ในขณะนี้หากมองจากท้องฟ้าลงไป ท่ามกลางป่าร้างอันกว้างใหญ่มีผู้คนรายล้อมอยู่ทั่วทุกสารทิศราวกับกระแสน้ำที่หลั่งไหลมาบรรจบในทิศทางเดียวกัน
ท่าไม่ดีเสียแล้ว!
เขารู้สึกได้ถึงลมปราณอันทรงพลังที่เข้ามาใกล้จากทั่วทุกสารทิศเย่เฉินปล่อยหมัดกลับไปหาหยางเว่ย จากนั้นจึงหันหลังกลับและวิ่งออกไป
“จะไปไหน”หยางเว่ยรีบพุ่งไปด้านหน้าทันทีแต่เขาไม่คิดว่าเย่เฉินที่เพิ่งวิ่งไปได้แค่สองก้าวนั้นจะหันกลับมา
โฮก!
ทันใดนั้นเสียงร้องคำรามของมังกรอันแกร่งกล้าก็ดังกึกก้องไปทั่วทั้งป่าด้วยความน่ากลัวของคลื่นเสียงมังกรฟ้าพิโรธเย่เฉินคำรามออกมาอย่างรุนแรงจนทำให้หยางเว่ยที่กำลังมุ่งตรงมายังเบื้องหน้าก็ได้ปะทะเข้ากับคลื่นเสียงนั้น
ว้าก...!
เห็นชัดว่าเย่เฉินคุ้นเคยกับวิชาลับคลื่นเสียงนี้เป็นอย่างดีหยางเว่ยจึงไม่ต้องสงสัยในกลอุบายใดๆ ดวงตาทั้งสองข้างดำขวับเขาเริ่มรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาในใจ และมีเลือดออกทางทวารทั้งเจ็ด
“กลับมาหาข้า”เย่เฉินก้าวไปด้านหน้า และกระชากหยางเว่ยที่กำลังเดินโซเซกลับมาอีกครั้งจากนั้นก็พยุงตัวเขาขึ้น
ต่อมาก็เป็นท่าไม้ตายของเย่เฉินแล้ว
ปัง!
ตามมาด้วยเสียงดังสนั่นและหยางเว่ยที่ยังคงอยู่ในอาการมึนงงก็ถูกเย่เฉินทุบจนกระแทกลงกับพื้นและพื้นก็แตกออกเป็นรูปมนุษย์ อวัยวะภายในทุกส่วนล้วนถูกกระแทกและกระอักเลือดออกมาเป็นความสูงกว่าสองจ้าง
“ไปจับเขาไว้”ศิษย์ที่อยู่ด้านหลังเหล่านั้นต่างรีบกระโจนเข้าไป
ไสหัวไป!
เย่เฉินส่งเสียงตะโกนและใช้มือข้างหนึ่งจับขาของหยางเว่ยเอาไว้ ใช้ร่างกายของเขาเป็นอาวุธจากนั้นทำการเหวี่ยงหยางเว่ยออกไปศิษย์สองสามคนที่พุ่งเข้ามาตรงหน้าก็ถูกเตะกระเด็นจนลอยออกไปแล้วเช่นกัน
“ข้าไม่ว่างที่จะมาบ้าอยู่กับเจ้า”เมื่อหยางเว่ยกระเด็นลอยไป เย่เฉินก็รีบวิ่งเข้าไปในป่าลึกทันที
โฮก!
