ล่าผ่าแดนทมิฬ

    ตอนที่ 33 พฤกษาสิ้น

    ฝุ่นมากมายฟุ้งตลบไปทั้งห้องจนไม่อาจมองเห็นรอบๆ ได้ชัดมากนัก เชนในตอนนี้ค่อยๆชักหมัดกลับ หลังจากหมัดนี้ได้ปะทะใส่เป้าหมายจนส่งร่างนั้นลอยกระเด็นราวกับสายป่านขาด เชนหอบหายใจพร้อมกับยกมือทั้งสองขึ้นมามองอีกครั้งอย่างไม่ค่อยอยากจะเชื่อนักว่าเมื่อสักครู่เป็นเขาที่ทำลงไป เขาสามารถโจมตีผู้ที่อยู่ระดับแปดสิบสี่จนกระเด็น!ฝุ่นที่ตลบไปทั้งห้องเริ่มเบาบางลง จนพอจะให้เชนมองไปเห็นร่างร่างหนึ่งที่กำลังนอนอยู่ที่พื้นข้างผนังห้องกว้างที่พังถล่มเป็นรูใหญ่นั้นได้รางๆ ร่างนั้นนอนแผ่หลาไม่ไหวติงท่ามกลางก้อนอิฐมากมายที่ถล่มลงมาจากแรงปะทะเชนจ้องมองไปยังร่างนั้นแล้วค่อยๆ ก้าวเดินขยับเข้าไปใกล้เรื่อยๆ อย่างไม่ประมาท เมื่อเขาเดินมาถึงจุดที่พอจะมองเห็นร่างนั้นได้ชัดเจน ก็เห็นว่าร่างนั้นตอนนี้ชุ่มไปด้วยเลือด! บาดแผลมากมายเกิดขึ้นทั่วร่างซึ่งคาดว่าจะเกิดจากการปะทะกับผนังอย่างรุนแรง แต่ที่เด่นชัดที่สุดก็คือหน้าอกที่ยุบเข้าไปจนเห็นได้ชัด! เลือดมากมายไหลออกมาจากตำแหน่งนี้ย้อมเสื้อและพื้นในบริเวณนั้นให้กลายเป็นสีแดงฉาน'นี่..ฝีมือเราเหรอ' เชนมองไปไม่อยากจะเชื่อ แต่ต้องยอมรับว่าที่ทุกอย่างราบรื่นเช่นนี้มีส่วนหนึ่งก็เพราะหมินเองที่ประมาทเชน แต่จะโทษหมินก็ไม่ถูก ใครจะคิดว่าระดับสามสิบสองจะสามารถทำได้ขนาดนี้ ต้องโทษที่-ยมทูตทมิฬ-เป็นวิชาที่ทุบทำลายความเข้าใจทั้งหมดไปจนสิ้น และถ้าหมินเตรียมพร้อมรับมือเชนอย่างจริงจังสิบส่วนการจะจัดการหมินคงอยากกว่านี้หลายเท่านัก"อะ.อึก"เชนที่กำลังครุ่นคิดถูกดึงสติกลับมาจากเสียงครางเจ็บปวดนั้น เขาก้มลงมองไปที่หมินที่ตอนนี้ลืมตาขึ้นมาได้เล็กน้อยและกำลังจ้องมองมาที่เขาทั้งสองต่างจ้องกันอยู่ชั่วครู่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา และสุดท้ายเป็นหมินที่ทำลายความเงียบเอ่ยขึ้น"เพิ่งรู้...ว่าท่าของฉัน..แรงขนาดนี้..แค่กๆ " หมินเอ่ยขึ้นอย่างติดตลกช้าๆ พูดจบประโยคก็สำลักเลือดที่ตอนนี้เต็มไปทั้งปากของตัวเอง "นายนี่มัน..สัตว์ประหลาด..ชัดๆ "หมินพูดออกมาจากความรู้สึก สามารถโจมตีผู้มีระดับชั้นสูงกว่าห้าระดับชั้นจนบาดเจ็บสาหัส ลอกเลียนขบวนท่าแล้วนำไปใช้และแผนการในการต่อสู้ที่มีอยู่เสมอ มีทั้งหมดนี้จะไม่ให้เรียกว่าสัตว์ประหลาดได้เช่นไร...