เส้นทางอสนีบาต - The Road Lightning

    ตอนที่ 89 เริ่มเปิดศึก

    สมาชิกหน่วยอัศวินมังกรที่ล้มลุกคลุกคลานอยู่ต่างลุกขึ้นมา และหันปลายอาวุธของตนไปที่ศัตรู ทันทีที่ฝุ่นควันถูกพัดออกไปจนหมด ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าทำให้ทุกคนตาเบิกโพลง หัวหน้าของพวกเขาถูกจัดการจนหมดสภาพไปแล้ว ถูกชายหนุ่มคนหนึ่งจัดการด้วยเวลาเพียงเวลาชั่วพริบตา และเมื่อชายหนุ่มคนนั้นกวาดสายตามามองที่พวกเขา พลังจิตข่มขวัญอันหนักอึ้งก็เข้าตามมาด้วย พลังจิตข่มขวัญนี้มันไม่ใช่สิ่งที่ใช้ขู่ไล่ให้พวกเขาหนีไป แต่ตรงกันข้าม มันตรึงพวกเขาเอาไว้อยู่กับที่ สมาชิกหน่วยอัศวินมังกรทั้งเก้าคนยืนตัวแข็งทื่อ เหงื่อที่แผ่นหลังไหลออกจนเปียกชุ่มไปหมด มือที่กุมอาวุธอยู่เปียกไปด้วยเหงื่อจนมันจะหลุดมือเสียให้ได้ แขนขาอ่อนแรงจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ อยากหนีใจจะขาดแต่ร่างกายกลับไม่ทำตามคำสั่ง บางคนที่เผลอไปสบสายตากับดวงตาสีฟ้านั่นถึงกับทรุดและคุกเข่าลง เป็นเรื่องปกติที่พอหัวหน้าถูกจัดการ ขวัญของลูกน้องจะกระเจิง ‘ไม่รอดแน่แล้ว!’ ในหัวของสมาชิกหน่วยอัศวินมังกรทุกคน ปรากฏคำนี้ขึ้นพร้อมๆ กัน

    ปึ้ง!!!

    ชั่วพริบตาเดียวแกรนด์เคลื่อนที่จากจุดเดิมไปปรากฏต่อหน้าชายคนแรก เขาชกเสยเข้าใต้ชายโครงของสมาชิกหน่อยอัศวินมังกรผู้โชคร้ายนั้นสุดแรง แม้ว่านี่จะเป็นเพียงแค่หมัดธรรมดาที่ไม่ได้ใช้ทักษะใดๆ แต่ก็เป็นพลังสูงสุดของแกรนด์ที่อยู่ในโหมดวอริเออร์ฟอร์ซ เขาสามารถสังหารศัตรูคนแรกได้อย่างง่ายดาย การจู่โจมนี้มุ่งตรงไปที่จุดสังหารอย่างแม่นยำ มันทำให้อวัยวะภายในของผู้ที่ถูกจู่โจมได้รับความเสียหายอย่างหนัก สมาชิกหน่วยอัศวินมังกรทุกคนมีระดับพลังพอๆ กับแกรนด์ นั่นคือ คลาส 6 ขั้นกลางจนถึงสูง แต่พลังของคนธรรมดาไหนเลยจะเทียบกับพลังของผู้เป็นร่างสถิตได้ แม้มองผิวเผินจากตัวชี้วัดปกติ ระดับพลังจะพอๆ กัน แต่ที่จริงแล้ว ความสามารถต่างกันราวฟ้ากับเหวในทุกๆ ด้าน

    ปึ้ง!!! ปึ้ง!!! ปึ้ง!!! ปึ้ง!!!

    แกรนด์พุ่งตัวไปจัดการคนอื่นๆ ด้วยความเร็วสูงสุด ไม่กี่วินาที สมาชิกหน่วยอัศวินมังกรทุกคนก็ถูกสังหารจนหมด ส่วนไวเวิร์นหมอกพิรุณที่พวกมันใช้เป็นพาหนะก็ลงไปนอนขดรวมกันด้วยความหวาดกลัว กลิ่นอายมังกรรุนแรงที่แผ่ออกมาตอนแกรนด์ปล่อยจิตข่มขวัญ ทำให้พวกมันที่มีสายเลือดมังกรไหลเวียนในร่างแค่ 1% กลัวจนตัวสั่น แกรนด์ปล่อยสายฟ้าฆ่าและเก็บซากของพวกมันทั้งหมดไว้ เพราะถ้าขืนปล่อยไป พวกมันคงบินกลับหน่วยอย่างไม่ต้องสงสัย เดลตันมองดูลูกน้องถูกสังหารด้วยความหวาดกลัว เขายังไม่ตาย ตอนที่ถูกบีบคออย่างรุนแรงจนขาดอากาศหายใจ ในขณะที่ผ่านจุดทรมานที่สุดและความตายกำลังจะพรากชีวิตเขาไป แกรนด์ได้คลายมือออกให้เดลตันหายใจอีกครั้ง จากนั้นก็เหวี่ยงร่างลงพื้น เสมือนว่าชายหนุ่มผู้นี้จงใจให้เขาดูการสังหารหมู่ลูกน้องของตน

    “เห็นความต่างชั้นระหว่างข้ากับพวกเจ้ารึยัง?”

    แกรนด์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงดุร้าย แต่มือของเขากลับบีบที่ลำคอของมันอีกครั้ง ซึ่งคำถามกับการกระทำนั้นตรงกันข้าม และเหมือนเขาจะไม่อยากรู้คำตอบของมันเลยแม้แต่น้อย เดลตันฟังสิ่งที่แกรนด์พูดพลันรู้สึกคุ้นๆ ว่าเขาก็เพิ่งเคยพูดไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน

    “ข้าคือ..สมาชิก..ภาคี..อัศวิน..ถ้า..ถ้าเจ้ากล้า..สังหารข้า..แฮ่กๆ ..เจ้าจะต้องตาย..ตายอย่างทรมาน..ที่สุด!”

    เดลตันเค้นเสียงก่อนจะพูดออกมาด้วยความยากลำบาก ซึ่งคำพูดนั้นเต็มไปด้วยคำขู่ เขารู้สภาพตนเองดี การยกบารมีชื่อเสียงมาข่มขู่เป็นความหวังเดียวในตอนนี้

    “ข้าไม่สนว่าเจ้าจะเป็นใคร แต่มันน่าหัวเราะตรงที่ คนอย่างเจ้ามีชีวิตจนอายุถึงปูนนี้แล้ว ยังมีหน้ามาอ้างชื่ออ้างตำแหน่งขู่เด็กอย่างข้า? เจ้าไม่รู้สึกอายบ้างรึไง? ไร้ความสามารถยังไม่พอ กลับไร้ยางอายเพิ่มเข้ามาอีก นี่หรอสมาชิกภาคีอัศวิน? สงสัยข้าจะประเมินเจ้าสูงเกินไปนะ”

    แกรนด์ถากถางเดลตันซ้ำจนเจ้าตัวพูดไม่ออก

    “แต่เอาเถอะ ข้าไม่สังหารเจ้าหรอก กลับไปบอกไอ้พวกบัดซบนั่น พวกที่อยากจับตัวข้านัก บอกมันแห่มาพร้อมให้กันหมด ข้าเบื่อพวกกระจอกและขี้เกียจฆ่าทีละคน!”

    “ขะ..ข้าจะไป..ข้าจะไปเดี๋ยวนี้!”

    เดลตันลนลานตะเกียกตะกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก พลังการฟื้นฟูร่างกายของนักรบคลาส 7 นับว่าเร็วมาก

    “ข้าบอกตอนไหนว่าจะให้เจ้ากลับทั้งอย่างนี้”

    พูดจบแกรนด์ก็นำเอามีดออกมาจากแหวนมิติ และปักไปที่ร่างอันกระเซอะกระเซิงของเดลตัน มีดนั้นปักไปที่รอยต่อกระดูกสันหลัง และตัดเส้นเอ็นผสานพลังที่อยู่ติดกับไขสันหลังอย่างแม่นยำ เอ็นที่เป็นต้นตอของพลังสายนักรบก็ขาดสะบั้นทันที ถ้าจะทำลายพลังฝึกของผู้ใช้เวทย์ต้องทำลายแกนเวทย์ แต่ถ้าจะทำลายพลังฝึกของนักรบ ต้องตัดเอ็นผสานพลังที่อยู่ภายในกระดูกสันหลัง หลังจากตัดเอ็นผสานพลังของเดลตัน แกรนด์ก็ตัดเอ็นข้อมือทั้งสองข้างและเอ็นขาข้างซ้าย เหลือทิ้งไว้เพียงแต่ขาขวาไว้เท่านั้น ตอนนี้เดลตันเป็นผู้ที่ไร้ซึ่งพลังและไม่สามารถฝึกพลังได้อีกแล้ว สมาญานามสมาชิกภาคีอัศวินที่ยิ่งใหญ่แห่งกลอเซนกลายเป็นอดีตไปแล้ว แกรนด์ริบทุกอย่างแม้แต่เสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ทุกชิ้น และใช้พลังจิตข่มขวัญฝังความหวาดกลัวในจิตใจ จากนั้นจึงถีบหัวส่งให้มันไปรายงานที่เมืองกลอเซน เดลตันเดินล้มลุกคลุกคลานจากไปอย่างยากเย็น เอ็นที่ขาของเขาข้างหนึ่งถูกตัดจนไม่สามารถทรงตัวเดินได้ปกติ ทั้งก่อนไปแกรนด์ยังมอบพลังเล็กน้อย เพื่อให้มันมีแรงพอที่จะกลับโดยไม่ตายกลางทางอีกด้วย ในตอนแรกแกรนด์กะจะฆ่ามันให้ตายคามือ แต่พอแตะที่ตัว แกรนด์พบว่าบนร่างกายของเดลตันมีตราผนึกบางอย่างอยู่ ตราผนึกที่โครงสร้างมันคล้ายๆ กับผนึกสายฟ้าของเขา แกรนด์รู้ได้ทันทีว่านี่คือตราสัญญาณ เมื่อมันตาย สมาชิกคนอื่นๆ ในภาคีคงรับรู้ได้ทันที ดังนั้นแกรนด์จึงไว้ชีวิตให้มันกลับไปส่งข่าว นี่เป็นวิธีที่จะหลอกไม่ให้พวกอยู่ในเมืองรู้ว่า หน่วยอัศวินมังกรที่ส่งมาถูกจัดการแล้ว กว่าเดลตันจะกระเสือกกระสนไปถึงเมืองก็คงจะใช้เวลาไม่น้อย พวกเขาก็มีเวลาอพยพรวมถึงตั้งรับศัตรูที่จะมาครั้งต่อไป

    “ขออภัยอย่างยิ่งที่พวกเราไม่อาจทำสิ่งที่นายท่านฝากฝังได้”

    “พวกเราเอามันไม่อยู่จริงๆ ถ้าหัวหน้ามาไม่ทันล่ะก็..”

    ไคลน์กับเวนไฮร์เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าสลด พวกเขาทั้งสองสู้เดลตันไม่ได้ และหน่วยอัศวินมังกรของมันก็ได้สังหารนักล่าคนอื่นๆ นับร้อย

    “พวกเจ้าถ่วงเวลาได้แค่นี้ก็ดีมากแล้ว พาคนเจ็บมารักษาก่อน นี่ไม่ใช่เวลามาสลด เดี๋ยวพวกมันคงแห่กันมาอีก เร็ว! ต้องเร่งมือแล้ว”

    แกรนด์เตือนสติทั้งสองให้นึกถึงสิ่งที่ควรทำอันดับแรกในตอนนี้ สบจังหวะกับที่เอเลน่า บ็อบ ครีทมาถึงพอดี ทั้งสามมองมาที่ป้อมหน้าหมู่บ้านด้วยสีหน้าสลด แม้จะคิดเผื่อเอาไว้แล้วว่าคงมีการปะทะกัน และคงเกิดความสูญเสีย แต่ไม่นึกว่าจะมากขนาดนี้ ร่างเปื้อนเลือดที่นอนเกลื่อนพื้นทำให้ไฟโกรธของพวกเขาลุกขึ้นมาด้วย สภาพบริเวณโดยรอบบอกอะไรได้หลายอย่าง ภายในหมู่บ้านเสียหายไม่มากเท่าไหร่ ดูแล้วน่าจะเป็นแค่ลูกหลงจากการปะทะเสียมากกว่า แต่ร่องรอยของการปะทะกันอย่างรุนแรง เกิดขึ้นบริเวณป้อมและกำแพงหน้าหมู่บ้าน ไคลน์กับเวนไฮร์นำกองกำลังทั้งหมดเข้าปะทะกับหน่วยอัศวินมังกรที่นี่ เพื่อให้ภายในหมู่บ้านเสียหายน้อยที่สุด นั่นเพราะชาวบ้านทุกคนอยู่ในหลุมหลบภัยใต้ดิน การให้พวกมันเข้ามาในหมู่บ้านมีแต่จะส่งผลเสีย ที่กำแพงเต็มไปด้วยเถาวัลย์หนามเลื้อยกระจายตลอดแนว นี่คงเป็นพลังของเซเนเรียที่ช่วยต้านศัตรูอีกแรง ป่านนี้พวกมันก็คงรู้ด้วยแล้วว่า ที่นี่มีดรายแอดส์

    “ให้ชาวบ้านทุกคนเก็บของเท่าที่จำเป็น ที่นี่ต้องกลายเป็นสมรภูมิแน่ ข้าจะให้พวกเขาไปหลบที่อื่นก่อน”

    “รับทราบ!”


    ...ปราสาทกลาง สภาขุนนางแห่งเมืองกลอเซน...

    ณ ห้องโถงแห่งหนึ่งภายในปราสาท สถานที่แห่งนี้คือห้องประชุมของเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ โต๊ะและเก้าอี้ถูกจัดเรียงไว้อย่างเรียบร้อย แม้แต่เจ้าเมืองเอง ยามที่เรียกประชุมเหล่าขุนนางก็ต้องใช้ห้องโถงแห่งนี้ด้วย ที่นี่เป็นเขตความลับสูงสุด และมีแต่บุคคลสำคัญเท่านั้นที่จะเข้ามาได้

    “ทำไมเดลตันยังไม่กลับมาอีก?”

    “นั่นสิ กำลังสอบสวนเชลยอยู่รึเปล่า?”

    “สอบสวนเองเนี่ยนะ? หมอนั่นคิดอะไรอยู่? จะเล่นก็รู้ควรจักขอบเขตบ้าง”

    “ข้าติดต่อเขาไม่ได้เลย มันยังไงกันแน่?”

    ภายในห้องประชุมมีขุนนางคน 7 คน พวกเขากำลังนั่งถกกันเรื่องหน่วยอัศวินมังกรที่เพิ่งส่งออกไป บางคนแสดงท่าทีหงุดหงิดที่เดลตันยังไม่แจ้งข่าวกลับมาเสียที แน่นอนว่าการส่งหน่วยอัศวินมังกรออกไปเป็นมาตรการกวาดล้างขั้นสูงสุด ซึ่งก่อนหน้านี้ส่งทหารหนึ่งพันคนออกไป ปรากฏว่าพ่ายแพ้อย่างย่อยยับกลับมา ทำให้พวกเขาคิดว่าประเมินพลังของหมู่บ้านที่เพิ่งก่อตั้งนี้ต่ำไปแล้ว ชนวนเหตุของการกวาดล้างครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อหลายเดือนก่อน มีขุนนางใหญ่บางคนใช้เส้นสายของตนเพื่อกีดกันการค้าของร้านเวสก้า ร้านอันดับสองของเมืองกลอเซน การบีบบังคับเช่นนี้หมายจะให้ร้านเวสก้า มอบสัมปทานการค้าชิ้นส่วนสัตว์อสูรให้กับอีกร้านซึ่งเป็นร้านอันดับหนึ่ง แต่ผิดคาด กีดกันได้ไม่นานร้านเวสก้าถึงกับประกาศขายร้านแล้วย้ายไปเอโดราสเสียดื้อๆ จากนั้นร้านเวสก้าก็ไปเปิดสาขากลอเซนไว้ที่หมู่บ้านนักล่า หมู่บ้านก่อตั้งใหม่ หมู่บ้านนี้เป็นหนึ่งในกำลังผลิตชิ้นส่วนสัตว์อสูรให้กับทางร้าน แต่การกลั่นแกล้งยังไม่จบ เพราะผู้ที่ชักใยอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ทั้งหมดคือ คูบริก เขาร่ำรวยมหาศาลจากการเป็นหุ้นส่วนกับร้านอันดับหนึ่ง เขาใช้อิทธิพลและอำนาจที่มีเพื่อผลประโยชน์ของตน เมื่อเขี่ยร้านเวสก้าให้พ้นทางได้ คูบริกก็ไม่คิดจะสนใจเรื่องนี้อีก จนกระทั่งลูกน้องของเขามารายงานว่า สาขาของร้านเวสก้าที่ไปเปิดใหม่ที่หมู่บ้านนักล่า ซึ่งจากข้อมูล หมู่บ้านแห่งนี้เป็นสถานที่ที่หมอฮาเวิร์ด พ่อของเอเล่าเดินทางเข้าๆ ออกๆ ที่นั่นบ่อยครั้ง ซึ่งเอเลน่าเป็นหนึ่งในคนที่อยู่กลุ่มเดียวกับแกรนด์ เป็นที่แน่ชัดว่าหมู่บ้านแห่งนี้ต้องมีอะไรที่เกี่ยวข้องกับเด็กพวกนั้นแน่ คูบริกจึงส่งคนแฝงตัวเข้าไปเป็นพ่อค้า โดยทำทีมาหาซื้อชิ้นส่วนสัตว์อสูร จากการเข้าไปตีสนิทและสอบถามชาวบ้าน ทำให้รู้ว่าหัวหน้าหมู่บ้านคือแกรนด์ นี่ยิ่งกระตุกต่อมความแค้นของคูบริกให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง ตอนที่เขาเดินทางไปค่ายเจ็ดดาว คูบริกถูกกลุ่มของแกรนด์ทำอับอายขายหน้าท่ามกลางสายตาของชาวบ้านนับร้อย ความแค้นในวันนั้นเขาไม่มีทางลืม และอีกอย่าง แมส ลูกชายของเขาเสียสติหลังจากที่เดินทางไปหมู่บ้านแห่งนี้ อคติกับความแค้นของคูบริก หลอมรวมกันจนทำให้เขาตัดสินใจทำบางสิ่ง เขาต้องการสั่งสอนเด็กเหลือขอพวกนั้นให้รู้จักที่ต่ำที่สูง โดยการทำลายหมู่บ้านของพวกมันอย่างแยบยล ให้พวกมันรู้ว่าเมื่อทำให้เขาโกรธจะเกิดอะไรขึ้น คูบริกมิใช่คนโง่ที่จะบุกไปถล่มหมู่บ้านด้วยกำลัง อย่างไรเสียเขาก็เป็นถึงขุนนางชั้นผู้ใหญ่ เป็นสมาชิกภาคีเวทย์แห่งกลอเซน แผนของเขาคือ การยืมมือกำลังหลักของเมืองเพื่อใช้บดขยี้หมู่บ้านอย่างชอบธรรม โดยการกล่าวหาว่าที่นี่เป็นแหล่งค้าของเถื่อน ซึ่งหลักฐานนั้น คูบริกได้เตรียมเอาไว้แล้ว และข้อมูลสำคัญที่ทำให้หมู่บ้านนักล่าเป็นอันตรายเทียบเท่ากบฏคือ เป็นแหล่งซ่องสุมกำลังคน นอกจากนั้นยังเลี้ยงดูอมนุษย์ไว้ใช้งานอีกด้วย หนึ่งในนั้นคือก็อบลิน ผู้ที่แฝงตัวอยู่รายงานว่าพบลูกก็อบลินอยู่ในหมู่บ้านด้วย ซึ่งเป็นหลักฐานชั้นดีเลยว่า หมู่บ้านแห่งนี้ใช้หญิงสาวเพาะพันธุ์ก็อบลินไว้ใช้งาน อีกทั้งหมู่บ้านยังอยู่ห่างจากเมืองไม่มาก ความอันตรายนี้จึงควรได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ ในตอนนี้เจ้าเมืองกลอเซนไม่อยู่ มาคัสกับดูเอลก็ตามเจ้าเมืองไปด้วย อำนาจการตัดสินใจจึงอยู่กับเคเซอร์ ผู้ที่เคยสยบโอเกอร์ในคราวก่อน เขาเป็นหนึ่งในสามขุนพล ผู้ที่แข็งแกร่งอันดับสามในเมือง เป็นรองแค่เพียงมาคัสกับดูเอลเท่านั้น วันนี้เคเซอร์เปิดประชุมเรื่องการกวาดล้างหมู่บ้านนักล่า ถ้านับรวมเดลตันด้วย ผู้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้มีทั้งสิ้น 8 คน จากจำนวนทั้งหมดคือ 20 คน ซึ่งการกวาดล้างหมู่บ้านเพียงแห่งเดียว ไม่ใช่เรื่องใหญ่ หรือมีความจำเป็นที่สมาชิกต้องมาเข้าร่วมกันทุกคน เวลาล่วงผ่านไปจนตะวันลับฟ้า ความมืดค่อยๆ คืบคลานปกคลุมแทนที่อย่างช้าๆ สมาชิกสภาที่รอข่าวจากเดลตันชักจะหมดความอดทนแล้ว และทันใดนั้นเอง ทหารคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

    “รายงานขอรับ! ท่านเดลตันบาดเจ็บสาหัสกลับมา ตอนนี้อยู่ที่ห้องฟื้นฟูพิเศษ!”

    “อะไรนะ?”

    เคเซอร์แทบไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ตนได้ยิน แต่เขาพร้อมกับสมาชิกคนอื่นๆ ก็มุ่งตรงไปที่ห้องฟื้นฟูพิเศษทันที สถานที่แห่งนี้เป็นห้องที่เอาไว้รักษา และฟื้นฟูบุคคลสำคัญที่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรง มันอยู่ไม่ไกลจากห้องประชุมเท่าไหร่ เมื่อเห็นสภาพของเดลตันทุกคนก็ตะลึงงัน ร่างกายที่ไร้ซึ่งพลัง ทั้งยังถูกตัดเส้นเอ็นจนพิกลพิการ ตามร่างกายยังมีบาดแผลจากการต่อสู้อีกหลายแห่ง โดยเฉพาะที่คอ ชัดเจนเลยว่าคนที่ทำจงใจไว้ชีวิตเขาไว้ ทหารตรวจการณ์ที่ป้อมทิศเหนือ เจอเดลตันกำลังตะเกียกตะกายมา จึงรีบพาเขามารักษา

    “ใครทำกับเจ้าแบบนี้? มันเป็นใคร!”

    ชายดูมีอายุคนหนึ่งตะโกนออกมาด้วยความเดือดดาล เขาคือ อันเดร พี่ชายของเดลตัน หนึ่งในสมาชิกภาคีอัศวิน และเป็นผู้นำหน่วยอัศวินมังกรแห่งกลอเซน ส่วนเดลตันที่พาคนของหน่วยไปนั้น เพราะได้รับคำสั่งจากพี่ชายอีกที

    “เจ้านั่น..เจ้านั่น”

    เดลตันตอบคำเดิมซ้ำไปซ้ำมา ดวงตาของเขาแสดงท่าทีหวาดกลัวเมื่อนึกถึงคนที่ทำให้เขาต้องอยู่ในสภาพนี้

    “คนอื่นในหน่วยล่ะ?”

    “ถูก..กำจัด..ไม่มีใครรอด..เจ้านั่นมัน..สัตว์ประหลาด!”

    “ท่าจะไม่ดีแล้ว”

    เคเซอร์เอ่ยขึ้นมาอย่างแผ่วเบาพร้อมกับครุ่นคิด บาดแผลตามร่างกายของเดลตันเกิดจากพลังของธาตุสายฟ้า รึมันจะเป็นคนเดียวกับชายในชุดคลุมที่เคยกำจัดคนของตระกูลต่างๆ?

    “ท่านเคเซอร์ ขอคำสั่งด้วยขอรับ ให้ข้าได้ออกไปล่าหัวมันเถอะ!”

    อันเดรทำความเคารพพร้อมกับส่งสายตาที่แข็งกร้าวแต่แฝงไปด้วยการอ้อนวอน เห็นน้องชายของตนอยู่ในสภาพนี้แล้ว อันเดรแทบอยากจะปรี่ไปที่หมู่บ้านนักล่าเสียตอนนี้เลย

    “ท่านอันเดร ท่านคารอน ไปกับข้า ที่เหลือรักษาการณ์ตามปกติ!”

    เคเซอร์ออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด

    “เดี๋ยวก่อนท่านเคเซอร์ เรื่องสนุกแบบนี้ข้าขอไปช่วยอีกสักคนสิ”

    คูบริกที่เงียบอยู่พักใหญ่เอ่ยขึ้นมา

    “ได้! ระวังตัวกันด้วย ไม่รู้ว่าพวกมันใช้วิธีไหนจัดการเดลตัน นอกจากเอเลน่า ทุกคนที่อยู่ที่นั่นกวาดล้างให้หมด!”

    เมื่อสั่งการเสร็จสิ้น ทั้งสี่ก็พุ่งทะยานออกไปทางหน้าต่างอย่างรวดเร็ว โดยทิศทางที่มุ่งไปนั้นคือหมู่บ้านนักล่า การเดินทางด้วยการเหาะของพวกเขาเร็วยิ่งกว่าใช้ม้าเสียอีก โดยทุกคนล้วนแต่เป็นผู้ฝึกพลังระดับแนวหน้าของเมืองกลอเซนทั้งสิ้น

    คูบริก น้องชายของดูเอล มาจากตระกูลฟูลตัน ตระกูลผู้สืบทอดพลังของเทพวิหคเพลิง ระดับพลังอยู่ที่คลาส 7 ขั้นสุดยอด ซึ่งอีกนิดเดียวก็จะเลื่อนคลาสแล้ว

    คารอน คือคนที่หมายจะชิงสมบัติโอเกอร์ แต่ถูกแกรนด์ใช้อุบายไล่ให้ออกไปจากโบราณสถาน มีพลังน้อยที่สุดในบรรดาทั้งสี่ ระดับพลังอยู่ที่คลาส 7 ขั้นสูง ซึ่งทั้งคูบริกและคารอนเป็นสมาชิกของภาคีเวทย์

    เคเซอร์ หัวหน้าการกวาดล้างในครั้งนี้ หนึ่งในสามขุนพลที่แข็งแกร่งที่สุดของเมืองกลอเซน มีพลังอันน่าสะพรึงแฝงอยู่ในร่าง เป็นผู้เด็ดหัวโอเกอร์ในครั้งนั้น ระดับพลังอยู่ที่คลาส 8 ขั้นกลาง

    อันเดร หัวหน้าหน่วยอัศวินมังกร ว่ากันว่าทั้งชีวิตของเขาอยู่ในสนามรบมากกว่าอยู่บ้าน เขาเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่เหาะเหมือนคนอื่นๆ แต่ใช้พาหนะ เนื่องจากลดการสูญเสียพลังได้มาก พาหนะของเขาคือไวเวิร์นหมอกพิรุณจ่าฝูง ความเร็วจึงไม่ได้ด้อยไปกว่าคนอื่นๆ ระดับพลังอยู่ที่คลาส 7 ขั้นสุดยอด อีกนิดเดียวก็จะเลื่อนคลาสเหมือนคูบริก โดยเซอร์กับอันเดรเป็นสมาชิกภาคีอัศวิน

    เดินทางไม่นานทั้งสี่ก็มองเห็นหมู่บ้านนักล่า แต่เหมือนจะผิดวิสัยไปหน่อย เพราะตอนนี้ทั่วทั้งหมู่บ้านจุดไฟสว่างไสวเอาไว้ หรือว่านี่จะเป็นกับดัก?

    “ข้าขอไปสำรวจแถวนี้หน่อย”

    คูบริกเอ่ยขึ้นและหายตัวไปในความมืด ทั้งที่ตอนนี้พวกเขาอยู่ห่างจากหมู่บ้านนักล่าถึง 3 กิโลเมตร ทางฝั่งของหมู่บ้านนักล่า แกรนด์ให้ทุกคนเก็บข้าวของจำเป็นอย่างเร่งด่วนตั้งแต่ตอนบ่ายแล้ว จากนั้นก็มีคำสั่งให้เดินทางไปหลบภัยที่ป่ามรณะกันก่อน โดยครีทและเหล่านักล่าที่เหลือเป็นผู้คุ้มกันให้ชาวบ้านเดินทางไปที่นั่น


    ...ปราสาทร้าง ป่ามรณะ...

    “สร้างเสร็จแล้ว”

    ไอริสเอ่ยขึ้นอย่างยินดีพร้อมกับปาดเหงื่อที่หน้าผาก เธออยู่ที่นี่เพื่อสร้างข่ายมายาขนาดใหญ่ ข่ายนี้ใช้เพื่อปิดกันตัวตนให้กับคนนับพันที่กำลังเดินทางมา ข่ายมายาจะทำให้ผู้ที่อยู่ภายนอกมองไม่เห็น ไม่ได้ยินเสียง และสัมผัสผู้ที่อยู่ภายในนี้ไม่ได้ การเตรียมการจึงนานพอสมควร และการรั้งมันไว้ก็ต้องใช้พลังมหาศาล เฟรย่าอยู่ไม่ห่างจากไอริสเพื่อคอยคุ้มกันองค์หญิงและชาวบ้านที่มาถึง สิ่งที่แกรนด์ต้องทำในตอนนี้คือ ถ่วงเวลาให้นานที่สุด เพื่อให้ชาวบ้านไปถึงที่นั่นอย่างปลอดภัย

    “มีคนซุ่มอยู่”

    เคเซอร์เอ่ยขึ้นขณะที่พวกเขาทั้งสามร่อนลงพื้น และขณะที่กำลังจะเดินเข้าไปสำรวจภายหมู่บ้าน เงาตะคุ่มๆ หลายคนก็เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วไปมารอบๆ บริเวณ คนเหล่านี้ใช้ประโยชน์จากแสงไฟเพื่อสร้างเงาจนทำให้ศัตรูสับสน

    เฟี๊ยว!

    ปิ้ง!!!

    ลูกเหล็กทรงกลมขนาดเท่ากำปั้นพุ่งออกมาจากมุมมืดในป่า อันเครชักดาบของเขาออกมาและฟันมันขาดเป็นสองท่อน จากนั้นเงาคนมากมายก็หยุดเคลื่อนที่และแยกกันไปคนละทาง

    “หลุมพรางแน่ๆ”

    คารอนเอ่ยขึ้นเป็นคนแรก พวกมันแยกออกเป็นสามทางโดยหลอกล่อให้ตามไป เพื่อที่จะแยกพวกเขาออกจากกัน มาไม้นี้แม้แต่คนปัญญาอ่อนยังรู้ว่าเป็นกับดัก

    “แยกตามไป”

    เคเซอร์ออกคำสั่งให้แยกตามเงาที่อยู่ใกล้ตนมากที่สุด

    “ชอบเล่นซ่อนแอบนักเหรอ? ข้าจะเล่นด้วยก็แล้วกัน”

    อันเดรที่คันไม้คันมือมานานพุ่งตามเงาในป่าไป การโจมตีเมื่อครู่มาจากเจ้านั่น ไม่ว่ามันจะเป็นใคร หรือจะมาแผนไหน สุดท้ายเขาจะจับพวกมันมากองรวมกันแล้วสังหารซะ ความแค้นเคืองก่อนหน้านี้พลันเพิ่มพลังและความกระหายการฆ่าให้เพิ่มขึ้นอีก ตามเข้าไปไม่นาน อันเดรก็พบว่าเขาถูกพามาที่โล่งกลางป่า ตรงหน้าเห็นเงาคนร่างใหญ่สวมชุดเกราะหนักยืนอยู่

    “เมื่อครู่เจ้าเองสินะที่โจมตีใส่ข้า? ฝีมือไม่เลวนี่ แต่ของแบบนั้นทำอะไรข้าไม่ได้หรอก”

    “อิมแพคพิสตอล!”

    ชายร่างใหญ่ไม่ตอบเป็นคำพูด เขาขว้างลูกเหล็กใส่อันเดรทันทีที่มาถึง กระสุนเหล็กที่หุ้มด้วยคลื่นพลังถูกขว้างออกไปด้วยความเร็วสูง อันเดรที่ไม่ทันตั้งตัว แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เขาสัมผัสได้ถึงอันตรายจึงโยกหัวหลบ ทำให้กระสุนเหล็กเฉียดใบหน้าของเขาจนเป็นแผลเล็กน้อย ก่อนหน้านี้ ที่บ็อบขว้างใส่เป็นแค่ลูกเหล็กขว้างด้วยกำลังธรรมดา แต่เมื่อครู่เป็นทักษะต่อสู้ ความรุนแรงจึงต่างกันมาก

    “ฮ่าๆ ๆ ๆ ยอดเยี่ยม! ต้องแบบนี้สิ โจมตีแบบนั้นอีก ข้าบอกให้เจ้าโจมตีมาอีก!”

    อันเดรตะโกนก้องพร้อมกับชักดาบออกมา กล้ามเนื้อขยายขึ้นเล็กน้อย พลังของเขาค่อยๆ ไต่ระดับเพิ่มสูงขึ้น ส่วนบ็อบก็นำอาวุธประจำกายออกมา ออร่าพลังสีแดงของเขาปรากฏขึ้น แรงกดดันที่ทั้งสองปลดปล่อยออกมาทำสัตว์อสูรที่อยู่บริเวณนั้นหนีตายกันจ้าละหวั่น


    “สงสัยข้าจะเลือกผิดทางซะแล้ว”

    คารอนถอนหายใจพลางพูดออกมาอย่างปลงตก เขาตามเงาคนที่อยู่ใกล้ตนที่สุดไป จนมาถึงโขดหินข้างลำธารอีกฟากในป่า เมื่อเห็นคู่ต่อสู้ที่อยู่ตรงหน้า ความตื่นเต้นของเขาหายไปเกินครึ่ง โคโบลด์ซอร์ต ฮอปก็อบลิน ถึงจะมีศัตรูสองคน แต่คารอนรู้ศักยภาพของคู่ต่อสู้ดี ถึงจะเป็นฮอบก็อบลินกับโคโบลด์ซอร์ตที่มีพลังขั้นสูงสุดของร่างนี้ ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาอยู่ดี ร่างวิวัฒนาการขั้นที่สองของพวกนี้ อย่างเก่งสุดมันก็แค่พอๆ กับพวกคลาส 6 เท่านั้น แต่เมื่อพวกมันอยากตายนักข้าจะสงเคราะห์ให้ก็แล้วกัน


    เคเซอร์ตามเงาที่แยกออกมาอย่างไม่เร่งรีบ จนในที่สุดก็มาถึงลานดินกว้างใหญ่ที่มีหินใหญ่น้อยตั้งอยู่ระเกะระกะ เบื้องหน้าของเขามีชายหนุ่มกับหญิงสาวคู่หนึ่งลอยอยู่บนอากาศ

    “เจอปลาตัวใหญ่ซะแล้ว ท่าทางข้าจะโชคดีที่สุดสินะ”

    “เปล่าเลย ที่ลุงกับพรรคพวกแยกไปเจอคนนั้นคนนี้ ไม่ใช่เพราะบังเอิญหรือการสุ่มมั่วๆ แต่มันอยู่ภายใต้การควบคุมของข้า..ทั้งหมด”

    คล้ายกับเรื่องเส้นทางอสนีบาต - The Road Lightning ที่คุณอ่าน

    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    627K 658
    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.40M 2022
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 2687