ตอนที่ 34: ศรที่แทงจากข้างกาย เจ็บกว่าดาบจากศัตรู
ภายในตำหนักหลวง – ยามเฉิน
พระราชวังเงียบสงัดเกินเหตุ
หลังจากเหตุลอบสังหารในคืนก่อน ฮ่องเต้ทรงมีพระราชโองการเร่งด่วน:
“เปิดการสอบสวนพิเศษต่อหน้าราชสำนัก—ภายในสามวัน”
“ให้เหยียนซือหรงแถลงต่อสภาเพื่อชี้แจงบทบาทของตนในเหตุการณ์ทั้งหมด”
…
เหยียนซือหรง ถูกกักตัวในตำหนักรองภายใต้การเฝ้าระวัง
องค์ชายเฉิงเดินวนรอบห้องราวเสือถูกล่ามโซ่
เขาพูดน้อยลง แต่นัยน์ตาเปล่งเพลิงแห่งการตัดสินใจมากขึ้นทุกขณะ
“เจ้ารู้ใช่หรือไม่ ว่านี่ไม่ใช่การสอบสวนธรรมดา”
“มันคือ บทพิพากษาโดยอ้อม จากเหล่าขุนนางที่ไม่เคยยอมรับเจ้า”
ซือหรงพยักหน้าช้า ๆ
“ข้ารู้…แต่ข้าจะไม่หนี”
…
อีกด้าน – ตำหนักฝ่ายใน
ราชินีประชุมลับกับขุนนางฝ่ายในคนสนิทและแม่ทัพผู้ควบคุมประตูวัง
แต่สิ่งที่ทำให้การประชุมนี้ต่างออกไป คือ ผู้ร่วมใหม่ คนหนึ่ง
นางมาในชุดงดงาม นั่งนิ่งอย่างสงบ
ทุกคำพูดของนางเปี่ยมด้วยวาทศิลป์
ทุกประโยคคือหมากที่เคลื่อนกระดาน…ทีละช่องอย่างเยือกเย็น
หนานหรูเหยียน
…
“หม่อมฉันไม่ได้มากล่าวหาใคร…”
นางพูดเสียงเรียบ
“แต่หม่อมฉันเชื่อว่า หากไม่มีใครหยุดความปั่นป่วนในวัง—อาจต้องมีเลือดของราชวงศ์ไหลจริง ๆ”
ราชินีถามกลับ
“แล้วเจ้าจะหยุดมันได้อย่างไร?”
เธอยิ้มบาง
“ด้วยหัวใจของคนที่เขาเคยรัก”
…
สองวันก่อนการสอบสวน
ข่าวลือแพร่กระจาย
“องค์ชายเฉิงกำลังถูกสั่งให้เลือก—เหยียนซือหรง หรือบัลลังก์”
“และหญิงที่ราชินีจะผลักดันคือ…หนานหรูเหยียน”
…
เหยียนซือหรงนั่งจ้องเทียนเล่มเล็กในห้องขังสงบ
หลี่อิ๋นหยางแอบมาพบในยามดึก นำข่าวมาบอกอย่างระมัดระวัง
“คนที่ให้ตราเข้าเฝ้ากลุ่มของเจิ้ง…คือนางในคนหนึ่งจากตำหนักราชินี”
“และข้าเพิ่งสืบพบว่า นาง…คือสาวใช้เก่าของหนานหรูเหยียน”
ซือหรงไม่แสดงสีหน้า
แต่ในใจเริ่มปริแตกทีละน้อย
“หรูเหยียน…ข้าเคยเชื่อว่าเจ้ามิใช่ศัตรู”
“แต่ข้าจะไม่เชื่อ…จนกว่าเจ้าจะมองข้าด้วยดวงตาเดิมไม่ได้อีก”
…
คืนก่อนการสอบสวน
ท่ามกลางสายฝน
ซือหรงถูกนำไปยังห้องลับด้านหลังหอพิธี
ข้างในมีเพียงโต๊ะหนึ่งตัว กับผ้าม่านกั้น
เสียงฝีเท้าคุ้นเคยดังขึ้น
และเธอไม่ต้องหัน…ก็รู้ว่าใครยืนอยู่เบื้องหลังม่านนั้น
“เจ้ามาหาข้าก่อนการไต่สวน?”
เสียงของหนานหรูเหยียนตอบเบา ๆ
“หม่อมฉัน…มาขอให้ท่านถอนตัวจากการสอบสวน”
…
ความเงียบพุ่งเข้าห้องราวสายฟ้า
ซือหรงยิ้มอย่างสงบ
“เจ้ามาเพื่อห่วงข้า? หรือเพื่อหยุดข้า?”
ไม่มีคำตอบ
นางเอ่ยต่อ
“ถ้าเจ้ากลัวว่าองค์ชายจะเลือกข้า…เจ้าก็แค่พูดกับเขาตรง ๆ”
…
หนานหรูเหยียนยังไม่ยอมเปิดม่าน
แต่คำที่หลุดจากปากนาง…กลับเหมือนมีดเสียบลึก
“เพราะข้ารู้ว่าเขาจะเลือกเจ้าอยู่ดี—ถ้าเจ้าอยู่ที่นั่น”
…
ซือหรงพูดช้า ๆ
“เช่นนั้นเจ้ากำลังเลือก…ยืนอยู่ข้างคนที่อยาก ‘รอด’ ”
“แต่ข้าจะยืนอยู่ข้างคนที่กล้า ‘พูดความจริง’ ต่อหน้าทั้งแผ่นดิน แม้ต้องตาย”
…
ฉากสุดท้ายของบท
ยามเฉิง เช้าวันสอบสวน
ขุนนางทุกฝ่ายเข้าประชุมพร้อมหน้า
พระที่นั่งกลางของฮ่องเต้เงียบงันก่อนการเปิดคำถามแรก
และเมื่อเหยียนซือหรงก้าวเข้าสู่ศาลา
ข้างกายนาง…ไม่ใช่องค์ชายเฉิง
ไม่ใช่หลี่อิ๋นหยาง
…แต่คือ ราชครูจิ้งเหวิน ผู้ที่แม้จะยังบาดเจ็บ แต่ยืนยันจะยืนเคียงข้างนาง
…
เสียงแรกจากฝั่งขุนนางถามมาอย่างเยือกเย็น
“คุณหนูเหยียน…
ท่านมีอะไรจะกล่าวป้องตนเองไหม ต่อข้อกล่าวหาว่า ท่านคือผู้วางแผนเงาลับ?”
…
เธอหลับตา สูดลมหายใจ
และเอ่ยคำแรกที่หนักกว่าทุกประโยคในชีวิตเธอ
“ข้ามีบางสิ่งที่ต้องกล่าว…แต่ไม่ใช่เพื่อตนเอง”
“แต่เพื่อตำแหน่งของคนที่ยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อปกป้องข้า”
…
จบบท
⸻
ตอนที่ 35 จะเป็นไคลแม็กซ์ของการสอบสวน
เหยียนซือหรงเผยความจริงต่อหน้าราชสำนักทั้งหมด
และองค์ชายเฉิงจะต้องเผชิญ “คำตัดสินทางใจ” ที่เขาหลีกเลี่ยงมาทั้งชีวิต—หัวใจหรือแผ่นดิน?