บทที่ 10 เฉลิมฉลอง
ภายหลังการก่อสร้างบ้านเสร็จเรียบร้อยลุงจางกับช่าง ยังช่วยกันปรับพื้นที่สำหรับทำสวนดอกไม้และสวนผักเพื่อทอดเชื่อมต่อไปยังบ้านแต่ละหลังให้เป็พิเศษเพื่อตอบแทนอาหารที่ได้รับในแต่ละวัน และบางวันยังมีแจกจ่ายไปถึงครอบครัวของพวกเขาในตอนเย็นอีกด้วย
ผู้เฒ่ากู้ ปรึกษาลูกหลานเพื่อจัดงานเลี้ยงฉลองขึ้นบ้านใหม่โดยเชิญผู้ใหญ่บ้าน อาจารย์หลี่ และสมาชิกในหมู่บ้านทุกคนและยังขอไม่ให้พวกเขานำสิ่งใดมามอบให้ เนื่องจากรู้ว่าคนในหมู่บ้านเพิ่งผ่านวิกฤตภัยหนาวมาควรเก็บของที่จะเอามาให้ไว้เพื่อต่อชีวิตของครอบครัวไปอีก
“ข้าเห็นด้วยกับท่านตาและจะถือโอกาสในวันฉลองขึ้นบ้านใหม่ของพวกเรา แจกข้าวสารและไข่ให้ทุกบ้านด้วยถือว่าเป็การสร้างกุศลให้ครอบครัวของเรา และเป็การใช้กำไลหยกช่วยเหลือผู้อื่นตามคำสั่งสอนของท่านเทพเซียนกำไลหยกด้วย”
กู้หลินบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่นภายในใจของหญิงสาวคิดอยากทำบุญให้กับิญญาของกู้หลินที่ตัวเองเข้ามาสวมร่าง และชายชราที่มอบกำไลหยกให้ด้วย
กู้เยี่ยมองลูกสาวในวัย 14 หนาว ที่พูดราวกับผู้ใหญ่หลังจากพบกับท่านเซียนในความฝัน ลูกสาวของนางดูมีฉลาดเฉลียวและลักษณะท่าทางเปลี่ยนไป รัศมีบางอย่างแผ่ออกมาจากตัวราวกับเป็คนละคน
“แล้วน้องเล็กจะขอเทพเซียนกำไลหยกเนรมิตอาหารให้หรือว่าจะซื้อจากร้านค้าในเมือง”
กู้เฉินถาม เพราะการแจกอาหารจำนวนมากหากไม่มีที่มาที่ไป เกรงว่าผู้คนอาจจะสงสัย
“เราต้องซื้อจากในเมืองอยู่แล้วพี่ใหญ่ครั้งก่อนที่พวกเรานำเห็ดหลินจือไปขาย ก็ซื้อจากร้านขายของขนาดใหญ่ในเมืองและหลงจู๊ยังถามชื่อแซ่และหมู่บ้านของพวกเราไว้”
กู้เยี่ยพยักหน้าและกล่าวสนับสนุนคำพูดของ ลูกสาว
“ใช่หลงจู๊ยังบอกว่าสามารถส่งของให้ถึงหมู่บ้านได้ ถ้าเราสั่งของจำนวนมากแบบนี้ก็ไม่ต้องขนกลับมาเองให้เหนื่อย”
แววตาของกู้หลินเปล่งประกายเมื่อเห็นโอกาสที่จะช่วยชาวบ้านในการทำมาค้าขายเลี้ยงชีพ
“พี่ใหญ่ ท่านชวนพี่หลี่เหว่ยเอารถม้าเข้าเมืองเป็เพื่อนก็ดีข้าอยากให้พี่ใหญ่เชิญเถ้าแก่ของร้านนั้นมาร่วมฉลองขึ้นบ้านใหม่ของพวกเราด้วยข้ามีบางอย่างอยากหารือกับเถ้าแก่ด้วย”
คราวนี้ทุกคนหันมามองกู้หลินแล้วถามขึ้นพร้อมกัน
“เ้ามีเื่อยากคุยกับเถ้าแก่ร้านนั้นหรือเื่อะไรกัน”
เสียงถามพร้อมกันของทุกคน เรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากใบหน้าของเด็กสาว ก่อนจะตอบเพื่อไขข้อข้องใจของทุกคน
“ทุกท่านคิดว่าหลังจากสร้างบ้านของเราเสร็จแล้วชาวบ้านจะมีทางหาเงินในหมู่บ้านนี้ได้อีกหรือไม่ และจะมีคนจ้างพวกเขาสร้างบ้านอีกหรือไม่”
ทุกคนได้ยินคำถามก็ส่ายหัวปฏิเสธแต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการเชิญเถ้าแก่ร้านขายของในเมืองมาที่บ้านเราด้วยเล่า”
คราวนี้กู้หลินทำหน้าจริงจังก่อนจะอธิบายยาวเหยียด
“ท่านตาเห็นฝีมือของช่างที่ทำเครื่องเรือนให้บ้านเราหรือไม่พวกเขาทำได้งดงามแปลกตาใช่หรือไม่”
ผู้เฒ่ากู้พยักหน้ารับ
“เป็จริงอย่างที่เ้าว่าเครื่องเรือนแบบนี้ตาเกิดมาจนแก่ ก็ยังไม่เคยเห็นมาก่อน”
กู้หลินยกยิ้มเมื่อผู้เฒ่ากู้แสดงความคิดเห็นก่อนจะกล่าวถึงสิ่งที่้าช่วยเหลือคนในหมู่บ้าน
“ในเมื่อท่านตายังบอกว่างดงามแล้วเถ้าแก่ที่ขายเครื่องเรือนเขาจะตาบอดมองไม่เห็นความสวยงามของเครื่องเรือนเหล่านี้หรือที่ถ้า้าเชิญเขามา ก็เพื่อให้เขาได้เห็นเครื่องเรือนในบ้านของเราและ้าสั่งซื้อไปขาย ถึงตอนนั้นช่างในหมู่บ้านของเราก็จะมีงานทำในหมู่บ้านและไม่ต้องไปทำงานรับจ้างในเมืองอีก”
ทุกคนพยักหน้าอย่างเข้าใจแต่ผู้เฒ่ากู้ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากกว่าคนอื่นก็กล่าวแสดงความคิดเห็นแย้งหลานสาว
“หลินเอ๋อร์มีใจ้าช่วยเหลือชาวบ้านนั้นเป็เื่ดี แต่อย่าลืมว่างานฝีมือเหล่านี้กว่าจะทำได้แต่ละชิ้นก็ใช้เวลาหลายวัน ตาว่าอาจจะไม่ทันกิน”
คำพูดของผู้เฒ่ากู้มีเหตุผล ไม่ใช่ว่ากู้หลินไม่ได้คิดเื่นี้แต่หญิงสาวไม่ได้กังวลเลยแม้แต่น้อย เพราะมีกำไลหยกที่สามารถดลบันดาลได้ทุกอย่างอีกทั้งนางยังมาจากโลกปัจจุบันที่มีความรู้ล้ำหน้า และยังมีสมองอันชาญฉลาดอีกด้วย เื่อุปสรรคเล็กน้อยเช่นนี้ย่อมไม่เป็ปัญหาสำหรับนาง
“ท่านตาไม่ต้องกังวลข้ามีแผนในใจอยู่แล้วและท่านอย่าลืมว่าข้ามีเทพเซียนกำไลหยกช่วยเหลืออยู่เื้ั”
ดวงตาของทุกคนเป็ประกายเมื่อรู้ว่าตัวเองลืมไปว่ากู้หลินมีกำไลหยกวิเศษในมือ
“ข้าจะขอให้ท่านเทพเซียนประทานเครื่องมือที่ช่วยทุ่นแรงช่างข้ามั่นใจว่าหลังจากนี้หมู่บ้านของเราจะไม่ต้องอดอยากอีกต่อไป”
คำพูดและแววตาที่แสดงถึงความมั่นใจของกู้หลินทำให้ทุกคนต่างเชื่อมั่นในตัวของหลานสาว
วันต่อมา รถม้าของกู้เฉินก็ไปปรากฏตัวที่บ้านอาจารย์หลี่
“ท่านอาจารย์”
อาจารย์หลี่เห็นลูกศิษย์ที่สอนหนังสือมาั้แ่ยังเล็กขับรถม้ามาจอดที่หน้าบ้าน ก็ยิ้มให้
“อาเฉิน มาหาอาเหว่ยหรือ จะชวนกันไปไหน”
กู้เฉินลงจากรถม้า ก่อนจะคารวะอาจารย์
“อีกสองวันบ้านของข้าจะฉลองขึ้นบ้านใหม่ท่านแม่อยากให้เข้าไปซื้อของในเมือง เพื่อทำอาหารและซื้อข้าวสารและไข่แจกชาวบ้านเพื่อเป็การสร้างกุศลข้าจึงมาชวนอาเหว่ยไปด้วยกันขอรับ”
อาจารย์หลี่ตาเป็ประกายเมื่อได้ยินลูกศิษย์กล่าวถึงแม่
“เดี๋ยวอาจารย์จะไปบอกอาเหว่ยให้เ้ารอสักครู่”
เวลาต่อมา กู้เฉินกับหลี่เหว่ยก็ขับรถม้าเข้าเมืองเมื่อถึงตัวเมืองทั้งสองก็ตรงเข้าไปที่ร้านค้าขนาดใหญ่ที่เคยมาในครั้งก่อน
หลงจู๊จดจำรถม้าคันแปลกตาได้ดีเขารีบค้อมหัวต้อนรับด้วยความยินดี
“คุณชายกู้ คุณชาย”
สรรพนามที่เรียกเปลี่ยนไป เมื่อกู้เฉินลงจากรถม้าในอาภรณ์ที่ใหม่เอี่ยมดูมีราคาและเมื่อมาพร้อมกับชายหนุ่มอีกคนที่ท่าทางดูมีสง่าราศีทำให้มุมมองของหลงจู๊ก็เปลี่ยนไป
“หลงจู๊บ้านของข้าจะจัดงานฉลองขึ้นบ้านใหม่ จึงอยากสั่งของสดและของแห้งสำหรับทำอาหารและสำหรับแจกชาวบ้านในหมู่บ้านด้วย น้องสาวของข้าบอกว่าร้านของท่านสามารถขนไปส่งถึงหมู่บ้านได้ใช่หรือไม่”
หลงจู๊เบิกตากว้าง ศีรษะก็ค้อมลงต่ำกว่าเดิมเมื่อได้ยินว่าคุณชายในรถม้าแปลกตาจะสั่งของจำนวนมาก
“แน่นอนคุณชายร้านของเราสามารถส่งถึงหมู่บ้านได้ เชิญด้านในเถิด ท่านอยากได้สิ่งใดบ้างข้าจะให้เด็กจัดหาแล้วนำไปส่งในตอนบ่ายนี้”
หลี่เหว่ยและกู้เฉินเดินเข้าไปในร้านโดยมีสายตาของเถ้าแก่หนุ่มที่อยู่ชั้นสองมองั้แ่พวกเขาลงจากรถม้า
หลังจากกู้เฉินสั่งของและจ่ายเงินแล้วเขาก็เอ่ยถามถึงเถ้าแก่ของร้าน
“หลงจู๊ ข้ามีเื่รบกวนช่วยส่งเทียบเชิญงานฉลองขึ้นบ้านใหม่ให้เถ้าแก่ของท่านด้วยน้องสาวของข้าอยากพบปะเถ้าแก่เผื่อวันหน้ามีการค้าที่ต้องพึ่งพากัน”
หลงจู๊ชะงักไปชั่วขณะเมื่อคิดถึงเด็กสาวในวันนั้นแต่แล้วก็ค้อมหัวรับเทียบเชิญจากอีกฝ่าย
“ได้ ข้าจะนำเทียบเชิญไปให้เถ้าแก่ด้วยมือของตนเองเลย”
กู้เฉินกับหลี่เหว่ยเดินออกจากร้านไปแล้วมู่เซินที่ได้ยินทุกถ้อยคำที่พวกเขาสนทนากัน จงเดินลงมาจาก ชั้นบนของร้าน
“นางส่งเทียบเชิญเพราะ้าคบค้าสมาคมกับข้าอย่างนั้นหรือช่างน่าสนใจจริง ๆ”
แววตาของชายหนุ่มระยิบระยับขึ้น
แสงอาทิตย์อ่อนๆ ในยามเช้าสาดส่องลงบนบ้านที่งดงามแปลกตาของครอบครัวตระกูลกู้ วันนี้เป็วันพิเศษในการฉลองขึ้นบ้านใหม่ของครอบครัวตระกูลกู้และพวกเขากำลังจัดงานเลี้ยงฉลอง พร้อมกับเชิญทุกคนในหมู่บ้านมาร่วมงาน
กู้เยี่ยแม่ของกุ้ยหลินอยู่ในชุดสีแดงประดับด้วยลวดลายดอกโบตั๋นสีทองอร่ามดูงดงามอ่อนหวาน
กู้หลินยืนเคียงข้างมารดาในชุดสีชมพูอ่อน ใบหน้างดงามเป็สีชมพูระเรื่อ
กู้เฉิน เด็กหนุ่มในวันวานก็กลายเป็ชายหนุ่มท่าทางองอาจใบหน้าคมคายในชุดสีน้ำเงินเข้มขลิบเหลือง
สองผู้เฒ่าตระกูลกู้นั่งมองลูกหลาน และบ้านหลังใหม่ด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า
และแล้วแขกคนสำคัญก็มาถึง