Pioneer Era

    ตอนที่ 73 ลูกครึ่งภูติที่กำลังมีความรัก

    วันที่ 30 เอนมูว์ทัวร์

    ณ ห้องประชุมที่ปราสาทของราชินีแฟต

    “เหนื่อยเจ้าหน่อยนะฮอร์เนส”

    “ไม่เป็นไรครับ”

    “ถ้ารู้ตัวว่าใช้งานโหด วันหลังก็ใช้ขุนศึกของตัวเองสิยะ ราชินีแฟต”

    “ฮะ ฮะ ฮะ ขอโทษด้วยนะ ราชินีโอเปอร์ แต่ถ้าฉันส่งสเลบไปคุ้มครองลูกสาว มีหวังทุกคนคงรู้หมดแน่ว่าฉันตั้งใจจะปั้นใครขึ้นมารวมอำนาจของ 5 อาณาจักรเผ่ามนุษย์มดกันพอดีสิ ถ้าเป็นฮอร์เนสของเธอที่เป็นอาจารย์สอนวิชาการต่อสู้ของโรงเรียน มันคงไม่แตะตาหรอกใช่ไหมละ? ”

    “นั่นมันก็จริงอยู่…”

    เหล่าราชินีทั้งห้าต่างเริ่มเปิดฉากพูดคุยอย่างเป็นกันเอง โดยมีที่นั่งฝั่งตรงข้ามเป็นภาพโฮโลแกรมของคณะรัฐบาลที่อยู่ในทวีปคริสตัล

    เป็นองค์ประชุมที่ไม่ต่างไปจากการประชุมของวันที่ 17 ที่เคยผ่านมาแล้ว

    “แต่ว่า... ข้านะเห็นเต็มสองตาเลยว่ามีคนยิงกระสุนใส่ลูกของท่านจากเหตุการณ์วุ่นวายเมื่อวันก่อน คิดว่าจะรวมอาณาจักรทั้ง 5 เข้าด้วยกันสำเร็จจริง ๆ หรือครับท่านแฟต? ”

    ฮอร์เนสถามราชินีแฟตด้วยใบหน้าที่เหนื่อยล้า

    หากมองให้ดี จะพบว่าเขามีแผ่นแม่เหล็กแก้ปวดติดไปทั่วตัวอยู่ใต้เสื้อสูทสีดำของเขา

    “ยากอยู่ แต่ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้จริงไหม? มาใช้อำนาจของราชินีกับช่วงชีวิตที่เหลืออันน้อยนิดของพวกเราให้เป็นประโยชน์กันดีกว่าเถอะทุกคน”

    ราชินีแฟตตอบทุกคนในที่นี้ด้วยรอยยิ้ม



    “ที่เรียกมาวันนี้ไม่ใช่อะไร แต่เป็นเพราะจะมาปรึกษากันเรื่องวิธีรับมือตัวตนที่ชื่อว่า [โนอาร์] กัน”

    แฟตเริ่มเปิดการประชุม พร้อมกับใช้แขนข้างหนึ่งชี้ออกไปทางหน้าต่างบานใหญ่ขนาดสี่เมตรตรงหน้า

    [เมืองหลวงของเผ่ามนุษย์สัตว์] - ใจกลางทวีป

    [หุบเขาสีชาด] -ทิศตะวันออกเฉียงใต้

    [ป่าเส้นด้ายดำ] - ตะวันออกเฉียงเหนือ

    [ถ้ำดอกบัวเฮเดส] - ทิศตะวันตกเฉียงใต้ของทวีป

    และล่าสุด [บึ่งมรกต] - ทิศตะวันตกของทวีป

    นี่คือรายชื่อดินแดนที่มีหอคอยสีขาวลึกลับปรากฏขึ้นเหนือแผ่นดิน

    “อย่างที่รู้กัน ว่าสัญญาที่พวกเราทำกับแม่หุ่นยนต์แมวที่ชื่อ [โนอาร์] ในวันที่ 18 ที่ผ่านมา คือการที่ต่างฝ่ายต่างวางตัวเป็นกลางต่อกัน โดยพวกเราต้องช่วยสนับสนุนให้ [ไพไรต์] ขึ้นมาปกครองเผ่ามนุษย์สัตว์ หากทำได้ เธอจะมอบความลับของทวีปนี้ให้กับพวกเราทั้งหมด”

