ตอนที่ 5 แม่จ๋าสุดยอด!
แม้เด็กชายตัวน้อยจะพูดเช่นนั้น ทว่าแววตาคู่จิ๋วก็มิอาจเก็บซ่อนความกังวลไว้ได้ เอาแต่จับจ้องไปทางเหลิงหยุนเจียวไม่มีคลายอ่อนลง
เห็นเพียงเท่านั้น โม่เฉินหยวนสามารถบอกได้ทันที เด็กชายตัวน้อยผู้นี้ก็ยังเป็ห่วงแม่ของตนอยู่หลายส่วน
ทว่าสิ่งที่เขารู้สึกสงสัยที่สุดในตอนนี้คือ มนุษย์ที่ไร้ซึ่งระดับชั้นพลังลมปราณจะสามารถจัดการกับนักสู้ขอบเขตปราณจิตขั้นต้นทั้งหกคนได้เยี่ยงไร
เหลิงเจียวเจียวรีบเงยหน้าแช่มมองขอบกำแพง้าด้วยความใ เมื่อสักครู่ นางจับััได้แค่ว่ามีเหลิงหยุนเจียวอยู่ที่นี่เพียงลำพัง แต่ไฉนจึงไม่สามารถตรวจจับการมีอยู่ของชายนิรนามบนกำแพงนั่นได้?
นางย่อมตระหนักทราบดี เหลิงหยุนเจียวก็แค่เศษสวะชิ้นหนึ่ง นางจะสามารถเอาชีวิตรอดกลับมาถึงที่นี่ได้เยี่ยงไร หลังจากนี้จำเป็ต้องตามสืบหาผู้คนที่แอบช่วยเหลืออยู่เื้ั
เหลิงเจียวเจียวแอบกำหมัดแน่นครุ่นกังวลอยู่ภายในใจลึกๆ นางกลัวว่า หลู่อวี๋ สาวรับใช้คนสนิทของตนจะพลาดท่าตายในเงื้อมมือของชายนิรนามผู้นี้
แต่ยามเย็นเวลานี้วิสัยทัศน์เริ่มมืดครึ้มเกินไป เหลิงเจียวเจียวพยายามหรี่สายตาจับจ้อง เห็นเพียงว่าชายนิรนามนั้นสวมหน้ากากไว้ เห็นชัดว่าเขาจงใจปิดบังใบหน้าตนเอง จึงไม่สามารถรู้ได้ว่าอีกฝ่ายเป็ใครมาจากไหน
นางก่นเสียงเ็าอุทานสาปส่งกับตัวเอง ถึงเช่นนั้น เหลิงเจียวเจียวก็ยังยืนแช่มกอดแผ่นอกและวางมาดอย่างมั่นใจ
ไม่ว่าเื้ัจะมีคนคอยช่วยเหลือเหลิงหยุนเจียวอีกสักกี่คน วันนี้นางจะล้างบางฆ่าพวกมันตายให้หมด!
เหลิงหยุนเจียวกวาดสายตามองรอบตัว ยามองครักษ์ร่างกำยำใหญ่ทั้งหกที่รุมล้อมต่างระดมพลังลมปราณหอบใหญ่ รัศมีแสงเป็ประกายเปล่งปลั่งกระจายทั่วกายา เสริมพละกำลังให้ร่างกายแต่ละคนแข็งแกร่งทนทานมากยิ่งขึ้น
ทว่าอย่างไร ต่อให้นางจะไม่สามารถฝึกปรือลมปราณได้ แต่ด้วยทักษะความสามารถในการต่อสู้ที่มีแต่ทุนเดิม คนเหล่านี้กลับไม่นับเป็อันตรายใดๆเลยในสายตาของนาง
อาศัยทักษะกระบวนท่านักฆ่าที่ได้รับการฝึกฝนและขัดเกลามาเป็อย่างดี รวมไปถึงความเืเย็นเกินมนุษย์ของนาง ส่งผลให้เหลิงหยุนเจียวแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปมาก
พินิจมองร่างกำยำใหญ่ทั้งหกคนพร้อมวิเคราะห์คำนวณแบบแผนในใจอย่างรวดเร็ว เสี้ยวพริบตาถัดมา การเคลื่อนไหวของนางแปรเปลี่ยนดุจสายฟ้า สามารถเลี่ยงหลบการโจมตีของคนเ่าั้ได้อย่างไม่ยากเย็น พร้อมหยิบเข็มเหล็กน้ำแข็งท่ามกลางช่องอากาศผ่านห้วงมิติของระบบห้องสมุดสีดำ ทุกกระบวนลงมือของนางล้วนเป็ไปด้วยความใจเย็นดุจน้ำนิ่งไม่รีบร้อน
เข็มเหล็กน้ำแข็งหกเล่มพุ่งพิฆาตใส่จุดตายบนร่างกำยำใหญ่ของคนทั้งหกด้วยความเร็วสูงสุดเกินกว่าที่สายตาจะจับทัน คล้อยหลังสองถึงสามอึดใจเท่านั้น พวกเขาก็ทรุดฮวบจมกองเืไปกับพื้น สิ้นใจตายเฉียบพลันจากการถูกพิษร้ายเล่นงาน
“แม่จ๋าสุดยอด! แม่จ๋าเก่งที่สุดเลย!”
