โดมินิคกลับมาถึงห้องก็ต้องใกับความเงียบที่ผิดปกติ หลายวันมาแล้ว ที่ห้องแคบๆ ของเขาต้องรับแขกที่เขาไม่ได้เชิญมา เสียงทีวีเสียงเพลง จะดังอยู่ตลอดเวลา แต่วันนี้ เขาััได้ถึงลางบอกเหตุบางอย่าง
เขาพยายามเดินหาแพทริครอบๆ ห้องพักก็ไม่พบร่องรอยใดๆ เมื่อเดินออกมาเรื่อยๆ ก็พบกับอเล็กซ์ที่กำลังเดินกลับมาพอดี
“เ้าเด็กนั่นหายไป” โดมินิคบอกด้วยความกังวล
“มันคงจะแอบหนีไปเดินเล่นแถวนี้ก็ได้เดี๋ยวก็คงกลับมา” อเล็กซ์ยังคงนิ่งเฉย
“ก็หวังว่าจะเป็อย่างนั้นแต่ฉันรู้สึกไม่ดีเลย”
“นายไม่ควรจะเสียสมาธินะพรุ่งนี้เรามีงานใหญ่ที่จะต้องทำ เ้าเด็กนั่นมันจะหนีไปไหนได้เมืองนี้มีแต่คนของนาย”
“นายอาจจะไม่รู้ในเมืองนี้นอกจากคนของฉันแล้ว คนของนิวเวิร์ลก็อยู่กันทั่วไปหมด”
“อย่าห่วงเลยเรากลับไปวางแผนขั้นตอนสุดท้ายกันเถอะ” อเล็กซ์ลากมือโดมินิคกลับไปยังห้องพัก
.....................................................
ซีรีสนั่งรอพ่ออยู่บ้านเหมือนทุกๆครั้งที่เคยผ่านมา บ่อยครั้งที่พ่อจะออกไปแล้วกลับมาพร้อมของกินอร่อยๆ มาฝากลูกชายนี่จึงเป็เหตุผลที่เขาไม่เคยถามพ่อสักครั้งว่าพ่อไปไหนมา
ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันพ่อกลับมาพร้อมของฝากถุงใหญ่ ซีรีสเพิ่งสังเกตเห็นก็ครั้งนี้แหละว่า ของที่พ่อเอามาฝากเขานั้นหลายอย่างไม่ได้มีขายอยู่ในกำแพง
ดร.เบนยิ้มมาแต่ไกลซีรีสยิ้มตอบกลับไป พร้อมกับรับของฝากมาถือว่าไว้
“พ่อไปไหนมาเหรอครับ” ซีรีสถาม
“หืออออ ปกติลูกไม่เคยถามสักครั้งวันนี้เป็อะไรไปละ” ดร.เบนทำหน้าสงสัย
“ก็แค่อยากรู้พ่อไม่บอกก็ไม่เป็ไรหรอกครับ ผมไม่อยากรู้หรอก”
“วันนี้ลูกทำอะไรบ้างตอนพ่อไม่อยู่”
“ก็ไม่ได้ทำอะไรครับนอนเล่นบนห้องเหมือนเดิมนั่นแหละ อ้อ แล้ววันนี้มีคนโทรมาที่บ้านด้วยครับ”
“ใครโทรมาเหรอ”
“ไม่รู้สิครับ เค้าไม่ยอมพูดผมได้ยินเสียงดังเหมือนเค้าจะอยู่ในตลาดหรือร้านอาหารนี่แหละ สักพักเค้าก็วางไปโดยไม่ได้พูดอะไรเลย”
ดร.เบนครุ่นคิดอย่างหนักถึงเื่นี้เขารู้ดีว่าคนที่โทรมาจะเป็ใครไปไม่ได้นอกจากมิลิน เธอจะโทรมาทำไมตอนนี้เขาไม่คิดที่จะดึงเธอเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเื่วุ่นๆ ที่เค้ากำลังทำอยู่
..........................................................
