บทที่ 10 ปะทะ
ยามเช้าหยางอี้ตื่นขึ้นมาชำระกายก่อนจะแต่งตัวเดินออกจากห้องไปชายหนุ่มเดินออกไปยังสวนน้อยของจวนเพื่อรับบรรยากาศยามเช้า แสงตะวันสาดส่องเข้ามาภายในสวนประกอบกับการจัดวางต้นไม้และสวนดอกไม้ชั่งเข้ากันอย่างลงตัวเขาเดินเข้าไปภายในสวนก่อนจะมองไปยังเก๋งหลังหนึ่งกลางสวนที่มีร่างดรุณีนางหนึ่งกำลังนั่งเล่นกับเหล่าผีเสื้อที่โบยบินอยู่รอบตัวนางเมื่อรวมกับบรรยากาศแล้วยังเป็ภาพที่งดงามยิ่งนัก
“อรุณสวัสดิ์เพ่ยเพ่ย ” หยางอี้กล่าวทักทายออกไป
“ อ๊ะ! ท่านพี่หยางอี้อรุณสวัสดิ์เ้าค่ะ ” เพ่ยเพ่ยยิ้มหวานกล่าวออกไป
“ เพ่ยเพ่ย วันนี้อาจมีการต่อสู้เกิดขึ้น เ้าต้องระวังตัวให้ดี ”
“ เพ่ยเพ่ยเข้าใจแล้วเ้าค่ะ ”
หลังจากพูดคุยกันสักพักทั้งสองก็เดินไปยังห้องโถงเพื่อทานอาหารเช้าที่ห้องโถงมีเฟยหลงและฮูหยินรออยู่ก่อนแล้ว ตามนัดหมายเช้าวันนี้ทุกคนจะไปรวมตัวกันที่จวนเ้าเมืองเพื่อเตรียมรับมือกับตระกูลเจี่ยหลังจากทานอาหารเสร็จทั้ง4 ก็ออกเดินทางไปยังจวนเ้าเมือง ที่ทางเข้าจวนวันนี้แปลกตาไปไม่น้อย ลานหน้าประตูเต็มไปด้วยทหารกว่า100 คนยืนรักษาการอยู่ทั้ง 4 เดินเข้ามาภายในจวนยังคงมีทหารอีกเกือบ 200คนเตรียมพร้อมอยู่ภายในและเฝ้าระวังตามจุดต่างๆ ไม่นานทุกคนก็มารวมตัวกันภายในห้องโถงหยางอี้เดินตามเฟยหลงเข้าไป วันนี้มีหลายคนที่หยางอี้นั้นไม่เคยเห็นแต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจแต่อย่างไร เพียงเดินไปนั่งยังที่ของตน
ส่วนเพ่ยเพ่ยและเสี่ยวปิงนั้นถูกแยกออกไปยังห้องของเพ่ยเพ่ยโดยมีทั้งคนของจวนเ้าเมืองและจวนแม่ทัพคอยดูแลตรวจตราอย่างเข้มงวด
ภายในห้องโถงตอนนี้ต่างเต็มไปด้วยความตึงเครียด ทุกคนต่างเสนอความเห็นต่างๆในการรับมือและยังมีการรายงานจากผู้สังเกตการณ์ตระกูลเจี่ยเข้ามาเรื่อยๆ
“ ท่านแม่ทัพ เื่ชาวเมืองท่านจัดการเรียบร้อยแล้วหรือไม่ ” เสี่ยวทันหลางกล่าวออกมา
“ เรียนท่านเ้าเมืองข้าให้คนออกไปประกาศบอกชาวเมืองั้แ่เมื่อวานแล้วคาดว่าวันนี้ทุกบ้านคงจะเก็บตัวอยู่ในบ้าน ” เฟยหลงรายงานออกมา
