่พลบค่ำ ณ ใจกลางเมืองชิคาโกแห่งประเทศเสรีอย่างสหรัฐอเมริกา ภายในซอกซอยถนนเล็กๆ ที่แสงสีของเมืองใหญ่สาดส่องเข้าไปไม่ถึง แว่วเสียงแหลมเล็กสะอื้นสั่นเครือเจือไปด้วยความตื่นตระหนก คอยะโร้องขอความช่วยเหลือเป็ระยะๆ ของหญิงสาว ฟังจากสำเนียงแปร่งๆ แล้ว น่าจะไม่ใช่เ้าของภาษา
“ได้โปรดช่วยฉันที!! กระเป๋าฉัน!” ไอริน สาวเอเชียร่างเล็กวิ่งไล่ตามคนร้ายเข้าไปในซอกตึกมืดสลัว โดยที่มือข้างหนึ่งยังคงลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่วิ่ง ไม่สนใจแล้วว่าตอนนี้มันถูกลากจนเป็รอยครูดเต็มไปหมด รอบข้างมีแต่ความว่างเปล่า ไร้ซึ่งเงาผู้คนสัญจรผ่านเข้ามา ขาเรียวทั้งสองข้างเริ่มหมดแรงอ่อนล้า จังหวะการก้าววิ่งเริ่มช้าลง ดวงตากลมโตร้อนผ่าวฉายแววของความสิ้นหวัง ขอร้องล่ะ! ขอใครก็ได้ช่วยผ่านมาเจอที! เธอไม่ไหวแล้ว!
ไอรินถูกเด็กหนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่งเข้ามาทำร้ายร่างกาย แล้วแย่งชิงกระเป๋าที่มีเอกสารและเงินทั้งหมดไปใน่ทีเผลอ ขณะที่กำลังเดินหาห้องพัก เธอวิ่งไล่ตามมาได้หลายร้อยเมตรแล้ว ตอนนี้ดูเหมือนคนร้ายเริ่มวิ่งตีตัวออกห่างจนกำลังลับสายตาไป
ขณะที่กำลังจะถอดใจกับเหตุการณ์ ทันใดนั้นร่างกายผอมแห้งของคนร้ายกลับถูกอะไรบางอย่างผลักรุนแรงจนปลิวตัวกระแทกกับถังขยะ เกิดเป็เสียงโครมคราม แสงไฟสลัวปรากฏให้เห็นร่างกายสูงโปร่งกำยำของชายหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งตอนนี้เขาแย่งชิงกระเป๋าใบนั้นคืนมาได้อย่างง่ายดาย และกำลังยืนนิ่งจ้องมองเด็กหนุ่มที่พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืนพร้อมกับร่างกายที่สั่นเทาเมื่อได้เห็นคนตรงหน้า ชายคนนั้นที่กำลังง้างหมัดพุ่งไปยังใบหน้าของคนร้าย เป็ต้องหยุดชะงักขึ้นมาทันที เมื่อมีเสียงะโจากชายอีกคนผ่านมาจากด้านหลังของไอริน พร้อมกับความรู้สึกถึงปลายแหลมคมของมีดที่จ่อมายังลำคอของเธอ!
