ข้ามโลกมาเป็นเซียนกระบี่ยอดนักต้มตุ๋น

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 54 ช่วยศัตรู

            เมืองจูเซียน

            ศิษย์ลัทธิมารสำนักเซียนโรมรันพันตูกันอย่างดุเดือดในสวนบ้านตระกูลเนี่ยคมดาบประกายกระบี่แปลบปลาบสะท้อนทั่วทิศรังสีกระบี่พุ่งออกมั่วซั่วทั้งแนวตั้งแนวนอน อานุภาพกระบี่โถมท่วมฟ้าตัวตึกตระกูลเนี่ยถล่มเหลือแต่ซากจากการต่อสู้

            บรรดาผู้ฝึกตนที่แอบดูอยู่ไกลๆได้แต่กลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก

            “ประมุขหวังช่างน่าทึ่งจริงๆเข้าสู่สำนักเซียนไม่ทันไรก็เลื่องลือฟูเฟื่องแม้แต่ศิษย์ดวงธาตุทองคำของสำนักเซียนยังสั่งได้ตามใจ! ร้ายกาจ ร้ายกาจ!”

            “ใช่แล้วข้าล่ะอิจฉาประมุขหวังจริงๆ สามารถก้าวข้ามความน่าอับอายของพวกเราชาวเมืองจูเซียนเข้าร่วมประชันกับยอดฝีมือดวงธาตุทองคำ!”

            “ใช่นั่นเหมือนจะเป็นจางเสินซวี! ไหนมันบอกว่าจางเสินซวีเป็นเรื่องโกหก? แล้วมันจะมีพลังชั้นดวงธาตุทองคำได้ยังไง?”

            ในที่สุดก็มีคนจดจำจางเสินซวีได้แจ่มชัดจึงเริ่มตั้งคำถามต่อหวังเค่อขึ้นมา

            ทว่า “ผู้ช่วย”ของหวังเค่อในฝูงชนคือคลื่นใต้น้ำที่คอยติดตามหวังเค่อมานานปีคลายปมปัญหาเล็กน้อยแค่นี้ ยากเย็นตรงไหน?

            “ผิดแล้วนั่นเป็นจางเสินซวีตัวจริงเนี่ยเทียนป้ามันไปหาพวกต้มตุ๋นมาหลอกลวงพวกเราเมื่อครั้งก่อนดังนั้นย่อมต้องปลอมแปลงโฉมเหมือนตัวจริงอยู่แล้ว! เนี่ยเทียนป้า ไอ้จอมลวงโลกถึงกับไปหาคนหน้าตาเหมือนกันมาตั้งแต่แรก? หาที่ตาย!”

            “เนี่ยเทียนป้าถึงกับจงใจปลอมแปลงคนของพรรคอีกาทองคำหานักต้มตุ๋นที่หน้าตาเหมือนกันมาด้วย สมควรตายนัก!”

            ………

            ………

            ……

            ……

            …

            …

            หลังรับฟัง “บท” ของผู้ช่วยหวังเค่อความคิดอ่านของบรรดาผู้นำตระกูลในเมืองจูเซียนก็ถูกเบี่ยงเบนไป

            “เสินซวีผู้นี้ดูละม้ายคล้ายตัวปลอมที่เนี่ยเทียนป้าจัดแจงมาแต่หากเจ้าสังเกตดูดีๆ จะเห็นข้อแตกต่าง!”

            “ใช่ๆ ดูแนวกรามของมันสิ!”

            “ตาก็โตกว่าด้วย!”

            ………

            ………

            ……

            ……

            …

            …

            ครานี้ “ผู้ช่วย”ของหวังเค่อไม่ต้องแนะแนวทางแล้วทุกผู้คนพลันมองเห็นข้อแตกต่างขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ

            เช่นนี้ข้อกังขาต่อหวังเค่อล้วนเป็นอันคลี่คลายเหลือเพียงเนี่ยเทียนป้าไอ้จอมหลอกลวงอยู่ท่ามกลางสายตาดูแคลนของทุกผู้คน

            ณ ใจกลางการต่อสู้ เนี่ยเทียนป้าหวังเค่อ องค์หญิงโยวเยว่ และจูเยี่ยนยืนประจันหน้ากัน