ในไม่ช้าก็มีเสียงคำรามของสัตว์อสูรดังออกมาจากในป่าลึก
ในตอนนี้เย่เฉินอยู่ตรงหน้าซากศพของสัตว์อสูรขนาดใหญ่และวางแผนที่จะหั่นร่างของสัตว์อสูรเป็นอันดับแรกจากนั้นก็มุดตัวเข้าไปในร่างของซากสัตว์อสูรวิธีการเช่นนี้เขาทำมาเป็นครั้งที่สองแล้วยังจำตอนนั้นได้ว่าเขาก็ใช้วิธีนี้ในการหลบหนีจากการค้นหาของฉู่หลิงเอ๋อร์
และแน่นอนว่าหลังจากที่เขาซ่อนตัวไปได้ไม่นานเสียงสั่นสะเทือนบนพื้นดินก็ดังขึ้นข่งเฉาก็นำเหล่าบรรดาศิษย์น้องกลุ่มหนึ่งและหุ่นเชิดอีกสิบกว่าตัวมุ่งหน้าไปหาเย่เฉิน
“ไม่ว่าจะเป็นจะตายก็ไม่ต้องยั้งมือ” น้ำเสียงของข่งเฉาชัดเจนผิดปกติ
“บ้าเอ๊ยเจ้านี่มันโหดร้ายจริงๆ” เย่เฉินอดไม่ได้ที่จะก่นด่าอยู่ในท้องของสัตว์อสูรแต่ในเมื่อถูกบังคับจากฝ่ายตรงข้าม เขาจึงทำได้เพียงกลั้นหายใจและซ่อนพลังปราณเอาไว้
กระทั่งคนกลุ่มหนึ่งเดินผ่านไปเขาจึงวิ่งออกมาจากท้องของสัตว์อสูร และวิ่งหนีไปยังทิศทางหนึ่ง
ส่วนหยางเว่ยและข่งเฉาที่อยู่ทางนี้ก็ฟื้นคืนสติกลับมาและพวกเขาก็ได้พบหน้ากัน
“เขาล่ะ?” เมื่อเห็นร่างของหยางเว่ยที่กำลังล้มลุกคลุกคลานไม่เป็นท่า และไม่เห็นเงาร่างของเย่เฉินข่งเฉาจึงตะโกนขึ้นทันที
“หนี...หนีไปแล้ว พวกข้าวิ่งตามไปก็ไม่เห็นแล้ว อีก…อีกอย่างเพิ่งวิ่งไปทางศิษย์พี่ข่งเฉาตอนศิษย์พี่ข่งเฉามาก็ไม่พบกับเย่เฉินหรือ?”
“เจ้าหมายความว่าข้าตาบอดใช่ไหม?” ข่งเฉาตะโกนเสียงดัง
แท้จริงแล้วตอนที่เขามาก็ไม่ได้เจอกับเย่เฉินแต่พวกเขาจะไปคิดว่าเย่เฉินนั้นจะไปซ่อนตัวอยู่ในท้องของสัตว์อสูรได้อย่างไร เพราะไม่คิดถึงมันจึงไม่ได้สนใจ จนกระทั่งเย่เฉินอาศัยช่องโหว่นั้น
ในไม่ช้าจั่วชิวหมิงและเจียงหยางก็รีบนำคนมาถึง ต่างฝ่ายต่างจ้องมองกันการต่อสู้ครั้งใหญ่นี้ก็ยังทำให้คนต้องวิ่งหนีกระเจิงออกมา
“หามันให้เจอเขาหนีไปไม่ไกล”
ในไม่ช้ากลุ่มคนที่เพิ่งรวมตัวกันก็แยกย้ายกันไปอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นหนึ่งกลุ่มสามคนหรือห้าคนหนึ่งกลุ่ม ก็เริ่มกระจายกำลังออกค้นหา
ยังไม่ทันไรก็ถูกเย่เฉินปั่นป่วนขนาดนี้เหล่าบรรดาลูกศิษย์สำนักที่ถูกส่งเข้าไปในป่าร้างซึ่งมีประมาณเศษสี่ส่วนห้าที่ตอนนี้ได้กระจายกำลังออกตามหาเย่เฉินและด้วยเหตุนี้กลุ่มของพวกเซี่ยอวิ๋น ฮั่วเถิงและฉีเยว่จึงลดแรงกดดันในการต่อสู้ลง
กระทั่งเวลาเย็นที่ฟ้ายังไม่มืดค่ำเซี่ยอวิ๋นและเซียวจิ้งทั้งสองกลุ่มได้ผ่านการทดสอบและเข้าไปยังสำนักในได้สำเร็จ
“พวกเจ้าผ่านการทดสอบเร็วมาก?” เซี่ยอวิ๋นกล่าวออกมาก่อนหน้านี้พวกเขารอเหล่าบรรดาศิษย์พี่ศิษย์น้องของสำนักนอกอยู่ที่นี่เมื่อเห็นพวกเซี่ยอวิ๋นที่ไม่ทันถึงหนึ่งวันก็ออกมาได้แล้ว ต่างก็ตกตะลึงขึ้นทันที
“ไม่มีสิ่งใดกีดขวางเลย”เซี่ยอวิ๋นถอนหายใจ
“เกิดอะไรขึ้น”
“จะเกิดอะไรขึ้นล่ะก็ไปสกัดเย่เฉินกันหมดนะสิ!” ฮั่วเถิงยักไหล่ “เย่เฉินคงรู้! ว่าคงจะพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินสำนักนอก”
“คนตั้งมากมายไปสกัดศิษย์ขั้นรวมพลังเพียงคนเดียวคงว่างมากสินะ!”