ผู้พันวาซีลีรีบรุดไปที่ห้องทำงานของมาดามแคทเธอรีนทันทีที่ทำการสืบสวนแพทริคเสร็จ
เขารู้ดีว่านี่คือความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่เขาได้ทำลงไปแต่ในขณะเดียวกัน มันก็ถือเป็การแก้ตัวได้สำเร็จ กับการที่เขาสามารถจับกุมแพทริคได้และเค้นข้อมูลจนทราบความเคลื่อนไหวบางอย่างที่กำลังเกิดขึ้น
เขารีบผลักประตูเข้าไปทันทีที่เดินมาถึงเขาต้องแปลกใจ เพราะดูเหมือนว่ามาดามจะรอเขาอยู่ก่อนแล้ว เธอเชิญให้เขานั่งลงตรงก้าวอี้ที่อยู่ตรงข้ามก่อนจะเอนหลังรอฟังคำอธิบาย
“คนของเราตามจับเ้าเด็กนั่นได้แล้วและกำลัง.....” ผู้พันวาซีลีพูดไม่ทันจบมาดามก็ยกมือขึ้นมาห้ามก่อนจะสั่งการออกมา
“ฉันขอแค่ส่งที่เ้าเด็กนั่นพูดก็พอ”
“ครับท่าน เื่นี้มันเป็ไปอย่างที่พวกเราคาดการเอาไว้ อเล็กซ์มันหักหลังพวกเรา เด็กนั่นบอกว่า มันตื่นมาบนยานก็เห็นพวกนั้นกำลังจะหลบหนี แล้วอเล็กซ์ก็ลากเขามาขึ้นยานหลบหนีมาด้วยเขาไม่รู้เื่อะไรเลย”
“แล้วทองละ”
“เขาเห็นอเล็กซ์เอาทองมากล่องเดียวทีเหลือะเิไปกับยานพร้อมกันคนอื่นๆ”
“มันจะเอามาทำอะไร” มาดามฉุดคิด
“คงจะมีตลาดมืดสักที ที่จะรับซื้อของพวกนี้ตอนนี้ผมส่งคนของเราไปสืบหาอยู่ครับ”
“เด็กนั่นมันพูดแค่นั้นเหรอ”
“มันบอกว่าอเล็กซ์มีกองกำลังอยู่ข้างนอกนั่น และคิดว่าคงจะกำลังวางแผนทำอะไรสักอย่างที่สำคัญในเร็วๆ นี้”
“เร็วๆ นี้เหรอ” มาดามพยายามคิดอย่างหนักก็คิดไม่ออกว่ากองกำลังพวกนั้นจะทำอะไรได้
“แล้วเราจะทำยังไงกับเด็กนั่นดี”ผู้พันวาซีลีถามขึ้น
มาดามเรียกผู้พันวาซีลีให้เข้าไปใกล้ก่อนที่พูดบางอย่างที่ได้ยินกันแค่สองคน ทั้งคู่แอบยิ้มให้กันที่มุมปากเล็กน้อยก่อนที่ผู้พันวาซีลีจะรีบออกจากห้องไป
………………………………………….
ไอรีนกำลังยุ่งอยู่กับการช่วยแม่ในการรับออเดอร์อยู่หน้าเค้าน์เตอร์ ค่ำๆ แบบนี้คนจะเยอะเป็พิเศษลูกค้าที่เพิ่งเลิกงาน จะนัดกันมารวมกลุ่มพูดคุยเฮฮากันในร้านเป็ประจำ
ไอรีนถูกสอนให้มาช่วยงานในร้านั้แ่เด็กเธอจึงมีความคล่องแคล่ว แม่นยำ เธอรู้จักลูกค้าขาประจำแทบจะทุกคน จดจำเมนูอาหารได้ทุกเมนู ลูกค้าส่วนใหญ่รักเธอเหมือนกับที่พวกเขารักและหวงแหนร้านแห่งนี้
ในระหว่างที่เธอกำลังยุ่งอยู่นั้นก็มีชายคนหนึ่งแต่งตัวมิดชิดสวมเสื้อฮู้ดปกปิดใบหน้า เหมือนกลัวใครจะจำได้เดินเข้ามาหาเธอที่เค้าน์เตอร์
“รับอะไรดีค่ะ” ไอรีนถามขึ้นโดยอัตโนมัติ
“ไอรีน” ชายคนนั้นเรียกชื่อเธอ
“แพทริค”เธออุทานออกมาเบาเหมือนจะไม่เชื่อสายตาตัวเอง “นายมาที่นี่ได้ยังไง นายอยู่ที่นี่ไม่ได้นะร้านนี้มีแต่พวกนั้นเต็มไปหมด” เธอพูดรัวรัว
“ฉันไม่รู้จะไปไหนแล้วเธอต้องช่วยฉันนะ” แพทริคพูดเสียงสั่น
“นายออกไปจากร้านฉันก่อนเลย เดี๋ยวฉันตามไป” แพทริคหันหลังกลับทันที่ไอรีนพูดเสร็จ เธอลังเลนิดนึงก่อนจะหันไปคุยกับแม่
“แม่ค่ะ หนูมีธุระนิดนึง ขอตัวก่อนนะ” ไอรีนรีบถอดผ้ากันเปื้อนแล้วเดินตามแพทริคออกไป
ไอรีนเดินออกมาก็เห็นแพทริคยืนเก้ๆกังๆตรงหัวมุมด้านข้างๆ ของร้าน ถึงแม้ลูกค้าในร้านจะมากแต่บรรยกาศข้างนอกก็ปลอดคนพอที่จะให้ทั้งสองคนได้หลบมุมคุยกันโดยไม่ให้ใครได้พบเห็น
