Dead Area: ล่าข้ามเขตอันตราย

    ตอนที่ 39 - สูญเสีย

    ตอนที่ 39 – สูญเสีย

     

                ปราชญาเป็นคนกลิ้งถังน้ำมันไปกับพื้น แล้วเอามันมาวางตั้งตรงจุดต่างๆ ในลานกว้างหน้าอาณาเขต ให้ห่างกันพอเป็นระยะ ทรัพย์สินที่เพิ่งกลับจากโรงเรียน พอเห็นปราชญาทำแบบนั้น ก็เดินเข้าไปทัก

                “ไง? น้องปราช?” ทรัพย์สินทักทายเขา “เตรียมตัวกันตอนนี้เลยเหรอ?”

                “อ๋อ ครับ เผื่อพวกมันจะมา เราต้องเตรียมพร้อมเอาไว้ก่อน” ปราชญาบอกกับทรัพย์สิน “แล้วอีกอย่าง พวกเอไอจะเข้าไปทำลายหมู่บ้านไม่ได้ การต่อสู้ต้องเกิดที่ลานกว้างนี่เท่านั้น”

                “อืม” ทรัพย์สินพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านซึ่งณปภาเตรียมอาหารเย็นไว้ให้แล้ว ณปภาเห็นวาสุกรีกับปราชญากำลังขนถังน้ำมันไปวางตามจุดต่างๆ ในด้านหน้าอาณาเขต เธอก็ถามว่าทำลงไปทำไม?

                “อ๋อ คือ” ทรัพย์สินบอกออกมา “ทำตามแผนของพวกเราน่ะครับ เวลาพวกเอไอบุกเข้ามา จะได้รับมือทัน”

                ณปภาทำสีหน้าตกใจ แล้วก็ถามออกมาอีก “แล้วเรื่องนี้บอกคุณนนท์หรือยัง?”

                “บอกแล้วครับ พวกเขารับรู้แล้ว แล้วก็อนุญาตให้เราใช้แผนนี้” ทรัพย์สินเลยอธิบายแผนจัดการพวกเอไอให้ณปภาฟัง เมื่อเธอได้ฟัง เธอก็ออกจะประหลาดใจ

                “ใครคิดแผนน่ะ พวกเธอร่วมหัวกันคิดเหรอ?” ณปภาถาม ทรัพย์สินก็ส่ายหน้า

                “น้องพันน่ะครับ เป็นคนคิดขึ้นมาก่อนคนอื่น” เขาบอก “พวกเราก็ได้แต่เสริมเล็กๆ น้อยๆ แต่แผนส่วนใหญ่ น้องพันเป็นคนคิดหมด”

                “เขาหัวดีมากเลยนะ” ณปภาชื่นชมพันธกรออกมา ในตอนนั้นเอง ชัชชัยกับสุคนธาก็เดินเข้ามาในเขตบ้านของณปภา เมื่อเธอเห็นทั้งสองคนก็ทักทายอย่างสนิทสนม

                “น้องชัย น้องธาใช่ไหม?” ณปภาชี้ไปที่สุคนธา สุคนธาก็พยักหน้ารับแล้วตอบว่าใช่

                “แหม เล่นเดินกันมาด้วยกันสองคนซะด้วย” ณปภาแซวชัชชัยเล่น “ไปไหนกันมาล่ะ สองคนนี้?”

                “คือ พี่ชัยเขา...” สุคนธาจะอธิบายออกไปแล้ว แต่ถูกชัชชัยเอามือปิดปากเอาไว้ พร้อมกับบอกณปภา “ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมก็แค่ไปเดินชมวิวเท่านั้น”

                “ชมวิว?” ณปภาเลิกคิ้วอย่างสงสัย “วิวตรงไหน?”

                สุคนธาบอกให้ชัชชัยเอามือที่ปิดปากเธอออกเสียก่อน ก่อนที่เธอจะบอกออกมาว่าเป็นที่ไหน? ณปภาได้ยินอย่างนั้น เธอก็พยักหน้ารับ แล้วก็บอกว่าเธอก็ไปที่นั่นบ่อยเหมือนกัน ที่นั่นสวยจริงๆ

                “กินข้าวกันดีกว่า” ชัชชัยหันไปบอกสุคนธา สุคนธาก็ยิ้มอย่างดีใจพลางเดินเข้ามาในบ้านด้วย ณปภาเห็นดังนั้น ก็ถามว่าสุคนธาจะร่วมกินมื้อเย็นนี้ด้วยหรือ?

                “อ๋อ ค่ะ หนูอยากลองชิมฝีมือน้าภามานานแล้ว” สุคนธาบอก “ทำไมน้าภาไม่เปิดร้านขายอาหารละคะ? น่าจะได้รายได้ดีเชียวแหละ”

                “แหม หัวการค้านะ แต่น้าคงทำไม่ไหวหรอก” ณปภาว่าแล้วยกอาหารหลากหลายมาเสิร์ฟ ก่อนจะบอก “ทานให้อร่อยกันนะจ๊ะ แล้วน้ากับน้องสาจะช่วยกันล้างจานเอง”

                หลังจากมื้อเย็นผ่านไป ตอนนั้นก็ใกล้จะมืดค่ำแล้ว กลุ่มเด็กทหารม.ปลายต่างขึ้นไปบนห้องนอนกัน แต่ยังไม่หลับ วรรณสาที่ได้ยินเรื่องข่าวลือของพันธกรที่โรงเรียนก็เดินมาบอกเขาแล้วก็ถอนหายใจ

                “มันก็ไม่ผิดอะไรนี่ ที่เขาว่าพันเป็น ‘ฆาตกร’” พันธกรบอกออกมาเสียงเศร้า “เพราะพันมันก็คือ ‘ฆาตกร’ จริงๆ นั่นแหละ”

                “พัน หยุดพูดเรื่องนี้ซะทีได้ไหม? พันไม่ได้ผิดอะไรเลย” วรรณสาบอกออกมา “สาบอกกี่ครั้งแล้วว่าพันไม่ใช่คนผิด อีกฝ่ายคิดจะฆ่าพันนะ กรรมตามสนองแล้ว”

                “พัน...” พันธกรจะกล่าวขึ้นมา แต่แล้วก็มีเสียงสัญญาณเตือนดังไปทั่วอาณาเขต เป็นสัญญาณเตือนว่าจะมีข้าศึกบุกเข้ามาแล้ว วรรณสาหันไปมองหน้าพันธกร ก่อนที่ทั้งสองจะเข้าไปในห้องที่เก็บอาวุธของพวกเขากัน พวกทรัพย์สินก็วิ่งออกมาเอาอาวุธด้วย

                ฝ่ายผู้เฝ้าสังเกตการณ์บนหอคอย พอมองเห็นกลุ่มพวกเอไอกำลังวิ่งเข้ามาพร้อมกับจานบิน เขาก็ร้องออกมา “โอ้โหเว้ย มาเป็นโขยงเลย แบบนี้แย่แน่ๆ!!”

                แล้วเขาก็ลงบันไดจากหอคอยลงมา ในตอนนั้นเอง ชานนท์ก็สั่งให้ลูกน้องเปิดประตูบานเลื่อนออกไป เปิดอ้าไว้เพื่อให้พวกเอไอเข้ามา ส่วนพวกเขาจะพากันหลบตามสถานที่ต่างๆ ก่อน ชายคนที่เฝ้าบนหอคอยจัดการเปิดประตูบานเลื่อนสีฟ้าเก่าๆ แล้วก็รีบวิ่งหนีไปทันที ขณะที่พวกทหารเด็กม.ปลายต่างขนอาวุธของตัวเอง และออกมาสมทบกับพวกผู้ใหญ่

                “พวกน้องเตรียมแผนไว้แล้วนะ!” ชานนท์หันมาถามทรัพย์สิน ขณะที่หลบศัตรูอยู่ด้านหลังกำแพง ทรัพย์สินกับพรรคพวกเองที่หลบเหมือนกันก็พูดขึ้น          

                “วางไว้แล้วครับ เรียบร้อย ไม่ต้องห่วง”

                แล้วพวกเอไอก็กรูกันเขามาทางประตูบานเลื่อนที่เปิดเอาไว้ พวกมันไม่ได้ติดใจสงสัยเลยสักนิดว่าทำไมประตูถึงเปิดต้อนรับพวกมัน ในขณะที่พวกมันกรูกันเข้ามาจนหมด ชานนท์ก็สั่งให้ลูกน้องปิดประตู ขังพวกเอไอไว้ทันที พันธกรที่แอบอยู่ด้านหลังกำแพงเล็งปืนพกไปทางถังน้ำมันที่อยู่ใกล้กับพวกเอไอก่อนจะลั่นไกออกไปหนึ่งนัด

