“ติ๊ง !”
ในดันเจี้ยนเมืองพุทธใต้ดินของเกมโทรศัพท์ โจวเหวินกำจัดดอกบัวหัวใจพุทธะไปมากเท่าไรไม่รู้ ในที่สุดก็เกิดผลึกดอกบัวหัวใจพุทธะขึ้นหนึ่งชิ้น
โจวเหวินรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เขาต่อสู้มาตลอดทั้งคืนจนเกือบรุ่งเช้า กลับไม่มีไข่ดอกบัวหัวใจพุทธะเกิดขึ้นสักฟอง ผลึกที่ได้รับมาก็ไม่ค่อยมีประโยชน์ มีแค่ผลึกดอกบัวพุทธะชิ้นนี้ที่อาจพอมีประโยชน์บ้าง
หลี่เสวียนไม่ได้บอกโจวเหวินว่าดอกบัวหัวใจพุทธะมีสกิลเป็นอย่างไร แต่ดูจากพลังของเมล็ดบัวที่พ่นออกจากดอกบัวหัวใจพุทธะแล้ว ก็อาจะเป็นสกิลประเภทอาวุธลับ
โดยทั่วไปแล้ว สกิลระดับธรรมดาไม่มีความสามารถในการปลดปล่อยพลังออกมา ต่อให้เป็นระดับตำนาน ก็มีแค่สกิลส่วนน้อยเท่านั้นที่สามารถปลดปล่อยพลังออกมา
ต่อให้เป็นสกิลประเภทอาวุธลับ ถ้าเป็นแค่ระดับธรรมดาก็ต้องอาศัยอาวุธจริงเป็นสื่อกลาง ไม่สามารถใช้ลมปราณก่อตัวเป็นอาวุธลับขึ้นมาเอง
หลังจากดูดซับผลึกดอกบัวหัวใจพุทธะ ก็มีพลังที่แปลกประหลาดไหลผ่านโทรศัพท์เข้าสู่ร่างกายของโจวเหวินอย่างรวดเร็ว
พลังของผลึกดอกบัวหัวใจพุทธะแตกต่างจากผลึกทั้งหลายที่โจวเหวินเคยดูดซับ พลังของมันอ่อนโยนราวกับสายน้ำอุ่นที่หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกาย แทรกซึมไปทุกซอกมุม สุดท้ายรวมเข้าสู่หัวใจ ทำให้การเต้นของหัวใจโจวเหวินหนักแน่นมีกำลังยิ่งกว่าเดิม
“ดูดซับผลึกดอกบัวหัวใจพุทธะ ตื่นรู้สกิลฌานจิต ระดับ 7”
โจวเหวินลองใช้ฌานจิตแล้วพบว่า มีกระแสอบอุ่นไหลออกจากหัวใจแล้วแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นไปทั้งตัว แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรอย่างอื่นเป็นพิเศษ
“ไม่แปลกใจที่หลี่เสวียนเอาแต่พูดว่าสัตว์เลี้ยงคู่หูดอกบัวหัวใจพุทธะร้ายกาจแค่ไหน แต่ไม่เคยพูดถึงสกิลของดอกบัวหัวใจพุทธะ ที่แท้มันก็ไร้ประโยชน์” โจวเหวินไม่ได้สนใจ เขาควบคุมมดกระดูกกลายพันธุ์กำจัดดอกบัวหัวใจพุทธะต่อไป
ขณะที่กำลังสังหารอย่างดุเดือด ทันใดนั้นก็มีเสียงปังดังสนั่นขึ้น น้ำในสระบัวพวยพุ่งขึ้นสูงสิบกว่าจั้ง ดอกบัวหัวใจพุทธะขนาดมหึมาที่บนกลีบดอกมีลายพุทธองค์โลหิตปางนั่งก็แหวกขึ้นจากผืนน้ำ
ไม่ทันรอให้มดกระดูกกลายพันธุ์ได้ทำอะไร ดอกบัวหัวใจพุทธะสีเลือดก็พ่นเมล็ดบัวสีเลือดออกมาสิบกว่าเม็ด พุ่งเข้าหามดกระดูกกลายพันธุ์
โจวเหวินเห็นว่ามดกระดูกกลายพันธุ์ไม่หวั่นเกรงต่อการกัดกร่อนของน้ำเลือด จึงสั่งให้มันปะทะเข้าใส่เมล็ดบัวสีเลือดโดยตรง
เมื่อเมล็ดบัวสีเลือดปะทะลงบนตัวมดกระดูกกลายพันธุ์ ก็ระเบิดเป็นน้ำเลือดจำนวนมาก ไหลชุ่มไปทั้งตัวมดกระดูกกลายพันธุ์ แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับมันเลย
มดกระดูกกลายพันธุ์พุ่งเข้าหาดอกบัวหัวใจพุทธะสีเลือดอย่างรวดเร็ว เมื่อเข้าใกล้ดอกบัวหัวใจพุทธะสีเลือดในระยะห้าถึงหกเมตร มันก็กระโดดขึ้น และใช้ขาที่คมกริบราวกับใบเลื่อยตัดไขว้ไปที่ก้านดอก
จากการสังเกตของโจวเหวิน ดอกบัวหัวใจพุทธะไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก ถึงแม้มันจะเป็นสิ่งมีชีวิตระดับตำนาน แต่ด้วยสกิลพรสวรรค์และพลังของมดกระดูกกลายพันธุ์ ก็น่าจะมีโอกาสตัดก้านดอกของมันขาด
เมื่อมดกระดูกกลายพันธุ์พุ่งไปถึงตรงหน้าดอกบัวหัวใจพุทธะ จู่ ๆ กลีบดอกบัวก็บานออกราวกับปากอสุรกาย กลืนมดกระดูกกลายพันธุ์เข้าไปในคำเดียว จากนั้นหุบกลีบดอกแล้วกลับกลายเป็นสภาพดอกบัวตูมอีกครั้ง
ในเวลาเดียวกัน โจวเหวินก็เห็นระบบแจ้งเตือนการตายของมดกระดูกกลายพันธุ์
เป็นไปตามคาด เมื่อกลีบดอกบัวบานออกอีกครั้ง ก็ไม่พบร่องรอยของมดกระดูกกลายพันธุ์แล้ว ไม่เหลือแม้กระทั่งเศษกระดูก
“ดอกบัวหัวใจพุทธะน่ากลัวจริง ๆ” โจวเหวินถึงกับอุทานเบา ๆ
เมื่อไม่มีมดกระดูกกลายพันธุ์แล้ว โจวเหวินก็ไม่สามารถบุกเข้าสระบัวเพื่อสังหารดอกบัวหัวใจพุทธะ ถึงแม้สัตว์เลี้ยงคู่หูในเกมจะฟื้นคืนชีพได้ แต่สัตว์เลี้ยงคู่หูก็ต้องฟื้นคืนชีพพร้อมกับตัวละครสีเลือด หมายความว่าตอนที่โจวเหวินหยดเลือดชุบชีวิตตัวละครสีเลือดอีกครั้ง สัตว์เลี้ยงคู่หูก็จะคืนชีพกลับมาพร้อมกัน
แต่ตอนนี้ตัวละครสีเลือดยังไม่ตาย หากจะให้ไปตายเพื่อเกิดใหม่ ก็จะสิ้นเปลืองเกินไป
โจวเหวินมองแผนที่ที่หลี่เสวียนมอบให้ จากนั้นควบคุมตัวละครสีเลือดไปยังเขตต้องห้ามของกองทัพกำหนดไว้ อย่างไรเสียก็ต้องตาย ถ้าอย่างนั้นก็ไปดูสักหน่อยว่าตรงนั้นมีความลึกลับอะไรอยู่
เมืองพุทธใต้ดินทั้งเก่าแก่ มืดมิด และอับชื้น มีซากปรักหักพังเต็มไปทั่วพื้นที่ อีกทั้งยังมีก้อนหินดินทรายมากมายกลิ้งหล่นลงสู่พื้น
หลังจากเข้าใจเขตต้องห้ามตามแผนที่ โจวเหวินก็เห็นสะพานหินแห่งหนึ่ง
บนราวสะพานหินทั่วไปจะสลักด้วยลวดลายนกกับดอกไม้ แต่บนสะพานหินนี้กลับสลักด้วยลวดลายเหินเวหามากมายหลากหลายสี
เหินเวหาหมายถึงเหล่าเทพเซียนที่โบยบินอยู่บนท้องฟ้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหญิงสาวที่สวมชุดที่พลิ้วบางโบกสะบัด ดูงดงามไร้ที่ติ
โจวเหวินดูเทียบกับแผนที่แล้วมั่นใจว่า หลังจากข้ามสะพานหินแห่งนี้ก็จะเป็นเขตต้องห้ามที่กองทัพกำหนดไว้ ซึ่งทหารเหล่านั้นก็ตายลงตรงอีกฟากของสะพานอย่างไม่รู้สาเหตุ
โจวเหวินแค่กำลังเล่นเกม จึงไม่ต้องกังวลขนาดนั้น เขาควบคุมตัวละครสีเลือดก้าวขึ้นไปบนสะพานกิน
ทว่าไม่พบความผิดปกติ ราวกับเป็นแค่สะพานหินธรรมดาทั่วไป ตัวละครสีเลือดข้ามไปยังอีกฝั่งของสะพานหินได้อย่างง่ายดาย
เขามองไม่ออกเลยว่าอีกฟากของสะพานเดิมทีเป็นสถานที่แบบไหน ทั้งสองฝั่งทางถูกหินทับถมจนเต็ม เหลือแค่ช่องแคบ ๆ ตรงกับสะพานที่พอให้คนหนึ่งคนผ่านเข้าไปได้
ที่ปลายสุดของช่องหินนั้นมีแสงไฟส่องริบหรี่ น่าจะเป็นอุปกรณ์ให้แสดงสว่างอย่างคบเพลิงหรือตะเกียงน้ำมัน
โจวเหวินมองไปที่ช่องหินอย่างละเอียด แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ จึงตัดสินใจควบคุมตัวละครสีเลือดเดินเข้าไปในช่องหิน มุ่งไปยังทิศทางที่แสงไฟส่องมา
ช่องหินสูงขึ้นเรื่อย ๆ โจวเหวินเพิ่งสังเกตเห็นว่าพื้นใต้เท้าน่าจะเป็นขั้นบันไดหิน แต่เพราะมีดินโคลนกับเศษหินมากเกินไป จึงกลบบันไดหินจนมองไม่เห็น
หลังจากเดินขึ้นไปอยู่พักหนึ่ง ก็มองเห็นบันไดหินที่โผล่ออกมา
โจวเหวินเดินไปหลายร้อยเมตรก็ยังไม่พบภัยอันตรายใด ๆ แต่เขายังคงไม่กล้าประมาท คอยสังเกตผนังหินทั้งสองฝั่งและบันไดหินที่อยู่ใต้เท้าอยู่ตลอดเวลา
แต่เดินมาตลอดทางไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริง ๆ ส่วนแสงไฟก็สว่างขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยความสว่างจากแสงไฟ โจวเหวินก็มองเห็นประตูภูเขาขนาดใหญ่โต
บนประตูภูเขามีแผ่นป้ายแขวนอยู่ ซึ่งแผ่นป้ายค่อนข้างเก่า สีแดงบนพื้นไม้แทบจะลอกออกจนหมดแล้ว ตัวอักษรก็เลื่อนรางมาก จากระยะนี้ไม่สามารถมองออกว่าเป็นตัวอักษรอะไร
โจวเหวินควบคุมตัวละครสีเลือดเข้าให้ประตูภูเขานั้นอย่างช้า ๆ ไม่นานนักก็เห็นชัดเจนว่าป้ายบนประตูภูเขามีอักษรสามตัวเขียวว่า ‘วัดพระเล็ก’
“วัดพระเล็กคืออะไร” โจวเหวินประหลาดใจเล็กน้อย เขาเคยได้ยินแต่วัดพระใหญ่ ไม่เคยได้ยินวัดพระเล็กมาก่อน
ขณะที่โจวเหวินกำลังครุ่นคิด หน้าจอเกมก็มืดดับลง เห็นชัดว่าตัวละครสีเลือดถูกปลิดชีพ
“ตายยังไง” โจวเหวินอดขมวดคิ้วไม่ได้ เขาจ้องตัวละครสีเลือดอยู่ตลอด แต่สังเกตไม่เห็นว่าตัวละครสีเลือดตายอย่างไร
เขาหยดเลือดชุบชีวิตอีกครั้ง ควบคุมตัวละครสีเลือดเข้าไปยังเมืองพุทธใต้ดิน ไปที่สระบัวก่อน หลังจากล่อดอกบัวหัวใจพุทธะสีเลือดออกมา มดกระดูกกลายพันธุ์ก็ถูกกำจัดอีกครั้ง
ส่วนตัวละครสีเลือดก็ไปวัดพระเล็กอีกรอบ สุดท้ายยังคงตายอย่างไม่รู้สาเหตุอยู่บนขั้นบันไดหินหน้าประตูภูเขา โจวเหวินเบิกตากว้าง มองอย่างละเอียดก็ยังดูไม่ออกว่า ตัวละครสีเลือดตายไปต่อหน้าต่อตาเขาได้อย่างไร
แต่โจวเหวินสามารถรับรู้ความรู้สึกการตายของตัวละครสีเลือดเหมือนกัน จังหวะที่ตัวละครสีเลือดตาย โจวเหวินก็รู้สึกว่าอวัยวะภายในทั้งหมดของตัวเองหดตัวลงอย่างรุนแรงพร้อมกัน