้วประนมมือขึ้น  จากนั้นการถามตอบปัญหาธรรมจึงเริ่มต้นขึ้น


            เจ้าอาวาสเดินออกมาจากุฏิ  แล้วเดินไปยังโถงรับรอง  แต่เมื่อเข้าใกล้โถงรับรอง  กลับได้กลิ่นหอมเย็นสบายอย่างแปลกประหลาด  ยิ่งเดินเข้าไปใกล้โถงรับรองมากเท่าไหร่  กลิ่นหอมนี้ดูเหมือนจะยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ  เมื่อเจ้าอาวาสมาถึง  กลับพบพระร่วม 20 รูปกำลังนั่งสมาธิกันอยู่ด้านหนึ่ง  ส่วนอีกด้านเป็นพระรูปหนึ่งกำลังนั่งสมาธิบนดอกบัว


            เจ้าอาวาสไม่กล้าที่จะรบกวนการปฏิบัติธรรมของพระที่อยู่ที่นี่  จึงคิดจะจากไป  แต่เมื่อท่านหันหลังเตรียมจะเดินกลับกุฏิ


            “ท่านเจ้าอาวาส  เมื่อมาแล้วขอเชิญท่านนั่งลงก่อน  จะได้คุยธุระกันเสียที  ตอนนี้พวกเขากำลังเข้าสู่สภาวะธรรมที่ไม่รับรู้ซึ่งปัจจัยภายนอก  ท่านอย่าได้กังวล” หลวงจีนที่นั่งขัดสมาธิกล่าว  ก่อนจะผายมือมาที่ด้านหน้าของตน  ซึ่งมีอาสนะว่างอยู่  เจ้าอาวาสจึงเดินเข้ามานั่งลงตรงที่นั่งที่ยังว่างอยู่


            “ท่านผู้เจริญ  เราขอเข้าเรื่องเลย  ท่านมีวิธีแก้ปัญหาเกี่ยวกับนางมารปิงโหย่วรึไม่  นางทำพระสึกมาหลายรูปแล้ว  เราคิดหนทางแก้ไขไม่ออกจริง ๆ” เจ้าอาวาสกล่าว


            “อาวุโส  ด้วยเหตุนี้เรา  ไท่ซื่อคงถึงได้มาที่นี่  ด้วยเล็งเห็นผลที่เกิดจากเหตุที่ท่านกล่าวมา” ไท่ซื่อคงตอบกลับ


            “เช่นนั้นท่านจักทำอย่างไรกับนางมารปิงโหย่ว” เจ้าอาวาสถาม


            “เราจะเป็นผู้เฝ้านางเอง” ไท่ซื่อคงกล่าว  สีหน้าของเจ้าอาวาสไม่สู้ดีนัก


            “อย่าดีกว่าท่าน  เรากลัวว่าท่าน........” เจ้าอาวาสจะพูดก็ดูจะเป็นการดูถูกซึ่งหน้าเกินไป  ท่านจึงไม่ได้กล่าวต่อ


            “เช่นนั้นท่านลองยื่นมือมาสัมผัสเราดู” ไท่ซื่อคงกล่าวพร้อมกับยื่นมือออกมาข้างหน้า  เจ้าอาวาสไม่เข้าใจเจตนาของพระที่อยู่เบื้องหน้าตน  จึงได้ลองยื่นมือไปสัมผัสดู  แต่สิ่งที่พบคือมือของท่านเจ้าอาวาสทะลุผ่านร่างของไท่ซื่อคงไป


            “นะ....นี่มัน....” เจ้าอาวาสไม่อยากจะเชื่อ  ร่างที่ท่านเห็นตรงหน้าชัดเจนขนาดนี้  ไม่สามารถสัมผัสได้


            “เราดับรูป  เวทนา  สัญญา  สังขาร  วิญญาณ คือขันธ์ 5  เราดับแล้วซึ่งธาตุทั้ง 5 คือ  ปฐวี(ดิน)  อาโป(น้ำ)  วาโย(ลม)  เตโช(ไฟ)  วิญญาโณ(วิญญาณ)  คงเหลือเพียงมโนธาตุคือความนึกคิดและเจตนาที่ต้องกระทำให้สำเร็จ  เราเห็นกาลข้างหน้าถึงปัญหาของพวกท่าน  เราจึงยังคงมโนธาตุไว้เพื่อช่วยแก้ปัญหานี้ให้กับพวกท่าน” ไท่ซื่อคงกล่าว