“เอากระเป๋ามา! ถ้าไม่อยากให้ยัยนี่ตาย!” หญิงสาวกลั้นหายใจเฮือก ไม่กล้าไหวติง ดวงตากลมโตสั่นระริก จ้องมองไปยังเ้าของร่างกำยำ มือน้อยสั่นเทาด้วยอารามใและหวาดกลัว ปฏิกิริยาจากหญิงสาวทำให้เขาตัดสินใจลดมือลงอย่างช้าๆ จ้องมองกลับมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง มือหนาทั้งสองกำหมัดแน่น
เขาโยนกระเป๋าของเธอให้เด็กหนุ่ม ก่อนจะยกมือขึ้นทั้งสองข้างแสดงความจำนน สันกรามขบเข้าหากันแน่น จ้องมองพวกมันไม่วางตา เมื่อเพื่อนมันได้กระเป๋ากลับคืนมา ไอรินจึงถูกมันผลักล้มลงโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว จนหน้าคะมำลงกับพื้น ก่อนที่พวกมันทั้งสองจะพากันวิ่งหนีหายเข้าไปในมุมมืด เหลือแต่เพียงบรรยากาศความเงียบงัน
ไอรินค่อยๆ พยุงตัวเองลุกขึ้นยืน ร่างบางยังคงสั่นเทาไม่หาย พยายามรวบรวมสติอันน้อยนิดกลับคืนมา ท่าทีนิ่งเงียบของเขาทำให้รู้สึกประหม่าอยู่ไม่น้อย เธอได้ยินเสียงผ่อนลมหายใจแรงๆ ของคนตรงหน้า
“ตามมา” เสียงทุ้มหนักแน่นทำให้ไอรินสะดุ้งโหยง มือหนายกขึ้นมาเสยผมตัวเองอย่างหงุดหงิด แล้วเดินตรงไปยังถนนที่มีแสงไฟสว่างมากขึ้น โดยที่ไม่มีการหันกลับมามองหญิงสาวแม้แต่น้อย ความหวาดกลัวจากเหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้เธอรีบกึ่งวิ่งกึ่งเดินตามหลังเขาไป
“ขะ ขอบคุณนะคะ” เธอพูดกับเขาด้วยเสียงสั่นเครือ เมื่อเริ่มกลับมาตั้งสติได้ แสงสว่างริมถนนทำให้หัวใจของเธอเต้นรัวอย่างแปลกประหลาด ใบหน้านวลแดงก่ำขึ้นมาทันที หลังจากได้เห็นใบหน้าของชายหนุ่มที่ดูดีไม่น้อยเลยทีเดียว
“...” เขายังคงเดินต่อไป ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ จากร่างสูงกับท่าทางตกตะลึงที่ปิดไม่มิดของเธอ
“คือว่า...ฉะ ฉันไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรต่อน่ะ” หลังจากจ้องมองความหล่อเหลาจนพึงพอใจ ไอรินพึ่งนึกได้ว่ามีเื่ที่สำคัญยิ่งกว่า ความในใจจากเธอดูเหมือนจะได้ผล เมื่อเขาหยุดเดินพร้อมกับหันมามองหญิงสาวเอเชียตรงหน้า พร้อมกับแววตาที่ยังคงคาดเดาไม่ได้เช่นเคย
“ไปแจ้งความ” ร่างสูงหันกลับไปเดินต่อก่อนจะหยุดอยู่ที่รถคันหรู เขาเปิดประตูฝั่งข้างคนขับ พร้อมกับผายมือเป็สัญญาณให้เธอ ไอรินยึกยักเล็กน้อยก่อนจะเดินขึ้นรถอย่างว่าง่าย แม้เขาจะเป็คนช่วยชีวิตจากเหตุการณ์เมื่อครู่ แต่พวกเขาพึ่งรู้จักกันได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเลย เธออดที่จะระแวงไม่ได้เหมือนกัน
“ฉันชื่อไอรินค่ะ ไม่ทราบว่าคุณ?” หญิงสาวตัดสินใจชวนคุยเพื่อทำลายความเงียบอันน่าอึดอัดนี้
“ไซออน” เขาตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มเรียบ โดยที่ดวงตาคมยังคงจ้องมองทางข้างหน้า ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่งของเขา เธอกลับไม่ได้ทันสังเกตว่า แท้จริงแล้วดวงตาสีฟ้าเข้มลึกลับคู่นั้นกำลังมีเปลวเพลิงคุกรุ่นไม่สบอารมณ์จากเหตุการณ์ที่ผ่านมา เขากำลังจะได้กระเป๋าเธอคืนมาให้แล้วแท้ๆ!