“ไปไงมาไงนายถึงได้โผล่มาที่นี่ได้ละเนี่ย ฉันงงไปหมดแล้ว” ไอรีนโวยวายทันที่อยู่กันสองต่อสอง
“เธอคิดว่าฉันตายไปแล้วสินะ ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกันไม่คิดว่าจะรอดมาได้หรอก เอาเป็ว่าฉันจะอธิบายให้เธอฟัง ฉันไม่ได้อยากไปบนดาวโน้นหรอกนะแต่มีคนมาจัดการทุกอย่างให้ ฉันจะไม่เล่าก็แล้วกัน แล้วพอเราไปบนนั้นพวกนิวเวิร์ลก็ะเิยานของเรา แต่ฉันรอดมาได้ เพราะพวกนั้นมันหักหลังกันเอง นักบินพาฉันไปซ่อนตัวอยู่ข้างนอกกำแพงนั่นจนได้เจอกับพวกเธอ วันต่อมานิวเวิร์ลก็ส่งคนไปจับฉันกลับมานี่ สุดท้ายฉันก็หนีออกมาได้ เธอคงคิดว่ามันบ้ามากใช่มั้ย ฉันก็คิดแบบนั้นหลายวันมานี้ มีแต่เื่บ้าๆ เกิดขึ้นกับฉัน ฉันไม่รู้ว่าจะไปทางไหน ก็นึกถึงพวกเธอนี่แหละฉันไปแอบอยู่ที่บ้านของซีรีสอยู่นาน แต่พ่อของเขาไม่ยอมออกไปไหนเลยฉันก็เลยมาหาเธอนี่แหละ”
“นายหาเื่มาให้ฉันแท้ๆ เลยแล้วนี่ฉันต้องทำยังไงดี” ไอรีนดูกระวนกระวายใจเป็อย่างมาก
“ฉันไม่มีที่ให้ไปแล้วเธอต้องช่วยฉันนะ มีแต่พวกเธอเท่านั้นที่เห็นว่าฉันยังมีชีวิตอยู่ฉันขอร้องละ” แพทริคพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนแบบคนหมดทางไปจริงๆ เธอยืนคิดอยู่สักพัก ก็เกิดไอเดีย
“งั้นนายตามฉันมา” ไอรีนเดินนำหน้าแพทริคมุ่งตรงไปทางบ้านของศาสตราจารย์ เธอคิดว่าในตอนนี้ถ้าจะมีใครสักคนที่จะให้ที่ซุกหัวนอนกับหมอนี่ได้ก็คงจะเป็ศาสตราจารย์นี่แหละ
บรรยากาศรอบข้างเริ่มมืดลงเรื่อยๆไอรีนกับแพทริค เดินกันมาจนถึงบ้านศาสตราจารย์ ไอรีนเอื้อมมือไปกดกริ่งแต่ก็โดนแพทริคห้ามไว้ก่อน
“เราไว้ใจเขาได้จริงๆ เหรอ”เสียงแพทริคกระซิบแ่เบา
“ในนี้ไม่มีใครอีกแล้วที่พวกเราจะไว้ใจได้เท่ากับศาสตราจารย์ รับรองเธออยู่ที่นี่จะไม่มีใครมาวุ่นวายแน่นอน” ไอรีนเอื้อมมือไปกดกระดิ่งเสียงกระดิ่งดังเงียบหายไปสักพัก ก็ยังมีใครออกมา ทั้งสองได้ยินเสียงเหมือนมีการเคลื่อนไหวบางอย่างภายในบ้านไอรีนรู้สึกใจชื้นขึ้นมานิดนึง
แต่ก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออกทั้งสองคนก็ถูกกระชากอย่างแรงจากใครบางคน พร้อมกับเสียงขู่เบาๆ
“เงียบไว้ ห้ามพูดอะไรทั้งนั้น”น้ำเสียงที่คุ้นหู แต่ด้วยความใ ทั้งคู่นึกไม่ออกว่าเป็เสียงของใครแรกฉุดกระชากทำให้ไอรีนล้มลง เธอถูกลากไปไม่ไกลก่อนที่จะยันตัวลุกขึ้นวิ่งตามแรงกระชากหลบเข้าไปในมุมมืดห่างจากบ้านศาสตราจารย์ไปไม่ไกล
ศาสตราจารย์กำลังนั่งคิดวางแผนงานที่จะลงมือในวันพรุ่งนี้ตอนที่เสียงเคาะประตูดังขึ้น เขาต้องรีบเก็บทุกอย่างซ่อนให้มิดชิด เวลาแบบนี้ไม่เคยมีใครมาหาเสียงนั่นทำให้เขาต้องแปลกใจ ก่อนที่จะเดินไปเปิดประตู แต่ก็ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น มีเพียงเงาตะคุ่มๆของคนสามคนวิ่งหนีออกไปทางมุมมืดห่างจากบ้านไปไม่ไกล
เขายืนลังเลอยู่ที่ประตูสักครู่ก่อนตัดสินใจปิดประตูลงกลอน กลับเข้าบ้านไป
.....................................................
