‘3…2…1..ดำเนินการเริ่มสเตจ2’
ทันทีที่เสียงประกาศนับถอยหลังจากระบบเอไอสิ้นสุดลง หลุมรอยแยกทั้งหกหลุมก็เริ่มมีปฎิกิริยาสั่นไหวที่รุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม กลิ่นอายความอันตรายแผ่ซ่านออกมาเรื่อยๆ
“โถ่เว้ย!! ทำไมรู้สึกเหมือนเจ้าพวกนี้มันเริ่มฉลาดขึ้นอีกแล้วล่ะ….เพราะกลิ่นอายจากรอยแยกนั่นทำให้พวกมันพัฒนาขึ้นงั้นสิ”
ตั้งแต่เอไอประกาศจบไปนอสก็ไม่มีโอกาสได้หันกลับไปมองที่รอยแยกนั้นเลยเพราะมัวแต่ต้องจัดการกับหมาป่าวายุที่เหลืออยู่ให้หมด แต่นอสรู้สึกได้ว่าพวกระดับสีส้มที่อยู่ในรอยแยกนั้นใกล้จะออกมาจากหลุมเต็มทีแล้ว นั่นเลยยิ่งทำให้นอสอยากจะรีบจัดการเสี้ยนหนามตรงหน้านี้ออกไปให้ได้โดยเร็ว แต่ยิ่งนอสอยากจะทำเท่าไหร่มันก็เริ่มจะยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะตั้งแต่รอยแยกปรากฎออกมานอสก็สัมผัสได้ว่าสติปัญญาของพวกหมาป่ามันเริ่มพัฒนาขึ้นไปทีละนิดทีละน้อย
ในไม่ช้าถ้าถึงตอนที่พวกระดับสีส้มออกมานอสคิดว่าการจะจัดการกับพวกนี้จะเป็นเรื่องที่น่ารำคาญมากขึ้นอย่างแน่นอน
“ถ้ายังเป็นแบบนี้อยู่ล่ะก็ไม่ทันแน่ ต้องใส่เต็มแรงแล้วถ้ามัวแต่ออมแรงเอาไว้แบบนี้มีหวังได้คะแนนน้อยแหงๆเลย”
ตอนนี้นอสตัดสินใจจะทุ่มสุดตัวเพื่อฆ่าหมาป่าทุกตัวให้ได้ไวที่สุด
กล้ามเนื้อทุกส่วนของนอสีเริ่มแน่นกระชับขึ้นมาและพลังกายของนอสก็เพิ่มขึ้นมาเนื่องจากนอสเริ่มใช้เวทย์เสริมพลังกาย นัยน์ตาสีดำของนอสเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้มไปทางดำ และมีประกายดาวปรากฏขึ้นภายในนัยน์ตาของนอสสี่ดวงจากการใช้เนตรมนตรา ทั้งร่างกายและประสาทสัมผัสของนอสเพิ่มขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
นอสพุ่งเข้าใส่หมาป่าด้วยสปีดที่มากกว่าเดิม ความเร็วที่เพิ่มเข้ามาทำให้นอสใช้แหว่งฟันเข้าไปที่คอของหมาป่าอย่างแม่นยำแบบไร้ที่ติ หมาป่าที่กำลังพยายามหลอกล่อหลบการโจมตีนอสไปมานั้นรับรู้ได้ถึงอันตรายจากการที่นอสทุ่มสุดตัวมันจึงคิดที่จะหาทางหนีต่อแต่ก็ต้องหมดหวังเพราะก่อนที่มันจะได้คิดหนีมันก็ได้ตายละไปแล้ว
สถานการณ์เริ่มกลับมาที่ฝั่งนอสอีกครั้งหลังจากที่นอสตัดสินใจทุ่มสุดตัว หมาป่าที่ตอนแรกนั้นพยายามปั่นหัวนอสได้จะสำเร็จแล้วกลับต้องตายลงไปอย่างรวดเร็วด้วยความไวของนอสที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน การโจมตีแต่ละครั้งของนอสเฉียบคมขึ้นอย่างมากจากการใช้เนตรมนตราเป็นตัวช่วยในการขยายประสาทสัมผัสของนอส
ใช้เวลาเพียงไม่นานหมาป่าทั้งเจ็ดตัวนั้นก็ได้ตายไปเรียบร้อยด้วยความสุดยอดของแหว่งและนอส แต่เพราะนอสใช้พลังเต็มที่ในการจัดการกับหมาป่าวายุไปได้อย่างรวดเร็ว ปริมาณพลังเวทย์และพละกำลังของนอสที่มีก็ลดลงแบบรวดเร็วเช่นกัน นอสคิดว่าพลังของตัวเองตอนนี้เหลืออยู่ไม่ถึง50%แล้วด้วยซ้ำจากตอนแรก และแถมสีหน้าของนอสตอนนี้นั้นแสดงออกถึงความเหนื่อยล้าออกมาอย่างชัดเจน
“แฮ่กๆ ฝืนใช้พลังเต็มที่แค่แป๊บเดียวก็กินพลังเวทย์ไปขนาดนี้แล้วหรอ….ขอฉันพักหน่อยเถอะหวังว่าพวกระดับสีส้มคงจะยั–”
ตู้ม!!