            หวังเค่อควบคุมกระบี่บินที่กำลังงัดง้างกับกระบี่บินของเนี่ยเทียนป้าอย่างหืดขึ้นคอ

            มีเนี่ยเทียนป้าคนเดียวที่ทราบว่าจางเสินซวีไม่ได้มาช่วยหวังเค่อแต่มาฆ่าหวังเค่อต่างหาก! ส่วนพวกมารนั่นก็มาหาเรื่องหวังเค่อเหมือนกันตามหลักเหตุผล หวังเค่อสมควรตายหองไปนานแล้ว ทำไม ทำไมกลายเป็นแบบนี้ไปได้?

            “เลิกสู้กันได้แล้ว!คนที่พวกเจ้าอยากฆ่าอยู่นี่ อยู่ตรงนี้! อย่าปล่อยให้ตาอยู่ชุบมือเปิบสิ!”เนี่ยเทียนป้าสะกดอาการบาดเจ็บแหกปากตะโกนขึ้นฟ้า

            ทว่าธรรมะอธรรมเดิมทีไม่เจ้าตายก็เป็นข้าสิ้น วันนี้ยิ่งสุมไฟไปกองใหญ่ไหนเลยจะหันกลับมาจับมือสงบศึกอย่างที่เนี่ยเทียนป้าหวังไว้? ล้อกันเล่นหรือเปล่าเนี่ยเทียนป้าเจ้าเป็นตัวอะไร? พวกเราไม่รู้จักเจ้า!

            เนี่ยเทียนป้าคำรามต่อทว่ากลับไม่มีผลอันใด สีหน้าของมันกลายเป็นมืดทะมื่น

            กระบี่บินยันกันอย่างสูสีกระบี่ของมันกำลังจะหัก ยิ่งมายิ่งคืบใกล้มันเข้าไปทุกทีตนเองก็ไม่มีความกล้าระเบิดกระบี่บินทิ้ง ทันทีที่มันถอนกระบี่ออกย่อมถูกกระบี่ของหวังเค่อผ่าตัวขาดสะพายแล่ง!

            “หวังเค่อ เอาอย่างงี้ดีกว่าเลิกสู้กันก่อนดีมั้ย? พวกเราออกไปจากที่นี่ก่อนดีกว่านะ?”เนี่ยเทียนป้ามองหวังเค่อด้วยแววตาคาดหวัง

            หวังเค่อครุ่นคิดชั่วครู่ขณะกำลังจะตอบตกลง ทว่าจูเยี่ยนทางด้านข้างไม่ยอมรับ

            “ไม่ได้เจ้าคือเนี่ยเทียนป้าสินะ? เจ้ารั้งมันไว้ ข้าจะฆ่ามันเอง!”จู่เยี่ยนตะโกนใส่เนี่ยเทียนป้า

            “เจ้า?” เนี่ยเทียนป้ามองจูเยี่ยนอย่างแปลกใจ

            “ข้าอยู่ที่นี่เจ้าอย่าฝันเลย!” องค์หญิงโยวเยว่ยืนบังหวังเค่อไว้

            หวังเค่อกลับแค่นเสียงเย็น “จูเยี่ยนเจ้าคันอีกแล้วรึไง?”

            “เจ้ายังไม่รู้จักเป็นหรือตายสินะ?”จูเยี่ยนกระชับแส้เดินเข้ามา

            “องค์หญิงโยวเยว่ ท่านถอยไปไม่ต้องห่วง จูเยี่ยนผู้นี้ยังมีพลังฝีมือในชั้นปุถุชนยังไม่บรรลุเซียนเทียนด้วยซ้ำ! มันทำอะไรข้าไม่ได้หรอกทลายปราณคุ้มกายของข้ายังไม่ได้ด้วยซ้ำ ไม่ต้องสนใจมัน!” หวังเค่ออธิบาย

            “อ้าว?” องค์หญิงโยวเยว่คาดไม่ถึง

            สีหน้าจูเยี่ยนแดงก่ำทันใดครั้งก่อนตอนอยู่ในวัง มีเนี่ยเมี่ยเจวี๋ยคุมเชิงอยู่ด้านข้าง ดังนั้นมันไม่กล้าใช้พลังออกไปเราราชันบรรลุถึงขั้นเซียนเทียนสูงสุดเชียวนะ กำจัดพวกเจ้ามิใช่ง่ายดายดุจหยอกเล่น? เจ้าคิดว่าข้าเป็นไก่อ่อนจริงๆน่ะหรือ?

