สี่หนุ่มตะลุยโลกดนตรี : [Another God !? : Melodies ~♪]

    บทที่ 4 สี่พี่น้อง ตอนที่ 2 หนี

     เมื่อความเป็นไปได้ไม่ใช่ศูนย์ ความหวังจึงยังคงมีอยู่ พวกเรายังคงทำงานที่ได้รับมอบหมายหรือก็คือภารกิจบังหน้าช่วยเหลือชาวบ้านตามปกติและสืบหาข่าวเพิ่มเติม รวมถึงเรื่องดยุกอัลเกอร์ที่มีต่อแม่พี่อ๊อส พวกเราที่ยังไม่ไปไหนอีกส่วนเพื่อรอการสมทบกับอีกสองคนที่กำลังตามมา

     

     ป่าเล็ก ๆ แห่งหนึ่งใกล้ ๆ เมืองเวสเชียดอล์ 

     

    “มากันแล้ว” ผมที่ชี้มือบอกทิศทางบนฟากฟ้าให้พี่อ๊อสเห็นสองจุดเล็ก ๆ ที่พุ่งตรงมาด้วยความเร็ว ภายในไม่กี่วินาทีร่างสองหนุ่มก็ลอยลงมายืนตรงเบื้องหน้าพวกผม ทันทีที่วงเวทย์สลายตัวหายไป ชายหนุ่มที่อายุรุ่นราวคาวเดียวกับผมก็โผล่เข้ามาใส่วงแขนพี่ชายกล้ามใหญ่เต็มกำลัง แรงปะทะทำให้พี่อ๊อสถึงกับเซ

     

    “เราได้อยู่ด้วยกันแล้วนะ” พี่อ๊อสกล่าวกับน้องชายที่พลัดพรากจากกัน

     

    “คิดถึงพี่ที่สุด” โอ๊สร้องไห้ออกมาซบอกของอีกฝ่าย ผมกับพี่เอิร์ธที่เห็นภาพตรงหน้าได้แต่ยิ้มและหันมามองหน้ากัน

     

    “สวัสดีครับพี่เอิร์ธ” ผมยกมือพนมไหว้จนอีกฝ่ายต้องรีบรับไหว้

     

    “อยากให้พี่กางแขนหรือให้พี่เข้าไปกอดดีละ” เอิร์ธกล่าวขำ ๆ ใส่ผม

     

    “ฮะ ๆ ผมก็เขินเป็นนะครับ” ผมตอบแต่พี่เอิร์ธกับเดินเข้ามาตบไหล่เบา ๆ ก่อนจะเอามือลูบหัว

     

    “ลำบากมากเลยสินะกว่าจะถึงวันนี้” เขากล่าวด้วยความห่วงใย

     

    “ก็นิดหน่อยพี่ พวกเราเข้าเมืองกันเถอะยังมีพวกเราอีกสองคนรออยู่” ผมตอบ

     

    “แล้วจะไม่แนะนำตัวแบบเป็นทางการให้กันหน่อยเหรอ” เอิร์ธพูดขึ้นจนพวกเราทั้งสี่คนมองหน้ากันขำ ๆ จนบุคคลที่คาดว่าอายุน้อยสุดกล่าวออกมา

     

    “อะฮึ้ม~ พี่ชายที่แก่สุดคนนี้ชื่อว่าพี่เอิร์ธครับพี่อ๊อส ส่วนพี่ออโต้ยินดีที่ได้พบกันครับและฝากน้องโอ๊สคนนี้ด้วยนะครับ” รอยยิ้มที่จริงใจอีกฝ่ายนั้นถึงใจของผมเต็ม ๆ

     

    “อ่าว~ งั้นก็ ขอบคุณพี่เอิร์ธด้วยนะครับที่ดูแลน้องพวกเราอย่างดี ผมอ๊อสก็ของฝากตัวด้วยครับ แอบรู้สึกแปลก ๆ เหมือนกันนะที่อยู่ ๆ มีพี่ชาย ฮะ ๆ” อ๊อสที่พูดขึ้นและตบมุกตัวเอง เมื่อการแนะนำตัวอย่างเป็นทางการจบลงพวกเราก็เข้าเมืองไปหาสองพี่น้องลิลเลลทันที