ยังไม่ทันที่นอสจะได้พักหายเหนื่อยจากการต่อสู้ไปที่รอยแยกก็เกิดเสียงดังเหมือนกับอะไรระเบิดขึ้นมา นอสหันหน้ามองไปที่หลุมรอยแยกนั้นด้วยความตกใจทันที นอสมองดูว่าตัวที่เขาจะต้องสู้นั้นคือตัวอะไรและในที่สุดมันก็โผล่ออกมาแล้ว อุ่งมือขนาดใหญ่ตบลงที่พื้นอย่างแรงจนพื้นสั่นสะเทือนนอสที่เพ่งมองเพื่อดูว่าคือตัวอะไรนั้นก็เกิดอาการเหงื่อเย็นไหลออกมาทันที สิ่งที่ออกมานั้นนอสดูจะคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดี มันคือฮันนี่แบร์ตัวที่ตัวนอสนั้นเคยสู้ร่วมกับซิทเมื่อตอนก่อนหน้านี้ที่เมืองเดลต้า
ร่างกายของนอสเริ่มสั่นเทาไปด้วยความหวาดหวั่นขึ้นมา คงเพราะเคยสู้กับมันมานอสก็เลยรับรู้ได้ถึงพละกำลังของมันได้เป็นอย่างดี การโจมตีที่รุนแรงและบ้าคลั่งของมันยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำของนอสเสมอตั้งแต่ครั้งนั้น แต่สิ่งที่นอสเห็นตอนนี้นั้นเทียบกับการสู้ครั้งนั้นมันดูจะเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลย เพราะเมื่อตอนนั้นมันมีแค่หนึ่งตัวแต่คราวนี้นั้นนอสต้องสู้กับมันถึงสามตัว
ตู้ม!!
เกิดระเบิดขึ้นอีกครั้งที่อยู่อีกจุดหนึ่งที่มีรอยแยก นอสที่กำลังตกใจกับฮันนี่แบร์ทั้งสามตัวอยู่นั้นก็ต้องตกใจยิ่งกว่าเดิมเพราะอีกจุดหนึ่งนั้นก็มีมอนสเตอร์เลื้อยออกมาจากรอยแยกด้วย มองแค่เพียงนิดเดียวนอสก็จำมันได้ มันคือ งูยักษ์บารันด้า ที่โผล่ออกมาสามตัวเหมือนกับฮันนี้แบร์เป๊ะๆเลย
“การสอบครั้งนี้มันไม่ธรรมดาแล้วถ้าบอกว่าสุ่มมอนสเตอร์มาสู้ก็ดูจะบังเอิญเกินไปหน่อยมั้ง….ไอ้ห้องจำลองนี่มันคัดลอกมอนสเตอร์ที่เราเคยสู้ด้วยจากความทรงจำของเรามางั้นสินะเนี่ยแบบนี้…ละแถมคัดลอกออกมาเยอะซะด้วยสิ…”
นอสอึ้งจนตาค้างอยู่สักพักก่อนจะนึกย้อนกลับไปตั้งแต่ที่นอสนั้นสแกนคีย์การ์ดและเอไอก็เริ่มตรวจสอบและเรียกชื่อของเขาออกมา ลางสังหรณ์ของนอสนั้นถูกต้องเอไอนั้นเริ่มจะอ่านความทรงจำของนอสตั้งแต่ที่นอสนั้นก้าวขาเข้ามาในห้องจำลองนี้แล้ว เมื่อมันวิเคราะห์เสร็จสิ้นมันก็ได้ถึงเริ่มประกาศเริ่มสเตจ2ขึ้นทันที
เมื่อคิดได้แบบนั้นนอสก็รู้สึกหวาดกลัวกับสิ่งที่ห้องจำลองนี้สามารถทำได้
“ให้ตายสิใครมันไปคิดค้นไอ้ห้องนี้ขึ้นมากันนะอย่าให้รู้เชียว…ฉันคนหนึ่งล่ะจะไปเผาบ้านมันก่อนใครเลยแน่นอน”
นอสพูดพร้อมกับกำหมัดแน่น เพราะการทำแบบนี้มันก็เหมือนว่าเขานั้นไม่มีสิทธิ์ผ่านบททดสอบนี้ได้อย่างแน่นอนสำหรับความแข็งแกร่งของนอสตอนนี้แม้จะเหลือพลังเต็มร้อยเลยก็ตาม นอสที่คิดได้แบบนั้นก็ถอนหายใจออกมาก่อนจะพูดขึ้น
“เฮ้อ~ เอาเถอะถ้ามันเป็นแบบนี้ไปแล้วก็มีแต่ต้องลองสู้ดูสักตั้งไหนๆมันก็ไม่มีวันชนะแล้ว สู้ลุยด้วยพลังทั้งหมดที่มีเพื่อดูความสามารถตัวเองตอนนี้หน่อยแล้วกัน”
นอสยิ้มมุมปากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและตัดสินใจทันทีแม้ว่าตัวเองจะไม่สามารถทำการสอบนี้ได้คะแนนเยอะๆได้แต่นอสก็อยากจะท้าทายขีดจำกัดของตัวเองดู
เพราะยังไงนอสก็ไม่มีวันตายในชีวิตจริงได้ในห้องจำลองนี้อยู่แล้วด้วย คิดได้แบบนั้นเลือดในร่างของนอสตอนนี้ก็เริ่มเดือดพล่านเพราะความรู้สึกที่อยากจะท้าทายความกลัวและขีดจำกัดของตัวเองขึ้นมาทันที
ความกลัวของนอสหายไปแต่มันกลับถูกแทนที่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นแทน
คร๊าก!!!
จู่ๆแหว่งที่อยู่ในมือของนอสก็ส่งเสียงร้องคำรามออกมาจนนอสสัมผัสได้ถึงออร่าความกระหายเลือดที่แผ่ออกมาจากตัวของแหว่งอย่างชัดเจน
“อะไรกันแหว่งนายก็มีใจอยากจะสู้ด้วยงั้นหรอ….รึไม่นายก็กำลังสั่นเพราะกลัวพวกมันอยู่กันแน่นะ ฮ่าๆ”
นอสพูดหยอกแหว่งด้วยความคิดถึง แหว่งไม่ได้พูดออกมานานแล้วตั้งแต่ที่นอสตีมันขึ้นมาได้ การที่มันส่งเสียงแบบนี้นอสคาดว่ามันอาจจะเพราะเจอเข้ากับอีกฝ่ายที่เป็นงูแถมยังเป็นสายพันธุ์เดียวกันด้วยทำให้แหว่งที่มีจิตใจเป็นงูอยู่แล้วนั้นเริ่มแสดงความเป็นศัตรูต่อพวกงูทั้งสามตัวออกมาอย่างชัดเจน
“ถ้าเครื่องมันร้อนขนาดนี้แล้วล่ะก็…..งั้นมาลุยไปพร้อมๆกันเลยแหว่ง!!!”
นอสเลิกที่สนใจทุกสิ่งและพุ่งตรงดิ่งไปหาทางที่พวกที่ระดับสีส้มออกมา นอสคิดจะทุ่มสุดตัวตั้งแต่แรกเลยที่เข้าต่อสู้
โฮก!!! ชู่ว!!!
เมื่อพวกฮันนี่แบร์กับบารันด้าทั้งหกตัวสัมผัสได้ถึงนอส พวกมันก็ร้องคำรามออกมาเพื่อประกาศศึกสงครามกับนอสและมันก็เริ่มออกวิ่งตรงดิ่งมาปะทะกับนอสด้วยเช่นกัน ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่ทั้งฮันนี่แบร์และบารันด้าทำให้พื้นเกิดการสั่นสะเทือนไปทั่วทุกๆครั้งที่พวกมันก้าวเท้าเหยียบพื้นดินสิ่งนี้สามารถสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับศัตรูได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว
แต่นอสที่ตอนนี้ละทิ้งความกลัวและตัดสินใจอย่างแน่วแน่ไปแล้ว สิ่งนี้เลยไม่สามารถข่มขวัญนอสได้อีกต่อไป ร่างกายของนอสเริ่มมีมัดกล้ามเนื้อเพิ่มมากขึ้นจากเวทย์เสริมพลังกายนัยน์ตาก็เริ่มเปลี่ยนสีอีกครั้งหนึ่ง นอสกำแหว่งแน่นขึ้นทุกครั้งที่เข้าใกล้พวกมอนสเตอร์
คว๊าก!!!
แหว่งร้องคำรามขึ้นเมื่อนอสเข้าถึงระยะโจมตีแล้ว ฮันนี่แบร์เป็นตัวที่เริ่มโจมตีก่อนมันเรียกกรงเล็บออกมาและเริ่มฟาดมือลงมาที่พื้นเพื่อหวังจะทุบนอสให้แหลกคามือของมัน แต่ประสาทสัมผัสและความแข็งแกร่งที่มากขึ้นถึงขีดสุดทำให้นอสหลบการโจมตีนั้นได้อย่างง่ายดาย แต่นอสก็ต้องตั้งสมาธิมากขึ้นอีก หลังจากที่ตัวแรกพลาดไปอีกตัวก็เข้ามาซ้อนจากด้านหลังของนอสโดยทันที
มันจึงบังคับให้นอสต้องโดดหลบออกมาด้านข้าง แม้แต่พักหายใจนอสก็ยังไม่มีหลังจากที่หลบไปด้านบนนอสก็โดนหางของบารันด้าฟาดเข้ามาทันที นอสที่อยู่กลางอากาศกัดฟันและตัดสินใจทันที
“ดับเบิ้ลจัมป์!!”
นอสกระโดดขึ้นมาอีกครั้งเพื่อหลบหางของบารันด้าได้อย่างหวุดหวิด–
ตู้ม!! อั่ก!!~
หางของบารันด้าอีกตัวโผล่ออกมาจากมุมๆหนึ่งโดยที่นอสยังไม่ทันได้สังเกตทำให้นอสนั้นโดนหางของมันฟาดเข้าไปกลางหลังเต็มๆด้วยแรงฟาดของมันนอสรู้สึกว่าเหมือนกับกำลังโดนฟาดด้วยแส้ขนาดใหญ่ฟาดเข้าที่กลางหลังอยู่ไม่มีผิดจึงทำให้นอสนั้นร้องครางออกมาจากลำคอและปลิวกระเด็นออกจากจุดนั้นทันที
นอสปลิวไปกระแทกกับต้นไม้จึงได้หยุดไว้ได้ไม่งั้นนอสได้ปลิวไปไกลกว่านี้แน่
“รุมกันแบบนี้มันจะไปต่างอะไรกับการเจอระดับสีแดงพร้อมๆกันหลายตัวกันล่ะบ้าเอ้ย….ถ้าเป็นความจริงเราคงจะตายไปนานแล้วถ้าเจอแบบนี้เข้าไปโดยที่ไม่ได้ชุดเกราะ….แต่ทำไมในห้องจำลองมันถึงรู้สึกเจ็บได้มากขนาดนี้เนี่ย”
นอสพูดจบและเช็ดเลือดที่ปากตัวเองก่อนเหลือบไปมองแถบเลือดตัวเองที่อยู่ข้างๆตอนนี้มันลดลงไปเหลือเพียง57%เท่านั้น
……………….