            “หวังเค่อเจ้าคิดว่าครั้งที่แล้วข้าสู้เจ้าไม่ได้จริงๆ เรอะ?” จูเยี่ยนชี้แส้ไปทางหวังเค่อพลางกล่าวเย้ยหยัน

            ตอนนี้เองหวังเค่อใช้มืออีกข้างที่ไม่ได้บังคับกระบี่บินคว้าจับออก เพียงหมุนควงฝ่ามือแส้ยาวในมือจูเยี่ยนก็ตกไปอยู่ในมือของหวังเค่อแล้ว

            “เอ๋?” จูเยี่ยนจ้องมองมือเปล่าไร้แส้ของตนด้วยความตะลึง

            ข้าแค่เผลอไปแป๊บเดียวแส้ไปไหนเสียแล้ว?

            “ดูๆ ฝีมือระดับนี้ยังคิดจะมาทำร้ายข้า? คนประเภทนี้เป็นพวกฝันกลางวัน!องค์หญิง ท่านวางใจเถอะ เอาละ พลังของท่านถูกผนึกไว้ท่านไปนั่งรออย่างสบายใจตรงมุมโน้นเถอะเดี๋ยวจะถูกลูกหลงของข้ากับเนี่ยเทียนป้าเอาได้!” หวังเค่อปลอบ

            “อือ! ข้าตกใจแทบแย่คิดว่าจูเยี่ยนนี่จะพอมีฝีมืออยู่บ้าง ที่แท้ก็แค่ทำท่าทางข่มขู่ไปงั้นเอง!”องค์หญิงโยวเยว่ปรายตามองจูเยี่ยน ก่อนจะเดินไปหลบมุมที่ปลอดภัย

            จูเยี่ยน “...!”

            “จูเยี่ยน ไอ้ไร้น้ำยายังมายืนอยู่ทำบ้าอะไร! เสียเวลาข้าจริงๆ!” เนี่ยเทียนป้าปรายตามองเหยียดหยาม

            “หวังเค่อเมื่อครู่ข้าเสนอไปแล้ว พวกเราเลิกสู้กันเถอะ!”เนี่ยเทียนป้าส่งสายตาหาหวังเค่ออีกครา

            หวังเค่อยังไม่ทันตอบคำจูเยี่ยนก็สอดปากขึ้นมา

            “ไม่ต้องไปเจรจากับมันเนี่ยเทียนป้า เมื่อครู่ข้าแค่เผลอเรอไปหน่อยเท่านั้น ข้าไม่ได้จับแส้ไว้ให้ดีๆมันถึงแย่งไปได้ง่ายๆ ข้าคิดจะฆ่ามันง่ายเหมือนปอกกล้วย!” จูเยี่ยนเอ่ย

            เนี่ยเทียนป้าที่อยู่ไม่ห่างเท่าไรตะลึงงันพร้อมหันมามองจูเยี่ยนอย่างเหลือเชื่อ

            “จูเยี่ยน เจ้าไสหัวไปทางอื่นไป!หรือคิดว่าข้าไม่กล้าโบยเจ้า?” หวังเค่อตวาดเสียงเย็น

            เพี๊ยะ!

            แส้บนฝ่ามือสะบัดฟาดบนร่างจูเยี่ยน

            ข้าถูกโบยแล้ว?

            จูเยี่ยนรู้สึกได้ถึงสายตาหยามหยันจากทุกผู้คนช่างอัปยศอดสูสุดแสน

            “อ๊ากกกกกกกกกกกก!”

