โคลนเดินอาด ๆ ไปตามเส้นทางของปราสาท เขาไม่จำเป็นต้องรีบก้าวเดินเหมือนขามาอีกแล้ว นี่เป็นเพราะว่ามีหญิงสาวอายุสิบแปด ผมสีทอง ผิวพรรณเปล่งปลั่งแม้ในยามค่ำคืน ที่มีศักดิ์เป็นถึงเจ้าหญิงได้อาสาเดินมาส่งเขาถึงหน้าประตูด้วยตนเอง แต่คนถูกเดินมาส่งกลับกำลังแสดงสีหน้าท่าทางกลืนไม่เข้าคายไม่ออกมาตลอดเส้นทาง
“เจ้าเป็นนักผจญภัยจริงหรือไม่” เมื่อทั้งสองเดินมาถึงเขตชั้นกลางที่ปลอดผู้คน เจ้าหญิงจัสมินจึงเอ่ยขึ้นมาในที่สุด
“ข้าเป็นนักผจญภัยจริง ๆ เจ้าหญิง” โคลนตอบ ถึงแม้เขาจะไม่ได้สังหารมังกรทั้งยี่สิบตัว แต่เขาก็เป็นนักผจญภัยจริง ๆ นี่นา
“เจ้าเคยสังหารมอนสเตอร์หรือไม่” เธอถามขึ้นอีก
“แน่นอน นักผจญภัยต่างเคยสังหารมอนสเตอร์กันทั้งนั้น” โคลนตอบ เขาคิดว่าเธอคงจะเบื่องานเลี้ยงจึงต้องการหาข้ออ้างเพื่อออกมาจากที่นั่น เพราะในระหว่างที่เขานั่งชมการแสดงอยู่ เขาเห็นเธอมีสีหน้าเบื่อหน่ายอย่างเห็นได้ชัด แต่ที่ซวยคือเธอดันมองออกว่าเขาไม่ได้สังหารมังกรจริง ๆ ไม่ใช่สิ...ต้องบอกว่าเธอน่าจะปกติที่สุดในโถงปราสาท คนพวกนั้นต่างหากที่เชื่อเรื่องเหล่านี้ไปได้อย่างไร
“แล้ว...เจ้าเคยสังหารมนุษย์หรือไม่?” เจ้าหญิงหยุดเดินและหันมาถามโคลน
“ข้าเคยสังหารพวกโจร” โคลนตอบออกไปถึงแม้เขาจะกำลังคิดว่า ทำไมเธอถึงต้องชวนคุยเรื่องพวกนี้ด้วย หัวข้อสนทนาอื่น ๆ มีตั้งเยอะตั้งแยะร้อยแปด
“แล้วคนอื่นล่ะ อย่างเช่น นักผจญภัยด้วยกัน” จัสมินถาม
“เอ่อ เรื่องนี้...” โคลนลังเลใจที่จะพูดออกไป เขาเคยสังหารชายที่ชื่อวูดส์มาก่อน แต่ชายหนุ่มกลัวว่าหากพูดออกไป เจ้าหญิงคนนี้จะเอาเรื่องนี้ไปบอกกับราชาและสั่งให้ทหารมาจับกุมเขาหรือเปล่า
“พูด!” เธอจ้องมาที่นัยน์ตาสีน้ำตาลของโคลนเพื่อคาดคั้นเอาคำตอบ “หากเจ้าโกหกข้าจะบอกท่านพ่อเรื่องที่เจ้ากุเรื่องการสังหารมังกร”
“ข้าเคย! แต่เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น เจ้านั่นมีนิสัยที่เห็นแก่ตัวและพยายามเอาเปรียบข้า ข้าจึงไม่ต้องการเห็นหน้าของมันอีกต่อไป” โคลนเล่าออกมาหมดเปลือก
“ดี ข้าตัดสินใจได้แล้ว” เธอหันหน้ากลับไปและเริ่มก้าวเดินต่อ
‘ตัดสินใจ? เธอตัดสินใจอะไร’ โคลนกำลังสงสัย แต่เมื่อเห็นว่าเธอทิ้งห่างไปไกลแล้วจึงรีบตามไปทันที
ผ่านไปครู่ใหญ่โคลนและเจ้าหญิงจัสมินก็เดินทางมาถึงเขตปราสาทชั้นนอกในที่สุด แน่นอนว่าประตูปราสาทได้ถูกปิดลงนานแล้ว
