"ที่รัก พวกเรากำลังตั้งครรภ์"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ไป๋ฉีรู้สึกราวกับโลกทั้งใบหยุดนิ่ง ณ ตอนนั้น ใบหน้าของชายหนุ่มจากเดิมที่เรียบนิ่งก็แปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงโดยฉับพลัน ก่อนจะหันไปมองภรรยาสาวทั้งสองคนอีกครา
"ทะ ที่รักพวกท่านไม่ได้ล้อข้าเล่นใช่ไหม"
เฟิ่งเจียอินและจินอันหรานยิ้มพลางส่ายหน้า "พวกเราไม่ได้ล้อเจ้าเล่นอย่างแน่นอน พี่สาวฉินเหยาได้ตรวจให้พวกเราอย่างถี่ถ้วนแล้ว ตอนนี้ลูกๆของเรามีอายุครรภ์ได้หนึ่งเดือนกว่าๆ"
ไป๋ฉีที่ได้ยินก็ถึงกับยิ้มร่า และโอบกอดภรรยาทั้งสองด้วยความดีใจ "ฮ่าๆๆ วิเศษ วิเศษจริงๆ ที่รักไม่ต้องห่วง หลังกลับไปข้าจะจัดการเรื่องของเราให้เร็วที่สุด เพื่อให้ครอบครัวของพวกเราได้อยู่กันพร้อมหน้า"
ทั้งเฟิ่งเจียอินและจินอันหรานที่ได้ยินก็อดที่ไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมา "ฮิฮิ พวกเราเองก็หวังให้ถึงวันนั้นโดยเร็วเช่นเดียวกัน"
"วาบ!"
ในขณะที่ทั้งสามคนกำลังแสดงความรักกันอยู่นั้น จู่ๆก็มีแสงสีทองพุ่งขึ้นมาบริเวณที่พวกเขายืนอยู่ ไป๋ฉีรับรู้ได้ในทันทีว่าสิ่งนี้หมายถึงอะไร
"พวกท่านไม่ต้องกังวลไป ผู้อาวุโสบอกว่านี่คือแสงที่จะเคลื่อนย้ายพวกเราออกไปด้านนอก"เขาบอกกล่าว ทุกคนที่ได้ยินก็พลันพยักหน้าอย่างเข้าใจ
"บูม!"
ต่อมาลำแสงสีทองนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นเสาสีทองขนาดใหญ่ และทันใดนั้นเองพวกไป๋ฉีก็พลันถูกเคลื่อนย้ายออกไปจากมิติโดยฉับพลันและมาโผล่อีกทียังหน้าประตูทางเข้าดินแดนโบราณ
ใช่! ลำแสงสีทองไม่ได้เคลื่อนย้ายพวกเขาออกจากมิติมรดกเท่านั้น แต่ยังเคลื่อนย้ายพวกเขาออกมาจากดินแดนโบราณก่อนที่มิติของเขาจะทำการปิดตัวลงไป
ไป๋ฉีกวาดสายตามองพื้นที่โดยรอบในทันใด สิ่งที่เขาพบเห็นคือสายตานับไม่ถ้วนของเหล่านักศึกษาและอาจารย์ต่างสถาบันที่มองมาทางพวกเขาอย่างไม่เป็นมิตรเท่าไรนัก
แต่ทว่ายังไม่ทันที่พวกมันจะทำอะไรไปมากกว่านั้น บนท้องฟ้าก็ปรากฏร่างเงาชายสองคนที่รูปลักษณ์ต่างกัน พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่กดทับไปทั่วทั้งบริเวณ ทำให้ผู้คนเหล่านั้นเนื้อตัวสั่นเทา
"ทะ เทพดาบผนึกสวรรค์ กับ จักรพรรดิสงคราม พวกเขามาทำอะไรที่นี่กัน!" เหล่าคนเบื้องล่างกล่าวออกมาในแนวเดียวกัน
เทพดาบผนึกสวรรค์เจี่ยอี้มิได้สนใจพวกมัน เขาดีดนิ้วหนึ่งครั้งม่านพลังสีฟ้าปกคลุมพวกไป๋ฉีเอาไว้ และนำพาพวกเขาลอยขึ้นมา
"ท่านอาจารย์" เมื่อมาถึงยังเบื้องหน้า ไป๋ฉีโค้งตัวเล็กน้อยพร้อมกับกล่าวทักทาย
เจี่ยอี้พยักหน้าตอบรับอย่างฉับไว "เอาไว้ค่อยคุยกัน ตอนนี้พวกเราไปยังที่พักก่อนดีกว่า"
ว่าแล้วเทพดาบผนึกสวรรค์เจี่ยอี้ก็พากลุ่มของไป๋ฉีบินไปยังโรงแรมซึ่งอยู่ไม่ไกล ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความอึ้งงัน หลังจากนั้นเพียงไม่นานพวกเขาก็พลันระเบิดเสียงฮือฮาออกมาไม่ขาดสาย