หลังจากพวกเซี่ยอวิ๋นก็มีกลุ่มอื่นอีกมากมายเดินออกมาจากป่าร้าง และเข้าไปในสำนักในตามที่พวกเขาปรารถนาแม้แต่ศิษย์ไม่กี่กลุ่มที่มีกำลังสู้รบที่อ่อนแอก็สามารถผ่านการทดสอบป่าร้างไปได้อย่างงุนงงด้วยความปั่นป่วนของเย่เฉิน
ตูม!
ตูมตาม!
ท่ามกลางป่าร้างมีเสียงดังขึ้นเป็นระลอก การเคลื่อนไหวไม่เล็กน้อยเลย
เย่เฉินวิ่งหนีออกมาจากวงล้อมจนล้มลุกคลุกคลานอีกครั้งหนึ่งวันมานี้ เขาต้องเผชิญกับการไล่ล่าและการสกัดกั้นของเหล่าศิษย์ตลอดเวลาต่อสู้อยู่เพียงลำพังอย่างไม่เกรงกลัวหน้าไหนแต่การไล่ล่าและการสกัดกั้นของเหล่าบรรดาศิษย์จำนวนราวหนึ่งร้อยก็ทำให้เขาไม่มีอารมณ์จะต่อสู้เลยจริงๆ
“อยู่ที่ไหนล้อมเขาไว้” เย่เฉินที่เพิ่งหนีออกมาจากวงล้อมยังไม่ทันได้หยุดพักก็ได้ยินเสียงใครบางคนตะโกนอยู่ด้านหลัง
“เร็วเข้าส่งสัญญาณออกไป”
“บ้าเอ๊ย”เย่เฉินสบถขึ้น และวิ่งหนีไม่คิดชีวิตอีกครั้ง
ตูม!
ตูมตาม!
