Chronicles Of Radish : Record Of Pride (จักรวาลราดิช ภาค บันทึกจอมอหังการ)

    ตอนที่ 53 ตัวใหญ่ไปไหม

    ตอนที่ 53 ตัวใหญ่ไปไหม



                “ติดต่อทางวิหารได้ไหม”

                “ไม่ได้เลย”

                น้อยครั้งนักที่ออลันโดจะเปิดปากพูดทว่าครั้งนี้เขากลับพูดคุยกับเควิน เสียงของเขาก็เป็นเหมือนชายหนุ่มมีอายุทั่วไป ออลันโดเป็นคนเก็บอุปกรณ์เวทสื่อสารทางไกลไว้และตอนนี้เขากำลังลองพยายามติดต่อทางวิหารดู

                ตอนนี้พวกเขาหลบอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่งถึงแม้ป่านูเมลอสจะเป็นป่าใหญ่ทว่าสภาพพื้นที่ของมันเป็นป่าที่ตั้งอยู่ในแอ่งกระทะ มีหน้าผาสูงปิดล้อมทุกด้าน การจะเข้าออกป่านี้ทำได้สองทางคือปีนหน้าผาหรือไม่ก็บินลงมาจากท้องฟ้าเท่านั้น

                พวกเขาหลบอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ในแนวเขาเตี้ยที่พาดผ่านกลางป่าแห่งนี้ดูเหมือนมันจะเคยเป็นรังของสัตว์อสูรบางตัว แต่ตัวมันคงไม่ได้อยู่อาศัยนานแล้วอาจจะย้ายที่อยู่หรือไม่ก็อาจจะโดนฆ่าไปแล้วก็ไม่อาจทราบได้

                แต่ละคนมีสีหน้าอิดโรยร่างกายสกปรกมอมแมม ได้รับบาดแผลกันไม่มากก็น้อยนักบุญเจมส์นั่งอย่างสงบด้านในสุดของถ้ำ ที่ปากถ้ำมีพาลาดินแมทธิวเฝ้าอยู่ตอนนี้เขาหายดีแล้วหลังได้รับการรักษา

                แมทธิวเป็นชายหนุ่มหน้าตาธรรมดาเขาเป็นบุตรคนเล็กของมหาเศรษฐีคนหนึ่งที่ศรัทธาในศาสนจักรอย่างแรงกล้าตัวของแมทธิวไม่ได้มีหัวการค้าเหมือนบิดาแต่กลับมีพรสรรค์ด้านเวทแสงและใช้เวทรักษาได้บิดาของเขาจึงฝากฝังเขามาเป็นพาลาดินของศาสนจักร

                “ข้ายังไม่อยากตายนะฮือๆๆ”

                ลิลลี่นำตาไหลพรากน้ำเสียงสั่นเครือ

                “พวกเรายังไม่ตายหรอกใจเย็นๆก่อนสิ”

                อลิเซียเข้าไปปลอบเธอแม้อาลิเซียจะอายุน้อยกว่าลิลลี่หลายปี แต่เธอกลับสุขุมเยือกเย็นกว่ามากแม้สถานการณ์จะอันตราย แต่เธอก็ไม่ตกใจหรือร้องไห้ฟูมฟาย

                “ตะ..แต่อลิซ”

                “พี่หญิงอลิซยังไม่ตายเดี๋ยวนางก็มาแล้ว”

                อาลิเซียพยายามพูดปลอบใจอีกฝ่ายแม้จะรู้ดีว่าเรื่องที่พูดมันแทบเป็นไปไม่ได้เลย

                หลังจากตอนนั้นก็ผ่านมาสามวันแล้วพวกเขาต้องเจอกับสัตว์อสูรร้ายหลายตัว แต่ก็ได้ออลันโดเควินและแมทธิวช่วยกันฝ่าออกมาได้ แม้จะฆ่าพวกมันไม่ได้แต่การหนีออกมานั้นทำได้ง่ายกว่า พวกเขาระหกระเหินจนมาถึงถ้ำแห่งนี้และใช้มันเป็นที่หลบภัย