อเล็กซ์ผุดลุกผุดนั่งเดินไปเดินมาในห้องพักของโดมินิคตอนนี้กลับเป็เขาที่ต้องกังวลกับการหายไปของแพทริค เดิมที่เขาคิดว่าเด็กนั่นคงจะออกไปเดินเล่นข้างนอกสักพัก เดี๋ยวก็กลับมา แต่นี่มืดค่ำแล้วเ้าหมอนั่นก็ยังไม่กลับมา
“ไหนนายบอกฉันว่าไม่ต้องเป็ห่วงไงดูเหมือนนายจะกังวลมากกว่าฉันอีกนะ” โดมินิคเอ่ยขึ้นมาเมื่อเพื่อนร่วมห้องดูกระวนกระวายใจเป็อย่างมาก
“ฉันว่ามันผิดปกติเด็กนั่นไม่น่าจะไปไหนได้ ถ้ามันพลัดหลงอยู่ในเมือง ป่านนี้คนของนายจะต้องพบมันแล้ว”อเล็กซ์เอ่ยด้วยเสียงที่เป็กังวล
“ถ้าคนของฉันไม่พบก็ต้องเป็คนของนิวเวิร์ลแหละที่พบ” โดมินิคสบถออกมา
“ถ้าเป็แบบนั้นคงไม่ดีแน่ๆ พรุ่งนี้เราต้องลงมือแล้วเ้าเด็กนั่นก็รู้เื่ของเรามากเกินไป ฉันไม่น่าพาเ้าเด็กนั่นมาที่นี่ด้วยเลยน่าจะปล่อยให้มันตายไปกับยานนั่น”
“ไม่มีเวลามาเสียใจแล้ว ว่าแต่พรุ่งนี้จะเอายังไงกันดี จะให้เป็ไปตามแผนหรือว่ายกเลิก” โดมินิคถามความเห็น
อเล็กซ์ครุ่นคิดอย่างหนักก่อนตอบออกไป “คงจะต้องมีการปรับแผนกันหน่อยแล้ว”
............................................