     

     

    --------------------

     

    “สืบมาได้ว่าไงบ้าง” เสียงทรงอำนาจกล่าวต่อบริวาร

     

    “พวกเขาแค่มาทำภารกิจของทางวิหารตามทำเนียมครับ” นายทหารผู้น้อยกล่าวกับเจ้านาย

     

    “งั้นก็ดี... งานพวกเราจะได้ดำเนินต่อ ว่าแต่ลูกชายตัวดีข้ามันไปไหนแล้ว”

     

    “เรียนท่านดยุกเจ้าชายทรงอยู่ที่ห้องบรรทม”

     

    “นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วไอ้ลูกไม่รักดี! ไปตามตัวมันมา”

     

    “ออ..คือว่า... ตอนนี้เจ้าชายกำลังทรงสำราญอยู่กับ...” นายทหารกล่าวด้วยเสียงเบา แต่นั้นก็พอทำให้อีกฝ่ายได้ยินและเข้าใจถึงความหมายทั้งหมด

     

    ปึ้ง!!~

     

    “อีกแล้วรึ” ดยุกอัลเกอร์ทุบโต๊ะอย่างแรงจนบริวารทุกคนในห้องถึงกับตกใจ

     

    --------------------

     

    “มื้อนี้ผมเลี้ยงเอง ฉลองที่พวกเรากลับมาเจอกันอีกครั้ง” ผมกล่าวกับทุกคน ร้อยยิ้มรอบโต๊ะถูกส่งไปมาให้กัน

     

    “สวัสดีค่ะ นี่ค่ะรายการอาหาร” บริกรสาวผมบลอนด์นามว่าอลิเซีย ส่งยิ้มให้กับเหล่าแขกทุกคน

     

    “อลิเซีย พวกนั้นยังก่อความวุ่นวายกับเธออยู่ไหม” พี่อ๊อสหันไปถามบริกรสาวสวย

     

    “ช่วงนี้ ไม่มีแล้วค่ะ” อลิเซียตอบด้วยรอยยิ้ม

     

    เมื่ออาหารที่อยากกินถูกอลิเซียจดรายการแล้ว พวกเราจึงเริ่มพูดคุยกัน ทั้งแนะนำลิลเลลให้พี่เอิร์ธและโอ๊ส พอบอกว่าพี่อ๊อสและโอ๊สเป็นพี่น้องกัน สองคนนั้นกับตกใจ ไม่ใช่ที่ว่าพี่อ๊อสและโอ๊สเป็นพี่น้อง แต่พวกเขาตกใจที่ว่าผมกับโอ๊สไม่ใช่พี่น้องกันมากกว่า เพราะทั้งสองบอกว่าผมกับโอ๊สเหมือนพี่น้องมากกว่าพี่อ๊อส แถมทั้งโครงหน้าส่วนสูงอายุ เพียงอีกนิดเดียวก็เรียกแฝดได้แล้ว หลังอาหารทั้งหมดถูกจัดการพวกเราจึงกลับที่พัก

     

    การทำงานและสืบเรื่องราวต่าง ๆ ยังคงเป็นไป กว่าจะครบกำหนดงานของทางวิหารที่ได้รับมอบหมายมา พวกเรายังต้องอยู่เมืองนี้อีก 3 วัน

     

    “ดยุกอัลเกอร์ มีความเป็นไปได้ที่จะก่อกบฏกับจักรพรรดิ!!!” พี่อ๊อสที่ฟังรายงานจากพี่ลิลและเลล

     

    “แถมบุตรชายดยุกหรือก็คือเจ้าชายจอร์นแห่งเวสเชียดอล์ ตั้งตนเป็นหัวหน้าของกลุ่มผู้มีอิทธิพลของเมืองนี้ โดยมีพวกชนชั้นสูงบางกลุ่มสนับสนุน ทั้งเก็บค่าคุ้มครองจากชาวบ้าน ปล่อยเงินกู้ที่มีดอกเบี้ยสูง เมื่อชำระไม่ได้หรือเกินกำหนดชำระจะถูกทำร้าย บ้างก็ถูกนำไปขาย หรือถูกใช้บำเรอกาม” เลลรายงานให้ทุกคนฟัง