                ป่านูเมลอสนอกจากจะรกทึบแล้วสภาพอากาศยังร้อนชื้นและมีฝนตกออยู่บ่อยครั้ง ฝนของมันไม่ใช่ฝนทั่วไป แต่เป็นฝนที่มีสภาพเป็นกรดเล็กน้อยยังดีที่มันไม่ได้ตกบ่อย และช่วงที่ฝนตกนี้เองที่พวกสัตว์อสูรจะไม่ออกล่าเหยื่อกัน

                อย่างเช่นตอนนี้ที่ฝนกำลังตกและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงเสียด้วยป่าแห่งนี้มืดทีบจนแทบมองไม่เห็นแสงตะวัน แต่ก็ยังดีที่แสงแดดส่องลงมาได้บ้างไม่อย่างนั้นพวกเขาก็คงไม่รู้เวลาแน่นอน

                ทันใดนั้นก็มีละอองแสงพร่างพราวโปรยลงมากระทบร่างทุกคนมันทำให้พวกเขาผ่อนคลายลง และยังช่วยฟื้นฟูความเหนื่อยล้าพลังชีวิตและรักษาบาดแผลด้วย นี่เป็นเวทเสริมพลังขั้นสูงบทหนึ่งและคนที่ใช้คือนักบุญเจมส์นั่นเอง

                “ไม่รู้ว่าทางนั้นจะรู้เรื่องหรือยังถ้ารู้เรื่องแล้วพวกเขาจะต้องลงมือค้นหาพวกเราแน่นอนตอนนี้พวกเราต้องเอาชีวิตรอดให้ได้ก่อนเป็นอย่างแรก”

                สิ่งที่นักบุญเจมส์พูดทำให้ทุกคนได้สติอย่างไรพวกคนข้างหลังต้องออกตามหาพวกเขาแน่นอนในคณะนี้มีนักบุญอยู่ด้วยกันถึงสองคนเป็นบุคคลสำคัญของศาสนจักรที่พวกเขาต้องปกป้องถึงที่สุด

                “ถ้าเป็นเสด็จพี่...จะทำยังไงนะถ้าเจอสถานการณ์แบบนี้”

                อาลิเซียพูดกับตัวเองแม้ภายนอกจะดูเข้มแข็ง แต่อย่างไรเธอก็เป็นเด็กสาวอายุยังไม่เต็มสิบเจ็ดดี จิตใจของเธอไม่รู้จะทนสภาพแบบนี้ไปได้นานอีกแค่ไหน

                “ถ้าท่านพี่มาช่วยพวกเราคงดีแต่มันคงเป็นไปไม่ได้..”

                อาลิเซียตัดพ้อกับตัวเองและนั่งพิงผนังถ้ำตอนนี้พวกเขาทำอะไรไม่ได้นอกจากรอคอยการช่วยเหลือ และต้องเอาชีวิตรอดไปได้ พวกเขาจะยึดถ้ำนี้เป็นที่หลบภัยไปก่อน

                “หืม??มีบางอย่างกำลังใกล้เข้ามา”

                แมทธิวที่เฝ้าระวังอยู่บอกทุกคนเขาชักดาบออกมาเตรียมพร้อมต่อสู้ ขณะเดียวกันก็ปรากฏบางสิ่งให้เขาเห็นในระยะสายตา

     

     

    มหาวงกตไดดาลอสชั้นสอง นรกโลกันตร์

                “ว๊าก!!!”

                “จิม!! ไอ้ตัวซวย!!”

                “เห็นด้วยครับจ่า”

                ทีมจ่าเวสกำลังวิ่งหนีกันสุดชีวิตโดยมีกิ้งก่ายักษ์ตัวหนึ่งไล่กวดพวกเขามาแบบไม่ยอมหยุด

                “แกหันกลับไปสู้เดี๋ยวนี้”

                “เวทไฟทำอะไรมันไม่ได้ครับจ่า”

                “เออ..รู้แล้วแล้วใครใช้ให้เอ็งเอาธนูไปยิงมันวะ”

                “ขอโทษครับ!!!”