“ ดี เช่นนั้นเราหวังว่าท่านาุโจะมาทันเวลา ”หลังจากหารือกันเวลาก็ผ่านมาถึงเที่ยงตรงดวงตะวันลอยตระหง่านอยู่เหนือศีรษะก็มีรายงานเข้ามาว่าตอนนี้ตระกูลเจี่ยเคลื่อนไหวแล้วทุกคนภายในห้องโถงกลายเป็ตึงเครียดก่อนจะมีบางคนพูดออกมา
“ ในที่สุดเื่ที่เรากังวลก็เกิดขึ้น ”
“ อย่างไรเราก็คิดไว้แล้วว่าจะเกิดขึ้น ไปเถอะยังไงเราต้องถ่วงเวลาไว้ให้นานที่สุด ” เสี่ยวทันหลางพูดออกมาก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไป
หลังจากพูดจบทุกคนก็ทยอยเดินตามเ้าเมืองออกไป เมื่ออกมายังหน้าประตูจวนเ้าเมืองเบื้องหน้าปรากฏผู้คนราว200 คน ที่ตรงด้านหน้าสุดเป็ชายวัยกลางคนร่างใหญ่ในชุดรัดรูปสีดำ่แขนเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อนั่นคือเจี่ยฮงผู้นำตระกูลเจี่ย ที่ด้านข้างของมันคือเด็กหนุ่มท่าทางหยิ่งยโสนั่นคือเจี่ยลี่บุตรคนรองของตระกูลเจี่ยที่พึ่งออกจากการปิดด่านฝึกตน
หยางอี้ที่สังเกตการณ์อยู่เริ่มเคร่งเครียดเพราะด้านหลังเจี่ยฮงนั้นเต็มไปด้วยผู้ฝึกยุทธ์ราว30 คน ซึ่งรวมเจี่ยฮงนั้นผู้อยู่ในระดับปฐีมีถึง 3 คน! ยังมีระดับก่อตั้งจิตรขั้นสูงอีก3 คน นี่ยังไม่นับรวมพวกที่เหลือก็เห็นถึงความต่างของกำลังรบแล้ว!ในขณะทางด้านนี้มีเพียงเสี่ยวทันหลางและเฟยหลงที่อยู่ในระดับปฐีเท่านั้นส่วนพวกที่เหลือไม่ต้องพูดถึง สูงสุดคือก่อตั้งจิตขั้นสูงเพียง 2 คนและขั้นกลางอีก3 คน ทหารที่เหลือล้วนเป็ระดับก่อกำเนิด
หลังจากสังเกตอย่างรอบครอบหยางอี้พลันตระหนักได้ว่าเจี่ยส้งนั้นไม่อยู่ที่นี่นั้นทำให้ประหลาดใจไม่น้อย
“ เจี่ยฮงเราสองตระกูลแม้จะไม่ถูกกันแต่ก็ไม่เคยมีสถานการณ์รุนแรงแล้วเหตุใดเ้าจึงได้ทำเช่นนี้?” เสี่ยวทันหลางกล่าวออกมา
“ ฮ่าๆ ท่านเ้าเมืองท่านใสซื่อเกินไปแล้วที่ผ่านมาเราล้วนปะทะกันมาโดยตลอดแม้จะไม่รุนแรงนักแต่ข้าเคยกล่าวกับเ้าแล้วว่าเื่ในครั้งนั้นสักวันข้าจะเอาคืนเ้าแน่นอน! ” เจี่ยฮงกล่าวออกมาพลันหัวเราะอย่างสะใจ
“ เฮ้อ เจี่ยฮงเื่มันก็ผ่านมานานแล้วเหตุใดเ้าจึงยึดติดนักเมื่อก่อนเราก็เป็มิตรที่ดีต่อกัน... ”
“ เหลวไหล! ข้าไม่เคยมีสหายเช่นเ้า เ้าตัวบัดซบที่หักหลังได้แม้กระทั่งเพื่อนของตนเอง! ” เจี่ยฮงคำรามออกมาอย่างเกรี้ยวกราด