“ขอบคุณอีกครั้งนะคะ ไซออน” เธอพูดด้วยน้ำเสียงแ่เบา ความเงียบจากเขา ยิ่งพาให้ทำตัวไม่ถูกมากกว่าเดิม ได้แต่มองไปยังวิวแสงสียามค่ำคืนผ่านกระจกด้านข้าง
หลังจากไปจัดการแจ้งความที่สถานีตำรวจ โทรติดต่อสถานทูต แล้วไปโรงพยาบาลเป็สถานที่สุดท้าย กว่าจะทำธุระทุกอย่างเสร็จก็เลยเที่ยงคืนมาแล้ว ตอนนี้ทั้งสองกำลังยืนอยู่หน้าโรงพยาบาล ความเงียบงันถูกแทนที่ด้วยเสียงถอนหายใจเป็รอบที่สิบของหญิงสาว คิ้วเรียวขมวดมุ่น ไหล่เล็กทั้งสองข้างห่อลู่ คอตก ราวกับความสิ้นหวังอันหนักอึ้งกำลังกดเธอไว้อยู่ ซึ่งทุกอากัปกิริยาอยู่ในสายตาของเขาทั้งหมด
“ที่พักคุณอยู่ไหน?” คำถามของเขาทำให้ใบหน้าเล็กค่อยๆ หันมาสบตาพร้อมกับส่งยิ้มเศร้า ดวงตากลมโตเริ่มแดงก่ำพร้อมที่จะร้องไห้เต็มที่ เธอส่ายหน้าเบาๆ เป็คำตอบ ร่างสูงถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง รู้สึกถึงความยุ่งยากบางอย่างที่กำลังเข้ามาหา
“มีเงินสำรองไหม?” คำถามจากเขาคราวนี้ยิ่งทำให้หญิงสาวก้มหน้างุดไม่กล้าสบตา ไหล่บางเริ่มสั่นเทา ศีรษะเล็กส่ายหน้าเช่นเคยเป็คำตอบ แต่นั่นก็มากพอที่จะทำให้เขาเผลอหลุดสบถคำหยาบออกมา ไอรินสะดุ้งกับท่าทีของเขา ทำไมกัน ทำไมเธอต้องมาเจอสถานการณ์อะไรแบบนี้ด้วย นี่ชีวิตเธอยังซวยไม่พออีกหรืออย่างไร ในใจหญิงสาวตอนนี้เริ่มโทษโชคชะตาที่ไม่ค่อยเข้าข้างเธอเสียเลยั้แ่เกิดมา
“ฮึ่ม! งั้นก็มากับผม!” ร่างกำยำเดินไปหยิบกระเป๋าเดินทางที่บิดเบี้ยวและล้อหายไปข้างหนึ่งของเธอพร้อมกับเดินตรงไปยังรถด้วยท่าทางกะฟัดกะเฟียดเล็กน้อย มือหนาโยนมันไว้ด้านหลังรถโดยไม่ได้มีการออมแรงเท่าไรนัก
“อ่ะ เอ่อ คุณจะพาฉันไปไหนคะ?” ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ในหัวมีแต่คำถามผุดขึ้นมามากมาย เขาคิดจะทำอะไร?
“บ้าน” คำตอบสั้นๆ จากชายหนุ่ม ยิ่งทำให้ไอรินงุนงงไปกันใหญ่ เธอหยุดยืนจ้องมองเขาไม่วางตา คิ้วเรียวขมวดมุ่น บ้าน? คงไม่ได้หมายถึงบ้านของเขาเองหรอกนะ?
ไซออนถอนหายใจออกมาอีกครั้ง เมื่อหมดความอดทน มือหนาดึงข้อมือเล็กจูงบังคับให้หญิงสาวขึ้นรถทันที พร้อมกับคาดเข็มขัดนิรภัยให้อย่างรวดเร็วเสร็จสรรพแล้วรีบขับรถออกไปทันที โดยที่ไม่มีเวลาให้เธอได้โต้แย้งหรือขัดขืนใดๆ ทั้งสิ้น
“คุณหมายถึง...บ้านคุณเองเหรอ?” ไอรินรวบรวมความกล้า ตัดสินใจถามเพื่อความแน่ใจ นี่เธอกำลังรบกวนเขาเกินไปหรือเปล่า?
“อืม” คำตอบของเขา เป็จังหวะเดียวกันกับตอนเลี้ยวเข้าไปในโรงจอดรถอันโอ่โถง สถานที่ตรงหน้าทำให้ไอรินได้แต่ยืนอ้าปากค้าง ปกติเห็นแต่ในหนังฝรั่ง ไม่คิดว่าจะได้มาเห็นบ้านในฝันกับตาตัวเอง
บ้านของไซออนเป็ลักษณะทาวน์เฮ้าส์สี่ชั้นตั้งอยู่ใจกลางเมือง ชั้นล่างสุดใช้เป็โรงจอดรถ มีบันไดเดินขึ้นเพื่อเข้าประตูหน้าบ้านซึ่งตั้งอยู่ชั้นสอง เปิดประตูมาเป็ห้องรับแขก ถัดไปอีกเป็ห้องครัว มีเคาน์เตอร์บาร์ และโต๊ะสำหรับรับประทานอาหาร ยังมีอีกหลายห้องเมื่อมองเข้าไปข้างใน ชั้นสามน่าจะเป็ห้องนอน ส่วนชั้นบนสุดคงเป็ดาดฟ้ากว้าง ภายในบ้านตกแต่งหรูหรา เน้นเฟอร์นิเจอร์ไปทางสีเข้มบ่งบอกถึงความเป็ผู้ชาย ดูเรียบง่ายแต่ลึกลับ บ้านหลังใหญ่โตขนาดนี้ อาศัยอยู่กี่คนกัน ั้แ่เธอเดินเข้ามาในบ้าน ไม่เห็นมีวี่แววของคนอื่นเลย เขาอยู่คนเดียวอย่างนั้นหรือ?