                เกิดระเบิดอย่างรุนแรงขึ้นทันที ฉีกกระชากร่างของพวกเอไอจนขาดวิ่นไม่เป็นรูปร่าง พวกเอไอส่วนใหญ่กว่าห้าสิบตนล้มตัวลงเสียชีวิตทันที พวกมันจะหาทางหลบหนีวิ่งกลับไปยังประตูหน้าอาณาเขต แต่ประตูบานเลื่อนก็ล็อกไปแล้ว ขังพวกมันเอาไว้ เอไอตนหนึ่งจะใช้ปืนเลเซอร์ของตัวเองยิงบานประตู แต่ถูกพันธกรใช้ปืนเลเซอร์ที่ขโมยมาจากพวกมันเอง ยิงไปที่ตัวมันจนระเบิดแตกกระจาย

                พวกเอไอหันกลับมาทางอาณาเขตอีกครั้ง แล้วพวกมันก็ดาหน้าเข้ามาหาพวกผู้ใหญ่และเด็กม.ปลายที่ต่างก็ซุ่มหลบโจมตีโดยไม่ให้ศัตรูเห็น ทรัพย์สินรีบยิงปืนลูกซองออกไปเพื่อจะหยุดพวกเอไอโดยเล็งบริเวณศีรษะ พวกมันถูกแรงของกระสุนปืนฉีกกระชากศีรษะของพวกมันจนขาด พวกเขาแอบซุ่มโจมตีตามที่ต่างๆ ทำให้พวกเอไอมองไม่เห็น ส่วนจานบิน ปราชญาก็ทำหน้าที่ยิงสกัดไว้เช่นเดิม

                “ให้ตายสิ กระสุนจะหมดแล้ว” ปราชญาพึมพำออกมาก่อนจะบรรจุกระสุนใหม่ให้กับปืนสไนเปอร์ของเขา แล้วเขาก็คิดว่าถ้ากระสุนหมดจะทำอย่างไรดี? รู้สึกว่าคราวนี้จานบินจะบินมาเพิ่มด้วย แล้วกระสุนจะพอหรือ?

                พสุรีบวิ่งออกจากบ้านโดนไม่ฟังเสียงของแม่ที่ร้องเสียงหลง เขาเอาคันธนูกับลูกดอกติดตัวไปด้วยเพื่อเข้าไปช่วยเหลือพวกพันธกร ส่วนสุคนธา เธอรีบวิ่งไปที่โรงเรียนเพื่อจะไปเอาดาบออกมา เพื่อจะร่วมสู้รบกับพวกเอไอด้วย ฝ่ายพสุ เขาวิ่งมาถึงลานกว้างหน้าอาณาเขต ก่อนจะเล็งคันธนูแล้วปล่อยลูกดอกออกไป ลูกดอกตรงเข้าไปปักเข้ากลางหน้าผากเอไอที่กำลังจะใช้ปืนเลเซอร์ยิงโจมตีพอดี

                “ไอ้ดิน!!” พันธกรเรียกชื่อเขาเสียงดังลั่น ก่อนจะรีบวิ่งไปลากเขามาหลบด้านหลังกำแพง ที่ทุกอย่างด้านหน้ากำลังลุกเป็นไฟ “อย่ายืนเด่นแบบนั้น! เดี๋ยวพวกศัตรูเห็นเข้าจะแย่”

                “ขอโทษที!” พสุลงมานั่งข้างๆ พันธกรด้วย ในตอนนั้นเอง สุคนธาก็วิ่งเข้ามาพร้อมกับดาบในมือ ชัชชัยที่หลยอยู่อีกฝั่งเห็นเธอเข้าก็ร้องเสียงหลง

                “น้องธา!! ออกมาทำไม?”

                “พี่ชัย!” สุคนธารู้ดีว่าต้องหลบซ่อนตัวก็เลยวิ่งเข้ามาหลบด้วย พร้อมกับถือดาบในมือ พวกกลุ่มเด็กทหารม.ปลายกับพวกผู้ใหญ่ในอาณาเขตเกือบจะชนะศึกนี้แล้ว แต่ว่ากลับมีพวกเอไอเข้ามาเพิ่มพร้อมกับจานบินอีกสิบกว่าลำ นั่นมันมากเกินไปกว่ากระสุนสไนเปอร์ของปราชญา

                “ฉิบหายแล้วสิ ทำยังไงดีเนี่ย?” ปราชญาเริ่มเห็นว่าแผนผิดพลาดแล้ว เขาไม่นึกมาก่อนว่าพวกมันจะบุกเข้ามามากขนาดนี้ จึงรีบวิ่งออกจากบ้าน และไปสมทบกับพวกทรัพย์สิน ปราชญาเล็งกระสุนปืนนัดสุดท้ายไปที่จานบินลำหนึ่งก่อนจะลั่นไก จานบินถึงกับระเบิดลุกเป็นไฟแล้วตกลงมาบนพื้น

                “พี่สิน! กระสุนผมหมดแล้ว” ปราชญาตะโกน เหงื่อเขาออกเต็มตัวไปหมด “จะทำยังไงดีพี่? นี่มันผิดแผนแล้วนะ เรานึกว่ามันจะมากันแค่นี้!!”

