การนอนในเกมนี้คือการปีนขึ้นเตียงนุ่มหลับตา รอตัดดำประมาณสิบวิ พอลืมตาก็เป็วันใหม่
ทว่าวันนี้ค่อนข้างพิเศษ
“ตื่น~ได้~แล้ว~!”
“?!”
น้ำหนักตัวประมาณคนหนึ่งคนหล่นตุ้บใส่จนจุก
“ถ้าไม่ยอมตื่นอีกละก็—!”
“—ก็ทำไม? ลิลิแอบปีนระเบียงขึ้นมาอีกแล้วใช่มั้ย?!”
“จึ๋ย?!”
พอลืมตาโอปอลก็เห็นกระโปรงลายสก๊อตติดลูกไม้แผ่สยายอยู่ตรงหน้า ตามมาด้วยต้นขาขาวเนียนและมือสองข้างที่ทับตัวเขาอยู่
“...ไร้สาระชะมัด”
“ละ เลย์ลานั่นแหละแอบไขกุญแจบ้านเข้ามาอีกแล้วล่ะสิ?!”
“นะ นั่นน่ะเพราะ...”
สองสาวต่างทำแก้มป่องใส่กันหากเด็กหนุ่มไม่ได้โดนลิลินั่งทับท้องอยู่คงเห็นชัดกว่านี้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“ลุกได้แล้วโอปอล! ไปโรงเรียนกันเถอะ ฉันรู้หรอกนะว่านายแอบโดดเรียน!อะไรกัน ไม่เสียดายค่าเทอมที่จ่ายไปเลยเหรอ?!”
อันที่จริงฉากนี้ไม่ว่าจะโดดไม่โดดก็ต้องเจอแต่หากผู้เล่นโดดเรียนจะมีประโยคท้ายแถมมา
“นั่นสิ...คุณครูมาคุยกับฉันด้วยนะ...” เลย์ลาเสริม
เด็กหนุ่มคาดไม่ถึงจริงๆว่าบ้านสองหลังที่ขนาบข้างจะเป็บ้านของลิลิกับเลย์ลา ก็ว่าทำไมบ้านสองหลังนั่นถึงได้ดูละเอียดกว่าบ้านหลังอื่นในซอยหากเขายอมกลับบ้านกับลิลิแต่แรกคงรู้นานแล้ว
“อย่าคิดหลับต่อเชียว ตาบ้า! ลุก!”
“โดนคร่อมอย่างนี้จะให้ฉันลุกยังไง?”
ในที่สุดโอปอลก็ได้โอกาสพูดถึงเป็แค่ฉากในเกมแต่นี่มันจะไร้สาระเกินไปแล้ว
ใบหน้าลิลิกลายเป็สีแดงก่ำเธอลุกพรวด รวบกระโปรงะโลงจากเตียงทันที
“ตาบ้า!ลามก!”
เลย์ลาทำหน้าง้ำเหมือนอิจฉาลิลิที่ได้ใกล้ชิดเด็กหนุ่มเธอยื่นแขนมาดึงโอปอลขึ้นจากเตียง
“ไปกันเถอะเดี๋ยวซื้อข้าวเช้าที่โรงเรียนก็ได้เนอะ”
“ไปโอ๋เขาทำไมน่ะเลย์ลา?”
“ลิลิเองก็ห่วงไม่ใช่เหรอ?ถ้าคลาดสายตาเดี๋ยวก็โดดเรียนอีกหรอก”
“นี่พวกเธอคิดจะตามฉันเขาห้องน้ำเลยเหรอ?”
เด็กหนุ่มยืนตรงประตูห้องน้ำโดยเลย์ลายังจับแขนอยู่
“อ๊ะ?!” เธอปล่อยมือทันใด
โอปอลถอยเข้าห้องน้ำพอกดหน้าต่างระบบที่กระจกชุดนอนแขนสั้นที่สวมก็เปลี่ยนเป็ชุดนักเรียนเต็มยศแบบไม่ต้องลงแรง
แต่...ทีนี้จะไปหาไลลายังไง?
นอกจากต้องหาว่าโรงพยาบาลอยู่ที่ไหนเขายังต้องหาทางสลัดสองคนนี้ให้หลุดด้วย
ออกจากห้องน้ำก็เห็นว่าประตูระเบียงเปิดค้างไว้ที่ระเบียงมีบันไดพาดอยู่ คงเป็บันไดที่ลิลิใช้ปีนขึ้นมา
สองสาวยืนหัวเราะคิกคักอยู่ในห้องนอนเหมือนไม่รู้ตัวว่าถ้านี่เป็ชีวิตจริงอาจโดนข้อหาบุกรุก
“...แล้ว?”