ในไม่ช้าป่าร้างก็เงียบไปชั่วขณะ จากนั้นก็มีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง
ในตอนนี้ท้องฟ้ามืดสลัว กลางคืนเข้าปกคลุม
ท่ามกลางพุ่มหญ้าอันเขียวชอุ่มเย่เฉินซ่อนตัวอยู่ที่นั่นพลางหายใจหอบ เขามีบาดแผลเต็มไปทั่วร่างกายและยังมีเลือดไหลออกมา จึงยิ่งมีสีหน้าที่ซีดเผือด ตลอดทั้งวันมานี้ทำให้เขาเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก
“พวกเจ้านี่ยอดไปเลย”เย่เฉินพึมพำพลางคว้าเม็ดยาหุยเสวียนแล้วยัดเข้าไปในปากของเขา
หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วยามลมปราณของเขาก็กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งพลังการฟื้นฟูที่ทรงอานุภาพทำให้รอยแผลของเขาหายไปเกือบหมด
เมื่อชำเลืองมองจักรวาลกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยดวงดาวและเย่เฉินก็แอบออกมาจากพุ่มหญ้า “ตามฆ่าข้ามาหนึ่งวัน ครั้งนี้ข้าเปลี่ยนไปแล้วเมื่อก่อนข้าเคยเป็นสมาชิกของกลุ่มข่าวกรอง จะจับข้าหรือ? หนทางของพวกเจ้ายังอยู่อีกไกล”
เมื่อออกมาจากพุ่มหญ้าร่างของเย่เฉินก็ยังคงกระโจนไปมาอยู่ในป่าร้างในที่สุดเขาก็กระโดดขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่ที่หนาทึบและแข็งแรงต้นหนึ่งที่บดบังไปด้วยกิ่งไม้ใบไม้จากนั้นก็กลั้นหายใจเอาไว้
ในไม่ช้าก็มีเงาร่างอีกสามเงาที่อยู่ไม่ไกลปรากฏสู่สายตา
“ผู้ฝึกตนระดับสูงสุดในขั้นพลังธาตุหนึ่งคน ขั้นพลังธาตุชั้นที่แปดหนึ่งคน และขั้นพลังธาตุชั้นที่เจ็ดหนึ่งคน” เย่เฉินบ่นพึมพำอยู่บนต้นไม้ใหญ่แค่มองก็รู้ถึงระดับการฝึกตนของทั้งสามคน และแอบบ่นพึมพำว่าคนเดียวก็ทำได้สบาย
ศิษย์สำนักในทั้งสามคนต่างมองซ้ายมองขวาตลอดทางและหวังว่าจะพบร่องรอยของเย่เฉิน
“เจ้าเด็กเย่เฉินนั่นแข็งแกร่งมากอย่างกับแมลงสาบที่ทุบไม่ยอมตาย! มีคนล้อมอยู่มากมาย แต่เขาก็หนีไปได้ดูท่าข่าวลือของสำนักนอกจะเป็นเรื่องจริงศิษย์ฝึกหัดที่อยู่เพียงระดับขั้นรวมพลังแค่คนเดียวแต่มองข้ามเขาไม่ได้จริงๆ”
“พวกเราสามคนอยู่ถึงระดับขั้นพลังธาตุเขาก็แค่เด็กน้อย”
“คอยดูเถอะ! เขาต้องถูกพวกเราจับได้ไม่ช้าก็เร็ว”
ทั้งสามคนต่างพูดคุยกันเหมือนกับยังไม่สังเกตเห็นเย่เฉินที่ซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ใหญ่ที่ในตอนนี้กำลังมองพวกเขาอย่างเยาะเย้ย
“มาแล้วก็อย่าไปไหนนะ”เย่เฉินยิ้มเยาะ โบกมือและโยนลูกไข่เหล็กสีดำสามถึงห้าลูกออกไป
ระวัง!
ทั้งสามมีการตอบสนองที่รวดเร็วจึงเหวี่ยงกระบี่ที่อยู่ในมือออกมาทันทีทำให้ลูกไข่เหล็กสีดำนั้นถูกตัดออกเป็นสองซีกเท่าๆ กันทันใดนั้นก็มีหมอกสีดำหนาปรากฏออกมา
“ให้ตายเถอะระเบิดควัน” ทั้งสามอดไม่ได้ที่จะก่นด่า เมื่อรู้ว่ากำลังถูกดักซุ่มโจมตีจากนั้นพวกเขาก็หันหลังชนกันทันที
ตอนนี้เย่เฉินกระโดดลงมาจากต้นไม้แล้ว และวิ่งเข้าไปในหมอกสีดำอย่างเงียบๆอีกทั้งยังหยิบแส้เหล็กสีดำจากถุงเก็บของและแส้เหล็กนี้ยังได้มาจากตลาดมืดอเวจีในราคาห้าแสน มันไม่ธรรมดา และเหมาะที่จะใช้ทุบตีคนเป็นที่สุด
โอ๊ย...!
