กำลังเสริมที่เย่อหยิ่ง
เมื่อเสร็จสิ้นการปิดด่านมาสองปีพลังของอู่หมิงก็เพิ่มขึ้นอย่างมากถึงแม้จะยังไม่ทะลวงระดับต่อไปได้แต่อย่างน้อยดวงจิตกระบี่ของอู่หมิงก็ใกล้จะทะลวงระดับสามแล้วและที่สำคัญระดับพลังของอู่หมิงก็อยู่จุดสูงสุดของปราณราชันขั้นต้นแล้ว"เอาละได้เวลาออกไปข้างนอกได้แล้ว" อู่หมิงที่ต่อสู้กับราชันสัตว์อสูรเสร็จแล้วก็กล่าวขึ้นทันทีอู่หมิงได้พาคนของตนกลับมาหอกระบี่ทันที ตอนนี้พลังของแต่ละคนเพิ่มขึ้นอย่างมากเพราะสองปีมานี้ทุกคนต่างฝึกฝนอย่างหนัก พวกเยี่ยฉี หานเจี่ย และซวงอี้ก็อยู่จุดสูงสุดของปราณนภาแล้วส่วนเจียงเฉิน จิงเสวี่ยนและอู่เซียงก็กลายเป็นราชันกันทั้งหมดแล้วเช่นกัน และในขณะที่พวกอู่หมิงกลับมาถึงเขาของตนในหอกระบี่ กลิ่นอายของจ้าวหอเฉินก็ปรากฎพร้อมกับมีเหล่าผู้อาวุโสหลายคนบินมาหาพวกอู่หมิงทันที"ไม่พบกันสองปีพวกเจ้ากลายเป็นราชันกันหมดแล้วงั้นหรือ" จ้าวหอเฉินกล่าวพร้อมกับมองพวกอู่หมิงด้วยความตื่นตระหนก"ท่านจ้าวหอก็กล่าวเกินไปพวกข้ายังไม่เป็นราชันเลย" หานเจี่ยกล่าวยิ้มอย่างขมขื่น"แต่ก็คงอีกไม่นานใช่ใหมละ" ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าวด้วยรอยยิ้ม"จ้าวหอเฉินมาที่นี่มีธุระอะไรกับข้าหรือเปล่า" อู่หมิงกล่าว"อืม ในช่วงสองปีมานี้การเคลื่อนใหวของพรรคอธรรมเริ่มเด่นชัดขึ้น และเมื่อ 1 ปีก่อนเบื้องบนส่งข้อความมาว่า พรรคอธรรมที่ทวีปศูนย์กลางได้ส่งศิษย์ระดับราชันขั้นสูงสุดมาเป็นกำลังเสริมให้กับกองกำลังพรรคอธรรมของทวีปมืด" จ้าวหอเฉินกล่าว"เรื่องจริงงั้นหรือ" อู่หมิงกล่าว"แน่นอนเพราะงั้นเบื้องบนจึงได้ส่งศิษย์ของทางฝั่งเรามาด้วยเช่นเดียวกันซึ่งพวกเขาก็พึ่งจะมาถึงได้ 1 เดือนแล้ว" จ้าวหอเฉินกล่าว"แล้วมันไม่ดีงั้นหรือ หืมทำไมพวกท่านทำสีหน้าแบบนั้นละ" อู่หมิงกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว"คือ....เรื่องนี้ค่อนข้างจะพูดยาก แบบว่าตั้งแต่ศิษย์พวกนั้นมาถึงก็เริ่มวางอำนาจและบางคนก็เริ่มที่จะก่อเรื่องใหญ่ขึ้นและเมื่อไม่นานมานี้ศิษย์ที่นามเฉินเซียงได้ตามตื้อเสวี่ยอิน แต่เสวี่ยอินไม่สนใจพวกนั้นจึงใช้กำลังรังแกเสวี่ยอินเข้าและตอนนี้่เสวี่ยอินก็ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยและไม่มีข่าวของนางอีกเลย" อาจารย์ของเสี่ยอินกล่าวด้วยน้ำเสียงโกรธแค้น"โอ๊ะ โอ๋ พวกเจ้าอยู่ที่นี่เองงั้นหรือ " ในตอนนั้นเองที่เสียงที่เย่อหยิ่งดังขึ้นพร้อมกับปรากฎชายหนุ่ม 7 คนหญิง 3 คนสวมชุดสีขาวซึ่งมีสัญลักษณ์รูปกระบี่อยู่เห็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้เป็นศิษย์ของหอกระบี่โบราณที่ถูกส่งตัวมาอู่หมิงกวาดสายตาไปยังคนเหล่านั้นก่อนจะประเมิณพลังของแต่ละคนซึ่งอู่หมิงก็ต้องตกใจเพราะพลังของแต่ละคนล้วนอยู่ระดับราชันขั้นสูงถึง7 คนและมีสามคนอยู่จุดสูงสุดของราชัน"โอ้ ข้าไม่คิดเลยว่าในที่แบบนี้จะมีสาวงามอยู่อีก 2 คน ไม่เลวๆแบบนี้คงแก้เบื่อไปได้อีกสักพักใหญ่" ชายหนุ่มที่อยู่จุดสูงสุดของปราณราชันกล่าวพร้อมกับจ้องมองไปยังเรือนร่างของจิงเสวี่ยนและอู่เซียงด้วยสายตาเต็มไปด้วยราคะ"อย่าได้เสียมารยาทเจ้าไม่รู้หรือว่าพวกเขาเป็นใคร" จ้าวหอเฉินกล่าวด้วยความโกรธ"เหอะ ในสถานที่ต่ำต้อยเช่นนี้จะมีใครมีอำนาจไปมากกว่าข้าอีกงั้นหรือ ฮ่า ฮ่า ฮ่า" ชายหนุ่มคนนั้นกล่าวอย่างเย้ยหยัน"เขาคือลูกหลานของเซียนกระบี่ไร้รัก ถ้าเจ้ายังไม่อยากให้ตระกูลเฉินของเราต้องพบเจอหายนะก็อยู่ให้ห่างๆพวกเขาไว้" จ้าวหอเฉินกล่าวข่มขู่"เหอะ เป็นแค่คนที่ถูกเนรเทศออกจากตระกูลยังคิดจะมาสั่งสอนข้าอีกงั้นหรือ" ชายหนุ่มคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย"นี่เจ้า!!!!!!!!!!!" จ้าวหอเฉินรู้สึกโกรธอย่างมาก"ไม่ต้องไปสนใจเจ้านั่นไปนำตัวหญิงสาวสองคนนั้นมา" ชายหนุ่มแซ่เฉินกล่าวกับคนของตนทันทีแต่ในชั่วพริบตาที่คนของชายหนุ่มแซ่เฉินกำลังพุ่งเข้ามากระบี่เจี้ยนเฟิงที่อยู่ข้างหลังอู่หมิงก็ลอยออกจากฝักและพุ่งเข้าไปตัดแขนคนของชายหนุ่มแซ่เฉินทันที"อ๊ากกกกกกกกกก"คนของชานยหนุ่มแซ่เฉินกรีดร้องอย่างเจ็บปวด ชายหนุ่มคนนี้เป็นถึงราชันระดับสูงกลับถูกอู่หมิงฟันแขนขาดด้วยกระบวนท่าเดียวเรื่องนี้ทำให้ศิษย์ของหอกระบี่โบรารที่เห็นพากันตื่นตระหนกและหวาดกลัว"นี่เจ้ากล้าทำร้ายศิษย์ของหอกระบี่โบราณ พวกเราฆ่ามันเจ้านี่มันเป็นกบถ" ชายหนุ่มแซ่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาศิษย์คนอื่นๆก็เตรียมเคลื่อนใหวแต่ในตอนนั้นเองที่ด้านหลังของอู่หมิงปรากฎอสรพิษสีดำทมิฬขนาดใหญ่กลิ่นอายของครึ่งก้าวสู่ปราณจักรพรรดิถูกปลดปล่อยออกมา แรงกดดันของสายเลือดกดทับลงมาทำให้ศิษย์ของหอกระบี่โบราณกลายเป็นหน้าซีด"ถ้านี่เป็นการช่วยเหลือของหอกระบี่โบราณละก็ ถ้างั้นพวกเจ้าก็กลับไปเถอะ พวกเราไม่ต้องการ" อู่หมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา"ข้าคิดไว้แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่คนของทวีปศูนย์กลางมาเยือนทวีประดับต่ำก็มักจะแสดงสันดานเลวทรามแบบนี้ออกมา เหอะบอกตามตรงหลายร้อยปีมานี้ข้าเห็นเจ้าพวกที่เป็นแบบนี้มาเยอะและก็ฆ่ามาเยอะแล้วเช่นกัน" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาแต่จิตสังหารของเสี่ยวฮุ่ยกลับทำให้ใบหน้าของชายหนุ่มแซ่เฉินกลายเป็นตื่นตระหนก"นี่เจ้าเป็นใครกันแน่" ชายหนุ่มแซ่เฉินกล่าวกับเสี่ยวฮุ่ย"ข้าคือผู้พิทักษ์ที่ท่านเซียนกระบี่ไร้รักส่งมาเพื่อคุ้มครองลูกหลานของท่านที่มีพรสวรรค์เหนือกว่าเจ้าคนนี้ และสิ่งที่เจ้าได้ทำมาทั้งหมดข้าได้รายงานไปให้ท่านเซียนได้รับรู้แล้ว คงอีกไม่นานเมื่อท่านเซียนได้รับรู้ก็คงจะไปเยือนตระกูลเฉินของเจ้าด้วยตัวเองและเมื่อถึงตอนนั้นข้าเองก็อยากจะรู้หรือไม่ว่าตระกูลเฉินจะยังปกป้องเจ้าหรือเปล่า" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวข่มขู่"นี่เจ้า!!!!!!!!!!" ใบหน้าของชายหนุ่มแซ่เฉินกลายเป็นตื่นตระหนกก็จริงที่ว่าทางหอกระบี่ได้มอบภารกิจมาให้ศิษย์ที่มีการฝึกฝนอยู่ระดับราชั้นขั้นสูงและขั้นสูงสุดและภารกิจคือให้มาเป็นกำลังเสริมของหอกระบี่ที่ทวีปเทียนลู่แห่งนี้ ตัวเขาที่มีพรสวรรค์ระดับปานกลางและไม่โดดเด่นจึงขอรับภารกิจนี้มาเพื่อที่จะให้คนในตระกูลให้ความสนใจตนบ้าง และเหนือสิ่งอื่นใดใรทวีประดับต่ำแห่งนี้เขาสามารถทำตัวเหมือนจ้าวผู้ปกครองทวีปได้----------------------------------------------------------------------------------------------------------------