เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว)

    ตอนที่ 91 ถอนหมั้น

    “ ท่านน้าเขยอยู่หรือไม่” เสี่ยวเทียนร่างของจ้าวอี้เอ่ยถามทันที

    ทันใดนั้นมีชายหนุ่มวัย 15 ปีเดินมามองหน้าเสี่ยวเทียน โดยไม่มีความเกรงใจเลยแม้แต่นิดเดียว

    “ พี่จ้าวอี้ ตายไปแล้ว แกเป็นใคร  ออกไปจากบ้านข้าซะ”

    “ เจ้าคงเป็น ซุนหมิง ซินะไม่เจอกันนาน  นิสัยก้าวร้าว ขึ้นมากเลยนะ” เสี่ยวเทียนมีความจำของ จ้าวอี้ซึ่งพอจำได้แล้วว่าเด็กชายคนนี้เป็นใคร

    “ ฮึ่ม ข้าเป็นศิษย์อันดับ 30 แห่งสำนักจอมเวทย์เหยาซาน ไม่ว่าเจ้าจะเป็น จ้าวอี้หรือไม่ ข้าจะต้องสั่งสอน เจ้าเสียก่อนว่าทีหลังอย่ากำแหงกับข้า” ซุนหมิง ยกไม้กายสิทธิ์ จี้ส่งมาที่เสี่ยวเทียน กำลังจะอ้าปากท่องเวทย์มนตร์  แต่ไม่ทันได้พูดออกมาร่างของ จ้าวอี้ ก็เข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว แล้วตบเข้าที่ปาก เปรี้ยง !  หัวทิ่มสลบไปในทันที ยังไม่ได้พูดคาถาอะไรเลยสักคำ

    “ หยุดนะ”  เสียงชายคนหนึ่งวัย สี่สิบปี กับ หญิงสาวผู้หนึ่งวัย 35 ปี ทั้งสองเหตุซุนหมิงล้มคว่ำไปกล้ว ก็เกิดโกรธจัด รีบเอ่ยออกมาว่า

    “ เด็ก ๆ จับมัน”

    “ อาเขย นี่ท่านคิดจะจับข้า ผู้เป็นเจ้าของบ้านเชียวหรือ?”

    “ แกไม่ใช่จ้าวอี้ เขาตายไปสิบปีแล้ว” คนรับใช้เดินเข้ามาก็ถูกพลังของเสี่ยวเทียนกดดันจนต้องคุกเข่าลงไปทั้งหมดสิบกว่าคน

    ซุนไหวอี้ ขยับตัวปล่อยยันต์เวทย์ออกไป เป็นผ้ายันต์หมุนไปล้อมรอบตัวของเสี่ยวเทียนกลายเป็นเชือก หมุนรอบหมายจะรัดตัวเสี่ยวเทียนเอาไว้ แต่พอเสี่ยวเทียนยกมือปล่อยพลังเพลิงไฟออกมา ทั้งเชือกยันต์ก็กลายเป็นขี้เถ้าไปจนหมด เสี่ยวเทียนปล่อย สายฟ้าเข้าไปรัดร่างของ ซุนไหวอี้เอาไว้ จนมีเสียงผู้หญิงที่เดินมาด้วยร้องบอกออกมาว่า

    “ หยุดก่อน จ้าวอี้จำอารองหลิงของเจ้าได้ไหม?”

    เสี่ยวเทียนหยุดแต่ยังรัดร่างซุนไหวอี้ด้วยเชือกอัสนีสายฟ้า 

    “ ท่านอารองหลิงแล้วท่านล่ะ จำข้าได้ไหม?”

    “ จำได้ เรื่องนี้เป็นการเข้าใจผิดกัน เพียงแต่ว่า สิบปีแล้ว พวกเจ้าสามคนพ่อแม่ลูกหายสาบสูญไปนาน พวกเราก็เลยไม่มีใครอยากเชื่อ”  อารองหลิงเอ่ยด้วยเสียงหวั่นใจ

    “ อารองหลิงข้ากลับมาก็แค่อยากสืบหาคนร้ายที่ฆ่าพ่อแม่ของข้า เพราะเมื่อสิบปีก่อนข้าถูก ท่านอาจารย์เซียนผู้หนึ่งช่วยไว้ ดังนั้น ข้ามาเพื่อตามหาเบาะแสคนร้ายที่ฆ่าพ่อกับแม่ข้าเท่านั้น”