“จงเปิดประตู” เธอหันไปพูดกับทหารยามที่เฝ้าทางเข้าออก “เป็นคำสั่งท่านพ่อ!” เธอพูดย้ำราวกับไม่ต้องการเสียเวลาอันมีค่าของเธอไปมากกว่านี้
“เปิดประตู” ทหารยามตะโกนบอกให้เพื่อนทหารยกประตูขึ้น
เมื่อประตูถูกยกขึ้นได้เพียงแค่ครึ่งเดียว โคลนก็กล่าวขอบคุณเจ้าหญิงก่อนจะก้าวแซงเธอเพื่อออกจากเขตปราสาททันที โคลนรู้สึกขอบคุณเธอจริง ๆ เพราะถึงแม้ว่าเจ้าหญิงจะรู้ว่าเขาโกหกเรื่องการสังหารมังกร แต่เธอก็ไม่ได้แฉเขาให้ราชาและคนอื่น ๆ รู้
‘ถึงแม้จะชอบคุยเรื่องฆ่าฟันไม่สมกับเป็นเด็กผู้หญิง แต่อย่างน้อยเธอก็เป็นเด็กที่นิสัยดีและน่ารักคนหนึ่งล่ะนะ’ โคลนคิดพลางเดินไปตามลานถนนของเมือง
เป็นเวลานี้เองที่โคลนรู้สึกได้ว่ามีเงาดำตามติดมาพักหนึ่งแล้ว เขาได้ยินเสียงหมาหอนไปตามสายลม แถมบรรยากาศแถวนี้ก็ช่างเงียบสงัดเหลือเกิน โคลนไม่ใช่คนที่เชื่อเรื่องผีแต่ก็ต้องยอมรับว่าความคิดฟุ้งซ่านของคนเรามีผลต่อความกลัว เขาจึงตัดสินใจหันไปดูให้ชัด ๆ จะได้หยุดสมองให้เลิกฟุ้งเสียที
“ว๊ากกก ผีหลอก”
“เจ้าสิผี”
“เจ้าหญิง ท่านตามข้ามาทำไม” โคลนด้วยความงุนงง
“ข้าต้องการลองออกไปผจญภัย และเจ้าก็คือผู้ติดตามของข้าไง” เธอตอบหน้าตาย
“หา...”
“ผู้ติดตาม” โคลนชี้มาที่ตัวเอง “ข้าไปตกลงเป็นผู้ติดตามท่านตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ก็ตั้งแต่ตอนที่ข้าตัดสินใจจะออกไปผจญภัยไง” เธอตอบ
“บ้าหรือไง ท่านไม่ได้ถามความเห็นข้าเลยนี่” โคลนโวยวาย
“โอเค ข้าผิดเอง” เธอจ้องไปที่ใบหน้าของโคลน “ข้าจะออกไปผจญภัย เจ้าจงติดตามและคอยคุ้มครองข้า ตกลงหรือไม่”
“ข้าไ...”
“หากเจ้าปฏิเสธคงจะรู้นะว่าจะเป็นเช่นไร” เธอพูดตัดบทพร้อมยิ้มเหี้ยม
“ข้าไม่มีทางปฏิเสธอยู่แล้ว การได้ติดตามคุ้มครองท่านคือเกียรติอันสูงสุด” โคลนรีบคุกเข่าเลียนแบบพวกอัศวินในยุคโบราณพลางพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“คุณยอมรับภารกิจคุ้มครอง จัสมิน เจ้าหญิงที่สี่แห่งเรนเดียร์ ใช่หรือไม่ โปรดระวัง...การปฏิเสธภารกิจนี้อาจส่งผลต่อค่าความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับผู้มอบภารกิจ และเงินรางวัลที่ราชามอบให้”
‘บ้าเอ๊ย นี่สินะที่เรียกว่าไม่มีอะไรที่ได้มาเปล่า ๆ เงินหนึ่งล้านโกลด์แลกกับภารกิจที่ไม่อาจปฏิเสธได้งั้นเหรอ ฉันตกหลุมพรางของระบบเข้าให้แล้ว!’
‘ยอมรับ’ โคลนตอบ
“เจ้าหญิงจัสมินเข้าร่วมปาร์ตี้” เสียงสังเคราะห์ดังขึ้นทันทีที่โคลนยอมรับภารกิจ
โคลนรู้สึกเซ็งเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าระบบบังคับให้จัสมินเข้าร่วมปาร์ตี้กับเขา การมีผู้ร่วมปาร์ตี้แปลว่าค่าประสบการณ์ที่ได้มากจะถูกหารกัน สิ่งนี้ยังพอรับได้หากผู้ร่วมปาร์ตี้มีความสามารถในการต่อสู้เช่นกลุ่มของหมวย แต่ก่อนหน้านี้โคลนได้ตรวจสอบเลเวลของจัสมินมาแล้ว ซึ่งเลเวลของเธอคือหนึ่งเท่านั้น
“แล้วท่านต้องการไปผจญภัยที่ไหน อะไร ยังไงล่ะเจ้าหญิง” โคลนถามออกมาอย่างช่วยไม่ได้
“ไม่ต้องสนใจข้า เจ้าแค่ออกผจญภัยตามปกติอย่างที่เคยทำ ข้าแค่ต้องการรู้ว่าทำไมผู้คนถึงยอมละทิ้งบางสิ่งเพื่อออกไปผจญภัยกันนัก” เมื่อพูดถึงช่วงท้ายประโยคน้ำเสียงของเธอก็อ่อนลง
ด้วยเหตุนี้เอง หนึ่งนักผจญภัยหนึ่งเจ้าหญิงจึงเดินไปตามเส้นทางของเมืองในยามค่ำคืน เป้าหมายของพวกเขาคืออาคารนักผจญภัยหน้าใหม่
“ผู้เล่นสำเร็จภารกิจเปลี่ยนอาชีพ”
“ผู้เล่นได้รับอาชีพ นักฆ่า!”
“ผู้เล่นได้รับโบนัสพอยต์ 50 หน่วย”
“ผู้เล่นได้รับทักษะขั้นพื้นฐานของนักฆ่า
ดับเบิ้ลฮิต สร้างความเสียหายสองครั้งต่อการโจมตี เป็นระยะเวลา 5 วินาที
โจมตีจุดอ่อน (ทักษะติดตัว) มีโอกาสสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงเมื่อโจมตีโดนจุดอ่อนของเป้าหมาย”
เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นมายาวเหยียด โคลนช็อกครู่หนึ่งเมื่อรู้ว่าผู้เล่นที่เปลี่ยนอาชีพสำเร็จจะได้รับโบนัสพอยต์ถึงห้าสิบหน่วย สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าผู้เล่นที่มีอาชีพและยังไม่มีอาชีพนั้นแตกต่างกันมากเพียงใด โบนัสพอยต์ห้าสิบหน่วยเทียบได้กับการเลเวลอัพถึงสิบครั้ง นี่แปลว่าผู้เล่นที่เปลี่ยนอาชีพแล้วมีจะความได้เปรียบผู้ที่ยังไม่ได้เปลี่ยนอาชีพถึงสิบขั้นเป็นอย่างต่ำ
โคลนไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย เขาใช้โบนัสพอยต์ทั้งห้าสิบแต้มไปกับค่า AGI ทั้งหมด ทำให้ตอนนี้ค่า AGI พื้นฐานของเขาสูงถึง 76 หน่วย แซงค่า VIT ไปถึง 30 หน่วยเลยทีเดียว และเมื่อรวมกับค่า AGI ที่ได้จากอุปกรณ์สวมใส่ ทำให้ตอนนี้เขามี AGI มากถึง 106 หน่วยทันที