ซีรีสยังคงนั่งคิดอะไรอยู่ตรงริมหน้าต่างห้องนอน ั้แ่พ่อกลับมาเมื่อตอนบ่ายเขากับพ่อก็ไม่ได้พูดคุยกันเลย ดูเหมือนต่างคนต่างก็มีความลับอะไรปิดบังอยู่แต่ซีรีสไม่ได้ห่วงเื่นี้หรอก เพราะเขาถือว่าเขาได้เปรียบที่รู้ความลับของพ่อแล้ว ปัญหาคือ เขาจะบอกเื่ของเขากับพ่อยังไง
ระหว่างที่นั่งเพลินๆ อยู่นั้นเขาเห็นเงาของใครสักคนมาด้อมๆ มองๆ อยู่หน้าบ้าน เ้าของเงานั่นคงจะไม่มีเจตนาจะมาทำร้ายคนในบ้านแน่ๆ ถ้ามันคิดจะทำอะไรก็คงจะไม่ใช่เื่ยากเลยแต่ไม่นานนัก เขาก็เดินจากไปด้วยความรีบร้อน
ซีรีสแอบปีนหน้าต่างลงมาแล้ววิ่งไล่ตามเงานั่นไป เ้าหมอนั่นไวมากเขาวิ่งสุดชีวิตก็ยังตามไม่ทัน เขาเดินหาจนทั่วก็ไม่พบ ซีรีสจึงตัดสินใจกลับ แต่แล้วระหว่างางเขาก็เห็นไอรีนกำลังเดินไปกับเ้าหมอนั่นด้วยความรีบร้อน เขาสงสัยว่าพวกนี้จะไปไหนกันจึงตัดสินใจสะกดรอยตามไป
เขาเห็นสองคนนั้นมุ่งตรงไปบ้านศาสตราจารย์ซีรีสแปลกใจเล็กน้อยที่ไอรีนพาใครสักคนมาบ้านศาสตราจารย์ในเวลาแบบนี้ จะยังไงก็ตามเขาจะปล่อยให้มันเกิดขึ้นไม่ได้จึงตัดสินใจวิ่งไปลากสองคนนั่นออกมาจากบ้านศาสตราจารย์
ซีรีสใเล็กน้อยที่เห็นไอรีนล้มลงไอรีนต้องเอาเขาต้องตายแน่ๆ แต่เขาก็ยังหยุดไม่ได้ จนกว่าจะถึงที่ลับตาคน
“หยุดได้แล้ว” เป็ไอรีนที่ส่งเสียงออกมา พร้อมกับสะบัดมือให้หลุดก่อนที่จะทรุดตัวลงด้วยความเหนื่อย
เสียงหายใจที่เหนื่อยหอบของทั้งสามคนดังแข่งกับความเงียบของบรรยากาศรอบข้าง ตอนนี้ซีรีสปล่อยมือของทั้งสองคนแล้ว แสงสว่างที่มีอยู่บ้างทำให้ไอรีนมองเห็นหน้าคนที่ลากเธอมาได้อย่างชัดเจน
“ซีรีส นี่นายเหรอนายทำบ้าอะไรของนาย” ไอรีนระบายความโกรธออกมา
“เธอนั่นแหละทำบ้าอะไร เธอพาใครมาหาศาสตราจารย์ในเวลาแบบนี้” ซีรีสพูดพลางหันไปมองเ้าเงาตะคุ่มๆที่เขาเห็นก่อนหน้านี้
“แพทริคเหรอ”ซีรีสอุทานออกมาด้วยความใ “นี่มันอะไรกัน”
“ฉันก็งงไม่แพ้นายเหมือนกันแต่เอาเป็ว่า เราค่อยคุยกันทีหลังดีกว่า” ไอรีนพูด
“ฉันไม่มีที่ไปแล้ว ไอรีนเลยคิดจะพาฉันมาซ่อนตัวกับศาสตราจารย์ก่อนแต่นายก็เข้ามาทำให้อะไรๆ มันวุ่นวายไปหมดแล้ว” แพทริคที่เงียบอยู่นานเอ่ยขึ้น
ซีรีสนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขารู้ว่าเื่นี้มันแปลกๆแต่ไม่รู้ว่ามันแปลกตรงไหน เขายังจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่เขามีลางสังหรณ์ว่าแผนการของไอรีนมันไม่ถูกต้อง
“ไม่ได้หรอก เราจะทำแบบนั้นไม่ได้เราจึงศาสตราจารย์มาร่วมกับเราไม่ได้ มันยังมีที่อื่นอีก”ซีรีสเอ่ยขึ้นหลังจากตรึกตรองดูแล้ว เขารู้ว่ามีที่อื่นที่ปลอดภัยกว่า“พวกเธอตามฉันมา”
........................................................