    ราชินีแฟตหยุดพักหายใจ แล้วฉายภาพถ่ายของหอคอยสีขาวเหยียดฟ้าขึ้นมาบนหน้าจอภายในห้อง

    “แต่ทว่าวันก่อน จากเหตุการณ์ปราบ [อะบอม] ที่ได้กลายเป็นนรกของพวกนักเรียนไปอย่างน่าเศร้า จากคำให้การของฮอร์เนส ถึงภายนอกจะดูเป็นมิตรตอนนี้ แต่ถ้าดูให้ลึกถึงขางใน จะพบว่าความจริงโนอาร์ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการปกป้องพวกเราเลยแม้แต่น้อย เธอไม่มีความสนใจต่อชีวิตของเผ่าพวกเรา แม้แต่พรรคพวกของลูกสาวฉันที่เรียกได้เต็มปากว่าเป็นเพื่อนเธอ เธอก็ไม่สนใจเช่นกันค่ะ เมื่อรวมกับเหตุการณ์ที่มีหอคอยฝุดขึ้นเพิ่มขึ้นมาเมื่อวานอย่างลึกลับ ประกอบกับการที่เป็นหุนยนต์ระดับมีความนึกคิดเป็นของตนเอง เลยทำให้คิดว่าพวกเราควรหามาตรการตอบโต้เจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้กันได้แล้วค่ะ”

    แฟตพูดสรุปเนื้อหาโดยรวมให้กับทุกคน

    “ทุกท่านค่ะ [โนอาร์] หุ่นยนต์โบราณตัวนี้ พวกเราเชื่อใจเธอไม่ได้อีกต่อไปแล้วค่ะ”



    ในเวลาเดียวกัน

    ***ภูติน้อยที่มีความรัก [ลิลลี่ออฟซิเดียน]

    ตอนนี้ฉันกำลังพบกับเรื่องที่ทำใจลำบากที่สุดในชีวิต

    กรี๊ดดด~

    นั่นคือ---

    กรี๊ดดดดดด~ แล้วก็ กรี๊ดดดดดดดดดดดด~

    ---ฉันไม่สามารถมองหน้าของเพื่อนฉัน มองหน้า [โฮป] คนนั้นตรง ๆ ได้...

    พอฉันหันหน้าไปมองโฮปที่นอนอยู่เตียงผู้ป่วยข้าง ๆ ในตอนนี้ ฉันก็---

    กรี๊ดดดดดด~ ขึ้นมาในใจอีกสักรอบ...



    หลังจากผ่านเหตุการณ์ในวันนั้น พวกเราก็ถูก ผอ. บานา พาขึ้นรถกลับมาที่เมือง

    นักเรียนส่วนใหญ่ถูกพาตัวไปรักษา ซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงพวกเราสองคนด้วย

    แต่เพราะว่าทั้งฉันกับโฮปทำตัวบ้าบิ่นกระโดดไปใจกลางวงศัตรู แถมโฮปยังฝืนตัวเองใช้อาวุธรังสีในระดับสูงสุดโดยไม่สนใจร่างกาย พวกเราจึงโดนลงโทษด้วยการให้รับการรักษาแบบสมัยก่อนแทน

    พูดง่าย ๆ คือได้รับการรักษาแบบค่อยเป็นค่อยไป จนต้องมานอนติดเตียงอย่างที่เห็นในตอนนี้…

    ถ้าเข้าแคปซูลรักษานะ แปบเดียวก็สามารถกลับมาเดินได้แล้ว ดอง~



    อาการบาดเจ็บของฉันส่วนใหญ่เกิดจากที่ฝืนใช้พลังภูติจนเกินลิมิต เลยต้องนอนเดี้ยงติดกันมา 5 วันแล้ว

    มาคิดดูตอนนี้ ท่านแม่นี่สุดยอดจริง ๆ ที่สามารถทำเรื่องพวกนี้ได้โดยที่ตัวเองไม่หมดสภาพไปก่อนเนี่ย

    ส่วนโฮปนั้น เพราะฝืนจนร่างกายพัง เลยต้องรับการผ่าตัดใหญ่หลายครั้ง จนพึ่งจะกลับมาขยับร่างกายได้ [นิดหน่อย] ในวันนี้

    แล้วอย่างที่บอกว่าพวกเราโดนสั่งห้ามใช้เทคโนโลยีปัจจุบันในการรักษา เลยต้องรอให้ร่างกายค่อย ๆ ฟื้นตัวกลับมาเองตามธรรมชาติอย่างที่เห็นนี่แหละ

    สรุปเลยต้องนอนติดเตียงด้วยกันทั้งคู่ ในห้องเดียวกัน ในตอนช่วงเวลาที่ฉันเริ่มมี [ความรู้สึกบางอย่าง] ให้กับเขา

    ซึ่งไม่อยากจะยอมรับ แต่ก็ต้องยอมรับมัน

    ว่าฉันกำลังเริ่มรู้สึก… ระ….ระ…. [รัก] ….

    ว่าแล้วก็ขอ กรี๊ดดดดดดดดดด~ อีกสักรอบ



    ทั้งหมดเป็นความผิดของโฮปที่ทำให้ฉันรู้สึกแบบนี้ดอง!

    ถ้าวันนั้นมันไม่ทำเรื่องน่าอายขนาดนั้น ฉันก็คงไม่ต้องรู้สึกเขินแบบนี้หรอกดอง!

    ถูกเขาใช้ร่างกายโอบอุ้มอย่างอ่อนโยน เป็นโล่คอยปกป้องฉันในช่วงที่ไร้ซึ่งการป้องกัน ในสภาพที่ฉันตัวเปล่าเปลือยมีเพียงแค่ผ้าคลุมตัวบางของเขาห่อหุ้มกาย----

    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด (ดอ-เด็ก ล้านตัว) !

    มันจะน่าอายไปแล้วดอง!

    แถม…

    ฉันจ้องมองไปที่แฝงหน้าอกของโฮป

    ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะมีกล้ามที่แข็งแรงบึกบึนสมชายชาตรีได้ขนาดนี้

    เพราะเคยสัมผัสโดยตรงด้วยร่างกายของตัวเองมาแล้ว เลยทำให้ฉัน---

    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด! นี่ฉันคิดอะไรอยู่กันเนี่ยดอง!?



    “ซู๊ดดดดด”

    สูดลมหายใจเข้า~ ดอง~

    “ฮ่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาา”

    สูดลมหายใจออก~ ดอง~

    ทำสมาธิเพื่อตัดกิเลสเรียบร้อย! ดอง! จงตัดความรู้สึกของตัวเองทิ้งไปซะ! ดอง!

    “นี่เธอ… เห็นทำตัวเพี้ยนตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ”

    “เหวอออ!? ตื่นตั้งแต่ตอนไหนนะโฮป! ดอง! ”

    “ตั้งแต่ตอนที่เธอสูดลมหายใจเข้าออกนั่นละ”

    ตอนที่ฉันกำลังทำตัวติ๊งต๊องอยู่เมื่อกี้นะหรือดอง!?

    ว่าแล้วอุณหภูมิบนใบหน้าก็เริ่มแดงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ---



    ไม่สิ สาเหตุมันก็รู้ ๆ กันอยู่ดอง

    นั่นคือฉันไม่อยากให้เขาเห็นด้านบ้า ๆ บอ ๆ ของฉันนั่นละ…

    ทะ… ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้…

    ฉันรีบเอาหน้าซุกหมอนแล้วเอาผ้าห่มมาคลุมโป่งตัวเอง เพราะไม่อยากให้เขาเห็นว่าตัวเองกำลังหน้าแดงเป็นลูกตำลึง

    “สะ… สภาพของนายเป็นยังไงบ้างโฮป? ดอง~”

    “กลับมาขยับแขนได้แล้ว แต่ยังหายใจลำบากอยู่… แล้วก็ยังมีก้อนมะเร็งที่ต้องผ่าออกอีกสองรอบ ก็น่าจะหายสนิทแล้ว”

    “ยะ...อย่างงั้นหรือ รักษาหายได้ก็ดีแล้วละดอง~”

    “อืม… โชคดีที่ทางโรงเรียนจ่ายค่ารักษาทั้งหมดให้ ไม่งั้นผมคงไม่มีปัญญาจ่ายค่ารักษาจนนอนเน่าตายไปแล้วแน่”

    “...”

    โฮปพูดอย่างเลือนลอยพร้อมกับมองผ่านออกไปทางหน้าต่าง

    ก่อนจะพึมพำออกมาเบา ๆ ว่า

    “ (ความจริงตายไปเลยคงดีกว่านี้…) ”

    กะ… เกิดอะไรขึ้นกับเขากันดอง?

    ความเศร้าที่เขากำลังเผชิญอยู่มันคืออะไรกัน? ดอง...



    แบบนี้ต้องรีบเปลี่ยนบรรยากาศดอง!

    “ฮะ… โฮป! จริงสิ นายเห็นสภาพของไฮเจนเมื่อวานหรือยัง!? หมอนั่นกลายเป็นผู้หญิงเต็มตัวไปแล้วนะ ฮะ ฮะ ฮะ ดอง~”

    ทุกคนมาเยี่ยมอาการของพวกเราเมื่อวานตอนบ่ายกัน

    พรุนยังคงดูเศร้ากับการจากไปของพี่ชาย เลยทำให้การเยี่ยมเมื่อวานมีบรรยากาศหม่นหมองพอสมควร

    แต่อย่างน้อยแค่เธอมีน้ำใจมาเยี่ยมพร้อมกับฝืนยิ้มให้พวกเรา มันก็สุดยอดแล้วละดอง

    ทว่าคนที่สุดยอดจริง ๆ คือไฮเจน

    [เขา] ได้กลายเป็น [เธอ] เต็มตัวไปแล้ว

    ไฮเจนได้กลายเป็นสตรีที่มีผมสีแดงยาวนุ่มสวยงาม มีหน้าอกกับร่างกายแสนเย้ายวนใจ จนไม่น่าเชื่อว่าไม่กี่วันก่อนยังมีร่างกายเป็นผู้ชาย

    สมกับเป็นหนึ่งในเรื่องลึกลับของเผ่ามนุษย์นก

    เรียกได้ว่าฮอร์โมนเพศหญิงของพวกเขาทำงานดีจริง ๆ ดอง

    พอถามว่า “จะผ่าตัดเพื่อติดไอน้องหนูกลับเข้าไปด้วยเทคโนโลยีโคลนนิ่งหรือไม่? ” เธอก็ตอบว่า “ขอสะสมเงินให้พอค่าผ่าตัดก่อน ยังไงก็จะกลับไปเป็นผู้ชายแน่ เพราะเรายังไม่อยากทิ้งความเป็นชายนะ”

    ไฮเจนจึงกลายเป็นผู้หญิงที่จิตใจของผู้ชายไป

    “นั่นสินะ… ไฮเจนมีรูปร่างที่สุดยอดไปเลยจริง ๆ นั่นละ สมเป็นผู้หญิงผิดกับใครบางคนตรงนี้เลย”

    โฮปว่าเช่นนั้นพร้อมกับใช้สายตาจับจ้องมาที่ร่างกายของฉัน...

    “นี่นายหลอกด่าฉันอยู่หรือดอง! ”

    “ยัยกระดาน~”

    “ถึงจะเป็นกระดาน แต่ก็สมส่วนตัวเล็กน่ารักนะ! ดอง! ”



    ถึงจะโดนหลอกด่า แต่ดูเหมือนว่าจะทำให้โฮปมีรอยยิ้มกลับคืนมาได้บ้างแล้ว

    ดีจังดอง~

    “เออ… จะว่าไป หลังจากเหตุการณ์ล่าอะบอม เห็นว่า ผอ. บานา ก็เริ่มเดินเรื่องส่งนักเรียนที่สมัครใจอยากกลับบ้านในทันทีเลยนี่นะ”

    “ออ~ ฉันเองก็พอได้ยินมาบ้างแล้วเหมือนกัน แถมเห็นว่าจะมีการเปลี่ยนตัวผู้อำนวยการแผนกการทหาร บานา ออกจากตำแหน่งด้วย...ดอง...”

