เมืองพริบพรี ณ ค่ายทหาร อาจารย์เมฆากับท่านสินธูกำลังรอเข้าพบ ท่านวรสิทธ์แม่ทัพทหารเมืองพริบพรี ซึ่งท่านแม่ทัพกำลังเจรจากับท่านรองแม่ทัพแสงชัยจากละโว้
“ ท่านแม่ทัพท่านต้องคิดถึงความเป็อยู่ของเหล่าทหารที่เหลือ จะปล่อยให้พวกเขาอดอยาก เช่นนี้ไม่ได้ พวกเขาก็คนของละโว้ าาไชยเชษฐ์ ก็พร้อมจะต้อนรับพวกท่านกลับบ้าน ท่านต้องคิดให้ดี องค์รัชทายาทก็จากไปสิบสามปีแล้ว แล้วท่านจะรออะไรอีก” รองแม่ทัพแสงชัยมาชักชวนให้กลับเมืองละโว้ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก
“ ท่านแสงชัยเื่นี้ข้าต้องปรึกษากันอีกครั้ง คงต้องมีการเปลี่ยนแปลงอย่างที่ท่านว่าแล้ว เพราะพวกเราก็ลำบากจริงๆ ใน่เวลาหลายปีที่ผ่านมาแต่ว่าท่านแสงชัยเวลานี้เมืองละโว้คิดจะทำา แล้วหรือ” ท่านวรสิทธิ์เอ่ยถามตามตรง
“ ใช่แล้วาาของเราพร้อมแล้ว พวกเราพร้อมจะขยายอาณาจักรของเราให้กว้างใหญ่กว่าที่เป็อยู่ จึงอยากให้ชวนพวกท่านให้เข้าร่วมกับกองทัพละโว้ในครั้งนี้”รองแม่ทัพละโว้กล่าวด้วยความมั่นใจ
“ เื่นี้เป็เื่ด่วน ข้าจะรีบส่งข่าวให้ท่านโดยเร็ว ท่านอย่ากังวล” ท่านแม่ทัพเมืองพริบพรี ให้ความมั่นใจ ท่านรองแม่ทัพแสงชัยเดินออกมาอย่างมั่นใจว่าคราวนี้เขาคงได้รับข่าวดีเป็แน่ พอออกมาก็พบกับอาจารย์เมฆา กับ ท่านสินธูที่ยังคงสมผ้าปิดหน้า
“ อ้าวท่านเมฆา ท่านก็มาที่นี่ด้วยหรือ ไหนว่าไม่ยุ่งเกี่ยวกับกองทัพแล้วยังไง”
“ ข้าจะมาเยื่ยมเยือนลูกน้องเก่าบ้าง คงไม่เกี่ยวกับท่านกระมัง” อาจารย์เมฆาเอ่ยด้วยความข้องใจว่า เขามาช้าไปหรือเปล่า
“ ท่านอดีตแม่ทัพ เวลามันเปลี่ยนไปแล้ว ถึงท่านจะมากล่อมพวกเขายังไงแต่ว่าคนมันต้องกินข้าว จะให้เขาอยู่แบบอดๆ อยากๆ รอคอยไปเพื่อใครป้ายคำสั่งเคลื่อนทัพ ก็สูญหายไปนานแล้ว ถึงแม้ว่ามี พวกเขาก็ไม่ผู้นำอีกแล้วข้าว่าพวกท่านทำใจเสียเถอะ “ รองแม่ทัพจากละโว้พูดเท่านี้ก็เดินจากไป
“ ท่านแม่ทัพเมฆา ท่านแม่ทัพวรสิทธิ์เชิญเข้าไปได้” อาจารย์เมฆากับท่านสินธู เข้าไปด้านในทันที
“ พวกท่านจะมาบอกให้พวกเรารออะไรอีก “ ท่านแม่ทัพวรสิทธิ์เอ่ยก่อนทันที
“ แม่ทัพวรสิทธิ์ ท่านเป็ทหารของรัชทายาท ท่านไม่มีสิทธิ์ ที่เคลื่อนย้ายกองกำลังของรัชทายาท โดยไม่มีป้ายคำสั่งทหาร ท่านจะทำผิดกฏกองทัพไม่ได้” อาจารย์เมฆารีบเอ่ยเตือนทันที
“ ผิดกฏกองทัพหรือ ใครจะเอาผิดพวกเราได้ พวกเราอยู่กันอดๆ อยากๆ มาสิบกว่าปีพวกท่านคิดถึงพวกเราบ้างไหม ไม่ใช่แค่พวกเรา พ่อแม่พี่น้องลูกเมียพวกเขาไม่มีอะไรจะกิน พวกท่านจะให้เรารอใครอีก จะให้พวกเราอดตายกันหรือยังไง” ท่านแม่ทัพวรสิทธิ์เอ่ยด้วยความอึดอัดใจมานาน อาจารย์เมฆากับท่านสินธูก็ชะงักไป ให้คำตอบทันทีไม่ได้
“ แต่ว่าข้าได้ข่าวว่าาาละโว้ จะร่วมมือกับาาขอม สร้างาขึ้นมา ท่านจะยอมเป็เครื่องให้พวกเขาก่อา เข่นฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ได้หรือ”ท่านเมฆายังไม่ยอมแพ้
“ พวกเราเป็ทหารหากผู้นำให้ไปรบ พวกเราก็ต้องไปตามคำสั่ง ท่านเป็คนสอนพวกเราไม่ใช่หรือ เกิดเป็ทหารก็ต้องเชื่อฟังคำสั่งของผู้นำ”
“ แล้วรัชทายาทก็สั่งให้เ้าเคลื่อนทัพได้ก็ต่อเมื่อมีป้ายคำสั่งเท่านั้น ทำไมท่านไม่เชื่อฟังคำสั่งผู้นำ”
“ แล้วไหนล่ะผู้นำ คำสั่งจะมีผลได้ก็ต้องมีผู้นำ ข้าหลงเชื่อพวกท่านมาสิบกว่าปีพวกเราลำบากมาพอแล้ว พวกท่านไปเถอะ พรุ่งนี้ข้าจะนำพวกเขากลับไปขึ้นตรงต่อเมืองละโว้แล้ว” ท่านวรสิทธิ์ตัดสินใจแล้ว
“ ข้าคงยอมให้ท่านทำเช่นนี้ไม่ได้” อาอู่เดินเข้ามาพร้อมเพื่อนอีก 4 คนเดินตามหลังเข้ามา พร้อมกับทหารเฝ้าประตูเดินตามเข้ามาแบบไม่กล้าขัดขวาง
“ อาอู่ เ้ามาได้ยังไงเนี่ย” อาจารย์เมฆาใ อาอู่ยิ้มให้อาจารย์กับท่านสินธู
“ เ้าเป็ใครกล้าบังอาจนัก ทหารพวกเ้าปล่อยเด็กพวกนี้เข้ามาได้อย่างไร”ท่านวรสิทธิ์โมโหที่ทหารปล่อยคนเหล่านี้เข้ามา
“ ท่านแม่ทัพเขามีตราคำสั่งทหาร”
“ ว่าไรนะ” ท่านวรสิทธิ์ อาจารย์เมฆา กับ ท่านสินธูต่างร้องขึ้นพร้อมกัน
“ พวกท่านไม่ต้องใ เอาไปตรวจดูก่อนว่าใช่ตราคำสั่งใช่หรือไม่” อาอู่วางป้ายคำสั่งให้คนทั้งสามดู เพื่อนที่มาด้วยกันก็ใไม่แพ้กัน ต่างบ่นอาอู่ในใจ มีป้ายคำสั่งก็ไม่บอกกันบ้าง ปล่อยให้เดินทางมาด้วยใจที่เต้นระทึกมาตลอด
“ พวกเ้าไปตาม รองแม่ทัพทั้งสี่ กับท่านที่ปรึกษาทหารทั้ง 2 มาที่นี่ด่วน” ท่านวรสิทธิ์ะโสั่งทหารยามเสียงดังในขณะที่ จับป้ายคำสั่ง ที่ทำจากทองคำไว้ในมือ
อาจารย์เมฆากับท่านสินธูเดินเข้ามาหาอาอู่ แล้วกระซิบถามด้วยความดีใจ
“นี่เ้าไปเอาป้ายคำสั่งมาแล้วหรือ เ้ารู้ได้อย่างไรว่ามันอยู่ที่ไหน” อาจารย์เมฆาเอ่ยขึ้นด้วยความดีใจ แต่ก็สงสัย อาอู่พยักหน้าแล้วหันหน้าไปทางท่านสินธู
“ ข้าบอกเขาเอง แต่ไม่คิดว่าเขาจะไปเอามาได้เวลาพอเหมาะเช่นนี้” ท่านสินธูเอ่ยเบาๆ
“ ดีแล้ว แบบนี้ค่อยคุยด้วยง่ายขึ้นหน่อย อาอู่เ้าทำดีมาก” อาจารย์เมฆาเอ่ยชม
ขณะที่ทุกคนเฝ้ารอไม่นาน รองแม่ทัพทั้งสี่ และ ที่ปรึกษาทหารทั้งสองคนก็เข้ามาด้วยใบหน้าที่แตกตื่นใ ทุกคนต่างมองดูป้ายทองกันอย่างจริงจัง
“ ใช่แล้ว ท่านรัชทายาทรับสั่งก่อนกลับละโว้ หากท่านไม่ได้มาด้วยตัวเอง ให้ทำตามคำสั่งของคนที่มีป้ายทองคำสั่งเท่านัน แต่ว่าเด็กคนนี้น่ะหรือที่นำมา” ท่านที่ปรึกษาที่ 1 ท่านสุรินทร์ มองหน้าอาอู่อย่างสนใจ
“ พวกเราจะยอมทำตามคำสั่งเด็กตัวแค่นี้นะหรือท่านแม่ทัพ” รองแม่ทัพปฐีกล่าวด้วยความไม่ยินยอมพร้อมใจ รองอีกสามคนก็เห็นด้วย
“ แต่ว่าพวกเราจะกล้าขัดขืนคำสั่งของท่านรัชทายาทเชียวหรือ” ท่านที่ปรึกษาที่2ท่านสุนัย กล่าวด้วยความหวาดหวั่นใจ
“ ข้าจะไม่ยอมให้ใครที่ไหนไม่รู้จัก มาเป็ผู้นำง่ายๆอย่างนี้หรอก” ท่านแม่ทัพวรสิทธิ์ตัดสินใจแล้ว
“ ท่านคิดจะขัดคำสั่งรัชทายาทหรือ” อาจารย์เมฆาเอ่ยขึ้นด้วยความใ
“ รัชทายาทตายไปแล้ว พวกท่านอย่างมาอ้างคำสั่งนี้ หากท่านยังอยู่ ท่านต้องเข้าใจ เพื่อความอยู่รอดของของพวกเรา เชิญพวกท่านออกไปจากที่ซะ”ท่านแม่ทัพวรสิทธิ์เอ่ยแบบตัดสินใจเด็ดขาด
เพื่อนๆ อาอู่ กับ ท่านสินธูใกับการตัดสินใจของแม่ทัพวรสิทธิ์ ท่านเมฆาก็ได้แต่ถอนใจทำอะไรไม่ได้ แต่อาอู่ไม่คิดเช่นนั้น
“ พวกท่านคิดเช่นเดียวแบบแม่ทัพวรสิทธิ์ทุกคนหรือเปล่า” อาอู่เอ่ยเสียงเย็นๆแต่คนฟังแล้วขนลุกขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย แล้วอาอู่ก็หยิบดาบวิเศษ ประจำตัวออกมา ทุกคนมองมาด้วยดวงตาลุกวาว นี่มันดาบประจำตัวองค์รัชทายาทนี่
“ พวกท่านคงรู้จักดาบเล่มนี้ ท่านพ่อข้าเคยบอกว่า ใครขัดคำสั่งทหารให้บั่นหัวมันออกมาทันที พวกท่านคงจำคำสั่งนี้กันได้” จากนั้นอาอู่ก็ชักดาบออกมาแล้วฟันไปที่โต๊ะข้างแม่ทัพวรสิทธิ์ขาดเป็สองท่อนทันที ทุกคนในที่นี่ล้วนแตกตื่นใกันยิ่งขึ้นไปอีก ที่ได้ยินอาอู่พูดออกมา
“ เ้าเด็กน้อยเ้ากล้าชักดาบต่อหน้าแม่ทัพเชียวหรือนี่” รองแม่ทัพวายุเอ่ยขึ้นอย่างโมโห
“ ท่านวายุ ถ้าท่านกล้าก็ชักดาบออกมา ข้ารับประกันว่า 3 ท่าดาบสายน้ำไหลที่ท่านพ่อได้สอนท่าน ข้าจะสยบท่านได้เพียงท่าดาบเดียว” อาอู่พูดเสร็จแล้วมองไปที่รองแม่ทัพวายุ ที่กำลังใสุดขึด
“ นี่เ้ารู้เื่นี้ได้อย่างไร “ ท่านวายุไม่กล้าชักดาบออกมา
“ ท่านคือบุตรชายของรัชทายาทหรือ” ท่านแม่ทัพวรสิทธิ์เอ่ยถามทันทีที่หายใ
“ ข้าชื่อ วรชิต พ่อข้าคือรัชทายาทแห่งละโว้ เ้าชายวรเชษฐ์แม่ข้าคือเ้าแพรไหมแห่งล้านนา พวกท่านยังมีใครสงสัยอีกไหม” อาอู่กล่าวเสียงแข็ง
“ ข้าไม่เชื่อ ข้าขอทดสอบ เอาชนะข้าให้ได้ แล้วข้าถึงจะเชื่อ” รองแม่ทัพวายุตั้งสติได้ขอทดลองดูก่อน
“ ก็มาซิ” อาอู่เอ่ยเบาๆ แต่ฟังดูแล้วน่ากลัว รองแม่ทัพเดินออกไปที่ลานด้านนอก ทุกคนก็ตามไปดู
รองแม่ทัพวายุตั้งท่าดาบที่อาอู่เคยสอนให้เพื่อนๆ ทำให้เพื่อนๆแต่ละคนสงสัยกันไปกันใหญ่ รองแม่ทัพชักดาบแล้วฟันท่าทั้งหมด 3 ท่าเดียวกับที่อาอู่สอนให้เพื่อน
อาอู่แค่ใช้ดาบแทงตรงไปเท่านั้น แล้วสะบัดด้วยความรวดเร็วก็สะกิดมือที่รองแม่ทัพดาบหลุดออกจากมือทันทีแล้วถีบเข้ายอดอกไปนั่งติดกำแพงลุกไม่ขึ้น รองแม่ทัพอัคคีเห็นเช่นนั้นก็ะโเข้ามาลองด้วยเช่นกัน เจออาอู่ฟันทีเดียวดาบขาดออกเป็สองท่อน รองแม่ทัพอัคคีกระเด็นออกไปติดกำแพง รองแม่ทัพธารา ะโเข้าฟันเช่นกัน แต่อาอู่พุ่งเข้าประชิดแล้วถีบเข้ากลางอก หลบไม่ทันกระเด็นไปนั่งคู่กับรองแม่ทัพอัคคีอีกคน รองแม่ทัพธาราพุ่งเข้าต่อฟันด้วยความเร็วเช่นกัน สุดท้ายก็ถูกฟันดาบหักเป็สองท่อน แล้วอาอู่ก็ถีบเข้ายอดอก ลงไปนั่งพร้อมกัน ทั้ง สี่คน
“ ท่านแม่ทัพวรสิทธิ์ จะลองด้วยคนไหม” อาอู่เดินเข้ามาจ้องหน้าแม่ทัพวรสิทธิ์ซึ่งเวลานี้หน้าซีดพูดไม่ออก
“ เ้าชายวรชิต ท่านใจเย็นๆ ก่อน พวกเราแค่สงสัยเพราะเื่นี้มันกระทันหันพวกเราไม่มีใครล่วงรู้เื่นี้มาก่อนเลย” ที่ปรึกษาสุรินทร์เอ่ยอย่างนอบน้อม
“ ข้ามาที่นี่ด้วยคำสั่งของท่านอาจารย์ปู่ฤาษีสุกกทันต ให้มาจัดการกับกองทหารของท่านพ่อให้เรียบร้อย เวลานี้ท่านพ่อตายไปแล้ว ข้าไม่อยากบังคับใครหากใครพร้อมที่จะอยู่ ข้าก็จะเลี้ยงดูไม่ให้ลำบากอีกต่อไป แต่ถ้าไม่ก็ต้องออกไปจากที่นี่ซะ แต่ข้าขอเตือนไว้ก่อน หากข้ารู้ว่าใครในที่นี้นำเื่ที่ข้าเปิดเผยตัวออกมา ข้าจะฆ่ามัน 7 ชั่วโคตร ส่วนเมืองละโว้นั้น นับถอยหลังได้เลยข้าจะกลับไปแก้แค้น แล้วทวงของที่ควรจะเป็ของข้ากลับคืนมา” อาอู่ประกาศก้อง ทำเอาทุกคนในที่นี่หน้าซีดไปหมด ขนาดเพื่อนทุกคนอย่างหวาดเกรงอาอู่ไปด้วยเลย ทันทีที่อาอู่พูดจบ รองแม่ทัพทั้งสี่ ก็ก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับคุกเข่าพร้อมกันทันที
“ ข้าทั้งสี่น้อมรับคำสั่ง องค์ชายน้อย” รองแม่ทัพทั้งสี่เอ่ยขึ้นพร้อมกัน
“ ข้าก็เช่นกัน” ที่ปรึกษาทั้งสองก็คุกเข่าด้วยเช่นกัน แม่ทัพวรสิทธิ์ยังลังเลใจไม่รู้จะยังไงดี
“ องค์ชายน้อย ไม่ใช่ข้าไม่ภักดี แต่ข้าขอถามท่านข้อหนึ่ง ถ้าหากท่านได้กำลังทหารกองนี้ไป ท่านจะจัดการอย่างไร” แม่ทัพวรสิทธิ์ถามเพื่อความแน่ใจ
“ ข้าจะคัดคนให้เหลือเพียง 2,000 คน ไปประจำที่เกาะเมืองสยามและอีก3,000คนประจำการอยู่ที่นี ส่วนที่เหลือให้ปลดประจำการให้หมด แล้วจะสอนให้พวกเขาทำมาหากิน อยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งใคร ใน่ปีแรก ข้าจะจัดส่งเสบียงมาให้พวกเขาไม่ให้ขาด พวกเขาเหนื่อยมานานแล้ว จะได้พักผ่อนกันเสียที” อาอู่พูดอย่างที่ใจคิด
“ แล้วท่านคิดจะใช้คนเพียง 2,000 คนไปตีเมืองละโว้หรือ” ท่านแม่ทัพสงสัย