บทที่ 26
คนปริศนา
สายธาราไหลเชี่ยวจางิกำลังยืนอยู่บริเวณข้างข้างลำธารที่ไหลผ่านภายในผืนป่าแห่งนี้ ร่างของเขาที่ยืนอยู่บริเวณใกล้ใกล้ผิวน้ำใช้แววตาทั้งสองข้างมองภาพสะท้อนของตนเองภายในผิวน้ำพลางกับคิดบางอย่าง
“ ในยามนี้ระดับของสัตว์อสูรทั้งสองเพิ่มพูนขึ้นเป็อย่างมากโดยระดับของพวกมันในตอนนี้มีความแข็งแกร่งที่เพิ่มพูนขึ้นกว่าก่อนหน้านี้ไม่รู้ตั้งกี่เท่า”
“ ่ตลอดสามวันที่ผ่านมาปีศาจเถาวัลย์สามารถพัฒนาระดับของตนเองขึ้นมาจนถึงระดับ35 ได้ถือว่ารวดเร็วมากพอสมควรแล้ว ”
“ เพียงแค่นิดเดียวก็จะสำเร็จจนไปถึงระดับ40 ได้นั้นจะทำให้ภารกิจที่ได้รับสำเร็จเสร็จสิ้นน่าจะเวลาที่ใกล้เคียงกับเ้าหมาป่าโลหิตที่น่าจะพัฒนาขึ้นไปจนถึงระดับ70 ”
แม้ว่าจะพบเจอเหตุการณ์วุ่นวายมากมายที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะเป็การพบเจอเข้ากับคนของสำนักไป๋หลงหรือว่าพบเจอปัญหาต่างๆมากมายแต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างก็ยังคงดำเนินผ่านไปด้วยดี
ระดับความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรทั้งสองมันยังถูกเพิ่มพูนขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็เช่นนี้ต่อไปอยู่ไปใช้ในป่าแห่งนี้อีกซัก 10 วันความแข็งแกร่งของมันคงจะเพิ่มพูนขึ้นมากกว่านี้อย่างแน่นอน
ตอนนี้เขาใช้ความสามารถในการเปิดโหมดไล่ล่าของสัตว์อสูรทั้งสองให้มันสังหารพวกสัตว์อสูรภายในป่า
พื้นที่บริเวณรอบรอบสถานที่แห่งนี้ในตอนนี้มันเต็มไปด้วยความปลอดภัยเพราะว่าภายในรัศมีรอบรอบไม่มีสัตว์อสูรอยู่ภายในบริเวณนี้แล้ว
จางิกำลังเต็มไปด้วยความผ่อนคลายร่างกายของเขาค่อยค่อยย่อลงอย่างช้าๆย่อลงไปก็นั่งลงใกล้ๆทำทานใช้ฝ่ามือวิดน้ำขึ้นมาอย่างเบาบางล้างใบหน้ายามเช้า
สายน้ำกระทบเข้าที่ใบหน้าให้ความรู้สึกสดชื่นเป็อย่างมากดวงตาทั้งสองข้างลืมตื่นอย่างเต็มดวงหลังจากที่เพิ่งตื่นนอนขึ้นมาได้ไม่นาน
แต่ในขนาดนั้นเองในขณะที่กำลังวิดน้ำในลำธารขึ้นมาล้างหน้าของตนเองอยู่ๆเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากบริเวณด้านหลัง “ สัตว์อสูรพวกนั้นเป็ของเ้างั้นรึ? ”
จางิที่กำลังวิดน้ำขึ้นมาล้างหน้าล้างตาของตนเองอยู่นั้นร่างกายของเขาหยุดนิ่งมือทั้งสองข้างค้างนิ่งอยู่เช่นนั้นพร้อมกับหันไปมองด้านหลังด้วยความตกตะลึง
แววตาทั้งสองข้างเบิกกว้างขึ้นโดยความสับสนเมื่อหันไปมองทางต้นเสียงนั้นพบร่างของคนคนหนึ่งนั่งอยู่บริเวณ้าต้นไม้
มองดูภายนอกแต่งกายคล้ายคบึงกับบุรุษสวมใส่ชุดสีเข้มรวบมัดผมเอาไว้บริเวณ้าอย่างเป็ระเบียบมี่อายุยังคงอ่อนเยาว์น่าจะมีอายุมากกว่าเขาเพียงสี่หรือห้าปีเท่านั้นกำลังนั่งอยู่บนต้นไม้พร้อมกับยกน้ำเต้าที่ใส่สุราเอาไว้ภายในมือขึ้นมาดื่ม
แต่จางิไม่ได้สนใจรูปลักษณ์ของคนผู้นั้นเลยแม้แต่น้อยแต่สิ่งที่กำลังสนใจในตอนนี้มันคือการที่คนผู้นั้นเข้ามาภายในขอบเขตการรับรู้โดยที่ไม่สามารถััได้
ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างขึ้นพร้อมกับคิดภายในใจของตนเอง “ นี่มันอะไรกันไม่สามารถััได้ความสามารถแมลงล่องหนไม่สามารถััได้ถึงตัวตนของคนผู้นั้น ”
“ การที่เข้ามาภายในขอบเขตการรับรู้แล้วไม่สามารถััได้เช่นนี้ก็แสดงว่าวรยุทธของคนผู้นั้นมีความแข็งแกร่งเป็อย่างมากถึงสามารถปกปิดลมปราณของตนเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ”
นี่คือสิ่งที่เขาพอจะคิดได้การที่ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าแทรกแซงเข้ามาภายในขอบเขตการรับรู้โดยที่ไม่สามารถััได้ถึงตัวตนก็แสดงว่ามันมีระดับลมปราณที่อยู่ในระดับสูง
“ ระดับอันใดกันระดับห้าหรือสูงกว่านั้น” คือสิ่งที่เขาพอจะรู้จากการประเมินคนที่มีระดับลมปราณระดับที่ห้าขึ้นไปน่าจะสามารถปกปิดการรับรู้นะตัวตนของแมลงล่องหนได้
แสดงว่าผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้ามีระดับลมปราณที่สูงขนาดนั้นการที่มีอายุเพียงแค่นี้แล้วมีระดับลมปราณเช่นนี้ย่อมเป็อัจฉริยะอย่างไม่ต้องสงสัย
เพียงแต่ว่าเมื่อนั่งอยู่บนต้นไม้สายตามองเห็นไม่ชัดเจนมากนักร่างกายของเขายืนนิ่งโดยไม่ตอบสนองแม้แต่น้อย
ก่อนที่ผู้ที่นั่งอยู่บริเวณ้าต้นไม้จะะโลงมาอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มผิวไสวไปมาเมื่อเท้าทั้งสองข้างลงมาัักับพื้นร่างของคนผู้นั้นก็หายไปจากบริเวณด้านหน้า
ร่างกายหายไปราวกับว่าเป็ภาพลวงตาเลือนลางดวงตาของจางิเบิกกว้างขึ้นก่อนที่จะหันไปมองด้านข้าง
แต่เมื่อหันไปมองร่างกายของคนผู้นั้นก็มาปรากฏกายอยู่บริเวณด้านข้างของจรงิเรียบร้อยแล้ว
มาปรากฏกายอยู่บริเวณด้านข้างพร้อมกับใช้นิ้วมือยื่นมาััที่บริเวณหน้าผากแล้วพูดขึ้น “ เ้ารู้หรือไม่ว่าผู้ฝึกฝนวรยุทธในระดับข้าเพียงแค่ใช้นิ้วมือเดียวก็สามารถบดขยี้ศีรษะของเ้าได้อย่างง่ายดาย”
การที่อีกฝ่ายมาประชิดเบื้องหน้าทำให้รู้ได้อย่างชัดเจนว่ามิใช่คนของสำนักไป๋หลงอย่างแน่นอน
ยามนี้เมื่ออีกฝ่ายนั้นพากายของตนเองหลบออกมาจากร่มเงาของต้นไม้แล้วมาประชิดอยู่บริเวณด้านหน้าจางิใช้ดวงตามองรูปพรรณสันฐานของคนผู้นี้อย่างละเอียดอีกครั้ง
มองแว๊บแรกและมองไกลๆเหมือนว่าจะเป็บุรุษรูปงามหรือว่าเป็คุณชายที่ใดแต่ในยามนี้เมื่อมามองใกล้ใกล้กับไม่รู้สึกเช่นนั้น
สายตาของจางิเฉียบคมกว่าคนธรรมดาทั่วไปโดยประสบการณ์มากมายที่เคยผ่านมาภายในชีวิตก่อน
จริงอยู่ว่าภายนอกแต่งกายคล้ายคลึงกับบุรุษเรือนผมด้านหลังเองก็รวบมัดเอาไว้
เพียงแต่ว่าผิวกายนั้นขาวนวลและละเอียดมากกว่าบุรุษบริเวณ่หน้าอกนั้นก็ดูยื่นโตออกมามากกว่าบุรุษธรรมดาทั่วไปเพียงเท่านั้นหลังจากที่เข้ามาประชิดจมูกยังได้กลิ่นหอมที่หลุดรอดออกมาจากร่างกายอีก
ไม่เพียงเท่านั้นใบหน้าของนางแม้ว่าจะพยายามตกแต่งให้เป็บุรุษแต่ก็สามารถปกปิดความเป็สตรีได้เพียงแค่ไม่กี่ส่วนเท่านั้น
บนใบหน้ายังคงเต็มไปด้วยความงดงามของสตรีจนสังเกตุได้
โดยปัจจัยเหล่านี้จึงทำให้รู้ได้ในทันทีว่าผู้ที่อยู่ด้านหน้ามิใช่บุรุษแต่เป็สตรี
“ ท่านเป็ผู้ใด?” จางิสงบใจและก็ถามกับไปในขณะที่นิ้วมือของอีกฝ่ายกำลังััอยู่บริเวณหน้าผากของเขา
คนผู้นี้มีระดับวรยุทธสูงส่งเพียงแค่นิ้วมือนี้พริบตาเดียวก็คงจะสามารถทำลายศรีษะและสังหารเขาได้ในพริบตา
ในชีวิตก่อนเขาเป็ผู้ที่ฝึกฝนวรยุทธเพราะแบบนั้นจึงรู้ได้ทันทีว่าระดับพลังของผู้ที่อยู่ด้านหน้าสามารถทำอันใดได้บ้าง
จางิไม่ขยับแม้แต่น้อยเค้ารู้ดีว่าถ้าขยับหรือทำตัวที่เป็ภัยอันตรายคงจะโดนสังหารตายอย่างแน่นอน
สตรีที่อยู่บริเวณด้านหน้าค่อยค่อยยกยิ้มขึ้นที่มุมปากอันงดงามก่อนที่จะพูดขึ้นมา “ ข้าถามเ้าก่อนข้าถามว่าสัตว์อสูรพวกนั้นเป็ของเ้าอย่างงั้นรึ?”
แม่นางผู้นี้พูดออกมาราวกับว่ารู้บางอย่างเกี่ยวกับความลับของเขา
จางิดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างเล็กน้อยม่านตาขยับแสดงความเป็พิรุธก่อนที่จะตีใบหน้านิ่งสนิทแล้วก็ถามกับไป “ ข้าไม่เข้าใจท่านหมายความว่าอย่างไร”
“ อย่ามาทำแสดงใบหน้าใสซื่อเช่นนั้นข้าตามดูมาตลอดหลายวันที่ผ่านมาั้แ่พบเจอสัตว์อสูรพวกนั้นเป็ครั้งแรกลองสะกดรอยตามพวกมันมาตลอดแล้วก็มองเห็นทุกการเคลื่อนไหว”
นางรู้จริงๆด้วยนางรู้ว่าสัตว์อสูรพวกนั้นเป็ของเขาระดับและวรยุทธ์ของผู้ที่อยู่ด้านหน้าทำให้จางิรู้ดีว่าการตามดูที่พูดถึงไม่ใช่เื่ที่ยากเย็น
ในตอนนี้โกหกไปเองก็ไม่ได้ความหมายอันใดแล้ว
เขาถอนหายใจออกมาด้วยความหนักใจก่อนที่จะทำการพูดขึ้น “ ท่านเป็ผู้ใดตอบข้ามาก่อนข้าถึงจะตอบคำถามของท่าน”
“ เ้าไม่เกรงกลัวว่าข้านั้นจะสังหารเ้าก่อนที่เ้าจะได้พูดยังงั้นรึ?ใน่เวลาเช่นนี้ตัวของเ้าต้องเชื่อฟังคำสั่งของข้าไม่ใช่เ้านั้นต่อรองกับข้า” นางทำการถามกลับมา
จางิส่ายใบหน้าของตนเองไปมาอย่างช้าๆก่อนที่จะทำการพูดขึ้น “ ไม่หรอกไม่หรอกจากข้ามองดูแล้วดูเหมือนว่าท่านนั้นจะสนใจในความสามารถของข้าเช่นเดียวกันมิเช่นนั้นคงไม่ปรากฏกายออกมาเช่นนี้แล้วก็พยายามให้ข้าพูดออกมาอย่างแน่นอน”
ในตอนนี้เขารู้ในจุดที่ได้เปรียบหรือเสียเปรียบอีกฝ่ายเป็อย่างดี
มองเห็นก็รู้ได้อย่างชัดเจนว่านางนั้นสนใจในความสามารถของเขาเพราะแบบนั้นไม่มีทางที่จะสังหารเขาอย่างแน่นอนจึงกล้าหยิบยกมาต่อรอง
เมื่อเขาพูดกับไปเช่นนั้นนางค่อยค่อยยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยก่อนที่จะถอยหลังตนเองไปเมื่อฝ่ามือนั้นค่อยค่อยถอยไปร่างกายของนางก้าวถอยออกจากจุดที่เขายืนอยู่ประมาณสองเก้า
หลังจากนั้นนางก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันไพเราะพร้อมกับใบหน้าอันเ้าเล่ห์ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ “ จันทรากระจ่างยามราตรีอาภรณ์สีเข้มปลิวไสวเคลื่อนไหวเหนือท้องนภา”
เมื่อนางทำการพูดออกมาเช่นนั้นเขาก็เงยหน้าของตนเองขึ้นเล็กน้อยจากนั้นก็พูดขึ้นมาว่า “ นึกว่าผู้ใดที่แท้ก็จอมยุทธ์ที่ได้ฉายาว่าจันทราทมิฬอี้หลงเซียน ”
เขาเคยได้ยินชื่อนี้มาบ้างจางิเมื่อได้ยินคำพูดของนางที่พูดออกมาก็รู้ได้อย่างชัดเจนและสามารถระบุตัวตนของผู้ที่อยู่ด้านหน้าได้
หลังจากที่เดินทางออกมาจากภายในวางได้พบเจอเบาะแสแล้วก็ข่าวคราวมากมายภายในยุทธภพแล้วก็เคยได้ยินชื่อของจันทราทมิฬผ่านหูมาบ้างคนผู้นั้นเป็จอมยุทธ์ที่ผู้คนภายในใต้หล้ามากที่สุดใน่หนึ่งปีที่ผ่านมา
มีนามแฝงว่าอี้หลงเซียนผจญภัยอยู่ภายในใต้หล้ามักจะปรากฏกายออกมายามราตรีที่มืดมิดผู้คนนั้นถึงให้ฉายาว่าจันทราทมิฬปรากฏกานออกมานั้นมีรูปลักษณ์ที่งดงามดุจดั่งเป็จันทราแสงสว่างไสวในราตรี
ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะได้พบเจอกับผู้ที่มีฉายาว่าจันทราทมิฬภายในสถานที่แห่งนี้
และก็ไม่เคยคิดด้วยเช่นเดียวกันว่าคนที่ได้ฉายานี้จะเป็สตรี
นางที่อยู่บริเวณด้านหน้าแสดงรอยยิ้มหลังจากแนะนำตัวก่อนที่จะถามกลับมาอย่างรวดเร็ว “ ถึงเวลาเ้าตอบคำถามของข้าแล้วสัตว์อสูรพวกนั้นเป็ของเ้าใช่หรือไม่? ”
“ ไม่ผิดพวกมันเป็สัตว์อสูรของข้า”
จบบท