     

    “คงเป็นพวกเดียวกับกลุ่มที่มีเรื่องกับสาวผมบลอนด์นั่น” อ๊อสที่เกาคางคิดตามกล่าวสนับสนุนข้อมูล

     

    “เรื่องนี้พวกเราคงทำอะไรมากไม่ได้ คงได้แต่ส่งรายงานให้ท่านเมวิสเท่านั้น” ผมสรุปถึงข้อมูลที่พวกเราได้มา

     

    “ส่วนเรื่องตามหาสองสามีภรรยาที่เป็นภารกิจหลักพวกเรา คงต้องรอไปสืบต่อที่เมืองท่าเรือ ส่วนข้อมูลเท่าที่ได้มานอกจากลุงเบ็นที่ได้พบและพูดคุยมากที่สุด คนอื่น ๆ นอกนั้นก็เป็นข่าวพื้น ๆ” ผมพูดโดยเลี่ยงที่จะบอกว่าเป็นพ่อแม่พี่อ๊อสและโอ๊สเพราะยังถือว่าลิลและเลลยังเป็นคนนอกอยู่ ก่อนหน้าพวกผมก็บอกพวกนั้นว่าลุงเบ็นเขาคงนึกว่าพี่อ๊อสเป็นลูกของสามีภรรยาคู่นั้น

     

    “เอาละขอบคุณมาก ไปพักผ่อนกันครับ” ผมกล่าวปิดประชุม เมื่อสองพี่น้องลิลเลลแยกตัวออกไป เสียงพี่ชายบ้าน้องกับน้องขี้อ้อนก็ดังขึ้นพร้อมกัน

     

    “ไปอาบน้ำกันเถอะ” ผมกับพี่เอิร์ธที่ชินกับสองคนนี้ก็ได้แต่พยักหน้ารับ

     

    ห้องน้ำของทางโบสถ์เป็นห้องน้ำรวม โดยมีบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติไหลแยกเป็นสองทางฝั่งหญิงและชาย ผมและพี่เอิร์ธที่ถูกสองพี่น้องอ๊อสโอ๊สจับแก้ผ้าและถูกลากมายังห้องน้ำแห่งนี้ ได้แต่ทำใจจะขัดขืนไปก็มีแต่โดนแกล้งมากกว่าเก่า สู้ยอมรับชะตากรรมไปเสียดีกว่า ยิ่งตอกย้ำว่าผมเป็นเจ้านายในสายตาคนอื่น จนดูเหมือนเจ้าชายที่มีมหาดเล็กคอยดูแล แถมไม่ต้องกลัวว่าจะไม่สะอาด เพราะถูกพี่ชายตัวดีล้างจนหมดไส้หมดพุงไม่เหลืออะไรให้ต้องอายอีก ส่วนพี่เอิร์ธก็ดูชอบให้คนอาบน้ำให้เหลือเกินเพราะมีโอ๊สเป็นคนอาบให้ ขนาดเลลที่เป็นคุณชายแท้ ๆ ยังรู้สึกยอมแพ้ต่อภาพความรักของพี่น้องสี่คนนี้ หนีไปอาบอีกมุมเงียบ ๆ คนเดียว พอผมกับพี่เอิร์ธถูกอาบให้จนเสร็จ ก็ถูกไล่ไปแช่น้ำร้อนรอ มองดูสองคนนั้นอาบน้ำให้กันและกัน ถึงภาพอาจจะเรทแต่ก็รับรู้ว่าทุกการกระทำมันไม่ได้มีอะไรแอบแฝงความบริสุทธิ์ใจล้วน ๆ พอแช่น้ำร้อนกันเสร็จก็ได้เวลานอน โชคดีที่เตียงที่พักเขามีให้แบบใหญ่พิเศษ เตียงใหญ่ 1 และเตียงผู้ติดตามอีก 3 ถึงสองเตียงหลังจะเพิ่งถูกมาเพิ่มไม่นาน แต่ก็ไม่มีใครไปนอน 3 เตียงนั้นสักคน มานอนเบียดจนเกือบจะได้เสียกันอยู่แล้ว มีผมนอนซ้ายสุด ตามด้วยอ๊อสที่บ้าน้อง ตามด้วยโอ๊สผู้ขี้อ้อน และปิดด้วยพี่เอิร์ธ ไม่ต้องบอกว่าทำไมสองคนนั้นถึงอยากอยู่กลาง อีกคนมีน้องที่ตนเองรักขนาบ อีกคนมีพี่ชายที่ตัวเองโหยหาแนบข้างทั้งสอง ก็ฟินเขาสองคนละนะ