                เรื่องของเรื่องคือขณะที่ทีมจ่าเวสออกล่าตามปกติซึ่งชั้นนี้นั้นนักเวทไฟหรือเวทไฟนั้นทำอะไรไม่ได้เลยเพราะสัตว์อสูรทุกตัวล้วนมีสกิลอัคคีไร้ผลดังนั้นจิมจึงแทบจะกลายเป็นคนหมดประโยชน์ไปทันที

                จิมเกิดนึกอยากจะช่วยเลยคว้าธนูออกมาช่วยยิงทว่าไม่รู้ทำยังไงลูกธนูดันลอยไปปักก้นเจ้ากิ้งก่ายักษ์ที่นอนจมแม็กม่าอยู่เข้าอย่างจังมันย่อมโมโหมากอยู่แล้ว และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการไล่ล่าในครั้งนี้

                “ถ้ารอดไปได้ข้าจะฆ่าแก!!!!”

                นั่นคือเสียงสุดท้ายของจ่าเวสที่พวกเขาได้ยินก่อนที่พวกเขาจะวิ่งหนีกันอย่างไม่คิดชีวิตโดยมีกิ้งก่ายักษ์อารมณ์เสียไล่กวดตามไปอย่างไม่ลดละเป็นภาพที่สร้างความขบขันให้กับทีมอื่นที่พบเห็นเป็นอย่างมาก

     

             

            ถ้าพูดถึงสกิลบินมันคือสกิลที่ทำให้เราบินได้อย่างอิสระ แต่เลเวลแรกอาจบินได้ไม่สูงและไม่เร็วมากแถมยังกินเกจ SP สีแดงเยอะด้วยแต่ถ้าสกิลเลเวลสูงขึ้นก็จะบินได้เร็วขึ้น เคลื่อนไหวได้คล่องตัวขึ้นและกินเกจสีแดงน้อยลงมาก

            แต่เงื่อนไขการได้สกิลนี้มาในเผ่ามนุษย์ค่อนข้างยุ่งยากถ้าเป็นเผ่าที่มีปีกก็จะได้สกิลนี้มาแต่แรก หรือสามารถได้รับจากการวิวัฒนาการได้แต่ของมนุษย์นั้นต้องการเงื่อนไขเยอะ อย่างแรกคือสกิลเคลื่อนไหวในอากาศเลเวลสิบ

                ต่อมาคือพ๊อยท์จำนวนหนึ่งซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละคน เมื่อสกิลเคลื่อนไหวในอากาศเลเวลสิบแล้ว ก็ต้องใช้สกิลนี้ต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะมีสกิลบินขึ้นมาให้เรียนและนั่นก็ถือเป็นเรื่องยากที่สุดเหมือนกันเพราะไม่ใช่มนุษย์ทุกคนจะเรียนสกิลนี้ได้ ต้องเป็นผู้ที่เหมาะสมเท่านั้น

                   

             

            ราดิชเดินลงไปจนสุดทางเดินก็พบว่าที่นี่เป็นโพรงถ้ำขนาดใหญ่มาก ถ้ามองไกลออกไปก็พบกับผนังด้านหนึ่ง ขณะที่ด้านซ้ายและขวานั้นก็มีทางเดินใหญ่แยกออกไปอีกหลายเส้น

                ฟับ!!

                ฟับ!!

                เสียงอะไรบางอย่างตัดผ่านอากาศตรงจุดที่ร่างของเขาอยู่ราดิชสัมผัสได้ถึงอันตรายและหลบออกมาจากจุดนั้นได้ก่อนเขาพลิกตัวลงไปยืนที่พื้นได้อย่างมั่นคง พลางมองผู้ลอบโจมตีทั้งสองตัว

                เป็นเจ้าตั๊กแตนเพื่อนเก่านั่นเอง ดูเหมือนนี่จะเป็นร่างพัฒนาของมันเพราะตัวใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เจ้าตัวที่เขาเคยเจอสูงอย่างมากก็แค่สามเมตรแต่เจ้าสองตัวนี้สูงเกินกว่าสี่เมตรไปแล้ว ผิวของมันรู้สึกได้ว่าสีมันเข้มขึ้นจนเกือบดำไปแล้วดวงตาของพวกมันจ้องมาที่ราดิชไม่วางตา

     

    เผ่า ไดดาลอสแมนทิลเลอร์ LV 2     ชื่อ ไม่มี

    ค่าสเตตัส

    HP 2706/2706 (สีเขียว) (รายละเอียด)             