โคลนเปิดหน้าต่างสกิลขึ้นมาเพื่ออ่านและทำความเข้าใจทักษะที่ได้รับมาใหม่อีกครั้ง เมื่อรู้ว่าทักษะทั้งสองเป็นทักษะประเภทโจมตีจึงดีใจยกใหญ่ ด้วยความสามารถในการเคลื่อนไหวที่เป็นเอกลักษณ์ ประกอบกับทักษะเอนดอร์ฟโหมด ทำให้โคลนมีจุดแข็งในด้านการป้องกันที่สูงมาก
แต่ถ้ามองถึงด้านการโจมตี โคลนไม่ได้มีทักษะอะไรที่ช่วยเขาในด้านนี้เลย ถึงแม้โมสต์จะเป็นทักษะที่ดีมาก ๆ แต่มันก็เป็นเพียงทักษะสำหรับเสริมการโจมตีเท่านั้น เขายังขาดทักษะที่มีไว้เพื่อการโจมตีจริง ๆ อยู่ แต่เมื่อเขาได้ดับเบิ้ลฮิตและโจมตีจุดอ่อนเพิ่มเข้ามา นี่จะทำให้โมสต์และพวกมันส่งเสริมกันได้เป็นอย่างดี
“เฮ้ผู้ติดตาม! รอข้าด้วย อย่าเดินเร็วนักสิ” จัสมินตะโกนเรียกโคลนทันทีเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มทิ้งระยะเธอไปไกลแล้ว เธอคิดว่าโคลนตั้งใจจะตีเนียนแล้วชิ่งหนีเธอไป แต่สาเหตุจริง ๆ แล้วเป็นเพราะผลจากค่า AGI ที่ทะลุเกินหนึ่งร้อยหน่วยของโคลน ที่ทำให้เขาเคลื่อนไหวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
“เรียกชื่อสิ ถึงจะเป็นเจ้าหญิงแต่ข้าอายุมากกว่าท่านอีกนะ” โคลนหยุดเดินเพื่อรอหญิงสาวผมสีทอง
“ก็ได้ เคน”
“ข้าชื่อโคลน!”
“โอเค ผู้ติดตามโคลน”
“ถ้าไม่เรียกว่าท่านโคลน อย่างน้อยก็เอาคำว่าผู้ติดตามออกเถอะ”
“ก็ได้ โคลน! เจ้านี่เรื่องมากจริง ๆ เลยผู้ติดตามของข้า”
“เฮ้อ...” โคลนยอมแพ้ในที่สุด “แล้วอีกอย่างท่านไม่คิดว่ามันแปลกไปหน่อยเหรอ ที่ผู้ติดตามต้องมาเดินนำ แล้วท่านที่เรียกตัวเองว่าผู้นำกลับมาเดินตามข้าแบบนี้”
“ไม่นี่ ข้าเป็นคนอนุญาตให้เจ้าเดินนำได้เอง ถึงจะเป็นผู้ติดตามแต่เจ้าก็ยังมีอีกหน้าที่หนึ่งคือผู้คุ้มกันของข้า เพรางั้นเจ้าอย่าได้กังวลที่จะเดินนำข้าเลย” เธอตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“บ้าเอ๊ย ข้าไม่ได้กังวลเรื่องที่จะต้องเดินนำท่านเสียหน่อย ข้าหมายถึงท่านที่เอาแต่เรียกข้าว่าผู้ติดตาม ๆ แต่กลับทำตัวเป็นผู้ติดตามซะเอง เฮ้อช่างเถอะ ๆ ข้าเริ่มปวดหัวซะแล้วสิ” โคลนพูดเสร็จก็นวดขมับทันที