     

    เช้าวันถัดมาพวกเราทั้ง 6 ออกไปทำงานกันต่อแต่วันนี้ไม่เหมือนเดิมเพราะ

     

    “ท่านอ๊อส ท่านออโต้” อลิเซียวิ่งกระหืดกระหอบมาหาถึงชุมชนที่พวกเราออกรอบช่วยเหลืออยู่

     

    “พักก่อนครับ” ผมที่เห็นเธอวิ่งมาแต่ไกลจึงเชื้อเชิญให้อีกฝ่ายนั่งพักยังม้านั่งใต้ต้นไม้ใกล้ ๆ

     

    “อะนี่น้ำ ค่อย ๆ ดื่มนะ” โอ๊สที่ถูกพี่ชายส่งน้ำมาให้ก่อนส่งต่อให้อีกฝ่าย เธอรับมันไปดื่มช้า ๆ ก่อนจะปาดมือเช็ดคาบน้ำมุมปากให้แห้งโดยไม่สนใจความสวยที่ตนมี แต่มันกับเป็นภาพพอที่จะทำให้ใจชายหนุ่มหวั่นไหว จนได้ยินเสียงลอบกลืนน้ำลาย ผมนึกแอบประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็เข้าใจในทันที

     

    “ขอบคุณค่ะ ท่าน…!?” อลิเซียถึงจะรู้จักผมแต่ก็ยังไม่ชินใบหน้าถึงกับมองผมและโอ๊สสลับไปมา

     

    “ข้าโอ๊ส...” น้องชายคนนี้ถึงสีหน้าจะไม่แสดงออกมา แต่กับใบหูที่แดงระเรื่อกับปิดไม่มิด ถึงคู่สนทนาจะไม่รับรู้ก็เถอะ แต่กับผมที่อยู่ใกล้ ๆ ก็ยืนยันความคิดก่อนเป็นอย่างดี อ๊อสทีเห็นอาการน้องเล็กสุดที่รัก แต่ก็ยังขัดใจแทรกการสนทนา

     

    “มีเรื่องอะไรหรือ...”

     

    “ข้ารู้มาว่า พวกท่านกำลังตกอยู่ในอันตราย” อลิเซียรีบกล่าวออกมาถึงจะฟังดูเรียบง่ายแต่แอบแฝงไปด้วยความวิตกกังวลของคนที่พูด

     

    “...”

     

    พวกเราทั้ง 6 คนที่ตอนนี้มายืนอยู่ตรงนั้น ได้แต่ประหลาดใจ

     

    “พวกท่านต้องหนี ตอนนี้คนของจอร์น กำลงออกตามหาพวกท่าน”

     

    “ใครคือจอร์น” โอ๊สที่สงสัยเลยถาม

     

    “เจ้าชายจอร์น” ผมทบทวนแล้วพูดออกมา “แล้วกันหรือว่าอีกฝ่ายรู้แล้วว่าพวกเรารู้ความจริงของดยุกแล้ว”

     

    “พอดีที่ร้าน คนของจอร์นมากินอาหารแล้วพูดคุยถึงงานที่พวกเขารับผิดชอบ ข้าได้ยินชัดเจนเลยว่า ให้กำจัดคนของวิหารคีตาที่มาทำธุระช่วยเหลือชาวบ้าน” อลิเซียรีบบอกถึงข่าวที่เธอรับรู้มา