                ทรัพย์สินหันไปหาพันธกร ฝ่ายพันธกรก็ใช้อาวุธของพวกเอไอเองยิงลำแสงเลเซอร์ไปที่พวกเอไอจนเกิดระเบิด ร่างของมันกระเด็นกระดอนไปถูกอัดกับกำแพงและล้มลงเสียชีวิต ฝ่ายปฏิคมที่มีปืนเลเซอร์อีกกระบอกก็ช่วยพันธกรในการยิงด้วย พวกเอไอมองเห็นลำแสงเลเซอร์ว่าพุ่งมาจากไหนแล้ว มันก็ตั้งปืนขึ้น แล้วเล็งปืนมาทางพวกทรัพย์สิน

                “ตายห่าแล้ว!! หนีจากตรงนี้เร็ว!” ทรัพย์สินร้องตะโกนดังลั่น และบอกให้ทุกคนรีบหนีออกไป กำแพงที่กั้นพวกเขาอยู่ระเบิดออกมาทันทีที่แสงเลเซอร์จากพวกเอไอถูกกระทบ พันธกรโยนปืนของพวกเอไอให้กับปราชญาก่อนจะสั่งกับเขา

                “พี่ปราช ใช้ปืนนี่ยิงจานบินซะ!!” พันธกรสั่ง ปราชญาก็พยักหน้า ก่อนจะใช้ปืนของพวกมันเองเล็งไปที่จานบินที่ลอยเข้ามาเพื่อจะทำลายอาณาเขต พันธกรจัดการลากพสุออกมา แต่พสุร้องโอดโอย เมื่อพันธกรเห็นจากแสงไฟ ก็พบว่ามีบาดแผลขนาดใหญ่ที่แขนข้างซ้ายของพสุ

                “ไอ้ดิน!!” พันธกรร้องตะโกนลั่น ก่อนจะหันไปหาวรรณสา “สา ช่วยพาเขาไปหลบและรักษาแผลให้หน่อย”

                “ได้!” วรรณสาตอบออกมาคำเดียว เธอดึงตัวพสุออกมาจากพันธกร แต่พสุไม่ยอม เขาจะช่วยเหลือพันธกร ฝ่ายพันธกรก็ขอร้องให้พสุรีบไปทำแผลที่เกิดจากการระเบิดเสีย

                “ไม่เอา! ฉันจะอยู่สู้กับนายด้วย!!” พสุร้องออกมาเสียงดังลั่น แต่ก็ถูกวรรณสาลากออกไปแล้ว “ไอ้พัน!!”

                แล้วพสุก็ถูกลากออกไปโดยทิ้งคันธนูกับลูกดอกเอาไว้ สุคนธาที่เห็นดังนั้น เธอเลยวิ่งออกมาจากที่ซ่อนเพื่อเก็บคันธนู ขณะที่ชัชชัยร้องเสียงดังลั่น

                “น้องธาจะทำอะไร? กลับมา!” ชัชชัยตะโกนก่อนจะลั่นไกใส่พวกเอไออีกนัดหนึ่ง สุคนธาเข้ามาหลบในที่หลังกำแพงเหมือนเดิม ก่อนจะเอาลูกดอกขึงกับคันธนูก่อนจะปล่อยลูกดอกออกไป ลูกดอกปักเข้าที่หน้าผากของเอไอตนหนึ่งจนล้มลงตายทันที ชัชชัยถึงกับทึ่งในฝีมือการต่อสู้ของสุคนธา

                “หนูไม่เป็นตัวถ่วงหรอก!” สุคนธาพูดออกมาเสียงดัง เพราะบรรยากาศตอนนี้กำลังสับสนวุ่นวายอย่างหนัก พวกเอไอที่ดาหน้าเข้ามาใหม่ถูกกระสุนปืนเลเซอร์ของพันธกรยิงจนร่างแหลกสลาย ฆ่าไปได้มากพอสมควร สุคนธาจัดการยิงธนูออกไปอีกครั้ง คราวนี้มันพุ่งเข้าเจาะกลางอกของเอไอตนหนึ่ง ชัชชัยเห็นดังนั้น เขาก็วิ่งออกจากที่ซ่อนตัวเพื่อจะยิงให้สะดวกขึ้น และจัดการใช้ปืนยิงเข้าที่ศีรษะของพวกเอไอแบบเรียงตัว จนพวกมันเริ่มมีเหลือน้อยลงแล้ว ขณะที่ปราชญาก็ใช้อาวุธของพวกเอไอเองยิงโจมตีจานบินเหมือนกัน