    “ ที่แท้พวกเจ้าถูกทำร้ายจริงๆ หรือนี่?” อารองหลิงเอ่ยถามเหมือนไม่รู้เรื่องจริงๆ

    “ หากเจ้าคือจ้าวอี้ตัวจริง ข้าขอหลักฐานยืนยันตัวตนว่าเจ้าเป็นจ้าวอี้ตัวจริง”

    ซุนไหวอี้ เอ่ยเสียงแข็ง เพราะไม่ค่อยเชื่อเท่าไร

    เสี่ยวเทียนถอดเสื้อออกให้ทุกคนเห็น   พบรอยตราประทับตระกูลจ้าว เป็นวงกลมเล็กๆ เขียนตัวหนังสือว่า อี้ อยู่ที่หน้าอก ที่ถูกทำขึ้นโดยช่างของตระกูลจ้าวเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้อาจารย์ลู่เอินเตรียมไว้ให้อยู่ก่อนแล้ว

    “ จ้าวอี้ ปล่อยท่านอาเขยก่อนเถิด ยังไงก็ครอบครัวเดียวกัน” อารองหลิงรีบเอ่ย

    เสี่ยวเทียนเลยปลดเชือกอัสนีสายฟ้าออกให้

    “ หลังจากที่พี่เขยกับพี่สะใภ้ และเจ้าหายไป เราไปแจ้งทางการให้มาตรวจสอบ 

    พวกเราพบแต่รอยเลือดมากมาย พร้อมเศษเสื้อผ้าของพวกเจ้า ทางมือปราบเลยแจ้งว่า พวกเจ้าอาจถูกปีศาจเสือดำที่กำลังอาละวาดอยู่ในตอนนั้น ทำร้ายจนเสียชีวิตไปแล้ว  อาเขยรอพวกเจ้ากลับมาถึงสามปี ก็เลยเปลี่ยนชื่อ คฤหาสน์หลังนี้เป็นจวนตระกูลซุน แต่ว่าเมื่อเจ้ากลับมา พวกเราก็จะเปลี่ยนกลับมาเป็น ตระกูลจ้าวเหมือนเดิม”  อาเขยซุนไหวอี้ กล่าวออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย

    “ หลังจากนั้น พวกท่านได้ข่าว ปีศาจเสือดำ ตัวนี้อีกหรือไม่?” เสี่ยวเทียนสงสัย

    “ ไม่เลย ตั้งแต่ครั้งนั้น มันก็ไม่ปรากฏร่างอีกเลย” อาเขยซุนไหวอี้เอ่ยตอบ

    “ ว่าแต่เจ้าไปอยู่ที่ไหนมา แล้วทำไมเพิ่งจะมาปรากฏกายขึ้นที่นี่ ในเวลานี้ นี่เจ้ารู้ไหม คู่หมั้นวัยเด็กของเจ้า บัดนี้ เขายังไม่ได้แจ้งถอนหมั้นมาเลย อารองจะแจ้งไปยังสกุลไป๋ ว่าเจ้ากลับมาแล้ว คุณหนูไป๋เซียง โตเป็นสาวแล้ว สวยงามมากเป็นที่หมายปองของคนทั่วเมือง เฉิงซาน เจ้าเห็นหน้าต้องถูกใจแน่ๆ”

    “ ไม่ต้องหรอก เรื่องนั้นเป็นอดีตไปแล้ว พวกเขาคงไม่สนใจพวกเราหรอก”

    “ ก็อาจจะจริง เพราะว่าบัดนี้ คุณหนูไป๋เซียง เป็นศิษย์เอกของ สำนักโมจินสำนักเวทย์อันดับ 1 ไปแล้ว นางคงไม่สนใจตระกูลของเราแน่ๆ”

    “ ท่านน้าทั้งสอง พวกท่านไม่ต้องเปลี่ยนชื่อคฤหาสน์ให้วุ่นวาย หรอก พวกท่านอยู่กันมาขนาดนี้ ข้าไม่อยากให้พวกท่านต้อง มาวุ่นวายเพราะข้า พรุ่งนี้ข้าก็จะจากไปแล้ว”  พอเสี่ยวเทียนพูดเช่นนี้ สองคนถึงกับตกใจ ไม่คิดว่าเสี่ยวเทียนจะพูดเช่นนี้