     

    “ดูท่าอีกฝ่ายก็คงสืบเรื่องพวกเราเหมือนกัน” ผมที่หันไปคุยกับเพื่อน ๆ

     

    “พวกท่านรับหนีไปเถอะ” อลิเซียเตือน

     

    “เธอเองก็ควรหนีออกจากเมืองนี้นะ” ผมบอก

     

    “ทำไมหรือคะ” เธอสงสัย

     

    “อีกไม่นานเมืองนี้อาจมีสงคราม เธอและครอบครัวย้ายไปอยู่เมืองอื่นจะปลอดภัยกว่า พวกเราคงช่วยอะไรมากไม่ได้” ผมบอกถึงความน่าจะเป็นที่กำลังจะเกิดขึ้นและฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้

     

    “อลิเซียผมมีเรื่องขอร้อง ผมจะส่งสารไปที่วิหารหาท่านเมวิสที่เมืองหลวง เธอช่วยเป็นธุระให้ผมได้ไหม แน่นอนว่าผมมีข้าตอบแทน” ผมที่พูดออกไปตรง ๆ อย่างไม่ถามถึงความสมัครใจ เธอเงียบเหมือนใช้ความคิดไม่นานก็ตอบออกมา

     

    “ข้าจะไป” เธอตอบด้วยน้ำเสียงจริงใจและเต็มใจ

     

    “ดีเลยเธอจะได้ปลอดภัยจากสงคราม” โอ๊สที่แอบดีใจว่าพูดออกมา

     

    “เอาแบบนี้ อลิเซียพอเธอเสร็จธุระของพวกเราแล้ว ถ้าเธอยังไม่มีที่ไป ให้เดินทางไปเมืองฮาเวสและถามหาร้านเหล้ามากาเร็ต ไปขอพักที่นั้นบอกว่า ข้าฝากมา จำไว้นะว่าเจ้าของร้านชื่อ มากาเร็ต สก๊อตวิสกี้” อ๊อสแนะนำเพราะดูอนาคตแล้วสาวน้อยคนนี้ไม่แน่อาจจะได้มาเป็นน้องสะใภ้ ผมจึงเขียนรายงานแล้วใช้เวทย์ผนึกปิดทับ ส่งมันให้หญิงสาวพร้อมด้วยเงินเหรียญทองคีต 5 เหรียญ เธอถึงกับมือไม้สั่นกับเงินในมือ

     

    “เพื่อความปลอดภัยพี่ลิลกับเลลตามไปคุ้มครองอลิเซียด้วย อีกอย่างเมืองที่พวกเราจะไปต่อไม่แน่ว่าพวกดยุกจะส่งคนตามไป ผมว่าพวกพี่กลับเมืองหลวงจะปลอดภัยกว่า จริงสิ!” ผมที่คุยกับเพื่อนอยู่ก็นึกเรื่องอะไรขึ้นมาได้

     

    “พี่เอิร์ธผมต้องรบกวนพี่แล้วละ ไปคุ้มครอง 3 คนนี้ให้ถึงวิหาร จากนั้นค่อยตามมาสมทบพวกเรา”

     

    “ได้เลย”

     

    “ผมจะดูแลน้อง ๆ เองครับ” อ๊อสบอกอีกฝ่ายเพราะยังไงตอนนี้สถานะเอิร์ธถือว่าเป็นพี่คนโตไปแล้ว ลิลเลลไม่สามารถกลับไปยังโบสถ์ได้เพราะคาดว่าคนของเจ้าชายจอร์นคงดักรออยู่ จึงนัดออกเดินทางกับอลิเซียที่นอกเมือง เมื่อทุกอย่างถูกทำให้เลื่อนไปหมด ผมเลยได้แต่ฝากพี่เอิร์ธให้ดูแล เพื่อน ๆ ให้กลับเมืองหลวงอย่างปลอดภัย ตอนนี้เหลือเพียงแค่ผม โอ๊สและพี่อ๊อสที่เดินทางไปยังเมืองท่าเรืออินเมียว

