ตอนที่หนึ่งร้อยห้าสิบสอง Social Problem
Social problem ปัญหาของสังคม นิยามศัพท์แบบกำปั้นทุบดินคือปัญหาที่สังคมมองว่าเป็นปัญหา อะไรที่สังคมมองว่าไม่เป็นปัญหาเรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหาสังคม
ในดินแดนภารตะแห่งนี้
การพนันมองเป็นเรื่องธรรมดากิจกรรมเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ
ทั้งที่มีตำนานมากมายที่ทำให้คนฆ่ากันล้างตระกูลโดนคำสาป กลายเป็นหญิง ฯลฯ
สารพัดเพราะบางเรื่องเริ่มมาจากการพนันตามตำนานของอินเดีย
แต่อนิจจา เมื่อทุกคนมองว่าติดการพนันไม่ใช่ปัญหา
การพนันจึงไม่ใช่ปัญหาสังคม
สิ่งบันเทิงเริงใจ หมอกควันมนต์ขลังต่างๆทุกอย่างหาได้ที่ที่แห่งนี้หากคุณมีเงิน อินเดียก็ราวกับแดนสวรรค์เลยทีเดียวที่คุณสามารถอยู่ได้อย่างสุขสันต์ไปชั่วชีวิต
ขอเพียงอย่ามาใกล้กับที่ที่คนยากจนอยู่คุณก็จะมองไม่เห็นปัญหาของสังคมแต่ประการใด
คุณชายพาราณจีเป็นชนชั้นสูงน่าจะเคยอ่านตำนานต่างๆมา
แต่การอ่านตำราต่างๆไม่ได้หมายความววาเราจะไม่ย้อนความผิดพลาดของคนที่เคยอ่านมา
อย่างแทนที่จะได้บทเรียนว่า
“อย่าให้พรแก่คนที่บ้าอำนาจไม่อย่างนั้นเขาจะเอาพรนั้นมาไล่ฆ่าเทวดาบนสวรรค์”
อาจจะได้บทเรียนว่า
“เจ้าได้ความทุกข์ใจเพราะโดนตบหัวล้านและไม่มีฤทธิ์เช่นนี้เถอะ เพื่อพิสูจน์ว่าข้าเป็นมนุษย์สองกรสามารถเอาชนะเจ้าเป็นยักษ์ที่มีสิบแขน ข้าจะไปเกิดเป็นมนุษย์และมีกองทัพของคนและวานรที่มีวิทยาอาคมมหาศาลมีโหรที่ทำนายอนาคตล่วงหน้า มีศรที่สังหารคนเป็นอมตะได้เห็นไหมพิสูจน์ว่าการมีแขนมากกว่าไม่ได้ทำให้ต่างกันเลยคนที่มีพลังโกงต่างหากถึงจะเป็นเรื่องสำคัญไม่ใช่จำนวนของแขน”
การมีมุมมองที่ต่างไปแม้จะมีข้อมูลเดียวกันก็จะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ต่างไปด้วยในการมองปัญหาหรือการแก้ปัญหาต่างๆในสังคม
คนที่มีสติอาจจะรู้สึกว่า
“ผมว่าเราควรจะแก้ปัญหาในเรื่องการบูลลี่คนเรื่องหน้าตาหรือหัวล้านและวางมาตรการไม่ให้เทวดารังแกคนที่มีหน้าที่ล้างเท้าให้เทวดาทุกคนมีหน้าที่บนสวรรค์ ไม่ควรดูถูกกันเพราะหน้าที่ต่างกัน”
ส่วนเทพเจ้าอาจจะคิดว่า
“ไม่ล่ะลงไปเกิดและเอาทหารของสองฝ่ายมาฆ่ากันล้างผลาญโคตรยักษ์ ให้มีตำนานสรรเสริญวีรกรรมของเทพเจ้าตลอดกาลต่างหากคือการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง”
ซึ่งคนที่มีสติคิดผิด และเทพเจ้าคิดถูกเพราะในโลกนี้ คนที่ตัดสินถูกผิดคือคนที่มีกำลังมากกว่าอย่างเทพเจ้า
และคนที่จะตัดสินความบ้าคลั่งหรือความมีสติคือคนที่มีพลังเหนือกว่าเท่านั้น
พฤติกรรมของคุณชายพาราณจีคนธรรมดามองก็หาว่าเป็นคนบ้า
แต่สำหรับเมืองนี้คำพูดของคุณชายพาราณจี ไม่ใช่กฎหมาย แต่คือกฎของรรมชาติ ที่มันต้องเป็นไปเช่นนั้น
คนธรรมดามีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามโดยไม่ต้องคิดเพราะมันเป็นเรื่องธรรมดาสามัญอย่างมาก
เมื่อคุณชายนพาราณจรกล่าวว่าหนึ่งสัปดาห์ก็ไม่เร็วกว่าหนึ่งวันหรือช้ากว่าหนึ่งวันอย่างแน่นอน
“เจ้าจะได้ตายในอีกหนึ่งสัปดาห์”
คุณชายพาราณจีไม่สนใจที่จะหันกลับมากล่าวแต่บอดี้การ์ดได้นั้นกลับมาข่มขู่
“เจ้ามีความสุขให้เต็มที่เถอะเจ้ามีชีวิตได้อีกแค่สัปดาห์เท่านั้น”
คนที่กล่าวคราวนี้คือเน็ดมองอ้าวป้าหม่าไม่ต่างกับคนที่ตายไปแล้ว
ทุกคนในกลุ่มอ้าวป้าหม่ามองหน้ากันอย่างงงวย
“ถ้าอย่างนั้นเพื่อคนใกล้ตายเจ้าช่วยหาของบางอย่างให้หน่อยได้ไหมเน็ด?”
ตามสไตล์
“มังกรไม่ข่มเหงงูเจ้าถิ่น”
อ้าวป้าหม่าต้องการคนพื้นที่มาเป็นไกด์ให้อยู่พอดีในเมืองนี้
..ส่วนนามูพึ่งไม่ได้เพราะเป็นคนยากจนอาจจะไม่ถนัดในสิ่งที่อ้าวป้าหม่าต้องการทำเมื่อมาถึงต่างประเทศ
ช็อปปิ้งนั่นเอง
...
True wallet 089-5296248
สนับสนุนผู้เขียนได้ทางช่องทางนี้นะครับ
สามารถสอบถามข้อมูลของเรื่องหรือต้องการตอนพิเศษแบบไหน