    “ ได้ยังไง นี่คือบ้านของเจ้า เป็นตระกูลของเจ้า จะทิ้งไปได้อย่างไร” อารองหลิงเอ่ยถามทันที

    “ พรุ่งนี้ข้าจะไปวัดฝอซาน เพื่อตรวจสอบที่เกิดเหตุ หากไม่เจออะไร ข้าก็อาจไปที่ดินแดนพิภพชั้นที่ ห้าต่อเลย คงไม่กลับมาแล้ว เมื่อสักครู่นี้ ต้องขออภัยที่เสียมารยาท” เสี่ยวเทียนตรวจสอบแล้วพบว่า ทั้งสองคนนั้นไม่มีส่วนในการตายของท่านพ่อกับท่านแม่ คงเป็นปีศาจเสือดำจริงๆ คิดว่าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ จะรู้เรื่องกว่านี้ แล้วจากนั้นจะไปที่สำนัก เหยาซาน เข้าไปนำหยกมังกรฟ้าที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้ที่ถ้ำบนยอดเขา แล้วจะเดินทางไปที่ ดินแดนพิภพชั้นที่ 5 ต่อเลย

    อาเขยซุนไหวอี้ พอรู้ว่าเสี่ยวเทียนจะไปแล้ว ก็เลยอดรู้สึกละอายใจไม่ได้ ที่คิดว่าเสี่ยวเทียนกลับมาเพื่อจะมาเอาสมบัติคืนไป  ส่วนบุตรชายซุนหมิง บัดนี้ไม่รู้หายตัวไปไหน

    “ เฮ้อ อาเขยต้องขออภัยเจ้าด้วยจริงๆ ที่ อากับซุนหมิงที่เข้าใจเจ้าผิด แล้วนี่มันหายไปไหนเนี่ย ท่านพ่อบ้าน"

    “ คุณชายพอฟื้นก็รีบออกไปจากบ้านทันที บ่าวเกรงว่า คุณชายจะไปชวนเพื่อนมาที่บ้านหาเรื่องคุณชายจ้าวอี้อีก!”  พ่อบ้านรู้ใจคุณชายซุนหมิงเป็นอย่างดี

    “ บัดซบ บุตรไม่เอาไหน วันๆ เอาแต่เที่ยวเล่น คบเพื่อนชั่ว ไม่ยอมหมั่นฝึกปรือ เหลวไหลจริงๆ”

    “ อาเขย อย่าใส่ใจ พวกเขามากันจริง ก็ทำอะไรข้าไม่ได้หรอก” เสี่ยวเทียนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

    แล้วสิ่งที่พ่อบ้านนั้นพูดก็เป็นจริง เพราะว่า คุณชายซุนหมิง ไปที่เหลาน้ำชาของแวดวงระดับสูงของ ของเมือง แล้วระบายความในใจให้เพื่อนๆ ฟัง ว่าจ้าวอี้กลับมาแล้ว นิสัยเปลี่ยนไป หลงลำพองยิ่งนักกล้าทำร้ายเขากับท่านพ่อ แล้วยังบอกอีกว่า จ้าวอี้ จะขอแต่งงานกับไป๋เซียง ตามที่ได้หมั้นหมายเอาไว้ อีก  ซึ่งเหล่าคุณชายทั้งหลายที่ได้ยินก็ไม่พอใจ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็เป็นคุณชายไป๋หลี่  ซึ่ง ตระกูลไป๋กำลังคาดหวังให้ ไป๋เซียงแต่งงาน กับ องค์ชายแปด แห่งราชวงศ์โจว ที่ปกครองดินแดนแห่งจอมเวทย์บรรพกาลแห่งนี้

    จึงรีบกลับไปรายงานเรื่องนี้ให้ตระกูลไป๋ทราบทันที

    ส่วนซุนหมิง กินเหล้าจนเมาแล้วยังชวนศิษย์สำนักเหยาซานที่ลำดับที่สูงกว่าตนคือศิษย์ลำดับที่15 กับ 16 ไปที่บ้าน เพื่อสั่งสอน จ้าวอี้ ให้รู้สำนึกเสียบ้าง กล้าทำร้ายศิษย์ของสำนักเวทย์เหยาซาน นั้นต้องได้รับบทเรียนเช่นไร