โดยเฉพาะสองสิ่งแรก"ทำไม..นายต้องทำอย่างนี้" เชนมองไปยังหมินแล้วถามในสิ่งที่เขายังคาใจ "แล้วองค์กรที่นายว่าคืออะไร""มันเป็น..คำสั่ง..ที่เราไม่อาจ..ปฏิเสธ..แค่กๆๆๆ " หมินพูดกระท่อนกระแท่น พูดจบประโยคเลือดมากมายก็ไหลทะลักออกมาจากปากของเขา แสดงให้เห็นว่าหมินได้รับบาดเจ็บเพียงใด"หมินทำใจดีๆ ไว้! ..ฉันจะพานายไปรักษา" เชนเห็นหมินสำลักเลือดก็ก้มลงไปทำท่าจะพยุงร่างของหมินขึ้นมา แต่กลับถูกหมินยกแขนจับไว้"แค่กๆ ..นายเนี่ยใจอ่อนไปหน่อยนะ..กับศัตรูยังจะช่วย.." หมินเงียบไปครู่เพื่อกลืนเลือดในปาก "รีบแก้ซะล่ะ..โลกใบนี้..มันโหดร้าย..กว่าที่นายคิด""..." เชนมองไปอย่างไม่ทราบจะต้องเอ่ยคำใด ตัวเขาเพิ่งจะเข้ามาในวงการนี้เพียงไม่นาน นี่เป็นการลงRaidครั้งแรกด้วยซ้ำ เขารู้ว่าที่หมินพูดมาไม่ได้ผิดอะไรเลย ตั้งแต่เรื่องของไทม์แล้วถ้าเป็นนักล่าที่ผ่านการฆ่าฟันมามากมายจนเป็นเรื่องปกติ ในจังหวะที่จะฟันใส่นั้นย่อมลงดาบอย่างไม่ลังเลไม่เหมือนเชนที่กลับพลิกดาบฟันใส่ด้วยด้านไร้คม นี่แสดงถึงประสบการณ์ที่ยังอ่อนหัดในฐานะนักล่าของเชน แต่จะโทษเชนก็ไม่ได้เพราะเมื่อไม่นานนี้เชนยังเป็นแค่เด็กหนุ่มที่ขนาดไก่ยังไม่เคยฆ่าด้วยซ้ำ เรื่องแบบนี้ต้องให้เวลาเป็นตัวสอนและขัดเกลาจนกลายเป็นความเด็ดขาดโหดเหี้ยม"นายถามสินะ..ว่าองค์กร..ที่ว่าคืออะไร" หมินที่เสียงเบาลงทุกทีพูดขึ้น "งั้นฉันจะ..บอกให้..ตัวฉัน..ก็เป็นแค่..ลูกน้องระดับล่าง..ที่รู้เพียงว่า..องค์กรนี้..เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่เป็นอย่างมาก..พวกเขามีอำนาจอยู่ทุกที่..ทุกที่ที่ฉันพูด..ไม่ได้หมายถึงอาณาจักรเซเฟียนี้..แต่หมายถึง..โลกทั้งใบ! " หมินหยุดพูดอีกครั้งพยายามหายใจ ทุกคำพูดที่เชนได้ยินหมินพูดเขาสัมผัสได้ถึงความเทิดทูนหลงใหลแม้ตอนนี้ตัวเองจะบาดเจ็บเจียนตาย "ข้อมูล..ที่คนระดับฉันรู้..ก็มีเพียง..ชื่อองค์กรเท่านั้น..พวกเขามีชื่อว่า.." หมินสูดลมหายใจอย่างยากลำบากแล้วยกปากพูดขึ้นช้าๆ "พฤก..ษา..สิ้น""พฤกษาสิ้น" เชนในท่าชันเข่าอยู่ข้างๆ หมินทวนคำที่ได้ยิน"ถ้านาย..ยังโลดแล่น...อยู่ในวิถีแห่งนักล่า..ด้วยความสามารถแบบนาย..สักวัน..นายจะต้อง..เข้าไปพัวพัน..กับพวกเขาแน่..อย่าคิดล่ะว่า..พวกเขาจะอ่อนแอ..เหมือนฉัน..พวกเขาแข็งแกร่ง..ทรงพลัง..อย่างที่สุด! ..ระวังตัว..ให้ดี..แค่กๆๆๆๆ " หมินพูดถึงตรงนี้ก็สำลักเลือดออกมามากมายแล้วก็หลับตาสงบนิ่งไป"..." เชนมองอย่างเศร้าๆ ไปยังหมินที่ตอนนี้สงบนิ่งไปไร้ซึ่งคำพูดใด ถ้าเขากับหมินไม่ได้เจอกันสถานการณ์เช่นนี้อาจจะ...'พฤกษาสิ้น' เชนนิ่งคิดถึงสิ่งที่หมินเพิ่งบอกเขาอยู่ครู่ แล้วหันไปมองทางประตูแล้วลุกขึ้นยืน "ริวจะไปถึงประตูทางเข้าทันไหมนะ ต้องรีบไปช่วย"ในจังหวะนั้นที่เชนกำลังจะพุ่งตัวออกไป เขาก็รู้สึกได้พลังมากมายที่อัดแน่นอยู่ในร่างกำลังจะหายไป! ทำให้เชนต้องหยุดชะงักก้มลงมองไปยังตัวเองทันที"นี่มัน..หรือว่ายมทูตทมิฬกำลังจะหมดเวลา? " สิ้นคำพูดนั้น ก็เป็นจริงอย่างที่เขาคิดยมทูตทมิฬได้ถูกปลดแล้ว! ปราณในร่างสีดำทมิฬจากการถูก-ยมทูตทมิฬ-อาบย้อมได้กลับมาเป็นสีฟ้าเช่นเดิม ลูกแก้วใสในส่วนลึกของจุดรวมปราณที่แต่เดิมมีวังวนสีดำหมุนอยู่ ในตอนนี้ในลูกแก้วใสนั้นกลับว่างเปล่าไม่เหลือวังวนสีดำเลยแม้แต่น้อย"อะ..อ้ากกก!! " เชนกรีดร้องอย่างเจ็บปวด แล้วทรุดลงกับพื้นแล้วล้มลงนอนคว่ำอย่างไม่อาจฝืนรั้งร่างได้แม้แต่น้อย เขาในท่านอนคว่ำขยับตัวไม่ได้เบิกตากว้างจนแทบฉีกขาด ความเจ็บปวดมากมายโหมกระหน่ำใส่เขาจนแทบจะฆ่าเขาได้ ในตอนนี้ความเจ็บปวดที่-ยมทูตทมิฬ-ได้กดไว้ถูกระเบิดออกมาในครั้งเดียว บวกกับความเสียหายต่างๆ ที่ได้รับในสภาวะ-ยมทูตทมิฬ-ก็ระเบิดออกมาพร้อมกัน ในตอนแรกเชนนั้นแค่จะยืนก็ไม่ไหวด้วยซ้ำ แต่เมื่อเขาเปิดใช้-ยมทูตทมิฬ-ทำให้เชนสามารถกลับไปสู้ได้อีกครั้ง เมื่อสภาวะนี้ปลดออกผลสะท้อนก็รุนแรงอย่างที่เห็น นี่ยังดีที่ในสภาวะ-ยมทูตทมิฬ-ร่างกายของเชนเองก็ฟื้นฟูขึ้นมาไม่น้อย ไม่เช่นนั้นเมื่อปลด-ยมทูตทมิฬ-ออก เสี้ยวพริบตาที่ความเจ็บปวดโถมเข้าใส่เชนต้องตายจากการใช้ร่างกายเกิดขีดจำกัดแน่นอน!แต่ในจังหวะนั้นกลุ่มควันดำก็ลอยออกจากร่างของหมินพุ่งมายังเชนแล้วซึมหายเข้าไป ถ้ามองไปยังลูกแก้วใสในจุดรวมปราณที่เมื่อครู่ว่างเปล่า แต่เมื่อดูดซึมกลุ่มควันดำนี้เขามาวังวนสีดำก็เกิดปรากฏขึ้นอีกครั้งในลูกแก้วใส แม้มันจะมีขนาดเล็กจนเทียบไม่ติดจากก่อนเปิดใช้-ยมทูตทมิฬ-ก็ตามเชนในท่านอนคว่ำกำลังกัดฟันสู้กับความเจ็บปวดนี้เต็มกำลัง จนสามารถเห็นเลือดที่ไหลออกจากมุมปากเนื่องจากกัดฟันแน่นของเขาได้ แต่สุดท้าย..ความเจ็บปวดก็เอาชนะจิตใจของเชนและเขาก็สติดับวูบลงไป.......ในห้องมืดห้องหนึ่งที่ไม่มีแสงใดสาดส่องเข้ามา ทั้งห้องมีเพียงเทียนเล่มหนึ่งค่อยให้แสงสว่างสลัวๆ ทำให้เห็นสภาพของห้องได้ ในห้องนี้มีโต๊ะยาวร่วมสิบเมตรและเก้าอี้ตั้งไว้ร่วมยี่สิบตัว เทียนเล่มนั้นที่ค่อยให้แสงสว่างก็ตั้งไว้บนโต๊ะนี้เอง บนโต๊ะยาววางไว้โดยลูกแก้วลูกหนึ่งซึ่งมีฐานเป็นไม้และมีป้ายสลักชื่อติดไว้ว่า'หมิน' ในตอนนี้ทั้งห้องมีเพียงคนสองคนเท่านั้นที่อยู่ในนี้ หนึ่งคนนั่งที่หัวโต๊ะส่วนอีกคนยืนด้านหลังคนผู้นั้นราวกับคนติดตามเพล้ง!เกิดเสียงแตกดังขึ้นพร้อมกับที่ลูกแก้วที่ตั้งไว้บนโต๊ะแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย"หมินตายแล้ว" คนที่อยู่ด้านหลังผู้ที่นั่งอยู่พูดขึ้น ฟังจากเสียงแล้วเป็นชายหนุ่ม"หึ..แค่งานง่ายๆ ยังทำพลาด..แถมตายอีก เลี้ยงไว้ก็เสียข้าวสุก" ผู้นั่งอยู่หัวโต๊ะทำการยกมือขึ้น เศษแก้วที่กระจายอยู่บนโต๊ะค่อยๆ ลอยขึ้นตามมือและรวมตัวกันบนอากาศราวกับมีมือล่องหนจับพวกมันยกลอยขึ้น! ชายผู้นั่งอยู่หัวโต๊ะค่อยๆ กำมือเข้าหากันช้าๆ เศษแก้วพวกนั้นบีบอัดเข้าหากันจนเกิดเสียงบาดหู สุดท้ายเศษแก้วก็ถูกบีบจนแหลกละเอียดจนการเป็นเศษฝุ่น!"แต่ไม่ใช่หมินไปจับไอ้เด็กนั่นจากRaidหนึ่งดาว ที่ระดับเฉลี่ยที่ยี่สิบกว่าหรอกเหรอ" ชายที่ยืนด้านหลังเก้าอี้พูดขึ้นเบาๆ มองไปยังเศษฝุ่นของลูกแก้วที่ลอยอยู่ในอากาศ "แล้วใครกันที่เป็นคน..ฆ่าหมิน""ช่างเถอะ" คนผู้นั่งอยู่เอ่ยขึ้น "ที่ส่งมันไปจับไอ้เด็กนั่น ก็แค่อยากดูท่าทีของเจ้านั้นเท่านั้นว่าถ้ามีลูกเป็นตัวประกันยังหัวดื้ออยู่ไหม ยังไงให้ถึงแผนการนั้นค่อยลงมือทีเดียวละกัน" คนผู้นั้นพูดจบก็หลับตาลงไม่สนใจสิ่งใดอีก...


    ----------------คุยกับนักเขียนถ้าสังเกตนะครับ ตั้งแต่แรกหมินไม่ได้ต้องการจะฆ่าเชนเลยด้วยซ้ำ เพียงแค่ลงมือเต็มกำลังก็ฆ่าเชนได้ไม่ยากแท้ๆ แถมยังหาทางรอดให้เชนด้วย แต่สุดท้ายเมื่อเป็นหน้าที่หมินก็ต้องลงมือ เมื่อรู้สุดท้ายตัวเองไม่รอดก็ยังบอกข้อมูลเพื่อให้เชนระวังตัวด้วย ถ้าไม่ได้เจอกันในสถานการณ์นี้เชนกับหมินอาจเป็นเพื่อนรักกันก็ได้...