            “เช่นนั้นคงต้องขอรับความกรุณาจากท่านแล้ว” ท่านเจ้าอาวาสกล่าว  ก่อนที่จะเชิญไท่ซื่อคงไปยังเจดี 7 ชั้นที่ถูกเรียกว่าเจดีย์สำนึกตนหรืออีกชื่อคือเจดีย์กำราบมาร  ซึ่งที่นี่ถูกสร้างมากว่า 3 พันปี  สมัยที่ยังมีเหล่าผู้ฝึกยุทธระดับราชันย์ทรราชขึ้นไป  ทำให้มีอักขระลมปราณปรากฎให้เห็นทั่วเจดีย์นี้  แม้ในเส้าหลินจะมีตำราเกี่ยวกับอักขระลมปราณหลงเหลืออยู่บ้าง  แต่พวกเขากลับไม่เข้าใจถึงวิธีการใช้มันแม้แต่น้อย


            “อักขระเหล่านี้มีอายุมานานมาก  ค่ายกลที่ใช้ถือว่ามีระดับสูง  เพียงแต่พวกท่านไม่รู้วิธีเสริมพลังค่ายกลให้กลับมาแข็งแกร่งดังเดิมเท่านั้น” ไท่ซื่อคงกล่าว


            “ท่านมีวิธีฟื้นฟูรึ” เจ้าอาวาสถาม


            “ล่วงเกินท่านแล้ว” ไท่ซื่อคงใช้นิ้วชี้จี้ไปที่กลางหน้าผากของเจ้าอาวาส  ฉับพลันวิธีใช้ลมปราณเพื่อฟื้นฟูค่ายกลของเจดีย์นี้ก็เข้ามาอยู่ในหัวของเจ้าอาวาส


            “เป็นเช่นนี้นี่เอง  หากแต่พลังของเส้าหลินตอนนี้มีไม่พอที่จะฟื้นฟูค่ายกลให้กลับมาแข็งแกร่งดังเดิมได้ในทันที  อาจต้องใช้เวลานานหลายปีทีเดียว” เจ้าอาวาสกล่าว


            “ท่านกังวลเรื่องพรรคตะวันดับจะมาชิงตัวนางมารปิงโหย่วใช่หรือไม่” ไท่ซื่อคงถาม


            “ใช่แล้ว  เราจึงต้องส่งคนมาเฝ้า  เพราะค่ายกลของเจดีย์นี้เหมือนเชือกที่ขึงขวางทางก็เท่านั้น  ไม่อาจป้องกันได้แม้กระทั่งศิษย์ในวัดเองก็สามารถฝ่าเข้าไปได้” เจ้าอาวาสกล่าว


            ไท่ซื่อคงเดินเอามือไปทาบกับตัวเจดีย์ (เจดีย์ทรงจีนนะครับ  มี 7 ชั้น) ก่อนจะเกิดการสั่นของอักขระลมปราณทั่วทั้งเจดีย์อย่างรุนแรง


            “กาลเวลาเป็นเพียงสิ่งสมมติ  วัฏจักรหมุนเคลื่อนไร้จุดจบ  เจดีย์นี้เฉกเช่นกัน  คืนสู่วันคืนอันรุ่งเรือง” สิ้นคำของไท่ซื่อคง  เจดีย์เก่าแก่ที่มีการชำรุด  กลับกลายเป็นเจดีย์ที่สวยงาม  ตัวยอดที่เป็นสีดำ  กลับกลายเป็นทองคำ  หลังคากระเบื้องที่คิดว่าเป็นสีดำ  กลับกลายเป็นสีเขียวมรกต  ตัวผนังสีแดงซีด  กลับคืนเป็นสีแดงชาด  อักขระที่จางลงกลับเด่นชัด  เปล่งแสงสีทองสว่างจ้าออกมา  ตัวเจดีย์ราวกับมีม่านพลังปกคลุม  จากสัมผัสของเจ้าอาวาสสามารถบอกได้เลยว่าแม้เจ้าตำหนักเทพทั้งหมดมาร่วมมือกันก็ไม่อาจทำลายเจดีย์นี้ลงได้