            พร้อมกับเสียงคำรามลั่นไอพลังกลุ่มใหญ่ทะลักออกมาจากร่างจูเยี่ยน อิฐหินดินทรายโดยรอบสั่นสะท้านไอมารปกคลุมทั่วร่างมาร

            “ปราณทรงพลังนัก? หรือว่ามันจะพูดจริง?” เนี่ยเทียนป้าที่ไม่ห่างออกไปเท่าใดเริ่มหวั่นไหว

            “ไอมาร? จูเยี่ยน เจ้าไม่ต้องการต้าชิงแล้ว? เจ้าเข้าร่วมลัทธิมารแล้ว?”หวังเค่อจ้องมองด้วยความตะลึง

            “มาร? เฮอะก็แค่วันนี้เท่านั้น หลังจากวันนี้ จะมีใครรู้ได้อีก? หวังเค่อเจ้ารังแกคนเกินไปแล้ว! วันนี้แหละวันตายของเจ้า!”จูเยี่ยนตะโกนอย่างบ้าคลั่ง

            “หวังเค่อ ระวัง!”องค์หญิงโยวเยว่อุทาน

            เนื่องเพราะจูเยี่ยนปลดปล่อยไอมารท่วมฟ้าท่ามกลางความบ้าคลั่ง กำปั้นที่อัดแน่นด้วยไอมารสุดคณานับของมันพุ่งเข้าใส่ท้องน้อยของหวังเค่อสุดแรงเกิด

            พลังอันรุนแรงของกำปั้นนี้แม้แต่องค์หญิงโยวเยว่ยังต้องตื่นตระหนก

            เนี่ยเทียนป้าที่ห่างออกไปไม่ไกลเองก็ก็เนื้อเต้นขึ้นมาหวังเค่อยังไม่ทันมีเวลาได้ขยับ กำปั้นก็เข้าถึงตัวแล้ว

            ตูมมมมม!

            เสียงหนักทึบประดุจดั่งวัตถุร่วงหล่นจากตึกสิบชั้นเนี่ยเทียนป้าที่เฝ้ามองกรีดร้องออกมาด้วยยินดี ยอดเยี่ยม หมัดรุนแรงปานนั้นไม่ต้องพูดถึงหวังเค่อ แม้แต่ข้ายังรับไว้ไม่ไหว หวังเค่อใช่ตายโหงแล้วหรือไม่?

            จูเยี่ยนเองก็เฝ้ารอวันชกสังหารหวังเค่อด้วยกำปั้นเดียวมานานความอับอายอดสูทั้งหมดของมันในที่สุดก็ถูกชำระล้างแล้ว?

            แต่ แต่…!

            หวังเค่อกลับไม่ขยับ? ไม่ถอยไปแม้แต่คืบเดียว?นี่เป็นไปไม่ได้? หวังเค่อมิใช่อยู่ชั้นเซียนเทียนหรอกหรือ?

            จูเยี่ยนเงยหน้าขึ้นมองหวังเค่อหวังเค่อกำลังมองมาที่มันเช่นกัน เจ้าทำอะไร จั๊กจี๋ข้าเล่นเรอะ?

            หวังเค่อฝึกปรือเคล็ดวิชามหาสุริยันมิดับสูญสัจปราณขุ่นของมันมีฤทธิ์กลืนกินพลังภายนอกทั้งมวลกำปั้นทรงพลังของจูเยี่ยนถูกสัจปราณขุ่นดูดกลืนจนหมดสิ้นส่วนพลังปราณของหวังเค่อก็แข็งแกร่งขึ้นอีกเล็กน้อย ทั้งยังไม่เจ็บเลยสักนิด!

            ไม่เจ็บแม้แต่น้อย!

            ไม่ว่าจูเยี่ยนจะแข็งแกร่งปานไหนไหนเลยจะแข็งแกร่งไปกว่ามู่หรงลวี่กวง? ตอนที่มู่หรงลวี่กวงชกใส่หวังเค่อก็ไม่เจ็บ เช่นนั้นกำปั้นของจูเยี่ยนจะทำร้ายหวังเค่อได้ยังไง?

            จูเยี่ยนแข็งค้างเนี่ยเทียนป้าและองค์หญิงโยวเยว่ทางด้านข้างเองก็ตาโต

            “จูเยี่ยนทำอะไร? หวังเค่อ เจ้ารู้หรือไม่?” องค์หญิงโยวเยว่ถามด้วยความพิศวง

            สีหน้าเนี่ยเทียนป้ากลายเป็นอัปลักษณ์“จูเยี่ยน? ไอ้สวะเอ๊ยแค่ปราณคุ้มกายของมันก็ไม่มีปัญญาทลายด้วยซ้ำ ข้ารู้ว่ามันมีพลังแค่เซียนเทียนมันยืนทื่อให้ตีขนาดนี้ เจ้ายังไม่มีปัญญาตีเข้า? ขยับยังไม่ขยับสักนิ้ว?เจ้าโกหกข้า?”