"พะ พระเจ้า! เมื่อครู่นี้เด็กหนุ่มคนนั้นเรียกเทพดาบผนึกสวรรค์ว่าอาจารย์ นะ นี่มันข่าวใหญ่ ไปเร็วพวกเราต้องรีบไปแจ้งข่าวให้ขุมกำลังได้รับทราบ!" เหล่านักสู้ทั่วทั้งบริเวณพากันแยกย้ายออกไปอย่างรีบร้อน
ต้องบอกก่อนว่าเดิมทีข่าวการรับศิษย์ของจ้าวจักรวาลมันก็เป็นข่าวใหญ่อยู่แล้ว แต่ในกรณีของเจี่ยอี้จะเรียกว่า'ข่าวสะเทือนจักรวาล'ก็ไม่ผิดนัก เพราะต้องไม่ลืมว่านอกจากเขาจะเป็นระดับจ้าวจักรวาลแล้ว เขายังมีฉายาเทพแห่งดาบอีกด้วย ดังนั้นสามารถบอกได้เลยว่า ข่าวการรับศิษย์ของเจี่ยอี้คงจะดังก้องกังวาลไปทั่วทั้งสหพันธ์ในไม่ช้า
ตัดกลับมายังพวกไป๋ฉี หลังจากที่พวกเขาถูกเจี่ยอี้พาออกมา ในตอนนี้ทุกคนก็กำลังอาบน้ำชำระล้างร่างกายกันอย่างสบายใจ
เมื่อทำธุระทุกอย่างจนเสร็จสิ้น ไป๋ฉีสวมใส่ชุดเครื่องแบบของสถานบันฟ้ากระจ่างเดินออกมาหาเจี่ยอี้ที่โซนรับแขกของโรงแรมในทันที
"ขออภัยที่ให้ท่านรอนานขอรับ ท่านอาจารย์"
ได้ยินเสียงของลูกศิษย์ เจี่ยอี้ยิ้มพลางส่ายหน้า "ไม่เป็นไรๆ นั่งก่อนเถอะ ข้าได้สั่งอาหารมาให้เจ้าแล้วเดี๋ยวก็คงมา"
ไป๋ฉีนั่งลงเบื้องหน้าอาจารย์แล้วหันมองไปยังโต๊ะที่อยู่ไม่ห่างไกลกันมาก สิ่งที่เขาเห็นคือ พี่ชายของเขาอย่างไป๋หมิง ที่ตอนนี้กำลังถูกชายร่างกำยำบ่นยกใหญ่ แต่ก็ยังคงทำท่าทีเบื่อหน่ายที่จะฟัง
"เจ้าหนู แล้วพวกสหายคนอื่นๆของเจ้าไปไหนกัน ทำไมถึงไม่ลงมาทานอาหารล่ะ"ในขณะที่ไป๋ฉีกำลังมองอะไรเพลินๆเจี่ยอี้ก็กล่าวถามด้วยความสงสัย เขาอุตส่าสั่งอาหารชุดใหญ่มาเลี้ยงสหายของลูกศิษย์แต่ทว่ากลับไม่มีใครลงมาซะอย่างนั้น
"อ่อ พวกเขารู้สึกอ่อนเพลียมากน่ะขอรับ ก็เลยขอนอนพักฟื้นฟูพลัง"ไป๋ฉีกล่าวตอบอาจารย์ไปเช่นนั้น ซึ่งมันคือความจริงทุกประการ
"โอ้ ถ้าอย่างนั้นก็ช่างเถอะ เรามาพูดเรื่องของเจ้ากันดีกว่า"
"เจ้าหนูดูเหมือนเจ้าจะได้รับโชควาสนามาไม่น้อยเลยสินะ ถึงได้พัฒนาตัวเองได้เร็วขนาดนี้" เจี่ยอี้มองไปยังศิษย์ของตัวเองพร้อมกับรอยยิ้มที่พึงพอใจ
ได้ยินคำชมเชย ไป๋ฉีก็พลันยิ้มรับแล้วตอบเพียงสั้นๆว่า "บังเอิญโชคดีน่ะขอรับ"
"เอาล่ะๆ แม้จะได้รับโชควาสนามามาก แต่เจ้าห้ามละเลยการฝึกฝนเด็ดขาด เข้าใจไหม"
ไป๋ฉีพยักหน้าตอบรับอย่างว่าง่าย "เข้าใจแล้วขอรับอาจารย์"
"โอ้ ข้าเกือบลืมถาม ภารกิจที่ข้าให้ไปเจ้าทำได้กี่อย่าง"เจี่ยอี้ที่นึกขึ้นมาได้กล่าวถามอีกครั้ง
ไป๋ฉีตอบไปตามตรง "นอกจากภารกิจระดับราชาดวงดาว ที่เหลือข้าทำมันจนเสร็จสิ้นแล้วขอรับ"
"ดีมาก เดี๋ยวพอกลับไปเจ้านำภารกิจระดับราชาดวงดาวไปคืนแล้วบอกพวกเขาไปว่าภารกิจล้มเหลว ซึ่งตึกภารกิจก็จะลงโทษเจ้าโดยการให้ไปทำภารกิจชดเชยสำหรับเวลาที่เสียไป เจ้าก็แค่ยื่นภารกิจเหล่านี้ให้ตึกภารกิจไปก็เท่านั้น"เจี่ยอี้กล่าวอธิบาย
ไป๋ฉีที่นั่งฟังถึงกับยิ้มเจื่อนๆให้กับคำพูดนั้น นี่สินะประโยชน์ของการมีอาจารย์เป็นผู้คุมกฏ ช่างขยันสรรหาช่องว่างของกฏเกณฑ์มาใช้เสียจริงๆ
'ให้ตายสิ ไม่คิดเลยว่าคนหน้าตาหล่อๆซื่อๆอย่างอาจารย์จะเจ้าเล่ห์ได้ขนาดนี้ เห็นทีข้าต้องเรียนรู้จากเขาให้มาก'