                เอไอตนที่ถูกธนูปักเข้าที่หน้าอก มันดึงธนูออกมา และจะขว้างใส่กลับไปหาชัชชัยที่ออกมาด้านหน้า ลูกดอกถูกเขวี้ยงมาทางชัชชัย ทำเอาเขาตกใจ ลูกดอกเกือบจะปักหน้าอกเขาอยู่แล้ว แต่สุคนธาดันวิ่งเข้ามาแทรกเสียก่อน ลูกดอกของธนูที่เธอเป็นคนยิงออกมาเองจึงปักเข้าที่อกของเธอ

                “น้องธา!!” ชัชชัยเห็นดังนั้นก็ตกใจมาก เขาพยุ่งร่างของสุคนธาที่บาดเจ็บไปไว้หลังกำแพง ก่อนจะรู้สึกโกรธจัด เขาตัดสินใจวิ่งออกไปด้านหน้าทันทีอย่างไม่เกรงกลัวความตาย แล้วจัดการใช้ปืนพกของเขาเป่าศีรษะของพวกเอไอ เด็ดชีพไปทีละตน ทีละตน จนในที่สุดฝ่ายพวกเอไอก็เริ่มล่าถอยทัพออกไป ชานนท์เรียกรถดับเพลิงมาทันที ให้มาดับกองเพลิงที่ลุกไหม้จากการที่ถังน้ำมันระเบิด พอพวกเอไอจากไป สถานการณ์ก็เริ่มกลับมาอย่างสงบ รถดับเพลิงคันสีแดงคันหนึ่งแล่นเข้ามา ก่อนจะทำหน้าที่ดับไฟที่โหมกระหน่ำอยู่

                สายลมในตอนกลางคืนพัดผ่านร่างของพวกพันธกรไป เขาออกจะโล่งใจที่ในที่สุดแผนก็ไม่ได้มีอะไรผิดพลาดมากเท่าไหร่นัก แล้วเขาก็นึกขึ้นได้ เลยรีบวิ่งกลับไปทางที่พสุจากไป ก็เห็นวรรณสากำลังรักษาบาดแผลให้กับพสุอยู่

                “เราชนะแล้วเหรอ?” วรรณสาถามออกมา พันธกรก็พยักหน้าก่อนจะบอกว่าพวกเอไอไปหมดแล้ว ทั้งตัว ทั้งจานบิน สรุป ศึกนี้พวกเขาก็ชนะ แต่ก็มีคนได้รับบาดแผลเยอะเหมือนกัน วรรณสาจึงรีบผละจากพสุไปช่วยเหลือพวกผู้ใหญ่ที่ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตี

                “เฮ้ย! เป็นไงมั่ง?” พันธกรเข้ามาหาพสุอย่างเป็นห่วง พสุก็กล่าวออกมาอย่างไม่พอใจ

                “นายน่าจะให้ฉันสู้ต่อ แผลแค่นี้ฉันไหวน่า”

                “อย่าทำเป็นเก่งเลย แผลนายกว้างขนาดนี้ แม่นายต้องว่าแน่” พันธกรคาดเดาไว้ได้เลย ฝ่ายพสุก็ถอนหายใจ ก่อนจะบอกออกมา

                “เรื่องแม่เอาไว้ก่อน” เขาบอก “ว่าแต่พวกเราชนะแล้วเหรอ?”

                ฝ่ายชัชชัยกับภัทรที่หลบด้านหลังกำแพงอยู่ พวกเขาทั้งสองคนก็เข้ามาดูอาการของสุคนธา ชัชชัยมองเห็นลูกดอกที่แทงหน้าอกของสุคนธาอยู่ แต่เขาไม่กล้าดึงมันออกมา สุคนธาหายใจรวยริน ขณะนอนลงไปบนพื้นโดยมีขาหน้าของชัชชัยเป็นหมอนหนุนให้เธออยู่

                แล้วสุคนธาก็เป็นฝ่ายดึงลูกดอกออกมาจากหน้าอกของตัวเอง ทำให้เลือดไหลออกมาเพิ่มอีกจากบาดแผล ชัชชัยประคองร่างของสุคนธาเอาไว้ ปากเขาก็ได้แต่บอกว่า “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร น้องต้องไม่เป็นไร”

                “รีบพาไปโรงพยาบาลดีกว่า!!” ภัทรเสนอความเห็นขึ้นมา ชัชชัยที่พอตั้งสติได้แล้วก็เห็นด้วยเหมือนกัน เขาจะยกร่างของสุคนธาไปแล้ว แต่สุคนธาบอกว่าไม่ต้อง

                “ไม่ต้องหรอกค่ะ” สุคนธากล่าวเสียงเบา “ไม่ทันหรอก”

                “อย่า อย่าพูดแบบนั้น น้องธา น้องต้องไม่เป็นไร ไม่เป็นไร” ชัชชัยบอกออกมาเสียงสั่น แล้วจะพยายามดึงร่างของสุคนธาขึ้น แต่เธอไม่ยอม เธอถามออกมา

                “พี่ชัย” เธอถามออกมาด้วยน้ำเสียงเปราะบางเหมือนแก้วที่มีรอยร้าว พร้อมจะแตกเมื่อไหร่ก็ได้ “พี่เคยชอบหนูบ้างหรือเปล่าคะ?”

                “นี่มันไม่ใช่เวลา...” ชัชชัยบอกเธอขึ้นมา แต่สุคนธาจับแขนเขาไว้แน่น แล้วก็บอกออกมาอีก

                “ตอบคำถามหนูก่อน ตอบคำถามนี้ให้ได้” สุคนธาว่า “หนูจะได้จากไปอย่างไม่ห่วงอะไร”

                ชัชชัยรู้สึกว่าตาอุ่นขึ้นมา แล้วน้ำตาของเขาก็ไหลออกมาหยดหนึ่ง ก่อนที่เขาจะตอบ “ชอบ ชอบสิ น้องบอกถูกจริงๆ พี่เป็นคนปากไม่ตรงกับใจ พี่ชอบน้องธานะ ชอบมาก แต่พี่...” เขาเว้นระยำคำพูดนิดหนึ่ง “แต่พี่ปากแข็ง”

                “ดีใจจัง” สุคนธายิ้มออกมาอย่างยินดี “เท่านี้หนูก็ตายตาหลับแล้ว”

                “บอกแล้วไงว่าอย่าพูดแบบนั้นออกมา!!” ชัชชัยว่าใส่เธอ ภัทรก็จะยกร่างของเธอไป แต่เธอไม่ยอมลุกตามไป เธอยังคงนอนอยู่แบบนั้น บนขาของชัชชัย

                “น่าเสียดายจัง รู้จักกันไม่กี่วันเอง แต่สำหรับหนู มันนานเป็นเดือน เป็นปี...” เธอบอกออกมา แล้วน้ำตาเธอก็ไหลรินออกมาด้วยหยดหนึ่ง “แต่หนูพอใจแล้ว แค่พี่บอกว่าชอบหนู หนูก็ยินดีมากแล้ว”

                “น้องหยุดพูดเถอะ แล้วไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้เลย” ชัชชัยเร่งจะให้เธอไปโรงพยาบาลให้ได้ แต่สุคนธาส่ายหน้าออกมา ก่อนจะยื่นมือออกมาแล้วจับใบหน้าของชัชชัย พร้อมกับน้ำตาที่ไหลหลั่งออกมา ในตอนนั้นเอง พวกพันธกรกับทรัพย์สินก็เข้ามาสมทบกับพวกชัชชัย วรรณสาที่เห็นสุคนธานอนบาดเจ็บ เธอก็จะทำการรักษาเบื้องต้นให้ แต่สุคนธาบอกว่าไม่ต้อง

                “หนูดีใจที่ได้เจอพี่ชัย” สุคนธาเริ่มสารภาพความในใจออกมา “หนูโชคดีที่โลกหมุนพี่ชัยมาหาหนู หนูโชคดีที่สุดที่ได้เจอพี่ชัย ได้พุดคุยกัน กินอาหารด้วยกัน เดินตลาดด้วยกัน และอะไรอีกมากมาย จนหนูพอใจแล้ว หนูไม่มีอะไรติดค้างในใจอีกแล้ว”

                “เอาเธอไปโรงพยาบาลเร็วเข้า!” วรรณสาร้องออกมา แต่สุคนธากลับบอกวรรณสาว่าไม่ต้อง มันไม่ทันแล้ว

                “หนูชอบพี่ชัยนะ” สุคนธากล่าวออกมาเป็นคำสุดท้าย “ชอบมาก ถึงพี่จะไม่ยอมรับหนูในตอนแรก แต่ตอนนี้หนูรู้แล้วว่าพี่ก็มีความรู้สึกดีกับหนู หนูยินดีมาก หนูตายตาหลับแล้ว”

                “ไม่นะ!!” ชัชชัยเอามือของเขากุมมือของสุคนธาเอาไว้ “น้องโอเค น้องโอเค น้องต้องไม่เป็นไร”

                สุคนธามองไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืนเบื้องหน้าตัวเอง ก่อนจะบอกกับชัชชัย “พี่ร้องเพลงให้หนูฟังได้ไหม?” เธอขอร้องเขา ขณะที่ชัชชัยทำอะไรไม่ถูก แล้วเขาก็พยักหน้า จากนั้นก็ร้องเพลงออกมา

                “หลับตาลงเถิด ที่รัก ดวงอาทิตย์กำลังอัสดง เธอจะไม่เป็นไร ไม่มีใครทำร้ายเธอได้แล้วตอนนี้...” ชัชชัยร้องเพลงออกมาก็สะอื้นไห้ไปด้วย เขาพยายามใช้มือปาดน้ำตาออกไป “และเมื่อรุ่งสางมาถึง เธอกับฉัน เราจะปลอดภัยไปด้วยกัน”

                สุคนธามองไปยังท้องฟ้าสีดำเบื้องบน ก่อนจะกล่าวคำลาต่อชัชชัยเป็นครั้งสุดท้าย ฝ่ายชัชชัย เขาเกือบหมดความอดทน เขาตะโกนออกมาดังลั่น

                “น้องธา! ได้ยินไหม? พี่ชอบน้องธานะ ชอบที่สุด ชอบอย่างที่ไม่เคยชอบใครมาก่อน อยู่กับพี่ก่อน อย่าเพิ่ง...” ชัชชัยตะโกนออกมาอย่างไม่อายใคร ฝ่ายสุคนธาก็เปรยรอยยิ้มออกมา น้ำตาของเธอไหลหยดเป็นทาง

                “อยู่กับพี่ก่อน อย่าเพิ่งจากพี่ไป!!” ชัชชัยร้องตะโกนดังลั่น “น้องธา ขอร้องล่ะ อย่าทำแบบนี้กับพี่!”

                สุคนธาหลับตาลง ปล่อยให้น้ำตาไหลพรากออกมา แล้วเธอก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุขที่สุด

                “หนูเอง...” เธอว่าออกมาเป็นครั้งสุดท้าย “ก็ชอบพี่มากที่สุดเหมือนกัน”

                จากนั้น มือที่ถือคันศรก็ตกลงไปบนพื้น สุคนธาหมดลมหายใจไปแล้ว ชัชชัยที่กำลังงุนงง สับสน เขาประคองร่างสุคนธาไว้แล้วเรียกสุคนธาเอาไว้

                “น้องธา น้องธา!” ชัชชัยเรียกชื่อเธอ แต่สุคนธาก็ไม่ตอบสนองอะไรอีกแล้ว ชัชชัยถึงกับช็อกออกมา ไม่ใช่แค่เขา คนอื่นๆ ต่างก็ตกใจพอๆ กัน เมื่อเห็นร่างสุคนธาที่แน่นิ่งไปแล้ว

                “ไม่จริง!!” ชัชชัยร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น เขาร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายสายตาใครเลย เขานึกหวนไปถึงวันแรกที่เขาเจอสุคนธา และนึกเสียใจที่ดันไปฉีกจดหมายเธอทิ้ง ความทรงจำทั้งหมดที่เขามีกับสุคนธามันเข้ามาวนเวียนในสมองเขาตอนนี้ เขาอยากได้เวลา เวลามากกว่านี้ที่จะทำดีกับสุคนธาให้มากกว่านี้ อยากจะพูดกับเธอให้ดีกว่านี้ อยากจะไปเที่ยวกับเธอให้เยอะกว่านี้ แต่โอกาสนั้นก็ไม่มีอีกแล้ว

                ชัชชัยปล่อยโฮออกมา ภัทรที่ยืนอยู่ข้างๆ เพื่อนสนิท เขาก็น้ำตาไหลซึมออกมาเหมือนกัน พลางบอกกับชัชชัย “ไอ้ชัย...น้องเขาไปแล้ว”

                “ไม่จริง! ฉันไม่เชื่อเด็ดขาด!!” ชัชชัยยังไม่ยอมรับว่าสุคนธาได้จากไปแล้ว เขากอดร่างของเธอเอาไว้แน่นและร้องไห้ออกมาเสียงดัง วรรณสาถึงกับยกมือกุมปาก น้ำตาเธอไหลออกมาด้วย ขณะที่พันธกรมองไปที่ชัชชัยแล้วก็ส่ายหน้าออกมา