“ห้ะนายจะให้หมอนี่มานอนกับฉันเนี่ยนะ” วิลหายง่วงเป็ปลิดทิ้ง เมื่อซีรีสบอกจุดประสงค์ที่เขามาหาในยามดึกเช่นนี้
“เอานาอย่างน้อยบ้านนายก็ปลอดภัยที่สุดแล้ว” ซีรีสคะยั้นคะยอ
“ไม่ๆๆ ฉันไม่เอากับนายด้วยหรอกถ้าพ่อแม่ฉันรู้ฉันต้องตายแน่ๆ” วิลทำท่าปฏิเสธ
“ก็นายเคยบอกเอง ว่าพ่อนายไม่เคยสนใจนายเลยแค่คืนเดียวเพื่อน แค่คืนเดียว” ซีรีสอ้อนวอน
“จะบ้าตาย” วิลทรุดลงกับนั่งเอามือกุมศีรษะ เขารู้ดีว่า ถ้าลองซีรีสพยายามขนาดนี้แล้ว เขาคงไม่มีทางปฏิเสธ
“คืนเดียวจริงๆ นะ” วิลย้ำคำ
“คืนเดียวเพื่อน” ซีรีบรับคำ
“ขอบใจมากเพื่อน”ซีรีสดึงวิลเข้ามากอดอยู่นาน ก่อนจะผละจากไป ทิ้งให้วิลยืนงงอยู่ตรงนั้น
วิลไม่มีทางเลือกอื่นต้องแอบพาแพทริคเข้าไปในบ้าน ย่องขึ้นไปบนห้องนอนแบบเงียบเชียบหลังจากที่จัดที่จัดทางเรียบร้อยแล้ว เขาเลือกที่จะให้แพทริคนอนบนพื้น ก่อนที่เขาจะล้มตัวลงนอนด้วยความง่วง
“นายนอนตรงนั้นแหละแล้วอย่าก่อเื่ละ ฉันช่วยนายไม่ได้นะ” วิลหันไปสั่งแล้วหลับตาลง ไม่มีคำโต้แย้งใดๆ ออกมาจากแพทริค เพราะดูเหมือนทันทีที่หัวถึงหมอนเขาก็หลับไปก่อนเ้าของบ้านเสียแล้ว
เดินออกมาจากบ้านของวิลได้สักพักไอรีนก็เริ่มบ่นกับซีรีส
“ฉันไม่เข้าใจทำไมนายถึงบอกว่าไม่อยากให้ศาสตราจารย์เข้ามาวุ่นวายกับเื่ของเรานายไม่ไว้ใจเขาเหรอ”
“ฉันไม่ไว้ใจเ้าแพทริคนั่นต่างหาก” ซีรีสตอบก่อนที่หยุดเดินและหันไปเผชิญหน้ากับไอรีน
“เธอคิดดูนะหมอนี่มันมีอะไรไม่ชอบมาพากลอยู่หลายอย่าง แล้วที่เธอบอกว่าเขาหนีออกมาจากนิวเวิร์ลได้มันบ้ามาก เป็ไปได้เหรอ ที่เด็กคนนึงจะหนีออกจากที่นั่นได้ ที่นั่นไม่ใช่สนามเด็กเล่นนะ”
“ก็เขาบอกว่ามีคนช่วยเขา”
“ช่วยเหรอ ใครกันละที่จะช่วยช่วยทำไม เธอได้ถามหรือเปล่า”
“ฉันก็ไม่รู้” ไอรีนสำเสียงอ่อย
“เธอฟังนะ พวกนั้นจงใจจะฆ่าแพทริคั้แ่อยู่บนดาวโน่นแล้ว แต่หมอนี่มันรอดมาได้ ฉะนั้นสิ่งเดียวที่นิวเวิร์ล้าจะทำ คือ ต้องปิดปากให้เร็วที่สุดไม่ใช่ปล่อยให้หลุดมือ ออกมาเดินเตร่อยู่แบบนี้ ถ้าจะรอดมาได้ก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนกันใช่มั้ย”
“นาย้าจะบอกว่า”
“ใช่ ฉันจะบอกกับเธอว่าหมอนี่อาจจะเป็สายของนิวเวิร์ลที่ถูกส่งมาสืบข่าวของพวกเรา” ซีรีสสรุป
“แบบนี้วิลก็ไม่ปลอดภัยสิ” ไอรีนเป็กังวล
“วิลไม่เป็อะไรหรอกคนที่พวกนั้น้าคือศาสตราจารย์พวกนั้นจะไม่ทำอะไรจนกว่าจะได้ตัวศาสตราจารย์”
“แล้วเราจะทำยังไงต่อดีละ” ไอรีนถามต่อ
“ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นทำเป็ไม่รู้เื่ เพียงแต่เธอห้ามบอกรายละเอียดอะไรให้กับแพทริคเด็ดขาด”
“แล้ววิลละ ฉันกลัวว่าเค้าจะพูดอะไรออกไป”
“เธอไม่ต้องห่วงหรอกฉันบอกเค้าไปแล้วเมื่อกี้ ตอนที่กอดกัน ฉันรู้สึกเลยว่าหมอนั่นกลัวมาก ป่านนี้คงจะนอนตัวสั่นไปทั้งคืนแน่ๆ ฮ่าๆๆๆๆ” ซีรีสพูดเสร็จก็หัวเราะชอบใจ แต่ไอรีนกลับไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลย