เมื่อเห็นแฟนของเธอปรากฏกาย หัวหน้ากองสาวก็โผเข้าหาด้วยความเหนื่อยอ่อน
ราล์ฟอุ้มร่างนุ่มนิ่มพาขึ้นไปที่ยอดไม้สูงที่มนุษย์ไม่สามารถขึ้นไปได้ ถึงเวลาจะพาที่รักของเขาไปพบความมหัศจรรย์ใหม่แล้ว
"ผมจะพาคุณไปที่หนึ่ง"
ลิซเข้าใจว่า เขาจะพาเธอไปพักผ่อนที่ถ้ำหรือที่หลบภัยในดาวดวงนี้ แต่แล้วเด็กหนุ่มกลับพาเธอมาอยู่ในสถานที่แปลกใหม่
ในนี้รอบด้านเป็นภูเขา ต้นไม้ ท้องฟ้าที่นี่ดูไม่สูงเหมือนโลก หรือดวงดาวที่ผ่านมา บริเวณที่เธอยืนอยู่บนพื้นหญ้า ด้านหน้ามีประตูเขียนว่า
'สำนักสมดุลแห่งดวงดาว'
"นี่คือ! .. ที่ที่คุณบอกว่า ฉันและโมเช่ เป็นลูกศิษย์ของที่นี่ และมาร์ค .. แล้วก็อีกคน"
ลิซ งงงวย ไม่คิดว่าเขาจะพามาสำนักที่เขาบอกกับโมเช่ และเธอ
"แล้วเราเข้ามาทางไหนคะ แล้วมีใครอยู่ที่นี่คะ ใครเป็นอาจารย์เรา! "
หัวหน้ากองสาวที่ปกติจะเลิกตั้งคำถามเรื่องอัศจรรย์ของราล์ฟไปนานแล้ว แต่นี่เกี่ยวกับการพัฒนาตัวเองของเธอ สำนักสมดุลแห่งดวงดาวที่เขาบอกว่าเธอได้รับพลังมาจากที่นี่
ราล์ฟจำเป็นต้องปั้นหน้าเคร่งขรึม เปิดประตูเข้าไปข้างใน เขาทำให้มันเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาเพราะ ต่อไปสำนักนี้จะรองรับทีม และคนอีกมากมายเพื่อปฏิบัติภารกิจ ซึ่งก็จะเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติรวมทั้งเพิ่มความแข็งแกร่งให้พวกนั้นเองด้วย
ข้างในตรงกลางเป็นห้องโถงหลังคาสูง ล้อมรอบด้วยห้องทางซ้ายและทางขวา
"ที่นี่ไม่มีใครอยู่ ผมไม่เคยเจออาจารย์ครับ มีแต่ผมกับรุ่นพี่อีกคนที่ถูกเจตจำนงของสำนักนำทางให้เรียนรู้และซึมซับพลังต่างๆ สำนักอยู่ในมิติพิเศษคนที่จะเข้ามาได้ต้องเป็นผมหรือรุ่นพี่เท่านั้นครับที่จะพาเข้ามา รุ่นพี่จะเป็นผู้ดูแลหลัก"
เขายังปิดบังตัวตนเควินซึ่งก็คือร่างแยกของเขาไว้ หากไม่ได้มีเรื่องจำเป็นก็จะยังไม่ให้ออกมาเจอใคร
"ไปที่ห้องของผมกันเถอะครับ"
ที่ห้องปีกซ้ายด้านในสุด ห้องเท่าห้องที่คอนโดเก่าของราล์ฟ มีคอมพิวเตอร์ เตียงเฟอร์นิเจอร์เหมือนห้องที่กันวาโน่ของเขา
"อืม นี่ราวกับยกห้องของราล์ฟที่ขายไปแล้ว มาไว้ที่นี่เลยนะคะ ดีจริง"
ลิซเอ่ยอย่างชอบใจ ราล์ฟรู้ว่าเธอเหนื่อยจากการต่อสู้ เขาพาเธอไปนอนที่เตียงที่เหมือนกับเตียงเก่าที่ห้องของเขา หัวหน้ากองสาวเอนกายลงแต่เมื่อราล์ฟนอนข้างๆ เอามือล้วงเข้าไปในเสื้อจะเกาะแกะเธอ
"นี่ .. อื้ม นี่ ทำอะไรในนี้ได้ด้วยเหรอคะ นี่ในสำนักของอาจารย์ของเรา ไม่ใช่เหรอคะ"
หญิงสาวหน้าแดงประท้วงไปตามความเป็นจริง
เด็กหนุ่มคิด นี่มันในมิติสำนักที่เขาสร้างมาเอง หากนัวเนียแฟนสาวไม่ได้เขาจะถล่มสำนักนี้ทิ้งซะ
"นี่ห้องส่วนตัวของผมไงครับ แม้แต่ลูกศิษย์ของสำนักใครมีภรรยา หรือลูก ก็พามาอาศัยอยู่ที่นี่ได้"
ลิชยังคงไม่ค่อยเชื่อเขา แต่เขาก็กอดดึงเธอเข้ามาซบแล้วให้เธอนอนเสีย หญิงสาวอ่อนเพลียจริงๆ จากนั้นก็หลับไป
หลายชั่วโมงผ่านไปราล์ฟก็พักผ่อนตามหญิงสาวไปด้วย นี่คือการโกงเวลาอย่างแท้จริงไม่ว่าพวกเขาใช้เวลาเท่าไหร่นี่คือการอยู่ในช่วงเวลาของคูปองท่องดาวที่จะผ่านไปเพียงชั่วลมหายใจเดียวเมื่อออกมา
หญิงสาวเมื่อตื่นก็ถูกแฟนของเธอถอดชุดออกนัวเนียทำเป็นพาเธอพัฒนาพลังแห่งดวงดาว แต่โรมรันพันตูจนเสร็จสมกันไปหลายครั้ง
จากนั้นอีกหลายวันเขาและเธอก็ออกไปต่อสู้กับมนุษย์กลายพันธุ์และสัตว์กลายพันธุ์ ราล์ฟที่ระดับสูงกว่าหลายเท่าพัฒนาขึ้นไม่มากแต่ลิซนั้นพลังยกระดับอย่างก้าวกระโดด เธอใช้พลังดวงดาวได้อย่างคล่องแคล่วราวกับเป็นเหนือมนุษย์ทีเดียว
เมื่อผ่านไปสองสัปดาห์ หัวหน้ากองสาวก็ยกระดับไปสู่ นักสู้ระดับ 7 ตอนกลางแล้ว ทั้งคู่ก็ตกลงออกจากช่วงเวลาของคูปองดวงดาวมาอยู่ที่ห้องที่คอนโดที่เมืองเอ็นท์อีกครั้ง
ลิซมองดูนาฬิกาและเวลาก็ต้องอัศจรรย์ใจกับช่วงเวลาสองสัปดาห์ที่เธอไปต่อสู้เสี่ยงตายแต่ที่นี่เวลาผ่านไปเพียงวูบเดียว
❝❝❝
สถานที่ลึกลับซับซ้อนทั่ววาซีเลียถูกไปเยือนโดยชายหนุ่มรูปหล่อ คือ เควินร่างแยกของราล์ฟ เขาเดินทางมาหาของมีค่า ของโบราณสำหรับงานประมูลที่จะมาถึง
ของในตำนานที่วิเศษอัศจรรย์ไม่ใช่ใครจะได้มาง่ายๆ แต่เมื่อเควินที่ใช้ความสามารถหาขุมทรัพย์และกำไลนำทางของระบบก็กลายเป็นเรื่องที่ง่ายดาย
ไม่นานเขาก็รวบรวมของสำหรับประมูลได้หลายชิ้น บางอย่างวิเศษจนเสียดายที่จะเอามาประมูลส่งให้คนอื่นจึงต้องเก็บไว้เอง
ราล์ฟร่างจริงประดิษฐ์ของวิเศษจากพลังเหนือมนุษย์โดยใช้วิธีที่สร้างสรรค์จากความรู้ในคู่มือพลังดวงดาว บางอย่างก็ถามจูนนี่แต่เด็กหญิงไม่ค่อยตอบสักเท่าไหร่ ให้เขาเรียนรู้เองซะส่วนใหญ่
ลูคัสที่รับผิดชอบการประชาสัมพันธ์ก็ได้ดำเนินการโปรโมทการประมูลสินค้ามีค่า และของโบราณของร้านค่าควรเมืองอย่างเต็มที่ บุคคลสำคัญมากมายที่ราล์ฟใช้ความสามารถแฮกเกอร์แล้วหาช่องทางติดต่อให้ ก็ทำให้ลูคัสติดต่อไปได้แล้วได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม
จากตอนแรกที่เชิญบุคคลสำคัญ คนมีชื่อเสียงในรัฐโอค่อนมา กลายเป็นว่าหลายคนเป็นคนที่อยู่ในกองกำลัง องค์กรระดับประเทศ พวกนี้ได้เข้าไปสืบมาจนรู้ว่า ร้านค่าควรเมืองนี้ คือร้านของบริษัทแอลอาร์ได้ดั่งใจที่ทั้งผลิตอาวุธเซฟแอล1ที่เป็นที่ต้องการของทุกกองกำลัง และขายแร่ไอฟอร์ทที่ทรงค่า ทั้งยังเป็นเจ้าของสินค้าราคาสูงที่ขายดีทั่วประเทศอีกหลายชิ้น
ซึ่งเจ้าของที่แท้จริงของบริษัทนี้คือ ราล์ฟ มิททริลคอส รองผู้บัญชาการพิเศษกองกำลังกำแพงคราม เด็กหนุ่มระดับเหนือมนุษย์!