    MP 1170/1170 (สีฟ้า) (รายละเอียด)

    SP 2503/2503 (สีเหลือง) (รายละเอียด)                                   

    SP 1560/2606 (สีแดง) (รายละเอียด)

    ค่าพลังโจมตีโดยเฉลี่ย 2791 (รายละเอียด)

    ค่าพลังป้องกันโดยเฉลี่ย 2312 (รายละเอียด)

    ค่าพลังเวทมนตร์โดยเฉลี่ย 1262 (รายละเอียด)

    ค่าพลังทนทานโดยเฉลี่ย 2019 (รายละเอียด)

    ค่าความเร็วโดยเฉลี่ย 2706 (รายละเอียด)

    สกิล

    ฟื้นฟู HP อัตโนมัติ LV 2

    ระดับความเร็วในการฟื้นฟู MP LV 1                ลดระดับการใช้ MP LV 1

    ระดับความเร็วในการฟื้นฟู SP LV 1                 ลดระดับการใช้ MP LV 1

    เวทสัประยุทธ์ LV 4                                             แม่นยำ LV 10

    หลบหลีก LV 10                                                    เพิ่มความน่าจะเป็น LV 3

    เพิ่มพลังทำลายขั้นสูง LV 4                                เพิ่มพลังการตัดเฉือนขั้นสูง LV 4

    เพิ่มพลังทะลุทะลวงขั้นสูง LV 3                      เคลื่อนไหวในอากาศ LV 4

    แอบซ่อน LV 10                                       ซ่อนเร้นLV 8                                                      

    ไร้สุ้มเสียง LV 10                                      ไร้กลิ่นLV 6

    เวทความมืด LV 1                                                 ต้านทานความเจ็บปวด LV 5

    ต้านทานพิษร้ายแรง LV 3                          ต้านทานกรดรุนแรงLV 5

    ต้านทานพลังทำลาย LV 3                                  ต้านทานการทะลุทะลวง LV 5

    สัมผัสอันตราย LV 10                                          สัมผัสการเคลื่อนไหว LV 10

    สัมผัสความร้อน LV 3                                         สัมผัสกลิ่นอาย LV 5

    มองเห็นในที่มืด LV 10                                        พลังชีวิต LV 1

    ปริมาณเวท LV 1                                                  การโต้ตอบฉับพลัน LV 2

    ความอดทน LV 2                                                 พละกำลังมหาศาล LV 7

    ความทนทานมหาศาล LV 5                              ผู้ใช้เวท LV 1

    เครื่องราง LV 1                                                     เจ้าลมกรด LV 1

    สกิลพ๊อยท์ 4650

    ฉายา

    [ผู้สังหารสัตว์อสูร] [ผู้ฆ่าล้างสัตว์อสูร] [นักลอบฆ่า]

     

                ผลจากการประเมินมันทำให้เห็นค่าสเตตัสและสกิลของมันดูเหมือนค่าสเตตัสหลังวิวัฒนาการของมันจะสูงขึ้นมากทีเดียวสกิลมีการพัฒนาขึ้นไปพอสมควร และมีจำนวนสกิลมากขึ้นด้วยแต่อย่างไรมันก็เป็นแค่แมลง ทั้งสกิลและสเตตัสของสองตัวนี้ไม่ได้ต่างกันมากเลย

                “ดูจากสเตตัสและสกิลแล้วพวกแกก็ไม่ได้เก่งขึ้นเท่าไรเลยนี่”

                    กีซ!!!

                    ท่าทางเจ้าตั๊กแตนสองตัวนี้จะรับรู้ได้มันส่องเสียงขู่อย่างไม่พอใจก่อนที่จะพุ่งเข้ามาโจมตีราดิชอย่างไม่กลัวเกรง

                “เฮ้อ...”