ในไม่ช้าเสียงกรีดร้องก็ดังออกมาจากหมอกสีดำหนาและศิษย์สำนักในที่อยู่ขั้นพลังธาตุชั้นที่เจ็ดคนนั้นก็ถูกทุบตีจนเลือดออกทางทวารทั้งเจ็ดและได้สลบไปแล้ว
“ให้ตายเถอะ แส้เหล็กนี้ช่างร้ายกาจนัก” ขณะที่ศิษย์ผู้นั้นตกตะลึงเย่เฉินก็ซ่อนตัวเข้าไปอยู่ในหมอกดำทะมึนทันทีอีกด้านหนึ่งก็กำลังประหลาดใจกับแส้ที่ถืออยู่ในมือแค่ฟาดแส้ไปก็ทำให้ศิษย์ที่อยู่ขั้นพลังธาตุชั้นที่เจ็ดถึงกับเลือดออกทางทวารทั้งเจ็ดอานุภาพที่ทรงพลังของแส้เหล็กนี้เหนือความคาดหมายของเขาจริงๆ
“ใครโผล่หัวออกมา” หนึ่งในสามของคนกลุ่มนั้นล้มลงและอีกสองคนที่เหลือก็แผดเสียงร้องอย่างรุนแรง วิชาลับที่น่ากลัวได้โจมตีไปทีละคน
เย่เฉินที่อยู่ไม่ไกลจากพวกเขาทั้งสองคนหลังจากทั้งสองหนีไม่พ้น ทันใดนั้นก็ถึงเวลาสังหาร จากนั้นเย่เฉินก็ง้างแส้เหล็กขึ้นและฟาดไปยังศิษย์ที่อยู่ขั้นพลังธาตุชั้นที่แปดคนนั้นทำให้เลือดออกทางทวารทั้งเจ็ดจนหมดสติไป
เมื่อวางมือลงเย่เฉินก็หายเข้าไปในหมอกดำทะมึนอีกครั้ง
“เย่เฉินข้ารู้ว่าเป็นเจ้าที่ใช้ระเบิดควัน การกระทำเช่นนี้ ต่ำช้าจริงๆ” ศิษย์ผู้นั้นก็ตะโกนเสียงดังออกมาอย่างต่อเนื่อง
“ต่ำช้างั้นหรือ?” เย่เฉินที่อยู่ในหมอกดำหนาเอ่ยออกมาอย่างไม่แน่ใจ และพูดจาเยาะเย้ย“หรือพวกเจ้าไม่ต่ำช้า?” ผู้คนมากมายรายล้อมข้าที่อยู่ในขั้นรวมพลังถ้าเทียบกับระเบิดควันที่ข้าวางแล้ว พวกเจ้าก็ยิ่งน่าอาย!
“กล้าเผชิญหน้ากันตัวต่อตัวหรือเปล่าล่ะอย่ามาใช้วิธีของพวกนอกรีต”
โอ๊ย...!
เสียงกรีดร้องก็ดังตามมาศิษย์ฝึกตนระดับสูงสุดในขั้นพลังธาตุก็ถูกทุบตีจนเลือดออกทางทวารทั้งเจ็ดและทั้งร่างก็กางแขนขาติดอยู่บนพื้น
หลังจากกำจัดพวกเขาทั้งสามคนออกไปแล้วเย่เฉินไม่กล้าที่จะอยู่ต่อ หยิบแส้เหล็กถือเอาไว้ในมือ จากนั้นนำถุงเก็บของที่อยู่บนตัวของทั้งสามคนควานหาสมบัติและปล้นหนีไปหลังจากนั้นแม้แต่เสื้อผ้าของพวกเขาก็ถูกถอดออกทั้งร่างเปลือยเปล่าเหลือแต่เพียงกางเกงลายดอกแค่ตัวเดียว
หลังจากเสร็จภารกิจเขาจึงหันหลังและหายลับไป