แม้จะรู้กันเฉพาะในวงผู้แข็งแกร่งแต่นั่นก็ทำให้ทุกฝ่ายที่รู้ต่างต้องมาที่งานนี้ เพื่อว่าอาจมีโอกาสได้พูดคุยทำความรู้จักกับ เด็กหนุ่มสุดจะแข็งแกร่งที่เป็นลูกรักของสวรรค์คนนี้
จากรายชื่อผู้ตอบรับที่เป็นคนสำคัญมากมายทำให้ต้องใช้พื้นที่ด้านล่างเพิ่มออกมา เช่าพื้นที่ร้านในย่านซาลาไทต์คอยรองรับ จัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนับร้อยมาดูแล
วันสำคัญงานที่จะเริ่มในช่วงเย็น แต่เมื่อทราบว่าร้านประมูลใหม่มีผู้ยิ่งใหญ่ระดับประเทศ คนมีชื่อเสียงมากมายมา ผู้สื่อข่าวทั่วประเทศต่างมาจับจองที่สำหรับทำข่าวตั้งแต่ช่วงบ่าย ซึ่งลูคัสก็มีวาเนสซ่ามาช่วยดูแลเรื่องการต้อนรับเป็นอย่างดี
ก่อนเริ่มงานสื่อฯต่างๆ ได้นำเสนอข่าวราล์ฟ มิททริลคอส นักสู้แชมป์ประเทศระดับนักเรียน และยังเป็นเจ้าของบริษัทแอลอาร์ได้ดั่งใจ ที่เป็นเจ้าของบริษัทที่มีตราโลโก้รูปมือทำท่าโอเค ผลิตสินค้าอัศจรรย์มากมายในเกือบปีที่ผ่านมา
รูปของเด็กหนุ่มรูปหล่อ อายุ 17 ปี ปรากฏทั่วไปในสื่อฯ ออนไลน์
บางสื่อฯไปเจาะข้อมูลการเงินได้ทราบว่า บริษัทนี้เปิดมาได้ครึ่งปี แต่รายได้ทะลุสองพันล้านไปแล้ว คือบริษัทที่อัตราการเติบโตสูงที่สุดของประเทศอย่างแท้จริง!
งานนี้มีการถ่ายทอดสดออกไปทั่วประเทศ และทั้งโลกก็ได้เห็นผ่านสื่อฯ ออนไลน์ช่องต่างๆ ร้านขายของโบราณ ค่าควรเมือง ที่เพิ่งเปิดตัวก็ได้เป็นที่รับรู้กันไปทั่วแล้ว
ถึงเวลาเย็น คนมากมายมาร่วมงาน ผู้ว่าการรัฐโอค่อน สมาชิกสภาฯหลายคน หัวหน้ากองกำลังต่างๆ เช่น รองหัวหน้ากองกำลังนูคารัตและระดับ 8 หลายคน ผู้การลอว์ฟาแห่งกำแพงครามกับจาค็อบ เข้ามาในงาน
ที่น่าตกตะลึงคือ ชายที่เดินตามผู้การลอว์ฟาที่คนนึกว่าเป็นผู้ช่วยแต่ที่จริงแล้วคือ ท่านเอ็ดมันด์เหนือมนุษย์ที่ไม่เคยปรากฏตัวที่ไหน ถึงกับมาเอง!