            จูเยี่ยน “...!”

            หวังเค่อไม่สะเทือนแม้แต่น้อย? ข้าคือเซียนเทียนสูงสุดนะหมัดเมื่อครู่ข้าทุ่มสุดพลังด้วย เพราะอะไรกัน?

            “หลอนไปแล้วทั้งหมดล้วนเป็นภาพหลอน มา ข้าไม่เชื่อหรอก ข้าไม่เชื่อ!เอากำปั้นมารทมิฬของข้าไปกิน!”

            ตูม!

            นี่เรียกว่าเสียงฟ้าลั่นดันไม่มีฝนสภาวะหนักหน่วงน่าเกรงขาม เสียงคำรามลั่นสนั่นหู แต่หวังเค่อยังคงไม่สะเทือนสักนิด?

            “เจ้ามาเล่นปาหี่อะไร?เอาจริงเอาจังหน่อยซี่” องค์หญิงโยวเยว่แย้มยิ้มโล่งใจ

            ปาหี่น้องสาวเจ้าสิ!ใครมีเวลามาเล่นตลกกับเจ้ากัน?ข้าไม่เอาจริง? ตระกูลเจ้าทั้งตระกูลสิไม่เอาจริง!จูเยี่ยนสีหน้าบิดเบี้ยวอัปลักษณ์

            “ข้าไม่เชื่อ ข้าไม่เชื่อ!”จูเยี่ยนรู้สึกอับอายเหลือจะกล่าว

            ตูม ตูม ตูมมมมมมมมมมมมมม!

            “เลิกต่อยได้แล้ว พอแล้ว!”หวังเค่อพลันเอ่ยห้ามเสียงร้อนรน

            “หือ? ได้ผลแล้ว?หวังเค่อทนไม่ไหวแล้วสินะ? จูเยี่ยน สู้ๆ เร็วสู้ต่อ ถึงพลังฝีมือเจ้าต่ำต้อย แต่กำปั้นน้อยรวมกันย่อมใหญ่ขึ้น ในที่สุดหวังเค่อก็ต้านไม่ไหวแล้ว!” เนี่ยเทียนป้าสองตาสาดประกายวาววับ

            ตูม ตูม ตูม!

            ข้ายังต้องให้เจ้าบอกหรือ? จูเยี่ยนระดมสรรพกำลังตั้งแต่ครั้งดูดนมมารดาออกมากระหน่ำกำปั้นทั่วร่างหวังเค่อตั้งแต่หัวจรดเท้า ทั้งซ้ายขวาหน้าหลัง ด้วยระดับความเร็วถึงขีดสุดรวดเร็วจนหวังเต่อยังมองตามไม่ทัน อย่างไรเสียหวังเค่อก็ยังคงประมือกับเนี่ยเทียนป้าอยู่ ไหนเลยจะรับมือการรบกวนจากจูเยี่ยนได้?

            ทางหนึ่งได้แค่พยายามห้ามไม่ให้มันต่อยตีตนเองอย่างหวาดวิตกทางหนึ่งทนรับกำปั้นที่กระหน่ำดั่งสายฟ้าประกายแสงของจูเยี่ยน

            จากที่ตาเห็นจูเยี่ยนรีดเค้นพลังปฐมของตนออกมาจนสุดล้า ทุ่มใส่ลงบนร่างของหวังเค่อสีหน้าหวังเค่อในที่สุดก็ปรากฏแววหวาดตระหนกออกมา

            “หวังเค่อ อย่าขู่ข้านะเจ้าเป็นอะไร? เจ็บตรงไหน?” องค์หญิงโยวเยว่ยืนขึ้นด้วยความแตกตื่น

            “ไม่ใช่แค่เจ็บแต่มันต้องตายด้วย! ตาย !” จูเยี่ยนตะโกนส่งกำปั้นที่รวบรวมขุมกำลังทุกหยาดหยดบนร่างของมันออกไป

            ตูมมมมมมมมมมมมมม!

            เสียงทึบดังขึ้นจากร่างของหวังเค่อจากนั้น กลุ่มพลังปราณขุมหนึ่งผุดออกมาจากร่าง ปัดเป่าฝุ่นคลีคละคลุ้งออกไป

            “หวังเค่อ เจ้าทะลวงด่านแล้ว?”องค์หญิงโยวเยว่ตะลึงงันกับที่

            นี่มันอะไร? เมื่อกี้หวังเค่อมิใช่ท่าทางหวาดหวั่นยิ่งหรอกหรือ?แล้วไหงกลายเป็นทะลวงด่านไปได้? ที่แท้จูเยี่ยนถ่ายทอดพลังฝีมือให้มัน?

            จูเยี่ยนทิ้งร่างลงกับพื้นมือกุมศิลาวิญญาณหอบหายใจฟืดฟาดฟื้นฟูพลังที่สูญเสียไปพลางเบิ่งตากว้างมองดูหวังเค่อที่ทะลวงด่านอย่างเหนือความคาดหมาย นี่มันเรื่องบัดซบอะไรกัน?

            “จูเยี่ยน? เจ้าไม่ได้จะฆ่ามัน แต่กลับช่วยมันงั้นหรือ?” เนี่ยเทียนป้าอุทาน

            “เปล่า ข้าเปล่า!”จูเยี่ยนตวาดสวนตาแดงก่ำ

            พลังฝีมือที่เพิ่มขึ้นของหวังเค่อแน่นอนย่อมไปเพิ่มพลังของกระบี่บินด้วย

            ตูมมมมมมมมมมมมมม!

            พร้อมเสียงดังลั่นกระบี่บินพุ่งเข้าใส่เนี่ยเทียนป้าอีกครั้ง ขณะเดียวกันพลังกระบี่ของหวังเค่อเองก็ยกระดับขึ้นกระบี่บินของเนี่ยเทียนป้าพลันบังเกิดรอยแตกร้าวลามเลีย คล้ายสามารถแตกหักลงได้ทุกเมื่อแรงกระแทกของกระบี่บินส่งผลกระทบต่อเนี่ยเทียนป้าพริบตานั้นอาการบาดเจ็บของมันยิ่งทรุดหนักลง!

            “อั่ก! ยังจะกล้าบอกว่าไม่ได้ช่วยมันอีก?”เนี่ยเทียนป้ากระอักเลือด ตาจ้องจูเยี่ยนด้วยอาฆาต

            “ข้าไม่ได้ช่วยมัน!ถ้าไม่เชื่อก็ถามมันดูสิ!!” จูเยี่ยนตะโกนลั่นด้วยความเศร้าโศก

            พลังปราณทะลักเข้าสู่ร่างสัจปราณขุ่นเพิ่มพูน ส่งให้หวังเค่อทะลวงสู่ขั้นสามของระดับเซียนเทียน!

            แต่หวังเค่อไม่ยินดีแม้แต่น้อยเนื่องเพราะตอนนี้สัจปราณขุ่นของมันกลายเป็นสีดำทองแล้ว ดำทอง!หวังเค่อยามนี้สัมผัสออกถึงความเดือดคลั่งของสัจปราณขุ่นอย่างชัดเจนตนคล้ายสามารถลุกไหม้ได้ทุกเมื่อหรือนี่จะเป็นขั้นแรกของเพลิงผลาญกายาฌาปนกิจตนเองของมัน?

            “จูเยี่ยน ไอ้ตัวบัดซบใครใช้ให้เจ้ามาช่วยข้าทะลวงด่าน?” หวังเค่อตวาดด่าทอ

            จูเยี่ยน “...!”

            นี่ มั่วแล้วล่ะมั้ง? ที่สำคัญ ข้าไปช่วยเจ้าทะลวงด่านตอนไหน!ทำไมกลายเป็นแบบนี้ไปได้?

             

    คล้ายกับเรื่องข้ามโลกมาเป็นเซียนกระบี่ยอดนักต้มตุ๋น ที่คุณอ่าน