                แล้วศพของสุคนธาก็ถูกนำไปฝังในคืนนั้นเลย ชัชชัยที่หยุดร้องไห้แล้ว เขานั่งพักอยู่ตรงกำแพงบ้านของใครไม่รู้ ตอนนั้นเอง ภัทรก็เดินเข้ามาหาเขา

                “ไอ้ชัย” ภัทรเรียกพลางจับบ่าเขา “กลับบ้านกันเถอะ ไป”

                “อย่ามายุ่ง...” ชัชชัยบอกออกมาเสียงเบา ภัทรเลยถอนหายใจออกมา ก่อนจะบอก

                “น้องเขาไปอย่างมีความสุขนะเว้ย แกน่าจะดีใจนะ”

                ชัชชัยเกิดความโมโหขึ้นทันที เขาตรงเข้ากระชากคอเสื้อของภัทรจนภัทรตกใจ ก่อนที่ชัชชัยจะตะคอกใส่เขาออกมา

                “น่าจะ ‘ดีใจ’ เหรอ?” ชัชชัยถามขึ้นมาเสียงกร้าว “เธอถูกไอ้พวกระยำเอไอฆ่าตายนะ!! เป็นความผิดฉันเองที่ดันออกไปจากที่ซ่อนเพื่อจะยิงพวกมัน มันเลยปาลูกดอกมาทางฉัน! แล้วน้องธาก็เข้ามารับ...”

                แล้วชัชชัยก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก เขาทรุดตัวลงนั่งเหมือนเดิม ภัทรเห็นดังนั้น ก็ชวนเขากลับบ้าน เพราะตอนกลางคืนยุงมันจะเยอะ แต่ชัชชัยไม่ได้สนใจอะไรแล้ว เขาเอาแต่นั่งกอดเข่าแล้วเอาหน้าซบลง

                แล้วพันธกรก็เดินเข้ามาพร้อมกับวรรณสา พอเห็นภัทรกับชัชชัยอยู่ตรงนั้น เขาก็เดินไปบอกภัทร “ปล่อยไอ้ชัยไว้คนเดียวก่อนดีกว่า ให้เวลาช่วยรักษาเยียวยาใจมัน นะ ปล่อยมันไว้สักพัก เดี๋ยวมันก็หาย”

                ภัทรเองก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย ก่อนที่เขาจะปล่อยชัชชัยไว้แบบนั้น แล้วทั้งสามคนก็เดินกลับบ้านของณปภาไป

                “เฮ้อ ไอ้ชัยมันไม่เคยชอบใครมาก่อนเลย” ภัทรเอ่ยขึ้นระหว่างทางกลับบ้าน “นี่เป็นครั้งแรกที่มันได้รู้จัก ‘ความรัก’”

                “จริงเหรอ?” วรรณสาถามออกมา “น่าสงสารจังเลย อุตส่าห์ได้รู้จักแต่ก็ต้องเสียมันไปในที่สุด”

                “อือ” ภัทรตอบในลำคอ ตรงคอเขามีคราบเขม่าเต็มไปหมด แล้วตัวก็เปียกเหงื่อไปหมด เขาว่าขึ้นมา “สงสัยต้องอาบน้ำกันใหม่ซะละ ไอ้พัน แกจะอาบน้ำไหม?”

                “อาบดิ นอนสภาพแบบนี้ไม่ลงหรอก” พันธกรว่า วรรณสาก็ว่าจะอาบด้วย แต่เธอคงไม่อาบรวมกันแบบพวกผู้ชายหรอก

                ภัทรหันกลับไปมองด้านหลัง แล้วก็รู้สึกเป็นห่วงชัชชัย กลัวเขาจะทำอะไรโง่ๆ ออกมา แต่พันธกรก็บอกออกมาให้เขาสบายใจขึ้นมา

                “น่า ไอ้ชัยไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวมันก็ทำใจได้” พันธกรบอก “น้องธาจากไปอย่างมีความสุข ไม่มีอะไรติดค้างในใจอีกแล้ว มันน่าจะดีใจนะ”

                “ฉันก็ว่าอย่างนั้น” ภัทรถอนหายใจออกมา “เฮ้อ ไอ้ชัย น่าสงสารจริงๆ ว่ะ”  

    คล้ายกับเรื่องDead Area: ล่าข้ามเขตอันตราย ที่คุณอ่าน