“อ้อ! อีกอย่างข้าว่าวันนี้พอแค่นี้เถอะ ข้าจะกลับไปพักผ่อนแล้ว ลาก่อน” โคลนเอ่ยขึ้น เขาต้องการกลับไปพักผ่อนให้เร็วที่สุด การได้พูดคุยกับหญิงสาวคนนี้ทำให้การเดินทางระยะยาวตลอดทั้งวันเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลย เพียงแค่เวลาที่ได้อยู่กับเธอไม่กี่นาทีมันกลับทำให้เขาปวดหัวยิ่งกว่าการเดินทางติดต่อกันเกือบสิบชั่วโมง
“เจ้านี่รู้ใจข้าจริง ๆ ผู้ติดตาม เอาล่ะพวกเราไปพักกันเถอะ” จัสมินพูดเสร็จก็เดินขยับเข้าไปใกล้โคลน
“…” โคลน
“...” จัสมิน
“ให้ตายเถอะ! อย่าบอกนะว่าท่านยังจะตามข้าไปด้วย”
สถานให้บริการห้องพักแห่งหนึ่งในเรนเดียร์
“ข้าต้องการห้องพักสองห้อง” โคลนพูดกับพนักงานดูแล
“ไม่ต้อง” จัสมินแทรกตัวมายืนข้างโคลน “จัดห้องสำหรับสองคนอย่างดีให้ข้าหนึ่งห้อง”
“นะนี่...” โคลนหันขวับไปหาหญิงสาวด้านข้าง
“ที่นี่ไม่ปลอดภัย เจ้าที่เคยสังหารนักผจญภัยมาแล้วต้องคอยคุ้มครองข้าตลอดเวลา” เธอรีบพูดออกมาราวกับล่วงรู้ความคิดของโคลน
โคลนจ่ายเงินค่าที่พักสำหรับห้องสองเตียงนอนอย่างดีไปห้าร้อยโกลด์ หากเป็นช่วงเวลาก่อนหน้านี้เขาจะไม่มีทางเช่าห้องที่มีราคาแพงเช่นนี้เด็ดขาด แต่เนื่องจากตอนนี้เขามีแขกมาด้วย การจะให้เจ้าหญิงมาพักในห้องราคาถูกก็ดูจะเกินไปหน่อย และอีกอย่างตอนนี้เขาคือผู้มั่งคั่งที่แท้จริง
‘เงินพวกนี้ถือเป็นค่าคุ้มครองเจ้าหญิงก็แล้วกัน ท่านราชา...หากในอนาคตท่านเกิดรู้ความจริงขึ้นมา ก็ให้ถือว่าแล้วกันไปก็แล้วกัน’ โคลนคิดในใจอย่างร่าเริง
ห้องพักมีขนาดกว้างขวางโอ่อ่า มันแบ่งออกเป็นห้องนอนขนาดใหญ่ที่มีเตียงนอนสองหลังหนึ่งห้อง และห้องอาบน้ำที่ถูกกั้นด้วยฉากไม้หนึ่งแผ่น โคลนเหนื่อยล้าเกินกว่าที่จะทำอะไรได้อีก ชายหนุ่มทิ้งตัวลงบนที่นอนทันที ส่วนจัสมินเองก็เหนื่อยจากการวิ่งตามโคลนไปทั่วเมือง เธอเข้านอนทันทีที่มาถึงห้อง
“เคน เจ้าหลับรึยัง”
“…”
“เคนเจ้าหลับแล้วเหรอ”
“ข้ายังไม่หลับ แล้วข้าก็ชื่อโคลน!”
“…”
“เคน ที่นี่มันมืดเกินไปจนข้านอนไม่หลับ เราจุดตะเกียงทิ้งไว้ได้หรือไม่”
“โอ๊ยเจ้าหญิงให้ข้านอนเถอะ ข้าเหนื่อยมากเหลือเกิน ท่านสามารถทุกอย่างที่ท่านต้องการ ขอแค่อย่างเดียว อย่าจุดไฟเผาข้าก็พอ”
‘ให้ตายเถอะ เงินหนึ่งล้านโกลด์เหรอ ทำไมฉันตงิด ๆ ว่าการค้าครั้งนี้ไม่คุ้มเอาเสียเลย’
จบตอนที่ 31