    ใน มิติฟ้าคราม เด็กน้อยจ้าวอี้กำลัง วิ่งไล่จับอยู่กับไป๋น้อยอย่างสนุกสนาน

    “ เจ้าไป๋น้อยนี่มันเป็นขวัญใจ เด็กๆ จริงๆ เลยนะท่านอาจารย์”

    “ เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต   เด็กๆ นั้นมีแต่ความบริสุทธิ์ หากมันโตขึ้นมา ต้องพบเจอเหตุการณ์เลวร้าย ต่างๆ ผ่านเข้ามา พวกมันหวนคิดกลับไปแบบเดิมก็สายไปเสียแล้ว”

    “ หากให้ข้าวิ่งเล่นแบบมัน ข้าก็คงทำเช่นนี้ไม่ได้เหมือนกัน”  เสี่ยวเทียนเอ่ยออกมาทั้งที่ตัวเองเพิ่งมีอายุแค่ 11 ปีเท่านั้น แต่ชีวิตที่ผ่านมาของเขานั้นผ่านมามากกว่าผู้ใหญ่บางคนเสียอีก

    ในขณะนั้นตระกูลไป๋ พอได้ทราบเรื่องราวว่า จ้าวอี้กลับมา ก็ตกใจรีบเรียกกรรมการตระกูลมาประชุมกันทันที

    “ มันกลับมาทำไมเวลานี้ หากท่านอ๋องแปดมาสู่ขอ แล้วรู้ว่า ไป๋เซียงมีคู่หมั้นอยู่แล้ว  ก็ไม่สามารถจัดพิธีแต่งได้เลย” กรรมการผู้หนึ่งเอ่ยออกมา  หากเพราะว่า จ้าวอี้หายสาบสูญไป  ไป๋เซียงก็หาข้ออ้างยกเลิกงานหมั้นได้ทันที

    “ มีทางเดียววันนี้เราต้องให้ จ้าวอี้เซ็นหนังสือ ถอนหมั้นเสีย ไป๋เซียงจะได้มีอิสระ

    สามารถแต่งงานได้อย่างถูกต้อง”

    “ แต่มันจะยอมหรือ ? ได้ข่าวว่ามันมาถึงก็สยบสองพ่อลูกสกุลซุน แล้วยังประกาศจะแต่งงานกับ ไป๋เซียงอีก คางคกอยากกินเนื้อหงษ์ ไม่เจียมตัวเอาเสียเลย”

    กรรมการของตระกูลเริ่มไม่พอใจ

    “ บอกไป๋เซียงแล้วหรือยัง ว่า จ้าวอี้กลับมาแล้ว และจะมาททวงคำสัญญาเรื่องแต่งงาน”  พ่อของไป๋เซียงเป็นประมุขตระกูลเอ่ยสั้นๆ

    “ ส่งนกพิราบไปบอกแล้ว พี่ไป๋เซียงบอกว่า พรุ่งนี้จะไปที่บ้านตระกูลซุน พร้อมกับอาจารย์ในตอนเช้า เพื่อเจรจายกเลิกงานแต่งงาน”  ไป๋หลี่ น้องชายของไป๋เซียงรายงาน

    “ พี ถ้าเช่นนั้น พวกเราก็เตรียมหนังสือ เอาไปพร้อมกันเลยแล้วไปเจอกันที่บ้านตระกูลซุน ดูว่ามันจะกล้าปฏิเสธหรือไม่”  หัวหน้าตระกูลไป๋เอ่ยด้วยน้ำเสียงเข้มจัด

    ณ บ้านตระกูลซุน

    ซุนหมิง กับ เหล่าศิษย์อีกเกือบสิบคน มีอันดับ 15 กับ อันดับ 16 เวลานี้กำลังซุ่มหมอบที่หน้าบ้านพักของเสี่ยวเทียน

    “ ข้าจะขว้างก้อนหินเข้าไป  แล้วพอมันออกมา พวกท่านก็ลงมือเลยนะ เอากระสอบป่านคลุมหัวมันก่อน แล้วก็รุมตีมันให้หมอบเลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า จ้าวอี้เอ๋ย ครั้งนี้ เจ้าเสร็จข้าแน่ !”  ซุนหมิงเอ่ยกับศิษย์สำนักเหยาซานทุกคน แล้วก็ขว้างก้อนหินเข้าใส่บ้านพัก ตามที่ตัวเองวางแผนไว้  พอจ้าวอี้ออกมา ก็เอากระสอบเข้าคลุมหัว