    เพราะการออกล่าอะบอมในครั้งนี้ มีนักเรียนตายไปถึง 140 คน เลยต้องหาคนมารับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

    ซึ่งคน คนนั้นคือ ผอ. บานา

    เห็นว่าเขาเอยปากขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวด้วยตัวเองเลย

    ทั้งที่ต้นเหตุคนสั่งให้ส่งนักเรียนไปฝึกในสนามจริง มันมาจากคนอื่นแท้ ๆ …

    “เธอจะเอายังไง? จะยื่นเรื่องขอกลับบ้านหรือเปล่า? ”

    “ของแบบนั้นแน่นอนอยู่แล้วว่า [ไม่] ความฝันของฉันคือการเป็นเหมือนอย่าง บานา นะดอง”

    “สมกับเป็นเธอดีนะ…”

    ใช่ไหมละ!

    ต่อให้พบกับความทุกข์กับความลำบากแค่ไหน ฉันก็จะไม่เปลี่ยนเป้าหมายในชีวิตง่าย ๆ เด็ดขาด ดอง~

    พวกเราทุกคน ดิวซ์ พรุน โฮป เอท เยลโล่ แฟต ไฮเจน โทแพช ซุนไกท์ วานาดิไนต์ ไพไรต์ จาวิช โนอาร์ กลัทโทนี่ย์ สล็อต…. แล้วก็เอซด้วย...

    โอ้ยเหนื่อย… สมาชิกจะเยอะเกินไปแล้ว…

    แต่เอาเป็นว่าพวกเราทุกคน จะร่วมผจญภัยและสร้าง---

    “ส่วนผมจะกลับบ้าน”

    ---ชื่อไปด้วยกัน...

    “ผม… ไม่ไหวแล้ว คิดว่าจะเลิกเรียนสายนี้แล้วละ...”

    “...”

    วะ… ว่ายังไงนะดอง!



    ในเวลาเดียวกัน

    ***พี่ติดน้อง [เอซ]

    “ดิวซ์ เธออยู่หน่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย! ”

    เป็นเวลาหลายสิบ… ไม่สิ อาจจะยี่สิบวันแล้ว?

    ผมไม่รู้…

    เพราะตอนนี้ผมจำวันเวลาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

    เอาเป็นว่าผมเข้ามาตามหาน้องสาวสุดรัก ที่หายตัวไปในป่าลึกมาได้หลายวันจนกระทั้งถึงวันนี้

    ทั้งที่ทุ่มสุดชีวิตตามหาเธอ แต่ก็ยังตามหาน้องสาวที่น่ารักไม่เจออยู่ดี

    แถมยังเจอน้ำป่าสีเขียวเมื่อห้าวันก่อนซัดเข้าใส่ จนทำให้มือถือกับอุปกรณ์หลายอย่างปลิวหายไปหมด

    ยังดีที่อุปกรณ์ควบคุมวัตถุของผมยังอยู่ดี เลยพอมีอาวุธมาล่าสัตว์เป็นอาหารประทังชีวิตได้

    “ดิววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววซ์! ”

    และวันนี้เองผมก็ยังคงตะโกนก้องอยู่ในป่าเพียงคนเดียวต่อไป

    ผมจะไม่กลับไปที่เมืองเด็ดขาด ถ้ายังตามหาน้องสาวไม่พบ

    ดิวซ์นะเป็นเด็ก [อ่อนแอ] ที่ทำได้แต่เรียก “พี่จ๊า~ พี่จ๊า~” เท่านั้น

    บางทีตอนนี้เธอคนนั้นอาจจะกำลังนอนตัวสั่นอยู่ในป่าอันน่ากลัวอยู่ตัวคนเดียวก็ได้



    ***ในเวลาเดียวกัน

    “ลิลลี่ ฉันมาเยี่ยมนะ มีเค้กมาฝากด้วย~”

    “เค้ก! ขอบคุณมากดิวซ์! ”

    ***ตัดกลับมาที่เอซ



    พอคิดแบบนี้ ก็ยิ่งมัวแต่มาชักช้าแบบนี้ไม่ได้แล้ว!

    รอก่อนนะดิวซ์ พี่ชายคนนี้จะตามหาเธอ แล้วช่วยเธออกมาให้ได้คอยดูสิ!

    คล้ายกับเรื่องPioneer Era ที่คุณอ่าน