รองผู้บัญชาการกองทัพวาซีเลีย กับ รองผู้อำนวยการสำนักงานตำรวจวาซีเลียที่เพิ่งมาถึงเมื่อเห็นท่านเอ็ดมันด์ ต่างอึ้ง ทั้งคู่ย่อมทราบว่าประเทศนี้มีเหนือมนุษย์เป็นใครบ้าง รีบสาวเท้าเข้าไปแสดงความเคารพ ท่านเอ็ดมันด์ก็พยักหน้าทักทายเล็กน้อย
พนักงานแอลอาร์ได้ดั่งใจเกือบครึ่งถูกให้มาช่วยงานที่นี่ ทุกคนต่างตกตะลึงที่เห็นคนมากมาย ผู้มีชื่อเสียง คนสำคัญ คนระดับสูงของประเทศมาในงาน นี่เจ้านายบอสเด็กหนุ่มของเขาเป็นใครกันแน่
และแล้วรถสปอร์ตหรู บีทาร่า นัวร์ สีเทา ก็มาจอดตรงพรมแดง ผู้สื่อข่าวต่างกรูเข้าไปเพราะได้สอบถามจนได้ทราบมาก่อนแล้วว่าใครจะมาด้วยรถคันนี้ มาร์คที่แต่งตัวเป็นทางการลงจากรถเดินมาเปิดประตูด้านข้างยื่นมือไปรอรับ
ลิซ ที่มาในชุดเดรสสีน้ำเงินเข้ม ตัดกับผิวขาว หุ่นเฟิร์มแบบคนที่ออกกำลังกายตลอด เอวบาง อกอวบเซ็กซี่ แววตามีเสน่ห์ หน้าตาที่สวยเกินคำบรรยาย ยื่นมือไปจับมาร์คที่รอรับเธอออกจากรถ
นักข่าวนอกจากรุมเข้าไปถ่ายรูปแล้วหลายคนไม่รู้จักต่างงงงัน นี่ดาราเหรอ ชื่ออะไร สวยเฉิดฉันขนาดนี้
จากนั้นมาร์คเปิดประตูอีกด้าน ราล์ฟออกมายืน เด็กหนุ่มเจ้าของบริษัทที่โด่งดังในสูทสีเทา ผมสีน้ำตาลคิ้วเข้มยืนอย่างงามสง่า ผู้สื่อข่าวสำนักต่างๆ คุ้นเคยจากรูปอยู่แล้ว กล้องถ่ายรูปวูบวาบ แสงแฟลชรัว ส่องไปที่เขาทันที
ไม่มีการต้องปิดบังอะไร เด็กหนุ่มเดินมาข้างแฟนสาว ยื่นมือออกให้ลิซจับแขนควงกันเดินเข้าไปในงาน เจ้าหน้าที่นำพาทั้งคู่ไปนั่งที่ด้านหน้าสุด
ตอนราล์ฟลงจากรถอย่างเท่ แสงแฟลชรัว สองสาวยืนอยู่อีกด้านในงาน วาเนสซ่ากล่าวเบาๆ พอให้ได้ยินกันสองคนกับแรนดี้ที่ยืนอยู่ข้างๆ
"นี่แหละ ผู้ชายของฉัน หล่อ เก่ง สมาร์ตสุด"
จากนั้นเมื่อเขาเดินไปควงกับลิซ แรนดี้ก็กล่าว
"และนั่นก็ผู้หญิงของเขาไง สวย เซ็กซี่สุด"
"เธออยากกลับไปนั่งเขียนรายงานที่ออฟฟิศแทนที่จะยืนตรงนี้ไหม แรนดี้"
วาเนสซ่าข่มขู่ในฐานะหัวหน้า โทษฐานที่แรนดี้มาขัดทำให้เธอเสียบรรยากาศ
โซเฟียมองบอสเด็กหนุ่มของเธอตาเป็นประกาย เธอยืนอยู่อีกด้านกับคาร์ลอสคอยดูแลความเรียบร้อย และในฐานะผู้จัดการร้านค่าควรเมืองที่กำลังเปิดตัวนี้
เริ่มต้นงานมีการแสดงโดยนักสู้ระดับ 2-3 ที่กระโดดไปมา เล่นกับไฟวูบวาบรอบตัว ดนตรีเร้าใจ สร้างความตื่นเต้นตื่นตาตื่นใจ
"ตอนนี้คนก็รู้กันแล้วนะคะว่า ฉันกับราล์ฟเป็นแฟนกันน่ะค่ะ "