หยางอี้ยังคงยืนฟังการต่อปากต่อคำอย่างนิ่งเฉยแม้จะรู้ว่าเสี่ยวทันหลางพยายามถ่วงเวลาแต่ก็ยังคงงุนงงอยู่เช่นกันว่าระหว่างทั้งสองเคยมีเื่บาดหมางอันใดกัน
“ เจี่ยฮง เื่นั้นข้าไม่มีข้อแก้ตัวใด...แต่เ้าก็รู้ว่าอย่างไรมันก็ไม่สามารถเป็ไปตามที่เ้า้าได้ ” เสี่ยวทันหลางพยายามกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อน
“ เฮอะ!อย่ามาพูดเหลวไหลหากไม่มีเ้า...ถ้าหากไม่มีเ้าสักคนเื่ก็คงไม่เป็เช่นนี้ ” เจี่ยฮงยังคงคำรามออกมาอย่างดุดัน
“ เ้า...เจี่ยฮง เื่มันผ่านมากว่า 18 ปีแล้วอีกอย่างหากไม่มีข้านางก็มิได้รักเ้า!” ในที่สุดเสี่ยวทันหลางก็เริ่มหมดความอดทน
จากคำกล่าวของเสี่ยวทันหลางนั้นเป็เหมือนดังการกระตุ้นปมในใจของเจี่ยฮงอย่างแรงตอนนี้ใบหน้ามันเต็มไปด้วยความโกรธจนสีหน้าดำทะมึนก่อนที่มันจะสงบลงและเผยรอยยิ้มออกมา
“ ฮ่าๆ ดี ดี เ้ากล้าดูถูกข้าแล้วเ้าจะได้รู้ว่าการที่ของรักถูก่ชิงไปเป็อย่างไร! ”
หลังจากพูดจบเจี่ยฮงก็ปลดปล่อยพลังปราณออกมาทางด้านเสี่ยวทันหลางเองก็เช่นกัน ทั้งสองต่างพุ่งเข้าปะทะกันด้วยพลังปราณระดับปฐีขั้นต้นที่ทั้งสองปลดปล่อยออกมาปะทะกันทำให้เกิดคลื่นพลังปราณแผ่กระจายไปโดยรอบเหล่าผู้คนที่อยู่ในขั้นก่อตั้งจิตล้วนรู้สึกกดดันยิ่งพวกทหารระดับต่ำไม่ต้องพูดถึง บางคนมีใบหน้าซีดเผือดเลยทีเดียว
หยางอี้นั้นอยู่ใกล้กับเฟยหลงที่คอยแผ่พลังปราณออกมาเพื่อต้านแรงกดดันทำให้ไม่ได้รับผลกระทบชายหนุ่มยังคงเฝ้ามองการต่อสู้อย่างใจจดใจจ่อแล้วนิ่งถึงคำพูดของเจี่ยฮงตัวเขาเองก็มิเข้าใจว่าเหตุใดมันจึงรู้สึกแปลกๆ
ทั้งสองปะทะกันได้ 10 กระบวนท่าก็แยกจากกันทางด้านเจี่ยฮงนั้นยังคงกระหยิ่มยิ้มมองเสี่ยวทันหลางอย่างเ้าเล่ห์เมื่อมองไปยังเสี่ยวทันหลางหยางอี้แปลกใจอยู่บ้างที่เสี่ยวทันหลางมีอาการเหนื่อยหอบหลังจากเห็นเช่นนั้นเป็ทำให้เฟยหลงกล่าวออกมาอย่างเคร่งเครียด
“ เป็เช่นไรบ้างท่านเ้าเมือง เหตุใดท่านจึงเหนื่อยเช่นนี้? ”
“ ฮึ่ม ดูเหมือนข้าจะประมาทมันไปหน่อยเจี่ยฮงนั้นคงใกล้จะเข้าสู่ขั้นกลางของลมปราณปฐีเต็มที่แล้วพลังปราณมันจึงหนาแน่นกว่าข้าขั้นหนึ่ง! ”