            “ขอขอบคุณในความกรุณาของท่านที่ช่วยฟื้นฟูเจดีย์สำนึกตนนี้” เจ้าอาวาสคำนับไท่ซื่อคงอย่างนอบน้อม


            “เมื่อท่านวางใจแล้ว  เราขอเข้าไปทำธุระข้างในเจดีย์นี้  ไม่ทราบว่าท่านจะอนุญาตหรือไม่” ไท่ซื่อคงถาม


            “แน่นอน ๆ เชิญท่านตามสบาย  เราขอลากลับกุฏิก่อน  หวังว่าเมื่อท่านเสร็จธุระแล้ว  ท่านจะกรุณามาสนทนาธรรมกับเราสักครา” เจ้าอาวาสกล่าวจบก็เดินจากไป  ส่วนไท่ซื่อคงเดินทะลุเข้าไปในเจดีย์สำนึกตน


            แต่เดิมเจดีย์นี้จะขังเหล่ามารร้ายของยุทธภพเอาไว้  แต่เพราะช่วงพันปีนี้เส้าหลินแทบจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องในยุทธภพ  ทำให้เจดีย์นี้ถูกปล่อยว่าง  จนนางมารปิงโหย่วถูกจับมาขังที่นี่  ภายในเจดีย์แบ่งเป็น 7 ชั้น ยิ่งสูงม่านพลังก็ยิ่งแข็งแกร่ง  ซึ่งนางมารปิงโหย่วที่สูญเสียเส้นชีพจรลมปราณ  ไม่ต่างอะไรกับคนธรรมดา  แต่นางกลับถูกกักไว้ในชั้นที่ 7 เพราะเป็นชั้นที่มีม่านพลังแข็งแกร่งที่สุด  ถึงกระนั้นก่อนหน้านี้ม่านพลังไม่สามารถต้านทานผู้บุกรุกที่มีระดับเกินปราณนภาได้  แต่ตอนนี้กลับสามารถต้านทานได้แม้กระทั่งระดับราชันย์จักรพรรดิเลยทีเดียว


            นางมารปิงโหย่วที่อยู่ในเจดีย์กำลังอารมณ์ดี  เพราะเมื่อเช้าเธอเพิ่งได้ร่วมรักกับหลวงจีนหนุ่มไปถึง 2 ยก  เธอกำลังนอนรอว่าหลวงจีนเฒ่าหัวโล้นนั่นจะส่งใครมาอีก  ตอนที่เจดีย์สั่นเมื่อครู่เธอตกใจอยู่บ้าง  แต่หลังจากนั้นก็ไม่เกิดอะไรขึ้น  เธอจึงไม่ได้คิดอะไร


            “สีกาพอใจกับความสุขในรสกามเพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้นหรือ” เสียงของคนผู้หนึ่งดังขึ้น  เธอจึงรีบลุกขึ้นจากเตียง  สิ่งที่เธอเห็นคือพระหนุ่มรูปงาม  อายุน่าจะอยู่ประมาณ 23-25 ปี


            “หนุ่มน้อย  ไม่กลัวฉันเหรอ หรืออยากมีความสุขกับฉันเหมือนคนอื่น ๆ ก่อนหน้านี้” ปิงโหย่วรีบเดินเข้าไป  ก่อนจะกระโดดเพื่อหมายจะใช้น้ำหนักตัวทำให้พระหนุ่มรูปนี้ล้มหงายท้องและถูกเธอขืนใจเหมือนรูปก่อน ๆ หากแต่เธอคิดผิด


            เธอกลับทะลุร่างของพระหนุ่มและหน้ากระแทกลงกับพื้น  ก่อนจะหันกลับไปมองพระหนุ่มเมื่อกี้  แต่สิ่งที่เธอเห็นคือ พระหนุ่มยังยืนอยู่ที่เดิม  เขาหันมามองเธอด้วยสายตาสงบ ไม่ได้มีอาการตื่นตกใจแม้แต่น้อย