เด็กชายตัวน้อยที่นั่งเกาะกุมแขนของโม่เฉินหยวนอยู่เสียนาน แต่เมื่อพบเห็นภาพฉากนี้เข้า เขาก็ผุดลุกขึ้นยืนพร้ะโกนส่งเสียงให้กำลังใจเหลิงหยุนเจียวอย่างลืมตัว
โม่เฉินหยวนรีบยกมือข้างหนึ่งโอบเอวของเด็กชายตัวน้อยโดยไว เพราะด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะเผลอตกกำแพง สายตาที่เคยเฉื่อยชาไม่สนใจโลก ยามนี้แปรเปลี่ยนเป็คมขลับเป็ประกายดุจเหยี่ยว
เห็นได้อย่างชัดแจ้งแล้ว นักสู้ขอบเขตปราณจิตขั้นต้นทั้งหกคนนี้ล้วนถูกพิษร้ายเล่นงานถึงแก่ชีวิต แต่ใครหรือจะกล้าคาดคิดว่า ภายในตัวของหญิงสาวนางนี้จะมีพิษแขนงอันตรายปานนี้เก็บซ่อนไว้อยู่ด้วย?
เหลิงเจียวเจียวถึงกับหน้าถอดสีฉับพลัน เหม่อมองยามองครักษ์ร่างกำยำทั้งหกที่นอนแน่นิ่งไม่ไหวติงอยู่บนพื้น พร้อมแหกปากะโลั่นด้วยความโกรธจัดว่า
“ไอ้พวกงี่เง่า นอนทำบ้าอะไรอยู่บนพื้น ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้!!”
สีหน้าเ็าดุจปีศาจของเหลิงหยุนเจียวถูกเก็บซ่อนอยู่ในเงามืด ั์ตาสีดำน้ำหมึกลึกล้ำประหนึ่งบ่อน้ำเย็นาจับตัวแช่แข็ง ร่างกายนี้เปล่งรังสีจิตสังหารที่แสนน่าสะพรึงออกมาอย่างแจ่มแจ้ง
ดวงตะวันลับขอบฟ้า ดวงจันทร์เย็นคืบคลาน สายลมหนาวเริ่มพัดผ่านไสว
จันทร์เ้าทอแสงสว่างลงมา ฉายให้เห็นภาพใบหน้าของเหล่ายามองค์รักษ์ทั้งหกที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น เสี้ยวพริบตาที่เห็นเช่นนั้น เหลิงเจียวเจียวพลันรู้สึกเสียวสันหลังวูบเย็นสะท้านจับขั้วหัวใจ นางเพิ่งตระหนักได้ว่า กลุ่มคนที่กำลังคุยด้วยเมื่อครู่ ล้วนหมดลมหายใจตายสิ้นแล้ว
นางค่อยๆเงยหน้ากลับไปหาเหลิงหยุนเจียวอย่างแช่มช้า สีหน้าแววตาดูเหลือเชื่อเกินจินตนาการหยั่งถึง ก็เห็นกันอยู่ว่า ไอ้สุนัขเพศเมียตัวนี้มันไม่มีระดับพลังลมปราณใดๆด้วยซ้ำ!