“อยู่ที่นี่ก่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกที” ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบนิ่ง น้ำเสียงดูไม่เต็มใจนัก
“ขอโทษที่รบกวนนะคะ” ไอรินพูดด้วยน้ำเสียงแ่เบา พลางกัดริมฝีปากแน่น เธอไม่ชอบความรู้สึกเป็ภาระแบบนี้เอาเสียเลย
“ห้องนอนเธออยู่ชั้นบนฝั่งขวามือห้องแรก” เขาพูดโดยที่ไม่ได้หันกลับมามองเธอ แถมไม่ได้สนใจคำพูดของเธออีกต่างหาก ร่างสูงเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง ปล่อยให้หญิงสาวยืนทำตัวไม่ถูกอยู่กลางห้องรับแขกคนเดียว แม้ว่าวันนี้จะเป็อีกวันซวยของเธอ แต่โชคชะตาก็ยังใจดีส่งชายหนุ่มรูปงามคนนี้มาช่วยไว้ แม้ว่าไซออนจะดูเคร่งขรึม ตัวใหญ่น่ากลัว แต่ในใจลึกๆ เธอััได้ว่าเขาต้องเป็คนดีแน่นอน
่เช้าหลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ไอรินไม่ลืมที่จะเก็บกระเป๋าเดินทางถือลงมาด้วย เสียงของคนทำอาหารพร้อมกับกลิ่นหอมโชยออกมาจากห้องครัวซึ่งอยู่ไม่ไกล ความหิวทำให้เธอเดินตามไปอย่างลืมตัว แล้วก็ได้พบกับแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่ม ที่สองมือกำลังยุ่งกับการทำอาหารอย่างคล่องแคล่ว
“นั่งสิ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นมา โดยที่ไม่ได้หันมามองแขกผู้มาเยือน เธอเดินไปนั่งเก้าอี้อย่างว่าง่าย ท่าทางสงบเสงี่ยม รู้สึกเกรงใจเหลือเกิน
ไม่นาน จานขนมปังเฟรนช์โทสต์ร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมชวนท้องร้อง ถูกวางไว้ตรงหน้า พร้อมกับนมคนละหนึ่งแก้ว มือหนาหยิบขวดไซรัปมาวางไว้ตรงหน้าเธอ ไม่ได้พูดจาใดๆ ก่อนที่จะจัดการอาหารตรงหน้าตัวเองอย่างเงียบๆ
“ขอบคุณนะคะ” เธอใช้คำนี้กับเขา ไม่รู้ว่าเป็ครั้งที่เท่าไหร่แล้ว ั้แ่ได้รู้จักกันมาเมื่อวาน
“อืม” และเขาก็ยังคงพูดน้อยเหมือนเดิม จนตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกชินและประหม่าลดลงแล้ว
“วันนี้ฉันต้องไปตามทางของฉันแล้ว ขอโทษที่รบกวนคุณจริงๆ นะคะ” คำพูดของเธอทำให้เขาหยุดชะงักเล็กน้อย ดวงตาสีฟ้าคมเข้มจ้องมองสบตาหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่ พาให้ไอรินขนลุกซู่ พร้อมกับเบนสายตาไปทางอื่น แก้มนวลแดงก่ำขึ้นมาอัตโนมัติ เสน่ห์ของเขายากที่จะต้านไหวจริงๆ
“เธอจะไปไหนต่อ?”