            “ท่านเป็นผีที่อยู่ในเจดีย์นี้เหรอ  ทำไมฉันอยู่มาตั้งนานไม่เคยเจอ  หรือเพราะเจดีย์สั่นอย่างรุนแรงเมื่อกี้ท่านถึงหลุดออกจากผนึก  ว่าแล้วว่าไอ้เจดีย์เก่า ๆ แบบนี้มันต้องมีประวัติ  พวกหลวงจีนหัวโล้นพวกนั้นเชื่อไม่ได้จริง ๆ  ไหนบอกว่าที่นี่ไม่มีผีไง” ปิงโหย่วบนไม่หยุด


            “เราไม่ใช่ผี  กายเราเป็นกายละเอียด สีกาถึงแตะต้องตัวเราไม่ได้” พระหนุ่มกล่าว


            “งั้นทำยังไงถึงจะสัมผัสนายได้” ปิงโหย่วถามขึ้น


            “การละเครื่องรัดตรึงคือกิเลสเท่านั้น  สีกาจึงจะสัมผัสเราได้” พระหนุ่มตอบ


            “ต้องทำยังไง” ปิงโหย่วถามขึ้น  เธอไม่เคยรู้หรอกว่ากิเลสคืออะไร  จึงไม่รู้ว่าสิ่งที่พระหนุ่มพูดนั้นเป็นไปไม่ได้สำหรับเธอในตอนนี้  ที่จะทำได้


            “นั่งลงก่อน” พระหนุ่มผายมือไปยังพื้น  นางมารปิงโหย่วทำตามอย่างว่าง่าย  เธอคิดเพียงอย่างเดียวว่าหากเธอสามารถจับต้องตัวพระหนุ่มได้เมื่อไหร่  เธอจะเอาคืนที่ทำให้เธอล้มหน้าจูบพื้นเมื่อครู่แน่  โดยการบดริมฝีปากของพระหนุ่มรูปนี้เสีย


            “หลับตาลง  จากนั้นฟังที่เราจะพูด  แล้วพิจารณาให้ดี” พระหนุ่มกล่าว  นางมารปิงโหย่วหลับตาลง  พระหนุ่มใช้นิ้วชี้สัมผัสที่หน้าผากของปิงโหย่ว  ทำให้เธอลืมตาขึ้นมาทันที  แต่สิ่งที่เธอพบกลับเป็นความมืดที่มองไม่เห็นแม้กระทั่งมือตัวเอง  เธอคิดว่าเธอโดนพระหนุ่มหลอกเข้าซะแล้ว  คิดได้ดังนั้นเธอจึงโกรธมาก


            “หลวงจีนเหม็น  กล้าหลอกฉันงั้นเหรอ” นางมารปิงโหย่วดูไม่พอใจอย่างมาก  เธอหันไปรอบ ๆ เจอแต่ความมืดมิด  ฉับพลันโดยรอบก็ปรากฎแสงสว่างขึ้น  ทำให้เธอรู้ว่าเธอมาอยู่ในห้องนอนที่ไหนไม่อาจทราบได้  เพียงแต่มันดูคุ้นตาอย่างมาก  ใช่แล้วมันคือบ้านของเธอสมัยที่ยังอยู่กับพ่อแม่ละพี่ชายที่เธอรัก  ด้านหน้าของเธอเป็นเตียงคู่  บนเตียงมีชายหนุ่มคนหนึ่งนอนอยู่  เขายื่นมือออกมาเหมือนเชื้อเชิญให้เธอเข้ามาหา  เมื่อเธอเห็นแบบนั้นน้ำตาก็ไหลออกมา


            “พี่ชาย” นางมารปิงโหย่วพูดขึ้น  แม้จะเป็นคำสั้น ๆ แต่แฝงไปด้วยความรู้สึกที่อัดแน่น

    ____________________________________

    วันนี้จัดไปเท่านี้ก่อนนะครับ ^^

    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.72M 5471
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    481K 312
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734