เสี่ยวทันหลางกล่าวออกมา ตัวเขาเองก็ไม่คิดว่าจะเป็เช่นนี้ ตอนนี้สถานการณ์เลยเลวร้ายกว่าที่คิดไว้มากนักเมื่อได้ยินเช่นนั้นเหล่าผู้าุโด้านหลังเริ่มมีเม็ดเหงื่อผุดที่ใบหน้าสถานการณ์เดิมนับว่าแย่อยู่แล้วที่ฝั่งนั้นมีระดับปฐีมากกว่าหนึ่งคนแล้วตอนนี้เป็ไปได้ว่าท่านเ้าเมืองจะไม่สามารถต้านทานเจี่ยฮงได้นั่นยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายไปอีก
“ ฮ่าๆ เสี่ยวทันหลางดูเหมือนฝีมือเ้าจะตกลงนะ! เช่นนี้เ้าจะปกป้องใครได้? ” เจี่ยฮงกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มที่ชั่วร้าย
“ เฮอะ! อย่ามัวพูดไร้สาระ วันนี้แม้ตายข้าจะเอาเ้าไปด้วย! ”
“ ฮ่าๆ เสี่ยวทันหลางเอ๋ยข้าได้ยินมาว่าธิดาของท่านเ้าเมืองนี้ช่างงดงามยิ่งนัก ลูกชายข้านั้นหลงไหลนางอย่างยิ่งเลยทีเดียว ”เจี่ยฮงพูดออกมาพร้อมยิ้มเหี้ยม
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหยางอี้พลันเข้าใจทันทีเื่ราวล้วนประติดประต่อกันอย่างรวดเร็ว เหตุใดเจี่ยส้งจึงไม่อยู่ที่นี่เหตุใดเจี่ยฮงจึงพูดออกมาเช่นนั้น ไม่ต้องรอให้ใครพูดชายหนุ่มใช้ออกด้วยย่างก้าวมายา์โดยความเร็วสูงสุดมุ่งหน้าไปยังที่อยู่ของทั้งสองทันที
ผ่านไปเพียงชั่วครู่หยางอี้ก็มาถึงเรือนของเสี่ยวปิงมองไปเบื้องหน้าชายหนุ่มพลันหน้าซีด ที่หน้าทางเข้านั้นมีร่างผู้คุ้มกัน 7 คนกำลังนอนอยู่ตามพื้นที่หน้าอกของแต่ละคนมีรอยฝ่ามืออยู่มุมปากมีรอยเืไหลออกมา
หยางอี้เร่งตรวจสอบชีพจรทันที ทั้ง 7 คนทันที พวกมันอยู่ในสภาพกึ่งตาย2 คน อวัยวะภายในถูกทำลายไปเสีย 8 ส่วน อีก 5คนล้วนเสียชีวิตแล้ว หยางอี้นั้นไม่มีวิชาแพทย์แต่อย่างใดเขาจึงได้แต่กล่าวออกมาอย่างเร่งร้อน
“ พวกท่านอดทนสักนิดข้าจะไปตามคนมาช่วย ” หยางอี้้ารีบออกไปแจ้งให้เฟยหลงและเสี่ยวทันหลางรู้เื่ด้วยเช่นกัน
แต่ก่อนหยางอี้จะลุกขึ้นชายคนนั้นรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดจับแขนหยางอี้ไว้และพูดออกมาอย่างอ่อนแรง
“ อย่าได้เสียวเวลาคุณชาย ท่าน...ท่านต้องรีบไปช่วยคุณหนูทั้งสอง แค่กแค่ก...แล้วโปรดแก้แค้นให้พี่น้องข้าด้วย ป เป็มัน เ้าคนทรยศ ซูิ! ”
หลังจากพูดจบชายคนนั้นก็สิ้นใจทันทีไม่นานชายอีกคนก็สิ้นใจตามพี่น้องไป หยางอี้เดิมทีจะไปรายงานให้เฟยหลงและเสี่ยวทันหลางรู้แต่ด้วยเวลาไม่คอยท่าอีกทั้งเมื่อคิดทบทวนแล้วจะไม่เป็ผลดีต่อการต่อสู้ของทั้งสองต้องคอยกังวลเขาจึงเร่งทยานออกจากจวนและตรงไปยังตึกตระกูลเจี่ยทันที
ทางหน้าจวนเ้าเมืองตอนนี้สถานการณ์ยังตึงเครียดเมื่อเสี่ยวทันหลางได้ยินที่เจี่ยฮงพูดแล้วในใจยิ่งร้อนลุ่มเหมือนโดนไฟแผดเผา
“ เ้าหมาบัดซบ! หากเ้ากล้าแตะต้องลูกข้า...ข้าจะสับเ้าเป็หมื่นๆชิ้น ” เสี่ยวทันหลางคำรามออกมาอย่างโกรธเกี้ยว
“ ฮ่าๆ เชิญเลยหากเ้าสามารถ! ” เจี่ยฮงหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข
ทางเฟยหลงเองก็ไม่แพ้กันเพราะบุตรของเขาก็คงจะไม่ได้ดีไปกว่า แต่เมื่อััได้ว่าหยางอี้หายไปเขาก็แปลกใจไม่น้อยเ้าหนูนี่มีวิชาแบบนี้ได้อย่างไรกัน แม้แต่ชนชั้นปฐี 4 คนที่ยืนอยู่ยังไม่อาจรับรู้เมื่อเขาหายไปนี่หากเขามิได้แผ่ลมปราณเพื่อคลายแรงกดดันให้หยางอี้ตัวเขาเองก็คงมิรู้เช่นกัน
เฟยหลงลอบส่งเสียงผ่านลมปราณไปหาเสี่ยวทันหลาง เพราะกลัวว่าเขาจะกังวลจนมิอาจรับมือเจี่ยฮงได้เต็มที่ “ ท่านเ้าเมืองอย่าได้วิตกไปตอนนี้หยางอี้มุ่งหน้าไปหาทั้งสองแล้วท่านและข้าต้องทุ่มสมาธิในการรับมือกับพวกมันจะดีกว่า ”
“ นั่นสินะ แต่ข้ากลัวว่าจะมีผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงที่พวกมันเชิญมาอยู่ด้วยน่ะสิ ” เสี่ยวทันหลางพูดออกมาอย่างกังวล
“ เราก็ได้แต่หวังว่าทั้งสามจะปลอดภัย ”
“ ฮ่าๆ พวกเ้าวางแผนกันอยู่หรือไงไม่ต้องห่วงไปข้าจะไม่ไห้เ้าตายไวแน่ เสี่ยวทันหลาง ” เจี่ยฮงคำรามออกมาก่อนจะพุ่งเข้าหาเสี่ยวทันหลางทั้งคู่เริ่มเข้าปะทะกันอีกครั้ง
ทางกองกำลังตระกูเจี่ยนั้นยังคงมิได้ลงมือพวกมันต่างคิดว่าตนนั้นเหนือกว่าจะบดขยี้ฝั่งตรงข้ามเมื่อไรก็ขึ้นอยู่กับเวลาส่วนทางด้านเ้าเมืองก็ยังคงเตรียมพร้อมเข้าปะทะ ยังไม่ได้เคลื่อนไหวใดๆทุกคนต่างรู้ว่ายิ่งเวลายืดไปได้อีกเท่าไรยิ่งเป็ผลดี
ตึกตระกูลเจี่ย ภายในห้องแห่งหนึ่งเสี่ยวปิงและเพ่ยเพ่ยถูกจับมัดไว้ด้วยเชือกพร้อมกับลมปราณที่ถูกสะกดไว้
“ เสี่ยวปิงเราจะทำยังไงดี ”
“ ใจเย็นไว้เพ่ยเพ่ยตอนนี้ท่านพ่อและท่านลุงอาจจะรู้แล้วว่าเราถูกจับตัวมา ”
“ แต่สถานการณ์ก็ยังไม่เปลี่ยนนะเสี่ยวปิง เราต้องหาทางออกไปให้ได้ ”
แอ๊ด!