     

    “น้องทั้งสองจะไม่ตีกันหรือ ที่ชอบสาวคนเดียวกัน” อ๊อสที่บังคับรถม้าอยู่พูดขึ้นมาทำลายความเงียบสงบของธรรมชาติ

     

    “หืม... ออโต้ก็ชอบอลิเซียหรือ” โอ๊สรีบดีดตัวลุกมานั่งจ่องผมรอฟังคำตอบ

     

    “ไม่ได้ชอบแบบนาย ไม่ต้องห่วง พี่อ๊อสก็อย่ายุให้พี่น้องตบตีกันเรื่องสาว” ผมที่รู้สึกอยากกระโดดกัดคอ ชายหนุ่มร่างหนานั้นกล่าวต่อไป

     

    “เช่นนั้นเหลือแค่เรื่องตบตีแย้งพี่ชายก็ได้สินะ”

     

    ผมที่หันมามองหน้าโอ๊สหลังได้ยินประโยคกวนประสาทของพี่ชาย ดูเหมือนใจพวกเราตรงกัน ที่คิดอะไรขึ้นมาได้ ไม่นานรอยยิ้มชั้วร้ายของน้องชายทั้งสองก็ปรากฏขึ้น โดยที่เป้าหมายไม่รู้ตัว พวกเราแวะพักกลางทางบริเวณป่าแห่งหนึ่งซึ่งมีลานดินโล่งเหมาะแก่การทำที่พักในคืนนี้ ในแหวนมิติที่พี่ซันทิ้งไว้ให้มีพวกอุปกรณ์หลายอย่างมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของจำเป็น แทบจะไม่ต่างอะไรกับแมวหุ่นยนต์ตัวสีฟ้าที่มาจากอนาคตในการ์ตูนเด็กที่เคยดู ผมนำกล่องแคปซูลบ้านออกมาก่อนจะเลือกอันที่มีขนาดเหมาะสมกับพื้นที่มาอันหนึ่ง กดปุ่มตามคู่มือการใช้ที่แนบมาด้วย วางมันในที่ต้องการจากนั้นรอมันหมุนหาจุดสมดุล เมื่อเหมาะสมมันก็ระเบิดขยายตัวออก เหมือนกับแคปซูลในการ์ตูนที่ปล่อยพลังสู้กัน 5 นาที แต่นาน 4 สัปดาห์ เคยใช้บ่อย ๆ ไม่นานบ้านหลังหนึ่งขนาดพอให้เราทั้ง 3 คนได้พักผ่อน ทั้งห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องนอนและห้องน้ำ ขนาดตู้เย็นและทีวียังมี สร้างความแปลกใจให้สองพี่น้องที่ไม่รู้จัก สิ่งของต่าง ๆ จากโลกพวกเราที่ตกแต่งอยู่ภายในบ้านหลังนี้ เมื่อพักกินข้าวและอาบน้ำกันแล้วก็ถึงเวลาเข้านอน ผมกับโอ๊สก็รีบวิ่งเข้าห้องหนีพี่ชายตัวโตก่อนจะล๊อคประตู ทิ้งให้อีกฝ่ายอยู่นอกห้องแล้วเราสองคนก็ขึ้นเตียงนอนฟังเสียงร้องเรียกของพี่ชายเป็นเด็กถูกทิ้งอยู่หลายนาที ก่อนอีกฝ่ายจะเงียบเสียงไป พอพวกเรารู้สึกสงสารว่าจะเปิดประตูให้เข้ามานอนด้วยจึงพบว่า พี่โอ๊สแอบนั่งร้องไห้อยู่ พออีกฝ่ายรู้ตัวก็รีบเช็ดหน้าเช็ดตาก่อนจะแยกเขี้ยวใส่ วันนี้พวกผมเลยรู้ว่าพี่ชายตัวโตคนนี้ขี้น้อยใจจนเอาไปร้องไห้ หลังจากนี้คงไม่แกล้งอะไรแบบนี้อีกแล้ว แล้วจึงลากกันไปนอน พวกเราใช้เวลาอีกหลายวันกว่าจะถึงเมืองท่าเรืออินเมียว พร้อมกับพี่เอิร์ธที่บินมาถึงสมทบกันพอดี

