ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 31 มีการเปลี่ยนแปลง

            เส้นขอบฟ้าค่อยๆ สว่างเป็นเส้นสีขาวจางๆซูฉีฉีก็ได้ถูกเสียงดังจากภายนอกปลุกให้ตื่นขึ้น

            เมื่อนางลืมตาตื่นขึ้นก็เห็นม่อเวิ่นเฉินที่นอนอยู่บนเตียงนั้นได้ตื่นมาก่อนแล้วเขาหันมาส่งสายตาให้นางมิให้นางส่งเสียงออกไปและให้นางหลับต่อจากนั้นม่อเวิ่นเฉินก็พลิกตัวและลุกขึ้นเดินมาข้างเตียงแล้วก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงเช่นกัน

            ทั้งสองคนนอนตะแคงหันหน้าเข้าหากัน ซ้ำม่อเวิ่นเฉินยังวางมือข้างหนึ่งของเขาลงบนเอวของซูฉีฉีอย่างแผ่วเบาอีกด้วย

            “...” สีหน้าของซูฉีฉีเกร็งแข็งขึ้น ทั้งร่างของนางก็เกร็งขึ้นเช่นกันทว่านางกลับไม่กล้าลืมตาขึ้นมา

            เมื่อรู้สึกได้ว่าร่างกายของซูฉีฉีเกร็งแข็งขึ้นม่อเวิ่นเฉินกลับกระตุกยิ้มที่มุมปากขึ้นรอยโค้งบนปากนั้นแฝงด้วยความขบขันเล็กน้อย ดวงตาของเขาค่อยๆ ลืมขึ้น สายตาจับจ้องไปที่ซูฉีฉีที่อยู่ใกล้ๆ

            ใบหน้าที่ดูสะอาดบริสุทธิ์แต่ไม่ถือว่างามสวยยิ่งเปรียบไม่ได้กับความงามแบบล้มฟ้าล้มแผ่นดินซูฉีฉีนั้นมิอาจใช้ความงามเอาชนะผู้คนได้ก็จริง ทว่านางมีทั้งความฉลาดไหวพริบและความกล้าหาญ

            สตรีเช่นนี้ สามารถเข้าไปอยู่ในสายตาของม่อเวิ่นเฉินได้มากกว่าหญิงรูปโฉมงดงามเสียอีก

            แม้ว่าซูฉีฉีจะหลับตาทว่านางยังคงสัมผัสได้ถึงแววตาร้อนแรงที่ส่งมาจากม่อเวิ่นเฉิน แก้มของนางค่อยๆรู้สึกร้อนขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ในใจของนางรู้สึกหลอมละลายไปไม่น้อย ในขณะที่นางกำลังหวั่นไหวในใจก็ร้องตะโกนออกมาต่ำๆ ด้วยว่า ม่อเวิ่นเฉินความอ่อนโยนของท่านนั้นจะทำให้ข้าคิดจริงได้...จริงๆ ...

            นางหวังเพียงแค่ว่านี่ไม่ใช่ละครฉากหนึ่งเท่านั้น

            ภายใต้ความสุขสั้นๆ นางก็ยังมีความขมขื่นปะปนอยู่ด้วย

            นางไม่กล้าคาดหวังความรักจากม่อเวิ่นเฉิน

            เสียงโวยวายจากด้านนอกค่อยๆ ไกลออกไปมิรู้ว่าเพราะม่อเวิ่นเสวียนเปลี่ยนความคิดแล้วหรือเพราะว่าเกิดเรื่องอย่างอื่นขึ้นเขากลับไม่ทำตามแผนเดิมแล้วออกตรวจค้นเรือนรับรอง

            ผ่านไปเนิ่นนานซูฉีฉีจึงค่อยลืมตาขึ้นเมื่อสายตาของนางประสานเข้ากับดวงตาของม่อเวิ่นเฉิน นางก็นิ่งอึ้งไปก่อนจะรีบเสมองไปทางอื่นแล้วรีบลุกขึ้น “พวกเขา...ไปแล้ว”