ทว่าเหลิงเจียวเจียวกลับหารู้ไม่ ดวงิญญาที่สิงสู่อยู่ในร่างของเหลิงหยุนเจียวยามนี้ กลับหาใช่สตรีขี้ขลาดคนเดิมที่นางเคยรู้จักอีกต่อไปแล้ว
“้าสังหารข้าผู้นี้มิใช่รึ? แล้วไยใจฝ่อไม่กล้าสู้กับข้าล่ะ?”
ยามนี้ต้องเผชิญกับคำเยาะเย้ยถากถางของเหลิงหยุนเจียว เพลิงโทสะขุ่นมัวยิ่งปะทุรุนแรงขึ้นท่ามกลางใจของเหลิงเจียวเจียว พริบตาต่อมา นางกระชากแส้อสรพิษเพลิงออกมาจากเอว และระดมพลังลมปราณสุดขั้วตวัดฟาดออกไปเต็มแรง
ปลายแส้อสรพิษเพลิงเป็คมหางของสัตว์อสูรร้ายกาจ ยิ่งผนวกกับลมปราณกระแสใหญ่ที่เคลือบคลุมด้วยแล้ว กระทั่งห้วงอากาศยังถูกคมหางสุดแหลมกริบฉีกสะบั้น ประกายมรณะสีเย็นฉายสะท้อนวาบผ่านในดวงตาของเหลิงเจียวเจียว
ไม่ว่าอย่างไร นางเป็ถึงนักสู้ขอบเขตปราณจิตขั้นกลางคนหนึ่ง หรือจะเป็ไปได้ไหมว่า คนระดับนี้ยังไม่สามารถจัดการกับนังสวะไร้พลังลมปราณได้อีก?
“นังสวะ หุบปากแล้วตายไปเสีย!”
เหลิงเจียวเจียวบิดข้อมือหนึ่งท่า เพิ่มเสริมความเร็วของแส้เป็เท่าตัว ทำให้การโจมตีกระบวนนี้ยิ่งทวีความดุดันและอันตรายประหนึ่งอสรพิษเพลิงตัวจริง เสี้ยวอึดใจเท่านั้น ก็พวยพุ่งถึงตรงหน้าเหลิงหยุนเจียวแล้ว
“แม่จ๋า ระวัง!!”
เด็กชายตัวน้อยที่ยืนดูฉากนี้รีบร้องะโส่งเสียงดังอย่างประหม่าวิตก
โม่เฉินหยวนแทบคว้าเอวเด็กไว้ไม่ทัน ส่วนแขนอีกข้างที่ยังเหลือเร่งระดมลมปราณหวังช่วยเหลือในทันท่วงที
แต่เสมือนกับว่าเหลิงหยุนเจียวมองผ่านอ่านการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายออกั้แ่แรกแล้ว เพียงเบี่ยงตัวเอี้ยวหลังเล็กน้อยก็สามารถหลบวิถีแส้ได้อย่างง่ายดาย พร้อมยกมือคว้าแส้อสรพิษเพลิงไว้อย่างแม่นยำ
แววจิตสังหารเข้มข้นสาดประกายฉายผ่านดวงตาของนางทันควัน พร้อมออกแรงกระชากแส้อสรพิษเพลิงในมือง้างอ้าจนตึง และจู่ๆก็ปล่อยมือฉับพลัน ดีดแส้อสรพิษเพลิงสุดแหลมคมเด้งย้อนกลับไปใส่หน้าของเหลิงเจียวเจียวอย่างแรง
เหลิงเจียวเจียวเซถอยไปเกือบสิบก้าวกว่าจะตั้งลำกลับมายืนหยัดให้มั่นคงได้อีกครั้ง ทว่ายังไม่ทันตอบสนองหรือเงยหน้ามองด้วยซ้ำ เหลิงหยุนเจียวกลับปรากฏกายขึ้นต่อหน้าต่อตานางเสียแล้ว ชั่วอึดใจนั้น เป็ฝ่ายของเหลิงเจียวเจียวที่ใอย่างยิ่งจนอ้าปากค้าง
แต่นางยังไม่ทันมีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ ก็บังเกิดกระแสความเ็ปขั้นรุนแรงแล่นกระจายไปทั่วช่องท้องน้อย พร้อมมีแรงบาทาอันมหาศาลถีบนางจนหงายหลังล้มคะมำไป