ลิซหันมากระซิบเด็กหนุ่มข้างๆ เธอ
"คนอิจฉาผมกันทั้งเมือง ในกำแพงครามเอง หนุ่มๆ มากมายที่ชอบลิซคงสาปแช่งรองผู้บังคับการพิเศษคนนี้ทุกครั้งที่ออกไปทำงานครับ"
หญิงสาวหัวเราะออกมากับคำกล่าวของเขา ใบหน้าที่งดงาม ท่าทางมีเสน่ห์รัดรึงใจนั้น ทำให้เด็กหนุ่มมองเคลิบเคลิ้ม
"ไม่ต้องมองแบบนั้นเลยค่ะ คนเยอะ กล้องเยอะแยะนะคะ อายเค้าบ้างสิ"
หัวหน้ากองสาวเห็นเขามองตาวาวต้องขวยเขิน แล้วก็กลัวคนอื่นเห็น แอบหยิกแขนราล์ฟ
การแสดงเปิดจบ ลูคัสเดินขึ้นเวทีมาแต่งกายด้วยสูทสีน้ำเงินอย่างเป็นทางการกล่าวต้อนรับทุกคน พูดถึงที่มาการก่อตั้งร้านค่าควรเมืองของบริษัทแอลอาร์ได้ดั่งใจ เมื่อเอ่ยชื่อราล์ฟ มิททริลคอส คนต่างปรบมือให้ เด็กหนุ่มยืนโค้งให้ทุกคนคราหนึ่ง จากนั้นก็เข้าสู่การประมูลสินค้าชิ้นแรก
"เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา ขอเข้าสู่การประมูลสินค้า จากร้านค่าควรเมืองของเรานะครับ นี่คือ วัตถุชิ้นแรกที่เราจะประมูลในวันนี้! "
หญิงสาวหน้าตาสวยหุ่นเซ็กซี่ถือถาดเดินออกมา ยืนตรงกลางเวที ไปส่องไปตกบนถาดสีขาวมี เครื่องเป่าเป็นไม้ยาวขนาดหนึ่งฟุตวางอยู่ มีรูสามรู ลักษณะเหมือนขลุ่ยแต่อันเล็กกว่า
เสียงลูคัส กล่าวต่อไปอย่างแช่มช้า เรียบนิ่ง
"ที่ตอนเหนือสุดของวาซีเลีย มีดินแดนอันตรายที่ไม่มีใครเข้าไป ทุกคนต่างรู้จักกันดีเรียกว่า เทือกเขาหมอกลูม ณ ที่นั้นมีเผ่าลึกลับเผ่าหนึ่งพวกเขาอยู่อย่างสันโดษไม่ข้องแวะกับโลกภายนอก
หากมีศัตรู หรือมีผู้บุกรุกเข้าไปในดินแดนของเขา จะไม่มีการต่อสู้แต่จะมีเพียงเสียงดนตรีบรรเลงออกมา เสียงที่จะทำให้ไม่ว่าใครก็รุกคืบไปข้างหน้าไม่ได้
โดยเสียงนั้นมาจากสิ่งที่เรียกว่า เครื่องดนตรีแห่งความเงียบงัน! "
ลูคัสกล่าวจบ เรียกเสียงฮือฮาจากผู้แข็งแกร่งบางคนที่รู้จักที่มาของสิ่งเหล่านี้อยู่บ้าง
จากนั้นก็มีชายหนุ่มหน้าตาธรรมดาคนหนึ่งแต่งกายแบบเจ้าหน้าที่ในงานประมูลเดินออกมา หยิบเครื่องเป่าที่ทำจากไม้นี้จรดริมฝีปาก ด้วยเพลงธรรมดาๆ ที่ดังออกมา ในขณะที่คนหลายร้อยคนเงียบกริบ ทำนองเพลงก็ดังก้องออกไป
ตัวหนังสือขึ้นบนเวทีว่า 'ทุกท่านลองพูดหรือ ขยับร่างกาย! '
เห็นแบบนั้นคนมากมายก็พากันพูด หรือขยับร่างกาย แต่สิ่งที่น่าเหลือเชื่อก็เกิดขึ้น พวกเขาพูดออกมาไม่ได้ จะขยับปากก็ทำไม่ได้ จะยกแขนหรือหันหน้าก็ทำไม่ได้!
ลิซพยายามใช้พลังจนหันไปมองราล์ฟได้แต่ก็ทำได้ช้ามาก แต่เด็กหนุ่มกลับยิ้มพูดได้ปกติ
"อัศจรรย์ ไหมล่ะครับ! "
ลูคัสบนเวทียืนนิ่งยิ้มอยู่ก่อนแล้ว ตอนเจ้านายทดสอบเครื่องนี้เขาก็ช็อกไปครั้งหนึ่งแล้ว พวกคนของบริษัทแอลอาร์ได้ดั่งใจได้พบความเหลือเชื่อนี้ไปก่อนตั้งแต่การทดสอบแล้วจึงไม่ได้ตกอกตกใจกัน จากนั้นเสียงดนตรีก็หยุดลง
ทุกคนกลับมาพูด และขยับกายได้อีกครั้ง คราวนี้ทั้งห้องเต็มไปด้วยเสียงอื้ออึง
"นี่มันอะไรกัน เพราะเสียงดนตรีนั่นเหรอ! "
"ให้ตายเถอะ! เครื่องดนตรีนี่มัน น่ากลัวมาก"
"ฉันต้องได้มันมา โอนีลคุณต้องประมูลมาให้ได้นะ! "
ทุกคนต่างตื่นเต้น อยากได้เครื่องดนตรีนี้มาครอบครอง แม้แต่ท่านเอ็ดมันด์ก็ต้องผงกหัวด้วยความชื่นชมกับของสิ่งนี้
"เครื่องดนตรีแห่งความเงียบงัน เริ่มที่ราคา 10 ล้านเหรียญ ยกป้ายครั้งละ หนึ่งล้านเหรียญครับ! "
ลูคัสเอ่ยออกมา เรียกเสียงฮือฮาอีกครั้งราคาเปิดมาก็ล้านแล้ว แถมยกครั้งละหนึ่งล้านเหรียญ ชายใส่สูทคนหนึ่งเหมือนเป็นคนใหญ่คนโตยกมือขึ้น
ลูคัสรู้จักเขา
"ท่านสตีเฟ่น ให้ 11 ล้านครับ"
มีคนยกป้าย
"คุณชาร์ลอต ให้ 12 ล้านครับ"
อีกคนยกป้ายบอก
"ยี่สิบล้าน! "
เรียกเสียงอื้ออึงราคาขยับขึ้นไป จากนั้นก็มีการต่อสู้ราคา ยกป้ายกันไป
"แล้วราล์ฟขยับปากพูดได้อย่างไรคะ เมื่อกี้ หรือเสียงดนตรีนั่นทำอะไรระดับเหนือมนุษย์ไม่ได้"
ลิซยังไม่หายสงสัย
"ผมสั่งปิดประสาทการได้ยินตอนเสียงดนตรีดังครับ ลิซก็น่าจะทำได้นะ ลองใช้พลังส่งไปที่ประสาทการได้ยินสิครับ"
หญิงสาวลองทำตามเขาบอก แล้วก็ไม่ได้ยินเสียงต่างๆ จริงๆ
"จริงด้วยค่ะ ทำได้จริงๆ"
เวลานั้นการประมูลก็แข่งกันไปเรื่อยๆ จาค็อบก็ประมูลแข่ง แต่จนสุดท้ายรองผู้บัญชาการกองทัพวลาซีเลียก็ให้ผู้ช่วยของเขาประมูลไปได้ที่ราคา 120 ล้านเหรียญ เรียกว่าของชิ้นแรกก็ประมูลกันไปที่ราคามากกว่าสิบเท่าของราคาตั้งต้นแล้ว
จากนั้นลูคัส ก็นำสิ่งของต่างๆ ออกมาประมูล
---------------------