            เมื่อเห็นท่าทางตื่นตกใจของซูฉีฉีม่อเวิ่นเฉินก็ยิ่งรู้สึกขบขันมากขึ้นกว่าเดิม

            เขามิได้คิดจะรังแกนางต่ออีกพลางลุกออกจากเตียงเช่นกัน “ดูเหมือนจะมีการเปลี่ยนแปลง”

            ซูฉีฉีพยักหน้านางก็รู้ว่าจะต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้นแน่นอนในใจของนางในตอนนี้กลับกำลังเป็นห่วงมารดาของตน

            เห็นได้ชัดว่าเพื่ออำนาจแล้วซูชือฉางสามารถทำได้ทุกอย่าง

            ซูฉีฉีจัดเสื้อผ้าพลางเอ่ยออกมาด้วยความลังเลเล็กน้อย “ข้าอยาก...ไปดูท่านแม่ข้าอีกสักครั้ง”

            เมื่อวานหลังกลับจากจวนอัครมหาเสนาบดีในใจของนางก็รู้สึกไม่ค่อยสงบนัก

            “ข้าจะส่งคนไป”ม่อเวิ่นเฉินเองก็เข้าใจความรู้สึกของซูฉีฉีทว่าก็ยังคงรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง เสมือนว่าสตรีนางนี้สนใจแค่มารดาของตนเท่านั้น

            เมื่อได้ยินว่าเสียงของเขาเข้มขึ้นเล็กน้อยซูฉีฉีก็ไม่ได้พูดอะไรเพิ่มอีก ในเมื่อตอนนี้นางตัดสินใจยืนข้างม่อเวิ่นเฉินแล้วนางไม่มีทางถอยได้อีก เพราะฉะนั้นนางก็จะไม่กล่าวคำตัดพ้อใดๆ

            ทำได้เพียงแค่ภาวนาให้มารดาของนางไม่เป็นอะไรก็พอ

            ห้องหนังสือ

            ม่อเวิ่นเสวียนมีสีหน้าคล้ำมืดด้านล่างมีซูชือฉางกำลังตัวสั่นเล็กน้อยด้วยความกลัว เขาไม่กล้าเงยหน้าขึ้นทำได้เพียงแค่ก้มหน้าอยู่อย่างนั้น

            “เจ้าเลี้ยงลูกสาวได้ดีเสียจริง”ม่อเวิ่นเสวียนปาฎีกาในมือทิ้งอย่างหงุดหงิดก่อนจะตะโกนออกมาอย่างโมโหกระทั่งถาดฝนหมึกที่อยู่ข้างๆ ก็ถูกเขาปัดคว่ำ น้ำหมึกกระเด็นใส่เต็มหน้าของซูชือฉาง

            ซูชือฉางที่มีสภาพย่ำแย่ในตอนนี้กลับไม่กล้าขยับแม้แต่น้อยเขายังคงคุกเข่าแน่นิ่งอยู่ที่พื้น กระทั่งหายใจเสียงดังยังไม่กล้าในใจของเขาคิดอยากจะสับซูฉีฉีให้แหลกเป็นชิ้นๆ ตั้งแต่แรกเลย

            ใช่แล้ว เขาได้เลี้ยงลูกสาวได้ดีจริงๆลูกสาวที่เขาไม่เคยเข้าใจแม้แต่น้อย

            คิดไม่ถึงว่าเมื่อวานนางตกปากรับคำอย่างดีทว่าอยู่ๆก็กลับคำเสียได้

            “เรื่องนี้เจ้าไปจัดการเองแล้วกัน” ผ่านไปเนิ่นนานโทสะของม่อเวิ่นเสวียนก็ค่อยๆ สงบลง เขาลุกขึ้นยืนพร้อมสะบัดเสื้อคลุมยาวของตนหมุนตัวแล้วจากไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย

            จัดการกับม่อเวิ่นเฉินเขาไม่อยากจะลงมือด้วยตนเอง ทว่าถ้ายืมมือของซูชือฉางนั้น ไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่เขาก็สามารถกันตัวเองออกจากเรื่องนี้ได้อย่างสมบูรณ์

