ขอส่วนแบ่ง
อู่หมิงมองไปยังพวกหยวนลู่พร้อมกับขมวดคิ้วลง สำหรับอู่หมิงการรับมือกับคนโง่อย่างเฉินหยางนั้นง่ายยิ่งกว่าหยวนลู่ที่เป็นหญิงสาวที่ฉลาดและเจ้าเล่ห์"แม่นางหยวนลู่มีธุระอะไรงั้นหรือ" อู่หมิงกล่าว"ข้าว่าจะมาถามคุณชายอู่หมิงว่าท่านจะใช้วิธีใดในการสืบหาข้อมูลของศัตรู" หยวนลู่กล่าว"แม่นางหยวนลู่ไม่ต้องกังวลข้ามีวิธีที่ดีและตอนนี้ข้าก็ได้เริ่มลงมือไปแล้ว" อู่หมิงกล่าวพร้อมกับยิ้ม"อย่างงี้นี่เองในเมื่อคุณชายอู่หมิงมีแผนการแล้วข้าก็เบาใจ และอีกเรื่องคือคุณชายอู่หมิงไม่คิดที่จะไปเยี่ยมเยือนหอกระบี่โบราณบ้างงั้นหรือ" หยวนลู่กล่าวอู่หมิงยิ้มออกมาแต่ก็ไม่ได้ตอบกลับไปเพราะเขาในตอนนี้มีความลับมากเกินไปจึงไม่ต้องการถูกผูกมัดกับหอกระบี่โบราณและอีกอย่างถ้าอู่หมิงเข้าไปเป็นศิษย์ของหอกระบี่โบราณ ความลับที่อู่หมิงมีจะต้องถูกเปิดเผยในสักวันแน่ เมื่อเห็นว่าพวกหยวนลู่ไม่มีทีท่าว่าจะไปอู่หมิงจึงเชิญพวกหยวนลู่เข้ามาในที่พักเพื่อดื่มชา ในศาลากลางน้ำจิงเสวี่ยนกำลังเล่นท่วงทำนองแห่งความฝันเพื่อฝึกให้กับเจียงเฉิน ปกติเจียงเฉินจะขอให้จิงเสวี่ยนช่วยฝึกแบบนี้เพื่อฝึกควบคุมจิตใจของตนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นเพราะเงื่อนไขการฝึกฝนของทักษะแห่งความพิโรธนั้นจำเป็นจะต้องมีสองสิ่งหลักๆคือ ร่างกายและจิตใจ ด้วยร่างกายเสี่ยวฮุ่ยเป็นคนช่วยฝึกส่วนเรื่องจิตใจนั้นจิงเสวี่ยนจะช่วยเจียงเฉินฝึก"ชั่งเป็นเสียงพิณที่ไพรเราะยิ่งนัก" ศิษย์ของหอกระบี่โบราณคนหนึ่งกล่าวและดวงตาเริ่มหม่อลอย"หืม ดูเหมือนเสียงพิณนี้จะไม่ใช่เสียงพิณธรรมดา" หยวนลู่กล่าวพร้อมกับมองไปยังคนของตนเริ่มสูญเสียสติ"เสวี่ยนเอ๋อหยุดเล่นพิณของเจ้าก่อนวันนี้พวกเรามีแขกมา" อู่หมิงกล่าวจิงเสวี่ยนที่ได้ยินก็หยุดเล่นพิณทันที ส่วนเจียงเฉินก็แสดงสีหน้าไม่พอใจที่พวกหยวนลู่เข้ามาขัดขวางการฝึกของตน คนของหยวนลู่ที่ได้สติหลังจากจิงเสวี่ยนหยุดเล่นพิณก็แสดงสีหน้าตื่นตระหนกและอับอายเมื่อมองไปยังรอยยิ้มบนใบหน้าของอู่หมิง"ไม่คิดเลยว่าแม่นางจิงเสวี่ยนจะฝึกฝนพลังจิตด้วยแถมฝีมือการเล่นพิณผสานกับพลังจิตของแม่นางจิงเสวี่ยนยังสูงส่งอีกด้วย" หยวนลู่กล่าว"ข้ายังเป็นเพียงแค่มือใหม่เท่านั้นยังไม่ควรค่าแก่การเอ่ยชม" จิงเสวี่ยนกล่าวด้วยใบหน้าที่สงบ"ไม่เลยๆ ขนาดคนของข้ายังไม่สามารถต้านทานพลังจิตของแม่นางจิงเสวี่ยนได้เลย" หยวนลู่กล่าว พวกคนของหยวนลู่ยิ่งใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายเมื่อได้ยินคำของหยวนลู่"แต่คุณชายคนนั้นเป็นใครกันเขาสามารถทนพลังจิตของแม่นางจิงเสวี่ยนได้นานขนาดนั้นทั้งๆที่ตัวเองอยู่เพียงปราณราชันขั้นต้นอัจฉริยะแบบนี้ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลย"หยวนลู่กล่าวถามด้วยความอยากรู้"อ้อ เขาคือสหายของข้านามเจียงเฉิน และที่เขาทนได้นานเพราะว่าเขามักจะฝึกฝนจิตใจของตัวเองให้เข้มแข็งด้วยวิธีนี้" อู่หมิงกล่าว"อย่างนี้นี่เอง สมแล้วที่เป็นสหายของคุณชายอู่หมิง ข้าได้ข่าวมาว่ากลุ่มของคุณชายอู่หมิงต่างก็เต็มไปด้วยบุคคนที่มีพรสวรรค์สูงส่งกันทุกคนและแต่ละคนยังมีความสามารถที่หลากหลาย" หยวนลู่กล่าว"แม่นางหยวนลู่กล่าวเกินไปพวกข้าเองก็เป็นเพียงพวกบ้านนอกในสายตาของคนในทวีปศูนย์กลางเท่านั้น" อู่หมิงกล่าวพร้อมกับยิ้มซึ่งเหตุผลในการมาครั้งนี้ของพวกหยวนลู่เห็นได้ชัดว่ามาเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับพวกอู่หมิงหลังจากคุยกันสักพักพวกหยวนลู่ก็จากไปโดยที่แทบไม่ได้ข้อมูลอะไรจากอู่หมิงเลย"ศิษย์พี่หยวนลู่ทำไมพวกเราถึงต้องทำดีกับคนเย่อหยิ่งแบบนั้นด้วย" ศิษย์คนหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่ชอบใจ"ใช่แล้วทั้งๆที่ศิษย์พี่ยอมลดตัวไปคุยกับพวกบ้านนอกแบบพวกมันแต่พวกมันกลับแสดงกิริยาแบบนั้นใส่ศิษย์พี่มันชั่งหน้าเจ็บใจยิ่งนัก" ศิษย์หญิงอีกคนกล่าว"ข้าเดาว่าที่เขาทำแบบนั้นก็เพื่อไล่พวกเราให้ออกไปใกลๆจากตัวพวกเขา นี่แสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ต้องการให้พวกเราสืบข้อมูลของพวกเขาแน่" หยวนลู่กล่าว"แล้วศิษย์พี่จะทำอย่างไรต่อ" ศิษย์คนหนึ่งกล่าว"อีกไม่นานการต่อสู้ก็จะเริ่มขึ้นเมื่อถึงตอนนั้นพวกเราก็จะได้รับรู้ความสามารถของพวกเขาเอง" หยวนลู่กล่าวขึ้นพร้อมกับที่พักของตนเวลาผ่านไปอีก 5 วันเสี่ยวฮุ่ยและพวกเยี่ยฉีก็กลับมาด้วยสภาพเนื้อตัวมอมแมมอย่างมาก จนอู่หมิงยังไม่สามารถทนต่อสถาพของทั้งสามได้และไล่ให้ทั้งสามไปชำระเนื้อตัวก่อน"ข้าได้ข้อมูลมาหมดแล้ว" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างเย่อหยิ่ง"เจ้าทำได้ดีมาก" อู่หมิงกล่าวชม"ศิษย์รักทั้งสองของข้านำกระดาษพวกนั้นมาให้อาจารย์ที" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวหานเจี่ยนำกระดาษที่มีภาพของชายหนุ่มจำนวนมากมาให้กับเสี่ยวฮุ่ยซึ่งอู่หมิงนั้นแสดงสีหน้างุนงงว่าเสี่ยวฮุ่ยจะทำอะไร"นี่คือใบหน้าของเจ้าพวกพรรคอธรรมที่ถูกส่งตัวมาจากทวีปศูนย์กลาง" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"นี่เจ้าทำได้ถึงขนาดนี้เลยงั้นหรือ" อู่หมิงกล่าว"แน่นอน" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวด้วยความเย่อหยิ่งพร้อมกับยืนสองขากอดอก"ดีงั้นเราก็เรียกจ้าวหอเฉินให้มาประชุมกันทันที" อู่หมิงกล่าวหลังจากที่อู่หมิงออกไปเสี่ยวฮุ่ยก็นำของล้ำค่าออกมาเป็นจำนวนมากและแบ่งมันให้กับหานเจี่ยและเยี่ยฉี ซึ่งเห็นได้ชัดว่าของล้ำค่าเหล่านี้เป็นของที่เสี่ยวฮุ่ยขโมยมาจากสัตรู"ฮี่ ฮี่ เจ้าพวกโง่นั่นคิดว่าค่ายกลป้องกันระดับนั้นจะหยุดข้าได้งั้นรึ น่าขำ" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"สมกับเป็นอาจารย์สุดยอดจริงๆ" หานเจี่ยกล่าว"อ้อแบบนี้นี่เองที่แท้พวกเจ้าก็ไปขโมยสมบัติของศัตรูมานี่เอง" อู่เซียงที่ยืนมองอยู่ก็กล่าวขึ้น"พี่สาวอู่ซียง!!!!!!!!" พวกหานเจี่ยกรีดร้องออกมา"เซียงเอ๋อเจ้าห้ามบอกอู่หมิงเด็ดขาดถือว่าอาจารย์ขอ" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"แบ่งมาให้ข้าครึ่งหนึ่งแล้วข้าจะไม่บอกใคร" อู่เซียงกล่าวพร้อมกับยิ้มเจ้าเล่ห์"เซียงเอ๋อทำไมเจ้าถึงได้ยิ้มแบบนั้น สมบัติเหล่านี้อาจารย์ได้มากด้วยความยากลำบากกว่าได้มันมาแล้วเจ้าจะมาขอแบบนี้ได้อย่างไร" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"งั้นหรือ" อู่เซียงกล่าวพร้อมกับเดินตามอู่หมิงไปเสี่ยวฮุ่ยที่เห็นอู่เซียงเดินตามอู่หมิงไปก็รีบเข้าไปขวางก่อนจะยอมนำสมุนไพรล้ำค่าออกมาให้กับอู่เซียงด้วยความไม่เต็มใจ"ขอบคุณอาจารย์ที่เมตตา" อู่เซียงกล่าวพร้อมกับนำสมุนไพรเหล่านั้นไปปลูกทันทีอู่หมิงที่เดินไปได้ไม่ใกลก็ยิ้มออกมาเพระาอู่หมิงนั้นรู้อยู่แล้วว่าเสี่ยวฮุ่ยจะต้องไปขโมยสมบัติของศัตรูแน่และเพราะแบบนั้นเสี่ยวฮุ่ยถึงเสนอตัวว่าตนจะออกไปเอง แต่อู่หมิงก็ไม่คิดจะไปแย่งของเสี่ยวฮุ่ยที่ได้มาแต่กลับให้อู่เซียงไปขอส่วนแบ่งมาแทนซึ่งเรื่องนี้เสี่ยวฮุ่ยไม่มีทางรู้ได้เลยว่าศิษย์ของตนได้ร่วมมือกับอู่หมิง-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------