บทที่ 4
“คุณข้าวไม่ต้องตื่นตอนนี้ก็ได้นะคะ”
“ไม่ได้หรอกค่ะป้าพิมพ์”ข้าวหอมตอบกลับพร้อมรอยยิ้มหวาน
ในเมื่อคุณากรให้เธอเป็คนใช้เธอก็จะเป็ให้เขาเขาสั่งอะไรเธอก็จะทำตามนั้นและการตื่นขึ้นมาั้แ่ตีห้าก็เป็เวลาปกติที่เธอใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านใหญ่อยู่แล้วสำหรับเธอนี่จึงไม่นับว่าเดือดร้อนอะไร
“เฮ้อ!ป้าไม่เข้าใจเลยค่ะว่าทำไมคุณข้าวต้องยอมคุณกรทุกครั้งด้วย” จบคำพูดของแม่นมพิมพ์ข้าวหอมก็ไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่ยิ้มเท่านั้น
“เอาล่ะค่ะไม่ต้องมายิ้มหวานให้ป้าเอาเป็ว่าป้าจะไม่พูดถึงเื่นี้ให้คุณข้าวต้องอึดอัดใจอีก”
“ขอบคุณนะคะ”
“เดี๋ยวอีกสักพักคนงานที่ช่วยงานป้าจะมาแล้วนะคะ เดี๋ยวป้าจะแนะนำให้รู้จักเมื่อวานไม่ทันได้รู้จักกันเพราะป้าให้ทุกคนแยกย้ายกลับก่อนไม่งั้นคนที่มาทำงานที่บ้านหลังนี้คงรู้จักคุณข้าวหมดทุกคนแล้ว”
“แบบนี้ก็ดีแล้วค่ะ”
ข้าวหอมตอบก่อนจะหันไปสนใจงานที่เธอต้องทำวันนี้ก่อนอื่นเธอจะต้องช่วยแม่นมพิมพ์ทำอาหารเช้าให้คุณากรก่อนหญิงสาวจึงหยิบจับและเตรียมวัสดุอุปกรณ์ไว้ให้พร้อม
“ป้าพิมพ์สวัสดีค่ะอ้าวว่าแต่นี่ใครเหรอคะป้า”ข้าวหอมหันไปตามเสียงที่ทักทายแม่นมพิมพ์ก็เจอเข้ากับใบหน้าหญิงสาวน่ารักอายุรุ่นราวประมาณ14-15 ปี
“มาก็ดีแล้วนี่คุณข้าวหอมเธอจะมาทำงานที่นี่แต่ใช่ว่าแกจะไปตีตนเสมอเธอได้นะ ส่วนนี่แก้วค่ะคุณหอม ผู้ช่วยของป้าเองค่ะหรือจะเรียกว่าเด็กรับใช้ประจำที่นี่ก็ได้”
“สวัสดีจ้ะแก้วยินดีที่ได้รู้จักนะ”
“สวัสดีค่ะคุณข้าวอืม... แต่ว่าคุณข้าวหน้าตาดีขนาดนี้ไม่น่ามาทำงานแบบนี้เลยนะคะไปเป็ดารานางแบบน่าจะรุ่งกว่า”
“เพ้อเจ้อนางแก้วพูดมากจริง”
“ก็มันจริงนี่จ้ะป้าพิมพ์คุณข้าวน่ะสวยก็สวยผิวพรรณก็ดีลักษณะแบบนี้ไม่น่ามาทำงานเป็คนรับใช้อย่างแก้วนี่นาเอ่อ... ขอโทษค่ะคุณข้าว ถ้ามีอะไรสงสัยถามแก้วได้เลยนะคะแก้วยินดีค่ะ”
ถึงแม้จะรู้สึกสงสัยความเป็มาของข้าวหอมแต่แก้วก็ไม่พูดมากแค่ถามหรือสงสัยแบบอ้อมๆ เท่านั้นนอกจากนี้เธอยังเป็เด็กฉลาดหัวไวตอนแม่นมพิมพ์บอกว่าเธอไม่สามารถตีตนเสมอข้าวหอมได้นั่นก็ทำให้เธอสามารถเดาบางสิ่งบางอย่างได้คร่าว ๆ แล้ว เมื่อไม่อาจถามหรือสงสัยอะไรไปมากกว่านี้ทั้งยังรู้สึกว่าตัวเองพูดมากจนเกินพอดีกับคนที่พึ่งรู้จักแก้วจึงขอโทษข้าวหอม
“ขอบใจนะแก้วเรียกพี่ว่าพี่ข้าวก็ได้ไม่ต้องเรียกคุณหรอก”
“ไม่ได้นะคะคุณข้าว”
“ได้สิคะป้าพิมพ์ข้าวก็เป็คนรับใช้เป็คนงานที่นี่ ทำไมจะให้แก้วเรียกข้าวว่าพี่ไม่ได้ล่ะค่ะเรียกพี่ว่าพี่ข้าวเถอะนะแก้ว”
“ค่ะพี่ข้าวยินดีต้อนรับนะคะ” เด็กสาวรับคำเสียงใส จนข้าวหอมรู้สึกเอ็นดู
หลังจากจบการแนะนำตัวกันไปแล้วคนทั้งสามก็รีบทำอาหารไว้รอเ้านายอย่างคุณากรทันที
ซึ่งอาหารที่ว่าก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ยากเพราะเป็เพียงข้าวต้มหมูสับธรรมดาเท่านั้นแต่ที่ไม่ธรรมดาคือครั้งนี้ข้าวหอมเป็ผู้ลงมือปรุงด้วยตัวเองโดยมีแม่นมพิมพ์คอยมองอยู่ข้าง ๆ และมีแก้วเป็ลูกมือ
“หอมจังเลยค่ะพี่ข้าวกลิ่นหอมยิ่งกว่าตอนป้าพิมพ์ทำอีก”
“ยายแก้ว!”
“ขอโทษจ้ะป้าแต่ว่าพี่ข้าวทำออกมาได้หอมกว่าจริง ๆ นี่” แก้วตอบพร้อมส่งรอยยิ้มลุแก่โทษไปให้แม่นมพิมพ์
“มาค่ะคุณข้าวป้าขอชิมหน่อยว่าอาหารฝีมือคุณข้าวจะตกลงหรือเปล่า”
“นี่ค่ะป้าพิมพ์”ข้าวหอมตักข้าวต้มแบ่งใส่ถ้วยเล็ก ๆ ให้แม่นมพิมพ์ได้ชิม ก่อนจะยืนรออย่างลุ้น ๆกับคำตอบ โดยมีแก้วยืนกลืนน้ำลายลงคออยู่ข้าง ๆ
“โธ่ป้า...บอกมาสักทีสิจ้ะว่ารสชาติเป็ยังไง”แก้วทนความชักช้าลีลาของแม่นมพิมพ์ไม่ไหวจึงได้เร่งเร้าเอาคำตอบจนได้ค้อนวงโตกลับไป
“อร่อยมากเลยค่ะคุณข้าวฝีมือยังดีเหมือนเดิมเลยนะคะ ป้าคิดถึงฝีมือคุณข้าวที่สุดเลยค่ะ”
“คิกคิกข้าวก็คิดถึงรสมือป้าพิมพ์เหมือนกันค่ะ คุณท่านก็คงคิดถึงเหมือนกัน”ข้าวหอมตอบด้วยรอยยิ้มประดับที่มุมปากก่อนจะพูดถึงคุณท่านหรือย่าผู้มีอำนาจที่สุดของตระกูลอนาธิวัช
“ป้าก็คิดถึงคุณท่านเหมือนกันค่ะ”
“เอาล่ะค่ะตรงนี้เสร็จแล้วข้าวขอตัวไปทำความสะอาดบ้านก่อนนะคะ แก้วทำความสะอาดในครัวไปก่อนนะถ้าเสร็จแล้วค่อยไปช่วยพี่”
“ค่ะพี่ข้าว”
หลังตกลงกับแก้วเรียบร้อยข้าวหอมก็พาตัวเองไปเตรียมวัสดุอุปกรณ์ในการทำความสะอาดบ้านหลังนี้ก่อนจะเริ่มทำความสะอาดั้แ่ชั้นสอง
แน่นอนว่าการเริ่มงานครั้งแรกของเธอไม่ได้ราบรื่นมากนักข้าวหอมไม่แน่ใจว่าบังเอิญหรือคุณากรจงใจกันแน่
เพราะทันทีที่เธอขึ้นมาถึงชั้นสองเพื่อที่จะทำความสะอาดเธอก็ไปยังห้องนอนรับแขกที่มีอยู่เพียงสองห้องส่วนอีกหนึ่งห้องเป็ห้องของชายหนุ่มที่เธอไม่มีสิทธิ์เข้าไป
ห้องรับแขกทั้งสองห้องล้วนแล้วแต่มีเศษฝุ่นและขยะมากมายจะบอกว่าแก้วและแม่นมพิมพ์ไม่ได้ทำความสะอาดคงเป็ไปไม่ได้ฉะนั้นหญิงสาวจึงคิดว่าน่าจะเป็คุณากรที่เตรียมทุกอย่างเพื่อแกล้งเธอมากกว่า
เขาก็เป็แบบนี้ขอแค่มีโอกาสไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ต้องได้แกล้งเธอเหมือนกับว่าการแกล้งเธอคือความสุขของเขา
แต่เมื่อทำอะไรไม่ได้จะต่อว่าก็ไม่ได้ ข้าวหอมจึงได้แต่เก็บความไม่พอใจเอาไว้และก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของเธอต่อไป