     

    “เป็นไงบ้างพี่ ทุกคนปลอดภัยไหม” ผมถามพี่เอิร์ธ

     

    “มีพวกของเจ้าชายอะไรนั้นตามพวกเราอยู่จนพวกเราข้ามแม่น้ำ พี่เลยระเบิดสะพานทิ้ง พวกมันเลยตามไม่ทัน พอท่านเมวิสอ่านสารไม่นาน แล้วก็ไปเข้าเฝ้าจักรพรรดิ ส่วนลิลเลลตามอลิเซียไปเมืองฮาเวส” พี่เอิร์ธสรุปให้ฟังทั้งหมด

     

    “แล้วทางนี้ละเป็นไงบ้าง” พี่เอิร์ธถามผม

     

    “ก็สนุกดีครับ โดยเฉพาะแหวนมิติที่พี่ซันให้มา” ผมตอบตามความจริง

     

    “ฮะ ๆ อย่าเอาไปใช้ทำเรื่องไม่ดีเชียวละ” พี่เอิร์ธแซวผม ก่อนจะเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงจริงจัง “ออโต้ พี่วานไปแยกโอ๊สออกไปจะจากอ๊อสสักพักสิ พี่มีเรื่องสำคัญจะคุยกับเขา”

     

    “ได้ครับแต่เรื่องอะไรเหรอพี่” ผมแอบสงสัย

     

    “เดี๋ยวพี่ขอคุยกับอ๊อสก่อนจะเล่าให้ฟัง ฝากไปแยกแป๊บหนึ่ง” เมื่อผมรับรู้คำสั่งแล้วก็ชวนโอ๊สออกไปสำรวจเมืองกันสองคน ตอนแรกพี่อ๊อสจะไปด้วยแต่ โดนพี่เอิร์ธจับแยกไปอีกทางก่อนพี่อ๊อสเลยยอมแต่โดยดี

     

    “อ๊อส เอิร์ธมีอะไรจะถาม”

     

    “ครับ”

     

    “นายรู้เรื่องอาการโรคหัวใจของโอ๊สหรือเปล่า”

     

    “โรคหัวใจ?”

     

    “ก็ไม่เชิงโรคหัวใจหรอก แต่คิดว่ามันเป็นคำสาปโรคหัวใจมากกว่า” เอิร์ธตอบ

     

    “ทำไมพี่คิดถึงว่าเป็นเช่นนั้นครับ”

     

    “พี่กับซันเคยลองพยายามรักษาด้วยสกิลฮิลขั้นที่ว่า ต่อให้เกือบตายก็สามารถหายมาเป็นปกติ แต่โอ๊สกับไม่หาย เวลาเหนื่อย ตกใจ ดีใจมากเกินไป เขาจะหัวใจหยุดเต้นไปดื้อ ๆ”

     

    “เรื่องนี้ผมไม่รู้มาก่อนเลย” อ๊อสตอบตามจริงและสีหน้าที่วิตกกังวลของเขาทำให้เอิร์ธรับรู้ได้ทั้งจากสีหน้าและจิตใจที่เป็นทุกข์

     

    “ถ้ามันเป็นคำสาปจริง สามารถหาต้นต่อของคำสาปได้เมื่อไหร่ เอิร์ธก็พอจะรักษาน้องได้ อ๊อสไม่ต้องเป็นห่วง ช่วงนี้พวกเราต้องดูแลน้องและรีบรักษาถ้าเกิดอาการ เอาละพวกเราตามไปเดินเล่นกับน้องกันดีกว่า อย่าเพิ่งตีตนจนให้อีกฝ่ายเป็นห่วงละ” เอิร์ธที่พูดแนะนำ

     

    “ครับ”


    คล้ายกับเรื่องสี่หนุ่มตะลุยโลกดนตรี : [Another God !? : Melodies ~♪] ที่คุณอ่าน