            ที่สำคัญที่สุดก็คือซูชือฉางนั้นสามารถใช้งานซูฉีฉีได้

            แค่จุดนี้ก็เพียงพอแล้ว

            จนกระทั่งเงาของม่อเวิ่นเสวียนหายไปจากหลังประตูของห้องหนังสือซูชือฉางถึงกล้ายกแขนเสื้อขึ้นมาเช็ดน้ำหมึกบนใบหน้าตนมุมปากค่อยๆกระตุกยิ้มเย็นขึ้น มือทั้งสองข้างกำหมัดแน่น สีหน้าเผยความเจ้าเล่ห์ออกมาเมื่อรวมเข้ากับน้ำหมึกบนใบหน้าเขาแล้วยิ่งทำให้เขาดูเหมือนปีศาจก็มิปาน

            ทำให้ผู้ที่พบเห็นอดรู้สึกขนลุกมิได้

            ถ้าหากมิใช่เพราะว่าเมื่อคืนสั่งให้คนจับตาทุกการกระทำของซูฉีฉีแล้ววันนี้ช่วงเช้าม่อเวิ่นเสวียนคงต้องคว้าอากาศเสียแล้ว และไม่เพียงแต่จะคว้าอากาศหากตรวจค้นเรือนรับรองแล้วไม่พบอะไร คงยากที่จะอธิบายต่อม่อเวิ่นเฉินเช่นกัน

            และอาจจะถูกโจมตีกลับก็เป็นได้

            การกระทำครั้งนี้ ร้ายและเด็ดขาดมาก

            ต้องรู้ว่าหากม่อเวิ่นเฉินไม่สนใจความสัมพันธ์ที่ผ่านมาแล้วตั้งตัวเป็นศัตรูจริงๆม่อเวิ่นเสวียนเองก็ยังคงหวาดกลัวอยู่บ้าง

            ต่อให้ที่นี่จะเป็นวังหลวงม่อเวิ่นเสวียนเองก็ยังต้องระวังไว้ถึงสามส่วน

            ช่วงเวลาที่ต้องคอยหวาดกลัวเช่นนี้ม่อเวิ่นเสวียนมีชีวิตอยู่มาพอแล้ว

            เพราะฉะนั้นไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องจัดการม่อเวิ่นเฉินให้ได้ ไม่ว่าจะแลกมาด้วยอะไรไม่ว่าต้องใช้วิธีใด และก็ไม่สนผลลัพธ์ทั้งหมดที่จะตามมายิ่งไม่สนว่าจะล่วงเกินคนอีกเยอะเท่าไร

            เพราะว่าต่อให้เขาล่วงเกินพวกขุนนางใหญ่เล็กนับร้อยพวกคนเหล่านั้นก็ไม่กล้าทำอะไรเขา

            เพราะว่าพวกเขาไม่ใช่ม่อเวิ่นเฉินพวกเขาไม่มีความสามารถพอจะกบฎได้

            ภายในวังหลวงสงบเงียบหลายวันม่อเวิ่นเฉินส่งเหลยอวี๊เฟิงไปจวนอัครมหาเสนาบดีด้วยตนเอง เมื่อเห็นว่าเสี่ยวเตี๋ยนั้นปลอดภัยไม่เป็นอันตรายถึงได้วางใจ

            ซูฉีฉีได้แต่อยู่ในเรือนรับรองทุกวันไม่กล้าออกไปที่ใด บางครั้งซูเมิ่งหรูก็จะมาหาที่นี่ทำท่าทีประหนึ่งว่าเป็นห่วงเป็นใยนางผู้เป็นพี่สาว ถามนู่นถามนี่ไปเรื่อยเปื่อย

            หลายครั้งที่นางพยายามจะหลอกถามซูฉีฉีทว่าทุกครั้งก็ถูกซูฉีฉีเปลี่ยนเรื่องไปได้อย่างแนบเนียน

            สำหรับน้องสาวผู้นี้ซูฉีฉีไม่ได้ตั้งตัวเป็นศัตรูกับนาง พวกนางแค่มีจุดยืนที่ต่างกันตั้งแต่เล็กจนโตล้วนเป็นเช่นนี้ ตอนที่อยู่ในจวนอัครมหาเสนาบดีซูฉีฉีต้องปกป้องมารดาของตนและซูเมิ่งหรูเองก็พยายามทำเพื่อช่วยเหลือมารดาของตนให้มีฐานะมั่นคงอยู่ในจวน

            ทว่าแม้ซูฉีฉีจะเป็นบุตรสาวคนโตของฮูหยินเอกนางกลับไม่อาจเทียบกับซูเมิ่งหรูได้เลย

            จุดนี้ ซูฉีฉีจนถึงทุกวันนี้ก็ยังคิดไม่ตกทว่านางก็ไม่อยากให้มารดาของตนต้องเสียใจเลยไม่แสดงอะไรออกมา

            ตอนนี้ซูฉีฉีเป็นพระชายาของม่อเวิ่นเฉินและซูเมิ่งหรูก็เป็นฮองเฮาของม่อเวิ่นเสวียน

            พวกนางเสมือนอยู่ฝ่ายตรงข้ามกันเสมอ

            วันนี้ซูฉีฉีถูกซูเมิ่งหรูพาไปที่ไทเฮาม่อเวิ่นเฉินเองก็ออกไปนอกวังคนเดียว

            เขาสะบัดพวกองครักษ์ที่ติดตามตนจนพ้นจากนั้นก็เดินเข้าไปในซอยเล็กๆ นอกเมือง

            ซอยนั้นลึกมากเมื่อเดินไปจนสุดทางก็มีเรือนพักขนาดไม่ใหญ่นักมีเหลยอวี๊เฟิงกำลังร่ายรำกระบี่อยู่

            ดาบกระทบกับลมส่งเสียงฟิ้วๆ ออกมา

            “กระบวนดาบดีจริงๆ”ม่อเวิ่นเฉินเดินมาอย่างมิให้สุ่มให้เสียง ก่อนจะเอ่ยโพล่งออกมา

            ปลายดาบพุ่งตรงไปที่ลำคอของม่อเวิ่นเฉินทว่าหลังจากที่ได้ยินเสียงของเขาแล้ว เหลยอวี๊เฟิงก็หมุนดาบกลับอย่างเสียอารมณ์ เขาควงดาบครู่หนึ่งก่อนจะเก็บมันเข้าฝักไป “เจ้ามาได้อย่างไร?”

             ในที่นี้พวกเขาต้องระวังยิ่งกว่าระวังเสียอีกคิดไม่ถึงว่าม่อเวิ่นเฉินจะออกจากวังแล้วมาที่นี่ได้

            “ภายในไม่กี่วันนี้เกรงว่าจะต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นเจ้าส่งคนไปคุ้มครองมารดาของซูฉีฉีให้ดี” ม่อเวิ่นเฉินพยายามควบคุมอารมณ์ขบขันของตนก่อนจะพูดออกมาอย่างจริงจัง “เหลิ่งเหยียนเตรียมตัวทุกอย่างเสร็จแล้วหรือยัง?”

            การมาครั้งนี้อันตรายนักระหว่างทางกลับพวกเขาจำเป็นต้องแยกกันแล้ว

            “อืมเขาเตรียมพร้อมทั้งหมดแล้ว คิดว่าเพียงแค่ลูกน้องไม่กี่คนนั้นของม่อเวิ่นเสวียนก็จะเหมือนกับตอนที่มาเป็นได้แค่คู่ซ้อมมือของพวกเราเท่านั้น” เหลยวอี๊เฟิงพยักหน้าก่อนจะยิ้มออกมาอย่างไม่หวังดีนัก

            “เวิ่นเฉินเสน่ห์ของเจ้าก็ไม่ได้ดีเท่าใดนี่ ขนาดสตรีตัวเล็กๆอย่างซูฉีฉียังจัดการมิได้”เหลยอวี๊เฟิงพูดพลางเดินไปนั่งบนเก้าอี้และเลิกคิ้วขึ้นอย่างล้อเลียน

            ม่อเวิ่นเฉินที่นอนอยู่บนเตียงนั้นก็หันไปจ้องเหลยอวี๊เฟิงด้วยสายตาไม่เป็นมิตร “หมายความว่าอย่างไร?” 

    คล้ายกับเรื่องชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276