ตอนที่ 178 วันเสาร์ ดนัยกำลังยืนรอใครบางคนอยู่ที่หน้าห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองโตเกียวแถวย่านกินซ่าซึ่งเป็นย่านที่มีแหล่งช็อปปิ้งที่หรูหราระดับไฮเอนด์ สำหรับดนัยนั้นเขาคิดว่าที่นี่น่าจะเหมาะสำหรับเดทสำหรับเขาและยูมิเพราะว่าที่นี่คนไม่พลุกพล่านมากนักและไม่ค่อยมีวัยรุ่นเท่าไหร่เพราะแถวนี้มีแต่ของแพงพวกวัยรุ่นและผู้คนส่วนใหญ่จึงอยู่กันแถวย่านฮาราจูกุหรือไม่ก็ย่านชิบูย่ากันเสียมากกว่า ดนัยในวันนี้ใส่ชุดลำลองยีนส์สีเข้มและเสื้อยืดคอเต่าสีขาวซึ่งดูเหมาะกับเขาเป็นอย่างมาก “ดนัย !!” ยูมิตะโกนเรียกดนัยจากอีกฝั่งของถนนเธอโบกมือเพื่อให้ดนัยสังเกตเห็นเธอก่อนเธอจะเดินข้ามถนนมาหาดนัยที่ยืนรออยู่หน้าห้างสรรพสินค้า “รอนานรึเปล่าคะดนัย” ยูมิถามดนัย “ไม่นานครับผมเองก็พึ่งมาเหมือนกัน” ดนัยตอบ “ขอโทษนะคะถ้าเมื่อวานคุณพ่อไม่เรียกให้กลับไปบ้านล่ะก็วันนี้คงได้มาด้วยกันแล้ว” ยูมิพูดด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิด “ไม่ต้องขอโทษหรอกครับคุณยูมิเอาเป็นว่าเข้าไปในห้างกันดีกว่า” ดนัยชวนยูมิเข้าไปในห้าง “ค่ะ” ยูมิพยักหน้าจากนั้นเธอก็เดินตามดนัยเข้าไปในห้าง “ว่าแต่แผนเดทวันนี้ของดนัยมีอะไรบ้างคะ” ยูมิถามหลังจากเข้ามาในห้างซึ่งเธอนั้นไม่รู้เลยว่าดนัยวางแผนเดทอะไรไว้บ้าง “อืมก็คงเป็นดูหนังกินข้าวกลางวัน...แล้วก็ไปที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำใกล้ๆนี่แล้วก็จบด้วยดินเนอตอนเย็นที่โตเกียวสกายทรีล่ะมั้งครับผมเองก็ไม่เคยเดทมาก่อนด้วยสิ” ดนัยบอกแผนเดทของตัวเอง “โตเกียวสกายทรีเหรอคะร้านอาหารที่นั่นไม่ใช่ว่าต้องจองไว้ก่อนเป็นเดือนเหรอคะ” ยูมิถาม “อ่าครับพอดีผมโชคดีที่จองมาได้สองที่น่ะครับ” ดนัยพูดก่อนจะคิดในใจ ที่จริงต้องขอบคุณไซโต้เขาล่ะนะพอรู้ว่าเราจะมาเดทกับคุณยูมิก็เลยเอาบัตรรับประทานอาหารสองใบที่ร้านอาหารบนโตเกียวสกายทรีมาให้ “งั้นเหรอคะดนัยนี่โชคดีมากจริงๆถ้าอย่างนั้นไปดูหนังกันเถอะค่ะเห็นว่าช่วงนี้มีหนังสนุกๆฉายอยู่ด้วย” ยูมิยิ้มออกมาและแล้วทั้งสองคนก็เดินขึ้นไปชั้นโรงหนังก่อนยูมิจะเลือกดูหนังแอ็คชั่นเรื่องหนึ่ง ภายในโรงหนัง ดนัยและยูมิเข้ามานั่งในโรงหนังตรงที่นั่งธรรมดาพร้อมกับเครื่องดื่มและป๊อปคอร์นในมือ “เฮ้...ปฐมพยาบาลแบบนั้นมันไม่ถูกต้องนะแผลยังไม่สะอาดเลยแบบนั้นมีหวังติดเชื้อแน่ต้องล้างแผลแล้วก็หยิบเอาเศษหินเศษดินออกจากแผลก่อนสิ” ดนัยพูดโพล่งออกมาขณะที่เห็นนางเอกกำลังปฐมพยาบาลให้พระเอกของเรื่องที่บาดเจ็บมาจากการต่อสู้กับพวกนักเลง ควับ !! ทุกคนที่นั่งอยู่ใกล้ๆต่างหันมามองดนัยเพราะเสียงของดนัยนั้นค่อนข้างดังพอสมควร “อะ...เอ่อดนัยคะคือว่าคนเขาหันมามองกันหมดแล้วนะคะ” ยูมิสะกิดเตือนดนัยแต่ดนัยดูเหมือนจะไม่ได้ฟังสักนิดเพราะเขายังเอาแต่บ่นอยู่ “ให้ตายสิผู้กำกับหนังเรื่องนี้นี่ชุ่ยจริงๆควรจะมีความรับผิดชอบมากกว่านี้หน่อยสิถ้าเกิดมีใครไปทำตามใช้วิธีปฐมพยาบาลผิดๆแบบนี้ขึ้นมาจะทำไง.............” ดนัยยังคงพูดบ่นไปเรื่อยยูมิที่ได้ยินแบบนั้นก็ถอนหายใจออกมาก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ เฮ้อ...ดนัยนี่พอเป็นเรื่องเกี่ยวกับการรักษาทีไรก็จริงจังเสมอเลยแต่นิสัยแบบนี้ก็น่ารักดีล่ะนะ ยูมิคิดในใจเธอมองดูดนัยที่ยังบ่นเกี่ยวกับฉากการปฐมพยาบาลไม่หยุดคนอื่นที่อยู่ในโรงดนัยก็เริ่มส่งสายตามองแรงและถ้าดนัยยังไม่หยุดพูดมีหวังได้โดนคนในโรงด่าแน่ “ไม่รู้ว่าคนได้ดูหนังเรื่องนี้ไปกี่คนแล้วถ้ามีคนที่ดูหนังเรื่องนี้สัก 5% ทำตามวิธีการปฐมพยาบาลแบ...อุ๊บ !!” ดนัยที่กำลังพูดบ่นอยู่จู่ๆก็เงียบไปเพราะถูกยูมิเอาหลอดเครื่องดื่มยัดปาก “ดูหนังต่อเถอะค่ะดนัยนี่มันก็แค่ฉากในหนังเท่านั้นฉันว่าคนที่มาดูน่ะมีวิจารณญาณมากพอนะคะว่าเรื่องไหนควรทำตามหรือไม่ควรทำตาม” ยูมิบอก “อู้....” “เงียบค่ะ” ยูมิพูดหลังจากเห็นดนัยพยายามจะพูด งะ...งะ...เงียบก็ได้แต่ว่าคุณยูมิครับแก้วนี้มันเป็นแก้วของคุณนะอย่าบอกนะนี่คือการจูบทางอ้อมในตำนานที่เราเห็นในอนิเมะบ่อยๆ ดนัยคิดในใจพลางมองหลอดของแก้วเครื่องดื่มที่ถูกยูมิเอายัดปากส่วนเครื่องดื่มของเขานั้นยังคงถูกเสียบเอาไว้ตรงที่วางแขนทางซ้ายมือของเขา และแล้วเวลาก็ค่อยๆไหลผ่านไปอย่างรวดเร็วพริบตาเดียวก็ผ่านไปสองชั่วโมงทุกคนทยอยลุกเดินออกจากโรงหนังไปพร้อมกับความทรงจำ ทางด้านดนัยและยูมิเองก็เดินออกไปจากโรงหนังพร้อมกับความทรงจำเช่นกัน “ดนัยฉันหิวแล้วไปกินข้าวกลางวันกันเถอะค่ะ” ยูมิพูด “ได้ครับถ้าอย่างนั้นคุณยูมิอยากกินอะไรครับ” ดนัยถาม “แล้วแต่ดนัยเลยค่ะวันนี้ดนัยชวนฉันมาเดทดนัยเลือกได้เลย” ยูมิตอบ “งั้นเหรอครับถ้าอย่างนั้นเอาร้านที่ไม่แพงมากแล้วกันครับพอดีช่วงนี้ผมจน...แหะๆ” ดนัยยิ้มแห้งๆเพราะเงินเก็บของเขานั้นได้ใช้เป็นค่าผ่าตัดให้นานะไปหมดแล้วทำให้ตอนนี้เขาเหลือเงินเก็บไม่มากนัก (ตอนที่ 154) “ยังไงก็ได้ค่ะฉันกินได้หมด” ยูมิพยักหน้าเธอนั้นไม่เรื่องมากอยู่แล้วเพราะถึงแม้เธอจะเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ที่ร่ำรวยแต่ครอบครัวเธอก็ไม่เคยสอนให้ใช้ชีวิตอย่างฟุ่มเฟือย ดนัยพายูมิเดินไปที่โซนร้านอาหารก่อนจะเลือกเดินเข้าไปในร้านอาหารไคเซกิที่ราคาไม่แพงมากร้านหนึ่ง ซึ่งร้านไคเซกินั้นคือร้านอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิมแบบที่จะเสิร์ฟอาหารเป็นคอร์สดนัยและยูมิกินอาหารที่ร้านกันอย่างเอร็ดอร่อยจากนั้นพอตกบ่ายดนัยก็พายูมิไปเดินย่อยอาหารกันที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำใกล้ๆห้างสรรพสินค้า “ว้าวปลาตัวนั้นหน้าตาดูน่าอร่อยมากเลยดนัยว่าถ้าฉันไปขอติดต่อขอซื้อจากทางพิพิธภัณฑ์เขาจะขายให้มั้ยคะ” ยูมิมองดูปลาทะเลน้ำลึกที่อยู่ในแท็งก์ “เอ่อคุณยูมิครับปลานี่เห็นว่าใกล้สูญพันธ์แล้วถ้าคุณยูมิไปติดต่อขอซื้อเพื่อเอามันไปกินล่ะก็เกรงว่า...” ดนัยอ่านข้อมูลของปลาตัวนี้ซึ่งมันเป็นปลาทะเลน้ำลึกที่ใกล้สูญพันธ์แล้วทางพิพิธภัณฑ์จึงนำมันมาไว้ในนี้เพื่อพยายามที่จะขยายพันธ์มันเพื่อไม่ให้สูญพันธ์ไปจากโลก “โธ่...งั้นเหรอคะเสียดายจัง” ยูมิทำหน้าเสียดาย ดนัยกับยูมิยืนมองปลาในแท็งก์กันอยู่สักพักดนัยนั้นคอยมองยูมิที่แสดงสีหน้าเหมือนเด็กๆก็อดยิ้มไม่ได้ ทำไมคุณยูมิถึงมาชอบคนอย่างเรากันนะ ดนัยสงสัยว่าทำไมยูมิถึงชอบเขาและด้วยความสงสัยนั่นทำให้ดนัยอดถามไม่ได้ “นี่คุณยูมิครับ” ดนัยเรียกยูมิ “คะ ??” ยูมิหันมามองดนัย “ทำไมถึงชอบคนอย่างผมล่ะครับ” ดนัยถามออกไปตรงๆ “ถะ...ถะ...ถามอะไรคะเนี่ย” ยูมิได้ยินแบบนั้นก็เขินหน้าแดงเพราะจู่ๆดนัยก็ถามตรงๆซะงั้น “ก็ผมอยากรู้นี่ครับว่าทำไมคุณยูมิถึงมาชอบคนอย่างผมว่าไงครับทำไมคุณยูมิถึงชอบผมล่ะ” ดนัยมองไปที่ดวงตาของยูมิ “ตะ...ต้องตอบสินะคะ” ยูมิรู้สึกเขินที่จะต้องบอกออกไปตรงๆซึ่งดนัยก็ได้แต่ยิ้มไม่พูดอะไร “คะ...คะ...คือแบบว่าฉันเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันแต่ว่าพออยู่กับดนัยแล้วรู้สึกอบอุ่น...รู้สึกปลอดภัย...รู้สึกว่าฉันสามารถพึ่งพาคุณได้ละ...แล้วก็รู้สึกอยากอยู่กับดนัยไปตลอดชีวิต” ยูมิยิ่งพูดเสียงยิ่งเบาแต่ด้วยที่พวกเขาอยู่ในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ค่อนข้างคนน้อยและเงียบมากจึงทำให้ดนัยได้ยินสิ่งที่ยูมิพูดทุกคำ “งั้นเหรอครับ” ดนัยมองดูยูมิที่กำลังเขินอายอยู่ “ปะ...ปะ...ไปดูโชว์กันเถอะค่ะทางโน้นมีโชว์ใต้น้ำด้วย !!” ยูมิรีบเปลี่ยนเรื่องเธอดึงแขนของดนัยไปดูโชว์ที่อยู่อีกด้านของพิพิธภัณฑ์ ทั้งคู่ใช้เวลาอยู่ในพิพิธภัณฑ์จนกระทั่งเย็นก่อนจะเดินทางไปที่โตเกียวสกายทรีเพื่อขึ้นไปดินเนอร์ โตเกียวสกายทรี ดนัยและยูมิกินอาหารบนตึกโตเกียวสกายทรีมาจนเกือบถึงคอร์สสุดท้ายดนัยมองดูยูมิที่ตั้งหน้าตั้งตากินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย ดนัยจ้องมองยูมิจนกระทั่งเธอรู้สึกตัว “คะ...คือจ้องทำไมเหรอคะหรือว่ามีอะไรติดบนหน้าของฉัน” ยูมิถามดนัยที่ได้ยินแบบนั้นก็ส่ายหน้าเบาๆและก็ถามอะไรบางอย่าง “วันนี้สนุกมั้ยครับ” ดนัยถาม “สนุกสิคะ” ยูมิพยักหน้า “งั้นเหรอครับ...นี่คุณยูมิครับคุณรู้มั้ยว่าทำไมผมถึงชวนคุณยูมิมาเดทวันนี้” ดนัยถามยูมิซึ่งเธอก็ส่ายหน้าเธอนั้นไม่รู้เหตุผลว่าทำไมดนัยถึงชวนเธอเดทวันนี้ “ที่ผมชวนคุณยูมิมาเดทวันนี้น่ะนั่นก็เพราะผมรู้สึกผิดปล่อยให้คุณยูมิต้องรอผม” ดนัยพูดถึงเหตุผลที่เขาชวนมาเดทวันนี้ “รู้สึกผิดอะไรกันคะดนัยไม่ต้องรู้สึกผิดหรอกค่ะฉันรอได้เพราะฉันเข้าใจว่าดนัยยังไม่แน่ใจในความรู้สึกของตัวเองว่าคิดยังไงกับฉัน” ยูมิพูดตอนนี้หัวใจของเธอเต้นแรงเป็นอย่างมากเพราะเธอทั้งคาดหวังคำตอบและก็กลัวคำตอบของดนัยด้วย “คุณยูมิครับตัวผมน่ะตั้งแต่เล็กจนโตก็ไม่เคยมีแฟนมาก่อนแถมยังไม่เคยคิดถึงเรื่องแฟนด้วยเพราะตัวผมในสมัยเด็กหลังจากใช้เงินประกันชีวิตของพ่อกับแม่หมดแล้วก็ต้องตั้งหน้าตั้งตาทำงานพิเศษเพื่อส่งเสียตัวเองเรียนมาตลอดแถมการเรียนหมอก็ค่อนข้างหนักด้วยดังนั้นผมจึงไม่เคยคิดถึงเรื่องการมีแฟนเลยล่ะครับ” ดนัยเล่าเรื่องของตัวเองให้ยูมิฟัง “จนกระทั่งหลังเรียนจบและได้มาทำงานที่ญี่ปุ่นนี่ผมก็ยังไม่เคยคิดถึงเรื่องการมีแฟนมาก่อนเพราะผมอยากจะโฟกัสกับงานและก็โฟกัสเกี่ยวกับการผ่าตัดรักษาผู้ป่วย...ดังนั้นตอนที่จู่ๆคุณยูมิมาสารภาพรักกับผม...ผมก็รู้สึกตกใจมากเลยล่ะครับ” ดนัยพูด ซึ่งพอยูมิได้ยินแบบนี้ก็เริ่มหน้าซีดเพราะคำพูดของดนัยเหมือนกับกำลังจะบอกว่ายังไม่อยากจะมีแฟนอยากจะโฟกัสกับงานยังไงยังงั้น “แต่ว่าวันนี้พอได้มาเดทกับคุณยูมิแล้วพอเห็นคุณยูมิรู้สึกสนุก...ผมก็รู้สึกสนุกไปด้วยและพอเห็นคุณยูมิยิ้มอย่างมีความสุขผมก็รู้สึกมีความสุขไปด้วย...ผมไม่รู้นะครับว่าความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไรเพราะผมไม่เคยมีความรักมาก่อนนี่ไม่รู้ว่ามันจะเรียกว่าความรักได้มั้ยนี่คุณยูมิครับ...” ดนัยมองยูมิที่เริ่มยกมือทั้งสองข้างขึ้นปิดปาก “คะ...คะ !!” ยูมิตอบรับเสียงตะกุกตะกัก “ถ้าคุณคบกับผมล่ะก็คุณอาจจะรู้สึกเหงาเป็นบางเวลานะครับเพราะตัวผมเองเวลาโฟกัสกับอะไรแล้วผมมักจะไม่สนใจอย่างอื่นเลย” ดนัยบอกข้อเสียของตัวเองที่เขารู้ดี “ไม่เป็นไรค่ะเพราะฉันเองเวลายุ่งอยู่กับการรื้อหรือประกอบเครื่องจักรฉันเองก็ไม่สนใจอย่างอื่นเหมือนกัน” ยูมิพูดซึ่งเธอเองก็มีงานอดิเรกเหมือนกันแถมเวลาเธอสนใจงานอดิเรกของเธอเมื่อไหร่เธอก็จะไม่สนใจใครใช้เวลาไปกับงานอดิเรกทั้งหมด “แล้วก็ผมไม่เคยมีแฟนมาก่อนผมน่ะไม่รู้หรอกนะครับว่าต้องทำยังไงเวลามีแฟน” ดนัยพูดต่อ “ไม่เป็นไรค่ะฉันเองก็ไม่เคยมีเรามาเรียนรู้ไปพร้อมๆกันได้ค่ะ” ยูมิพูดดวงตาของเธอเริ่มแดง “งั้นเหรอครับถ้างั้นสุดท้ายผมจนมากเลยนะครับตอนนี้มีเงินเก็บในบัญชีแค่สองแสนเยนเอง” ดนัยพูดด้วยน้ำเสียงแห้งๆ “ไม่เป็นไรค่ะเพราะตระกูลฉันรวยมากต่อให้ไม่ทำงานก็มีเงินใช้อีกไปเป็นร้อยปีค่ะ” ยูมิพูดออกมาพร้อมกับโอ้อวดความรวยของเธอตอนนี้น้ำตาของเธอเริ่มเอ่อออกมาแล้ว “ถ้าอย่างนั้นเราเป็นแฟนกันนะครับ !!” ดนัยบอกคำตอบของเขาออกไปเขาไม่รู้หรอกว่าการคำตอบนี่จะถูกหรือไม่แต่นี่คือคำตอบของเขาที่ครุ่นคิดมาหลายเดือน “ค่ะ !!” ยูมิพยักหน้าและยิ้มทั้งน้ำตาจากนั้นทั้งคู่ก็ยิ้มให้กันท่ามกลางแสงของดวงอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้า จบ...