    แล้วทุกคนก็กระหน่ำตีกันอย่างสนุกสนานเมามัน  คนในกระสอบก็ส่งเสียงร้องออกมาเหมือนคนคุ้นเคย พอเปิดออกมา กลับเป็นซุนหมิง ที่หน้าตาบวมช้ำไปหมด

    “ เป็นไปได้ยังไง ! ก็เห็นเป็นจ้าวอี้ไม่ผิดแน่” ทุกคนส่งเสียงออกมาพร้อมกัน

    “ สนุกกันพอหรือยัง”  จ้าวอี้ยืนอยู่ข้างหลังทุกคน ที่แท้เสี่ยวเทียนใช้วิชาหยุดเวลาจากวิชาเทพมิติ แล้วสับเปลี่ยนตัว ซุนหมิงเข้าไปนั่นเอง

    ทุกคนเห็นจ้าวอี้  อยู่ด้านหลังก็ตกใจ ถูกพลังกดดันให้คุกเข่าลงไปทุกคน

    “ ตบหน้าคนที่อยู่ตรงหน้าคนละห้าสิบที แล้วไสหัวออกไปจากบ้านนี้ซะ”

    เสี่ยวเทียนสะกดจิตทุกคนไม่เว้น มืออันดับ 15 และ 16 ก็ตบกันเองจนเลือดกรบปากแล้ววก็รีบวิ่งออกจากบ้านไปด้วยความหวาดกลัว  เหลือแต่ ซุนหมิงที่มองเสี่ยวเทียนอย่างหวาดหวั่นไม่คิด ว่าจ้าวอี้จะกลายเป็น ยอดยุทธ์เช่นนี้   จึงรีบเข้ามากอดขาจ้าวอี้ทันที

    “ พี่ใหญ่ข้าผิดไปแล้ว ข้าไม่ได้ตั้งใจ แค่ล้อเล่นเท่านั้น พี่ใหญ่อย่าถือสาข้าเลยนะ” น้ำเสียงเปลี่ยน น้ำหูน้ำตาไหลพราก กอดขาจ้าวอี้แน่น ร้องเรียกพี่ใหญ่หน้าตาเฉยเลย เสี่ยวเทียนได้แต่ส่ายหัว รู้ว่าอาเขยเลี้ยงซุนหมิงมาแบบตามใจลูกคนเดียว ไม่เคยลำบาก  เลยเป็นเช่นนี้

    “ พอได้แล้ว กลับไปห้องของเจ้า พรุ่งนี้ข้าจะไปแล้ว ต่อไปพวกเราก็คงไม่ได้พบกันอีกแล้ว”  เสี่ยวเทียนบอกความจริงไปว่า พรุ่งนี้จะจากไปแล้ว ไม่กลับมาอีก

    ซุนหมิง ก็รู้สึกแปลกๆ ในใจ หน้าจะดีใจ แต่ทำไมถึงได้รู้สึกไม่อยากให้จ้าวอี้จากไปก็ไม่รู้   แต่ก็เดินกลับมาที่พักของตน ด้วยจิตใจที่เริ่มสับสน

    พอรุ่งเช้า เสี่ยวเทียนกำลังจะออกไป ก็มีคนมากันมากมาย คล้ายจะข่มขู่ เกมบังคับ พูดจากับอาเขย กับ อารองหลิงอย่างไม่ให้เกียรติ ซุนหมิงก็ทำท่าทางไม่พอใจ แต่ไม่กล้าได้แต่ด่าว่าไป๋หลี่ที่ เอาเรื่องของเขาไปพูด  พอทุกคนเห็นจ้าวอี้เดินออกมา ก็มีชายผู้หนึ่ง แต่งกายคล้ายพวกจอมเวทย์ 

    “ เจ้าหรือคือ จ้าวอี้ ที่คิดจะกินเนื้อหงส์ ข้ามีทางให้เจ้าเลือกสองทาง คือ ถูกหักแขนทั้งสองข้าง หรือ เซ็นใบยกเลิกการหมั้นนี่ซะ”

    เสี่ยวเทียนไม่สนใจ นั่งลงแล้วจิบน้ำชา กลั้วคอเล็กน้อย แล้วพ่นออกไปที่หนังสือที่เตรียมไว้ให้ เซ็นยกเลิกงานหมั้น  ชายคนที่พูดออกมาคนแรก โมโหมาพุ่งร่างเข้ามาหาเสี่ยวเทียนหมายบีบคอให้เละคามือ

    “ หยุดก่อน”  เสียงใสๆ ดังออกมาจากด้านหลังฝูงชน พอเปิดทางออกมา พบหญิงงาม แต่งชุดคลุมหน้าคนหนึ่งเดินเข้ามา ตรงกลางห้องโถง

    “ ท่านราชันเวทย์ จิ้งซื่อ ได้โปรยั้งมือ เรื่องนี้สาเหตุเพราะข้า ขอให้ข้าพูดกับเขาเอง”

    ราชันเวทย์จิ้งซื่อ ชักมือกลับโดยทันทีแล้วเอ่ยว่า

    “ โชคดีนะ เจ้าเด็กน้อยที่ไป๋เซียงเมตตา ไว้ มิเช่นนั้น คอเจ้าแหลกละเอียดแน่”

    เสี่ยวเทียนเมินหน้าไปไม่สนใจ หันมามองหน้าหญิงคลุมหน้านี้ทันที

    “ ข้ารู้ว่าเมื่อสิบปีก่อน ท่านแม่ข้า กับท่านแม่ของเจ้าตกลงหมั้นหมายไว้ให้พวกเราสองคน แต่ว่า ที่ผ่านมาพวกเราไม่เคยพบกันมาก่อน เหมือนคนแปลกหน้าข้า  ข้าเสนอมอบเงินชดเชยให้ท่าน หนึ่งพันล้านเหรียญเป็นการเซ็นยกเลิกสัญญามั่นในครั้งนี้ เจ้าว่าเหมาะสมหรือไม่?”  ไป๋เซียงมาเสนอเงิน หนึ่งพันล้านเหรียญเพื่อแลกกับ ใบยกเลิกการหมั้น เสี่ยวเทียนตาโตทันที แต่ก็เก็บอาการเอาไว้ก่อน

    “ แม่นางไป๋ เรื่องนี้ไม่ค่อยดีกระมัง ท่านปรึกษาท่านแม่ของท่านแล้วหรือไม่ เพราะเรื่องนี้ เป็นสิ่งเดียวที่ท่านแม่สั่งข้าเอาไว้ก่อนท่านจะตาย ถือว่าเป็นคำสั่งเสียครั้งสุดท้าย หากว่าข้ายกเลิกไป คงไม่มีหน้าไปพบท่านแม่ของข้าในปรภพแน่ๆ”

    เสี่ยวเทียนคิดว่า ต้องเรียกเงินให้มากกว่านี้ 

    “ แสดงว่าท่านไม่ยอมหรือ?”

    “ ไม่ใช่ไม่ยอม แต่ว่า....”  ไม่ทันที่เสี่ยวเทียนจะพูดจบ ก็มีพลังหมัดพุ่งทะลุกำแพงต่อยเข้ามาที่ใบหน้าของเสี่ยวเทียน  แต่ว่าเสี่ยวเทียนใช้ฝ่ามือซ้ายรับเอาไว้อย่างง่ายดาย แล้วทำการดูดมือของคนที่ต่อยเข้ามา ร่างของคนที่ชกเข้ามารูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ กลับซีดลงกลายเป็นหนังติดกระดูกทันที เสี่ยวเทียนไม่ฆ่าทิ้ง แต่ดีดเท้าจนร่าง ที่ผอมกระเด็นไปตามแรงเท้าลอยลิ่วออกจากบ้านไป

    ทุกคนเห็นก็ต่างเช่นนี้ ต่างก็แตกตื่นยิ่งนัก ที่ไม่คิดว่า จ้าวอี้ จะมีวิชาร้ายกาจเช่นนี้

    “ ใครหน้าไหน คิดจะลองดีกับข้าอีก ก็ขอให้ก้าวเท้าเข้ามาเลย หากข้าถอยแม้แต่ก้าวเดียว ชาตินี้ไม่ขอใช้แซ่ จ้าวอีก !”......

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน