ซีซาถามยูระเกี่ยวกับปราสาทหินวินด์เซอร์ พวกถูกขอร้องให้ช่วยร่วมรบในสงครามกับมนุษย์กลายพันธุ์และเสียชีวิตทั้งหมด
ซีซาคิดจะเปิดประตูมิติไปห้องลับและเข้าไปขณะที่ยูระอยู่ด้วยเพราะคิดว่าถึงยูระรู้ก็คงไม่เป็นไร
"คำเตือน" เสียงของ EDI ดังในหัวซีซา ตอนนี้โลกไม่ได้โคจรรอบดวงอาทิตย์ ไม่มีแรงดึงดูดของดวงอาทิตย์ ทำให้โลกกำลังลอยไปเรื่อย ๆ ในอวกาศอย่างไม่มีจุดหมาย ถ้าเปิดประตูมิติไปห้องลับ ต้องรีบกลับมาภายใน 24 ชั่วโมง ไม่งั้นโลกจะเคลื่อนที่ไป ตอนวาร์ปกลับมาจะกลายเป็นอยู่ในอวกาศแทน
"แบบนี้โลกก็อาจลอยไปชนดาวเคราะห์ดวงอื่นใช่ไหม" ซีซาถาม
"เป็นไปได้"
เรื่องนี้นับว่าเป็นเรื่องใหญ่ ไม่รู้ว่าแหวนเทเลพอร์ตของเจ้าจักรวาลคิวทัส เมื่ออยู่ในห้องมิติลับจะเทเลพอร์ตกลับมาโลกได้ไหม
ถ้าได้คงไม่ต้องห่วงเรื่องเวลาเพราะแหวนเทเลพอร์ตไปตำแหน่งที่เคยไป ถึงโลกจะเคลื่อนที่ไปไหนก็กลับมาสถานที่เดิม
จากการทดลองของซีซา เมื่ออยู่ในห้องมิติลับ แหวนไม่สามารถเทเลพอร์ตกลับมาโลกได้อาจเป็นเพราะระยะทางหรือมิติปิดกั้น
ซีซาตั้งเวลาที่นาฬิกาข้อมือไว้ 24 ชั่วโมง เพื่อแจ้งเตือน
จากนั้นจึงเปิดประตู เมื่อเปิดออก ประตูมีระบบล็อก 2 ชั้น เปิดมาจะเจอประตูอีกบานและประตูเก่าจะปิด
ซีซาเปิดประตูที่ 2 มีน้ำไหลทะลักเข้ามาอย่างรุนแรง
ซีซาว่ายออกมา พบว่าห้องมิติลับจริง ๆ เป็นยานอวกาศขนาดใหญ่มากจมอยู่ใต้น้ำ
สภาพยานอวกาศได้รับความเสียหายพอสมควร และดูน่าจะถูกทิ้งให้จมอยู่ในนี้มานานมาก
ซีซาว่ายสำรวจรอบยานอวกาศ มีปลาขนาดใหญ่ ว่ายไปมารอบ ๆ แต่ไม่ได้ทำร้ายซีซา
สัตว์ใต้ทะเลที่นี่มีแต่ขนาดใหญ่จนน่ากลัว
ซีซาเห็นรอยแตกของยานอวกาศจึงเข้าไปสำรวจ พบว่าข้างในเป็นห้องทดลอง
"สถานที่นี้เหมือนเคยเห็น" ห้องทดลองแห่งนี้ใช้สร้าง EDI จากภาพความทรงจำที่ EDI เคยให้ดู
"นายถูกสร้างจากที่นี่เหรอ" ซีซาถาม
"น่าจะใช่"
ซีซาคิดจะใช้พลังทำลายผนังเพื่อไปดูที่อื่น ๆ
"คำเตือน พื้นที่ห้ามเข้า ถ้าภารกิจไม่เสร็จฝืนเข้าไปยานลำนี้จะระเบิดตัวเอง" เสียงเตือนจาก EDI
"ยานลำนี้มีภารกิจให้มาทำอะไรนะ" ซีซาเริ่มสงสัย
ซีซาว่ายขึ้นมาบนผิวน้ำ พบว่าเป็นมหาสมุทรที่กว้างใหญ่
*ดาวดวงนี้ครึ่งนึงจะสว่างอีกครึ่งจะมืดมิดอยู่ตลาดเวลา ส่วนที่สว่างจะมีเวลาสว่าง 12 ชั่วโมงและจะเริ่มมืดมิดไป 6 ชั่วโมงถึงจะสว่าง
ซีซารู้สึกหายใจติดขัด ออกซิเจน บนดาวดวงนี้คงมีน้อยแต่ด้วยสภาพร่างกายที่แข็งแข็งแกร่ง ถึงไม่มีออกซิเจนซีซาก็ทนอยู่ได้หลายชั่วโมง
