สามสิบนาทีก่อนการต่อสู้
“หัวหน้าไม่ได้นะ! คุณจะมาเป็นตัวล่อเพื่อให้ผมหนีออกจากป้อมปราการคนเดียวไม่ได้นะครับ”
ลูชกำลังจะอธิบายแผนการสำหรับการหลบหนีให้อดัมฟัง
“นี้นายคิดว่าฉันเป็นใครกัน กับอีกแค่คนไม่กี่สิบกี่ร้อยคนฉันสามารถสลัดให้หลุดได้ไม่ยากอยู่แล้ว ที่สำคัญ!นี่นายไม่ได้ฟังที่ฉันพูดไปเลยหรือไง ว่าเรากำลังจะไปสำรวจดันเจี้ยนใหม่ที่ฉันพึ่งค้นพบ แล้วนายได้เตรียมของใช้จำเป็นอย่างโพชั่นกับเสบียงไว้แล้วงั้นหรือ?”
อดัมมีสีหน้าสำนึกเล็กน้อยเพราะเขารู้ว่าการสำรวจดันเจี้ยนนั้นจำเป็นต้องใช้เสบียงและโพชั่นเป็นจำนวนมากและเขาเองก็ไม่ได้พกของพวกนี้ติดตัวไว้เลย แต่เขาก็ไม่อาจยอมปล่อยให้หัวหน้าของตัวเองไปเป็นเหยื่อล่อได้
“แต่ยังไงก็ไม่ได้! ถ้าเกิดหัวหน้าเป็นอะไรไปกิลด์ของเราจะต้องเสียชื่อเสียงอย่างแน่นอนได้โปรดช่วยใจเย็นลงด้วย”
“....”
ลูชหมดคำจะพูดอย่างแท้จริง กิลด์ที่ยังไม่ได้สร้างขึ้นมาหรืออาจจะไม่ถูกสร้างขึ้นมาเลยด้วยซ้ำ ถูกใช้มาเป็นข้ออ้างเพื่อไม่ให้เขาไปเป็นเหยื่อล่อ
‘หากเราสร้างกิลด์ไม่ได้ขึ้นมาไอหมอนี้คงไม่คิดที่จะฆ่าเราหรอกนะ’
“นายไม่ต้องห่วงเรื่องของฉันหรอก ถึงจะเห็นอย่างนี้แต่ฉันก็มีทักษะล่องหนอยู่กับตัว เพราะงั้นไม่มีใครในเมืองนี้ที่จะจับตัวฉันได้ง่ายๆหรอก เพราะงั้นตั้งใจฟังฉันให้ดีๆ”
ดวงตาสีฟ้าเงางามของอดัมพลันลุกว้าวในทันทีที่ได้ยินว่าลูชมีทักษะล่องหน ทักษะระดับตำนานที่สามารถครอบครองได้ก็ต่อเมื่อสำเร็จเควสที่เกี่ยวข้องกับเกล็ดของSilica
‘นี้หัวหน้าของเราสามารถสำเร็จเควสที่แม้กระทั่งนักผจญภัยในตำนานบางคนยังทำไม่สำเร็จเลยงั้นหรือ?’
ลูชที่เห็นใบหน้าของอดัมที่เปลี่ยนไปเป็นใบหน้าของสาวแรกแย้มที่ทำท่าอยากรู้อยากเห็นเขาจึงรีบเปลี่ยนประเด็นแล้วเข้าเรื่องในทันที เขาไม่อย่างอธิบายวิธีที่เขาสำเร็จเควสของเกล็ดSilicaให้ใครฟังเท่าไรนัก
“เอาล่ะๆทีนี้นายก็รู้แล้วว่าไม่มีใครหน้าไหนมันจะจับตัวฉันได้ง่ายๆเพราะงั้นตั้งใจฟังฉันให้ดีๆ อันดับแรกฉันจะขึ้นไปข้างบนก่อน แล้วหลังจากฉันไปให้นายรอประมาณ 10นาทีก่อนแล้วจากนั้นค่อยตามออกไป ในตอนนั้นพวกเครโบรุส คงจะสนใจฉันที่เข้าไปซื้อของในบริษัทการค้าจนลดการเฝ้าระวังไปหลายส่วน ในตอนนั้นให้นายใช้ทักษะพลางตัวที่ดีที่สุดเท่าที่นายจะทำได้เพื่อออกจากเมืองนี้ แล้วให้ไปรอฉันในพิกัดที่ฉันระบุเอาไว้ และอีกไม่ถึงชั่วโมงฉันจะตามไปเจอกับนายที่นั้น ส่วนเรื่องในเมืองก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเป็นคนจักการเอง”
ลูชเล่าแผนการที่เข้าคิดออกมาด้วยสีหน้าสุดหมั่นใจ แต่อดัมเองก็ยังไม่ได้ว่างใจซะสนิท เพราะลูชเล่าแต่แผนการที่อดัมต้องทำเท่านั้นแต่เขายังไม่ได้เล่าส่วนของตัวเองออกมาเลยว่าเขาจะใช้วิธีไดในการออกจากเมืองแม้เขาจะมีสกิลล่องหนแต่อดัมก็คิดว่ามันจะต้องมีข้อจำกัดในการใช้งานอยู่บาง อดัมอดไม่ได้เลยถามออกไปด้วยใบหน้าสงสัย
“แล้วหัวหน้าจะทำยังไงละครับ ผมคงไปไม่ได้แน่ท้าหากไม่รู้ว่าหัวหน้าคิดจะทำอะไรแล้วจะเอาตัวรอดในสถานการณ์นั้นได้ยังไง”
“ฝั่งฉันงั้นหรือ? ฉันก็จะไปฆ่าไอบูเล็ตมันไง”
“.....”
***
กลับมาที่ปัจจุบัน หลังจากที่ลูชใช้ทักษะกลืนกินศักดิ์สิทธิ์ เขาก็รีบใช้ทักษะล่องหนออกมาทันทีก่อนที่เขาจะยกโพชั่นมานาออกมาซด ไม่อย่างนั้นเขาคงได้ตายก่อนที่จะถึงประตูเมืองอย่างแน่นอน เพราะจากการที่ลูชใช้2ทักษะที่เขาได้รับมาจากนักบุญดาบออกไปมานาของเขาก็เหลือเพียง390หน่วยเท่านั้น แม้จะนำแต้มสถานะหลักไปลงที่สติปัญญาแล้วถึง20แต้มก็ตาม หากเขาไม่ซดโพชั่นมานาเข้าไปเขาคงอยู่ในสถานะล่องหนได้เพียง19วิเท่านั้น
‘โธ่โว้ย!!! ทำไมมันถึงไม่ติดคริติคอลกันวะ หรือว่าบูเล็ตมันจะมีทักษะพิเศษงั้นหรือ?’
ตอนนี้ลูชกำลังวิ่งไปในทิศทางที่เขาได้นัดกับอดัมเอาไว้ ลูชได้ปลดสถานะล่องหนมาสักพักหนึ่งแล้วหลังจากที่เขาออกห่างจากป้อมปราการมาได้พอสมควร และเขาก็เริ่มนึกย้อนและทบทวนไปในตอนที่เขาต่อสู้อยู่กับบูเล็ต และก็ไม่ผิดจะที่ลูชคิดไว้นักบูเล็ตนั้นมีสกิลติดตัวที่พิเศษมากๆเขาสามารถลดอัตราคริติคอลของศัตรูลงได้ ซึ่งหากลูชต้องการจะโจมตีบูเล็ตให้ได้ผลคริติคอลอย่างแน่นอนนั้น การโจมตีของลูชจะต้องสมบูรณ์แบบยิ่งกว่านี้ขึ้นไปอีก
ลูชเริ่มมองหาวิธีที่เขาจะสามารถเอาชนะบูเล็ตได้ เขาเริ่มจำลองสถานการณ์การต่อสู้ไว้ในหัวแล้วเริ่มสู้ซ้ำไปซ้ำมา ขณะที่เขากำลังวิ่งตรงไปยังจุดนัดพบ ไม่นานลูชก็มองเห็นจุดอ่อนของตัวเองที่เขาไม่สามารถจะเมินได้อีกต่อไป (มานา)
‘เราต้องการมานามากกว่านี้ ท่าหากเราใส่<แหวนไอริส> ได้ล่ะก็จุดอ่อนข้อนี้ก็จะหายไปทันที แต่เงื่อนไขในการสวมใส่แหวนวงนี้คือผู้ใส่ต้องมีเลเวล130ขึ้นไป’
สำหรับผู้เล่นขั้นสูงแหวงวงนี้ในปัจจุบันอาจเทียบได้กับสมบัติของกิลด์เลยก็ว่าได้ มันอาจจะไม่มีสกิลติดมากับแหวนด้วยก็จริงแต่เงื่อนไขในการส่วมใส่ถือว่าน้อยมากแถมค่าสถานะที่มันมอบให้ก็ไม่อาจจะทำเมินได้ด้วยเช่นกันแต่สำหรับลูชในตอนนี้แล้วเขาอาจจะต้องใช้เวลาอยู่เป็นสัปดาห์กว่าที่เขาจะบรรลุเงื่อนไขในการสวมใส่แหวน
‘ถ้าหากเราสามารถใส่แหวนวงนี้ได้ละก็เราก็น่าจะมีโอกาสฆ่าบูเล็ตได้สำเร็จถึง70%เลยทีเดียว แต่เรายังต้องไปยัง<ป่าต้นไม้โลก>เราจะมัวมาเสียเวลาและติดเเหง็กอยู่ที่เมืองนี้ไม่ได้’
เป็นอย่างที่ลูชคิดไว้ไม่ผิดนักแม้ค่าสถานะหลักของลูชจะยังน้อยนิดแต่เขากับมีสกิลที่สามารถพลิกแผงสถานการณ์ได้อย่างหลากหลาย หากเขามีมานาให้ใช้ทักษะสวนกลับและโจมตีอีกสัก1ชุดเขาอาจจะสามารถฆ่าบูเล็ตได้อย่างแน่นอน แต่เขากับไม่มีมานา มากพอที่จะสามารถใช้พวกมันได้
‘นี่คงเป็นสาเหตุที่สมดุลของ Path of God ไม่เคยพังลงมาเลย ขนาดเราเองที่มีสกิลสุดโกงอยู่ตั้งมากมายแต่กลับไม่สามารถใช้พวกมันได้อย่างมีประสิทธิภาพเลยสักครั้ง’
ไม่แปลกนักที่ลูชจะคิดแบบนั้นเพราะเกมนี้ถูกสร้างขึ้นมาโดยการคำนวนให้เกมมีความสมดุลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ด้วยระดับของซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ที่สามารถสร้างโลกทั้งใบขึ้นมาได้ กับอีแค่สมดุลของเกม คงไม่ต่างจากงานล้างจานสำหรับคราเดียร์
ลูชยังคงมีสีหน้าเคร่งเครียด แต่ไม่นานเขาก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุขเมื่อเขานึกถึงสมดุลของเกมนี้
‘สักวันหนึงเราจะพังมันได้มั้ยนะ? สมดุลในเส้นทางของพระเจ้า’
***
“หัวหน้า!!! ฮือ~ฮือ~”
ไม่นานลูชก็มาถึงจุกนัดพบที่เขาระบุไว้ อดัมที่เห็นการมาถึงของลูชก็พลันร้องไห้ออกมา ใบหน้าที่บิดเบียวกำลังพอดีพร้อมกลับดวงตาสีฟ้าที่มีน้ำตาคลออยู่เล็กน้อย ชั่งเป็นใบหน้าที่สามารถทำให้ชายหนุ่มมากมายล้วนหลงใหล หากพวกเขาเหล่านั้นไม่รู้ว่าอดัมเป็นผู้ชาย แม้แต่ลูชเองที่รู้ทั้งรู้ก็ไม่อาจจะรอดพ้นจากดาเมจชุดนี้ไปได้ ก่อนที่เขาจะได้สติกลับมา
“ฉันบอกแล้วไง ว่าให้นายทำตัวให้มันเหมือนกับผู้ชายหน่อยนี้นายไม่ได้ฟังเลยรึไงกัน แล้วก็เลิกร้องไห้ได้แล้ว”
‘หรือว่าไอหมอนี้จะเป็นน้องชายของเรากัน’
ลูชเริ่มส่งสัยว่าอดัมอาจจะเป็นน้องชายของเขาที่แอบเข้ามาเล่นเกมนี้แม้ทั้งสองคนจะสวยไปในคนละแบบแต่นิสัยกับถอดแบบออกมาอย่างสมบูรณ์ในทุกระเบียบ และอีกอย่างที่เริ่มทำให้ลูชส่งสัยว่าอดัมเป็นน้องชายของตัวเอง เพราะเขาไม่สามารถดูหน้าต่างสถานะของอดัมได้หรือแม้กระทั่งการเพิ่มเพื่อนเองก็เช่นกัน เขาต้องตื้ออดัมในท่อระบายน้ำกว่าครึ่งวันกว่าอีกฝ่ายจะยอมให้เขาเพิ่มเพื่อนเพราะมันคงจะเป็นไปไม่ได้เลยที่อดัมจะทำสองสิ่งนี้ไม่ได้เพราะแม้กระทั่งNPCเองก็ยังสามารถที่จะแชร์หน้าต่างสถานะหรือแม้กระทั่งเพิ่มเพื่อนกับผู้เล่นด้วยก็เช่นกัน
ฮึก~ฮึก~ อดัมที่เริ่มกลั่นน้ำตาเริ่มออกปากถามลูชถึงจุดหมายทัดไป
“แล้วพวกเราจะไปทางไหนกันต่องั้นหรือครับหัวหน้า”
หือ?
ลูชได้สติขึ้นมาจากคำถามของอดัม ที่อยู่ปัจจุบันของพวกเขานั้นอยู่ห่างจากดันเจี้ยนถึง1พ้นหลา และเหตุผลที่ลูชเอาพิกัดนี้เป็นจุดนัดพบก็เนื่องจากเขายังไม่ต้องการบอกตำแหน่งของดันเจี้ยนให้อดัมทราบเพื่อกันเหตุไม่คาดฝันอย่างการที่อดัมหลบหนีไม่สำเร็จและอาจทำให้ตำแหน่งของดันเจี้ยนนี้ถูกเปิดเผย
“อ่า เราจะต้องเดินทางไปยังทิศตะวันตกอีกหน่อยก่อนที่จะถึง <สุสานโกลมาส>นั้นคือดันเจี้ยนที่เราจะเริ่มสำรวจกัน”
“ครับ”
ลูชสำรวจดูอดัมที่เตรียมตัวพร้อมเดินทาง
“เอาล่ะท่านายพร้อมแล้วก็ออกเดินทางกันเลย”