                ราดิชเปิดใช้สกิลเสริมพลังและพุ่งเข้าปะทะกับพวกมันดาบในมืออัดแน่นด้วยพลังเวทจนเปล่งแสงเจิดจ้าออกมา เจ้าตัวแรกฟันเข้าใส่เขาแต่เขามองเห็นการโจมตีนี้ได้อย่างชัดเจน ราดิชหลบไปได้อย่างง่ายแต่เหมือนจะเป็นแผนของมัน เพราะจุดที่เขาหลบไปมีเจ้าตัวสองง้างเคียวรอสับอยู่แล้ว

                ราดิชโค้งตัวหลบด้วยท่าสะพานโค้งหลบการสับฟันของมันไปอย่างสวยงามพร้อมลูกไฟแสงศักดิ์สิทธิ์ที่ยิงอัดหน้ามันระยะเผาขน

                ตูม!!

                    กีซ!!

                    เจ้าตัวสองร้องได้แค่นั้นหลังปลิวกระเด็นไปมันตายคาที่ทันทีก่อนจะร่วงถึงพื้นด้วยซ้ำเจ้าตัวแรกที่โจมตีพลาดและหันกลับมาพบเจอเรื่องไม่คาดฝัน มันเตรียมหนีทันทีดูเหมือนประสบการณ์ชีวิตของมันจะมีมาก และประเมินคู่ต่อสู้ได้ระดับหนึ่ง

                มีหรือราดิชจะปล่อยให้มันหนีไปได้เขาหมุนตัวกลางอากาศอย่างพิสดาร และพุ่งเข้าหาเจ้าตัวแรกทันทีเจ้าตัวแรกที่จวนตัวก็หวดเคียวใส่เขาเป็นพัลวันราดิชฟาดฟันดาบปะทะเคียวของมันจนประกายไฟแล่นแปรบปราบก่อนที่เขาจะฟันเคียวข้างหนึ่งจนขาดสะบั้น

                กีซซ!!!!

                    เจ้าตัวแรกร้องเสียงหลงเคียวข้างนั้นกระเด็นหวือไปปักพื้นไม่ไกล ขณะที่มันจะหาทางหนีราดิชก็เข้าถึงตัวมันแล้ว ดาบในมือเขาฟันผ่าร่างมันเป็นสองส่วนอย่างง่ายดายตั๊กแตนร่างวิวัฒนาการสองตัวถูกสังหารไปทั้งแบบนี้

                -ค่าประสบการณ์ถึงระดับที่กำหนดLV 82 เพิ่มเป็น LV 83

                    -เพิ่มค่าพลังพื้นฐานทั้งหมด

                -ได้รับโบนัสค่าความเชี่ยวชาญเพิ่มขึ้น

                -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล มองเห็นอนาคต LV 2 เพิ่มเป็น LV 3

                    -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิล เพิ่มความน่าจะเป็นขั้นสูงLV 2 เพิ่มเป็น LV 3

                    -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลเพิ่มความเร็วนึกคิดขั้นสูง LV 5เพิ่มเป็น LV 6

                    -ได้รับสกิลพ๊อยท์

     

                “ฆ่าสองตัวได้มาเลเวลหนึ่งก็ไม่แย่เท่าไร ดีนะมีค่าประสบการณ์สะสมเก็บไว้อยู่”

                “พวกมันมาดักรอที่รูนี้หรือว่าเคยมีพวกภูตหรือตะขาบลงมานี่หรือไง”

                เพราะการที่มันแวะมารอที่นี่ก็แสดงว่าต้องเคยมีตัวอะไรลงมาแต่โชคร้ายว่าคนที่พวกมันเจอได้เป็นเขาเสียนี่ ทำให้เจ้าสองตัวนี้ต้องมาจบชีวิตลง

                ส่วนเลเวลของเขาก็เกินแปดสิบแล้วจึงใช้ค่าประสบการณ์เพิ่มขึ้นเยอะมากนี่เป็นสาเหตุหลักที่ยอดฝีมือเผ่ามนุษย์ส่วนใหญ่จะติดกับดักเลเวลแปดสิบและถูกหยุดเลเวลไว้ที่นี่ช่วงนี้กันเกือบทั้งนั้น

                ราดิชเดินไปเก็บร่างของพวกมันสองตัวแต่ก่อนที่เขาจะได้ขยับตัวไปก็สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่เคลื่อนตัวมาหาเขาอย่างมุ่งร้ายจากเส้นทางหนึ่งเขาหันกลับไปดูและต้องเบิกตากว้างอย่างตกใจ

                “แกมันตัวใหญ่ไปไหม???”