บินมาสักครู่ซีซาพบกับพื้นแผ่นดิน สภาพโดยรวมเหมือนบนโลกมนุษย์ มีป่าไม้ ภูเขา ลำธาร
"EDI" นายลองสแกนที มนุษย์สามารถอาศัยในที่แห่งนี้ได้ไหม
"ไม่น่าจะได้ ออกซิเจนมีน้อยเกินไป และในอากาศมีหลายสิ่งเจือปนเยอะ"
ซีซาเดินสำรวจเพื่อเจอพืชที่กินได้จะได้เก็บใส่สมุดเวทมนตร์ หรือเอาไปปลูก
ซีซามองไปข้างหน้าพบสิ่งผิดปกติ เหมือนความมืดกำลังใกล้เข้ามา
"วิ่งหนีความมืด" เสียงผู้หญิงตะโกนบอกซีซา
ซีซาหันไปตามเสียง พบสิ่งมีชีวิตรูปร่างเหมือนมนุษย์ ใส่หน้ากาก น้ำเสียงเหมือนผู้หญิง
"ถ้าไม่อยากตายรีบตามข้ามา" เสียงผู้หญิงตะโกนมาและกำลังวิ่งหนีความมืดที่ไล่ตามมา
ซีซาวิ่งตามผู้หญิง
"ข้างหน้าจะมีหลุมหลบภัย กระโดดตามข้าเข้ามา"
ซีซาวิ่งตามผู้หญิงและไปหลบในหลุมหลบภัย
หลุมนี้เหมือนถูกสร้างขึ้นมาอย่างดี วัสดุเป็นโลหะ ภายในหลุมมีแสงไฟจากไฟฟ้า ขนาดหลุมหลบภัยไม่ใหญ่ เพียงพอสำหรับ 5-10 คน
"เราปลอดภัยแล้วถ้าอยู่ในหลุมหลบภัยนี้" เสียงของผู้หญิงปริศนาบอกซีซา
"เรากำลังหนีอะไรเหรอ" ซีซาถาม
"แปลกมากที่เจ้าไม่รู้เรื่องนี้ ว่าแต่ข้าไม่เคยเห็นหน้าเจ้ามาก่อนเลย เจ้าเป็นใคร"
"ข้าชื่อซีซา"
ผู้หญิงปริศนามองซีซามองสำรวจทั่วตัวซีซา
"การแต่งตัวของเจ้าก็แปลกประหลาด" แต่ก็ดีแล้วที่เราหลบหนีความมืดมาได้
หญิงสาวปริศนาถอดหน้ากากออก หน้าตาเธอดูเหมือนมนุษย์โลกทุกอย่าง หน้าตาจัดว่าเป็นผู้หญิงสวยคนหนึ่ง
"ข้าชื่อ โซอี้" เสียงจากหญิงสาวปริศนา สำหรับคำถามของเจ้าว่าเรากำลังหนีอะไร
ในความมืดไม่รู้มีอะไร ใครที่อยู่ในความมืดจะตาย มันคงมีสิ่งมีชีวิตในความมืด มันสามารถตรวจกับการเคลื่อนไหวได้ แต่ไม่ต้องห่วงในหลุมหลบภัยนี้ถูกสร้างมาเป็นอย่างดี สามารถปิดกั้นการตรวจจับของมันได้
"ยังมีคนอื่นอีกหรือไม่" ซีซาถาม
"มีหมู่บ้านอยู่ใกล้ ๆ " พวกเราจะทำหลุมหลบภัยตามจุดต่าง ๆ ไว้หลบหนีความมืด
รออยู่ในนี้สัก 6 ชั่วโมง จนกว่าจะสว่างเราถึงจะออกไปได้
ซีซามองการแต่งตัวของโซอี้ ดูทันสมัย มีนาฬิกาข้อมือที่ตอนโซอี้กดใช้สร้างภาพโฮโลแกรมขึ้นมาเหมือนซีซา
'คนบนดาวนี้คงมีเทคโนโลยีระดับสูงเหมือนกัน' ซีซาคิดในใจ
"ดาวดวงนี้มีชื่อว่าอะไรเหรอ" ซีซาถาม
"ข้าก็ไม่แน่ใจ บรรพบุรุษของเราเคยเล่าให้ฟังว่า ยานอวกาศเรามาตกที่ดาวดวงนี้ ผู้ที่รอดชีวิตมาได้จึงตั้งถิ่นฐานที่นี่ พวกเราเรียกดาวดวงนี้ว่านิวไลฟ์ ดาวดวงนี้เวลามืดแสงสว่างจะหายไปแบบทันที ความมืดมิดจะมาทันทีคล้าย ๆ เกิดจันทรุปราคา อยู่ ๆ ก็มืดทันที
โซอี้ดูเป็นคนเฟรนลี่ ดูเป็นมิตรไม่ถือตัว