“โอปอล เสร็จแล้วเหรอ? ไปกันเถอะ!” ลิลิตรงเข้ากอดแขนข้างหนึ่ง
“อ๊ะ อย่าลืมกระเป๋า!” เลย์ลาคว้าเป้บนพื้นส่งให้ แต่พอจะเดินเข้ามาใกล้ๆกลับสะดุดของที่เขาทิ้งไว้บนพื้น
“ว้าย!”อารามใเธอก็คว้าเปะปะจนจับคอเสื้อโอปอล เด็กหนุ่มเสียการทรงตัวอยู่แล้วจากการโดนลิลิฉุดแขนเลยล้มทับไปด้วย
ถ้าเป็เวลาปกติเขาไม่มีทางล้มง่ายๆแบบนี้... แต่แรงดึงของเลย์ลาก็ไม่เหมือนแรงผู้หญิงตัวบางๆ คนหนึ่ง ไม่ว่ายังไงตัวเกมก็ต้องทำให้เขาล้มให้ได้แม้จะต้องแหกกฎฟิสิกส์กี่ข้อก็ตาม
“อ๊ะ...”
ใบหน้าของเธออยู่ห่างไปไม่ถึงคืบ
เลย์ลาล้มหงายหลังนอนแผ่อยู่บนเตียงโดยมีเขาทับอยู่
“...”
สมองเด็กหนุ่มกลายเป็สีขาวโพลน ความรู้สึกของลมหายใจอุ่นที่เป่ารดใบหน้ากับร่างกายนุ่มนิ่มซึ่งอยู่ข้างใต้ถูกยิงเข้าสมองโดยตรงใบหน้าของเด็กสาวเป็สีแดงก่ำ ท่าทางใน่ารักเสียจนเขาเผลอกลืนน้ำลาย
“โอ๊ยๆ!”
เสียงของลิลิดึงสติเขากลับมาโอปอลรีบยันตัวเองลุกขึ้นจากเตียง
“ขอโทษนะลิลิ!” เลย์ลาเด้งตัวขึ้นและรีบจัดชุดนักเรียนที่หลุดนิดหน่อยให้เข้าที่“ฉันเผลอดึงก็เลยล้มด้วยกันหมดเลย...”
“ไม่เป็ไรหรอก ที่สำคัญเรากำลังจะสายแล้ว!!!”เด็กสาวผมแกละลุกจากพื้นเหมือนไม่รู้ตัวว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้นเธอตรงเข้ากอดแขนโอปอลดังเดิม เขาก็โดนลิลิลากลงบันไดไปที่ประตูบ้านซึ่งมีรถของเธอจอดรออยู่ก่อนแล้ว
โอปอลนั่งรถไปโรงเรียนโดยมีสองสาวขนาบข้างสำหรับรถที่เบาะหลังกว้างอย่างนี้ เขารู้สึกว่าพวกเธอจงใจนั่งเบียดแน่ๆแถมยังมีการเขม่นข้ามหัวเขาด้วยเป็สิ่งที่ให้ตายยังไงคงไม่มีวันเกิดขึ้นในชีวิตจริง
f
ถึงโรงเรียนแล้ว ทั้งสองยืนประกบเขาทั้งตอนเข้าแถวจนถึงเข้าห้องคาบโฮมรูมขนาดเข้าห้องน้ำยังยืนคอยอยู่ด้านหน้าหันไปส่งสายตาเหนื่อยหน่ายใส่ก็ได้รับรอยยิ้มไร้เดียงสาตอบแทน
ถ้าเป็คนอื่นโดนสาวดาวโรงเรียนกับเพื่อนสมัยเด็กประกบแบบนี้คงดีใจเหมือนขึ้น์แต่โอปอลมีอะไรต้องทำ แถมเมื่อเช้าฟองจันทร์ที่ทำท่าจะเข้ามาคุยก็กลัวทั้งสองคนจนไม่ยอมมา
“บ้าเอ๊ย”
สองคาบแรก ทั้งสองผลัดกันส่งสายตาให้พักเบรกแรกของวันหลังคาบที่สอง ลิลิกับเลย์ลาก็ไม่มีทีท่าจะปล่อยเขาไว้คนเดียวเลยหากเป็อย่างนี้ต่อไปเขาคงไปไม่ถึงโรงพยาบาลแน่ และหากวิ่งหนีก็ไม่รู้ว่าเกมที่ชอบแหกกฎฟิสิกส์นี่จะติดจรวดให้ทั้งสองจนไล่เขาทันรึเปล่า
เด็กหนุ่มอยู่ในห้องน้ำพอดีเห็นว่าหน้าต่างสูงข้างอ่างล้างมือเปิดอยู่ปกติคงไว้สำหรับเทน้ำออกไปทางสนามหลังโรงเรียน ใต้หน้าต่างเองก็เป็พุ่มไม้ แถมนี่เป็ห้องน้ำชั้นหนึ่ง...
ทำได้รึเปล่านะ?
เขาแทรกตัวผ่านหน้าต่างและลองโดดไม่มีกำแพงล่องหนมากั้นไว้
โอปอลอยู่ข้างนอกโดยที่ลิลิกับเลย์ลายังยืนดักอยู่ตรงทางเข้าห้องน้ำ
“...เอาล่ะ”
เขาวิ่งรวดเดียวถึงรั้วหลังโรงเรียนและเหวี่ยงตัวเองข้ามไปยามที่นั่งเฝ้าอยู่ห่างเกินกว่าจะหยุดไว้ได้ทันและนาทีต่อมาเขาก็วิ่งสุดฝีเท้าไปยังปากซอย
ทว่านี่เป็เกมที่ปากซอยนั้นว่างเปล่าร้างผู้คนมีแต่คนเฝ้าร้านขายของซึ่งทำอะไรไม่ได้นอกจากคิดเงินโอปอลคิดว่ามาถึงตรงนี้คงไม่มีใครตามมาจึงเปิดหน้าต่างระบบ
เมนูนี้ต่างจากเมนูของบัตรนักเรียนตรงที่สามารถมองเห็นแผนที่วันเวลา และรายการเควส เขานึกว่าจะเห็นเควสตามหาไลลาที่โรงพยาบาลในรายการแต่กลับไม่มี
เด็กหนุ่มเลื่อนแผนที่ไม่นานก็พบโรงพยาบาลมันอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล เดินสักพักก็ถึง เขาจึงเดินล้วงกระเป๋าไปตามถนนร้างผู้คนทั้งที่ตอนนั่งรถผ่านเมื่อครู่ก็เห็นคนเต็มไปหมดแท้ๆแต่ตอนนี้พากันหายหน้าไปหมดเพื่อประหยัดหน่วยประมวล
โรงพยาบาลเป็อาคารสูงสีขาวดูไม่ต่างจากโรงพยาบาลทั่วไปนัก เขาเดินเข้าข้างในแล้วก็ตรงไปที่ลิฟต์ กดชั้นแผนกผู้ป่วยในยังดีที่โรงพยาบาลไม่ได้ทำไว้ละเอียดขนาดแยกตามอาการของคนป่วยไม่ว่าจะเป็มะเร็งหรือผ่าตัดเล็กๆ น้อยๆ ก็ยัดไว้ที่เดียวกันหมดช่วยให้หาง่ายขึ้นเยอะ
ลิฟต์เคลื่อนตัวสู่ที่หมายเดินออกมาก็เจอโต๊ะประชาสัมพันธ์โอปอลเดินตรงไปหาพยาบาลที่จ้องคอมพิวเตอร์จอัั กำลังพิมพ์โดยใช้ความคิด
“ผมมาหาไลลาเธออยู่ที่นี่รึเปล่า?”
พยาบาลเงยหน้าขึ้นแตะหน้าจอให้หยุดพิมพ์
“ใครคะ?”
“โอปอล”
“ห้อง1211” เธอตอบกลับห้วนๆ และกลับไปสนใจงานต่อ
เด็กหนุ่มเจอห้องนั้นทว่าไม่มีคนอยู่ข้างใน ชื่อที่แปะไว้หน้าห้องก็ไม่ใช่ชื่อของไลลา มีโน้ตแผ่นเล็กๆซุกอยู่ใต้ป้ายเลขห้อง
“มาหาที่แผนกพิเศษ...อย่างนั้นเหรอ?รหัสคือ 4 2 8 9 7 1”
เด็กหนุ่มเริ่มจับทางได้ว่าไลลา้าให้เขาทำอะไรเมื่อครู่ไม่มีรายชื่อแผนกพิเศษอยู่บนผังชั้นของโรงพยาบาลเขาต้องหามันด้วยตัวเองและกดรหัสเข้าไป
นี่เกมจีบสาวแน่เหรอ?
เด็กหนุ่มอดคิดไม่ได้ มองไปรอบตัวก็เห็นประตูสุดทางเดินหน้าประตูระบุว่าสำหรับเ้าหน้าที่เท่านั้น ห้ามบุคคลภายนอกเข้าและข้างประตูก็มีแผงตัวเลขและเครื่องสแกนบัตร
พอยกมือจะกดรหัสตัวเครื่องสแกนบัตรก็เด้งเป็สีเขียว แผงตัวเลขสว่างวาบ
ไลลามองอยู่สินะ
เขากดรหัส ประตูปลดล็อกและเปิดออกเด็กหนุ่มหันไปมองด้านหลังให้แน่ใจว่าไม่มีใครมองอยู่ก่อนจะเดินเข้าไปในทางเดินสีขาวซึ่งฉุนด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