“โชคดีที่ยังมีสำเนาเอกสารสำคัญเหลืออยู่ ฉันจะไปติดต่อสถานฑูต แล้วหาที่พักอยู่ชั่วคราวเพื่อรอทางตำรวจแจ้งมาอีกที” เธอคิดออกแต่วิธีนี้ เพราะยังคงมีความหวังและเชื่อมั่นในศักยภาพของตำรวจอเมริกา
“มันไม่ปลอดภัย” เขาเป็คนที่นี่ ทำไมจะไม่รู้ อาชญากรรมเกิดขึ้นได้ทุกที่ในเมืองนี้
“ไม่ลองก็ไม่รู้นะคะ บางทีอาจจะไม่มีอะไรก็ได้” แม้จะไม่มั่นใจในคำพูดของตัวเองเท่าใดนัก แต่ก็พยายามมองโลกในแง่ดีไว้ก็ไม่เสียหาย อีกอย่างที่สำคัญคือ เธอไม่ชอบที่จะเป็ภาระของใคร เพราะนิสัยแบบนี้ ทำให้ไอรินเติบโตในโลกอันแสนโหดร้ายนี้ได้ด้วยตัวคนเดียว พ่อแม่ของไอรินแยกทางกันไปมีครอบครัวใหม่ทั้งคู่ ปล่อยเธอไว้กับยายั้แ่เด็ก แล้วก็ไม่เคยกลับมาเหลียวแลหรือถามข่าวคราวอะไรอีกเลย โชคชะตาจึงบังคับให้เด็กสาวต้องต่อสู้ดิ้นรนด้วยตัวเอง พร้อมกับยายที่สังขารร่วงโรยไปตามกาลเวลา แม้ครอบครัวจะไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่ด้วยความรักอันแสนอบอุ่นของยายที่มีให้อย่างเต็มเปี่ยม ได้หล่อหลอมให้ไอรินกลายเป็คนเข้มแข็ง และมองทุกอย่างในแง่ดีเสมอมา
“นี่นามบัตรผม” เขานิ่งเงียบอยู่นานก่อนจะตัดสินใจพูดขึ้นมา
“ขอบคุณค่ะ” ข้อความในนามบัตรทำให้หญิงสาวต้องเผลออ้าปากค้าง ไซออน สมิธ วิศวกรปิโตรเลียม... นี่เขาทำงานในบริษัทปิโตรเลียมชื่อดังระดับโลกอยู่หรือเนี่ย! น่าอิจฉาจัง!
“แล้วเธอ...มาจากไหน?” คำถามของเขา ทำให้เธอชั่งใจอยู่พักหนึ่ง
“มาจากประเทศไทยค่ะ” หญิงสาวตอบเสียงแ่เบาพร้อมกับหลบสายตาไปทางอื่น เพราะเดี๋ยวนี้มักจะมีข่าวแง่ลบของประเทศบ้านเกิดอยู่บ่อยครั้ง จึงแอบหวั่นใจว่าเขาจะเป็พวกเหยียดเชื้อชาติแบบในข่าวหรือเปล่า แต่คำตอบของเธอกลับไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มแสดงท่าทีใดๆ ออกมา ไอรินจึงตัดสินใจพูดต่อ
“ฉันทำอาชีพนักแปลอิสระ มาเที่ยวที่อเมริกาได้สองสัปดาห์ ที่จริงใกล้จะถึงกำหนดแผนกลับของฉันแล้ว...แต่ดันเกิดเื่นี้เสียก่อน” พูดไปก็อดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้ ตั้งใจจะมาเที่ยวเพื่อให้รางวัลชีวิตตัวเอง อุตส่าห์เก็บออมเงินที่หาได้อย่างยากลำบาก ไม่คิดว่าจะเกิดเื่แบบนี้ขึ้น
แต่ถ้าไม่รวมเหตุการณ์เมื่อวานนี้ นับว่าการมาเที่ยวที่นี่ช่วยให้เธอเปิดหูเปิดตากับโลกภายนอก มอบความสุขและความทรงจำที่ดีมากมายเลยทีเดียว ชิคาโก เป็เมืองที่โดดเด่นด้านสถาปัตยกรรม มีความทันสมัยเจริญก้าวหน้า มีผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ รวมถึงสภาพอากาศที่มีลมแรงตลอดสมกับชื่อ ‘เมืองแห่งลม’ หลังจากได้ไปเที่ยวสถานที่สำคัญๆ และสวยงามมาหลายแห่ง ก็ถือว่าคุ้มค่าสำหรับหนึ่งในเป้าหมายชีวิตของเธอแล้ว
ไซออนจ้องมองมาที่เธอไม่วางตา เหมือนกำลังประเมินอะไรบางอย่าง แม้จะไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ แต่ก็พาให้รู้สึกเขินอายทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว เวลาผ่านไปสักพักเขาจึงเอ่ยปากชวนด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเคย
“ไปกันเถอะ”