เสียงประตูค่อยๆเปิดออกมาเจี่ยส้งเดินเข้ามาภายในห้อง ใบหน้าของมันยิ้มกว้างจนเกือบถึงใบหูมันมองไปยังทั้งสองสาวด้วยความหื่นกระหาย
“ มองอะไรเ้าตัวบัดซบ!อย่าให้ข้าหลุดไปได้ข้าจะถลกหนังเ้าแล้วสับเป็พันๆชิ้น ” เพ่ยเพ่ยก่นด่าออกไปด้วยความโกรธ
“ ฮ่าๆ แม่นางเพ่ยเพ่ย เ้าจะพูดอย่างนี้กับสามีของเ้าไม่ได้นะ ”
“ สามีแม่เ้าสิ ไอ้เดรัจฉาน ”
ปัง !
เจี่ยส้งพุ่งเข้ามาคว้าคอเพ่ยเพ่ยก่อนจะผลักนางไปติดกับกำแพง
“ อย่าสามหาวให้มากนัก!พวกเ้าตกอยู่ในมือข้าแล้วควรจะทำตัวดีๆจะได้ไม่เจ็บตัว ”
“ แค่กๆ ปล่อยข้านะไอ้... ”
“ ปล่อยนางเดี๋ยวนี้เจี่ยส้งเ้า้าตัวข้าไม่ใช่หรือปล่อยนางกลับไป ” เสี่ยวปิงกล่าวออกมา
“ โอ้! เ้าชั่งรักเพื่อนเสียจริง แต่ตอนนี้ข้า้าเ้าทั้งสองคนฮ่าๆ เอาตัวทั้งสองไปห้องข้า!
ระหว่างถูกคุมตัวไปเสี่ยวปิงยังคงพยายามคิดหาทางออกอยู่ตลอดถึงแม้นางจะไม่สามารถหนีออกไปได้แต่อย่างน้อยให้เพ่ยเพ่ยออกไปได้ก็ยังดี
เมื่อเดินมาตามทางระยะหนึ่งนางก็ได้เหลือบไปเห็นสมาชิกตระกูลเจี่ยคนหนึ่งที่ด้านล่างซึ่งกำลังมองมายังนางอยู่และนั่นทำให้นางเบิกตากว้างทันทีก่อนจะรีบกลับมาเป็อย่างเดิมและเดินต่อไปทางหยางอี้นั้นเมื่อลอบเข้ามาภายในตระกูลเจี่ยแล้วได้สังหารสมาชิกตระกูลเจี่ยไปหนึ่งคนก่อนจะเปลี่ยนเสื้อผ้าของมันมาและแอบลอบมายังตึกของเจี่ยส้งที่หยางอี้นั้นไม่บุกเข้ามาโดยตรงเพราะเกรงว่าจะมีผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงรั้งอยู่ในตระกูลเจี่ยชายหนุ่มจึงใช้วิธีนี้ลอบเข้ามาแทนและอาศัยรอจังหวะให้เจี่ยส้งนำทั้งสองเข้าห้องไปจึงลงมือ
ภายในห้องของเจี่ยส้ง เสี่ยวปิงและเพ่ยเพ่ยยังถูกมัดอยู่บนเตียง
“ เพ่ยเพ่ย ข้าเห็นท่านพี่ ”เสี่ยวปิงกระซิบออกมาอย่างแ่เบาทำให้เพ่ยเพ่ยเบิกตากว้าง
“ อะไรนะ ท่านพี่มาที่นี่หรอ ”
“ ใช้แล้วข้าคิดว่าท่านพี่คงจะรอเวลาลงมือเพราะงั้นเราควรสร้างโอกาสนั้นขึ้นมา... ”
“ อืม...เอางั้นก็ได้ ถือว่าทำทานให้เ้าเจี่ยส้งมันก่อนตายแล้วกัน! ”ด้านนอกตึกเจี่ยส้งกำลังยืนอยู่กับผู้คุ้มกันที่มันเชิญมาและซูิ
“ เ้าทำได้ดีมากซูิ ” เจี่ยส้งกล่าวออกมาที่ทุกอย่างเป็ไปได้อย่างง่ายดายนั้นเป็เพราะการทำทางของซูิที่รู้รายละเอียดภายในจวนเ้าเมืองเป็อย่างดี
“ มิได้ๆ ทั้งหมดเป็เพราะแผนการอันฉลาดของนายน้อย ” ซูิกล่าวเยินยอออกมา
“ ฮ่าๆ กล่าวได้ดี ”
“ ข้าว่าท่านคงไม่ลืมสัญญานะขอรับ ” ซูิกล่าวออกมาอย่างยิ้มแย้ม
“ ฮี่ๆ ซูิคนทำงานย่อมต้องมีรางวัล! ” เมื่อกล่าวจบเจี่ยส้งหันไปส่งสัญญาณให้ผู้ฝึกยุทธ์ที่ยืนอยู่อีกคน
ฉึก !
เสียงใบมีดเสียบทะลุอกของซูิมาจากด้านหลังจนละทุหน้าอกออกมา
“ อ้าก! ทะ ทำไม? ” ซูิที่เืเต็มปากกล่าวออกมาตัวมันเองยังมิรู้เลยเหตุใดเจี่ยส้งจึงสั่งให้สังหารมัน
“ เฮอะ! คนเยี่ยงเ้าที่กล้าทรยศเ้าเมืองที่เลี้ยงเ้ามานานหลายปีแล้วเ้าคิดว่าข้าจะเลี้ยงงูพิษเช่นเ้าอย่างนั้นรึ? ” เจี่ยส้งกล่าวออกมาอย่างเฉยเมย
“ ท่านจอมยุทธ์ข้าฝากจัดการให้เรียบร้อยด้วยและสั่งห้ามให้ใครเข้ามาภายในบริเวณตึกเด็ดขาดฮี่ๆ...หลังจากข้าพอใจแล้วจะเป็คิวของท่านกับนังเพ่ยเพ่ย! ”
“ ฮ่าๆ ได้เลยนายน้อยข้าจะจัดการตามคำท่านอย่างเคร่งครัด ”หลังจากกล่าวจบเจี่ยส้งก็เดินเข้าตึกไป
“เ้าตัวบัดซบ! ด้วยความโง่ของเ้าหากไม่มีผู้คุ้มกันภายในตึกจะเป็งานง่ายสำหรับข้า ” หยางอี้ที่แอบอยู่ด้านหลังกำแพงกล่าวออกมาหลังจากที่เขาได้ยินบทสนทนาของเจี่ยส้ง
เจี่ยส้งเดินผิวปากอย่างอารมณ์ดีเข้ามาภายในห้องเมื่อเข้ามามันมองไปยังสองสาวด้วยความหื่นกระหายจนแทบจะอดใจไม่ไหวมันคลี่ยิ้มเดินเข้ามานั่งบนเตียง
“ แม่นางทั้งสองเ้าคิดดูให้ดีๆ ข้ามิอยากทำรุนแรงกับพวกเ้า ฮ่าๆ ”เสี่ยวปิงกับเพ่ยเพ่ยมองหน้ากันก่อนจะพยักหน้าให้กันเสี่ยวปิงก็พูดขึ้นว่า
“ นายน้อยเจี่ย หากเรายินยอมท่านจะบอกให้พ่อท่านหยุดานี้ได้หรือไม่ ”เมื่อเจี่ยส้งได้ยินมันพลันประหลาดใจ
“หืม...เื่นี้ข้าไม่อาจรับปากได้ ฮี่ๆแต่ถ้าเ้าทั้งสองทำให้ข้าพอใจได้ละก็... ”
“ น นายน้อยท่านพูดอะไรอย่างนี้ ข ข้าทั้งสองยังไม่เคยทำเื่แบบนี้นะ ” เพ่ยเพ่ยพูดออกมาด้วยท่าทีเขินอายเมื่อเห็นท่าทางของเพ่ยเพ่ยเจี่ยส้งพลันเืลมสูบฉีดมันอยากจะกระโจนเข้าฟัดเสียตอนนี้เลย
“ ฮ่าๆพวกเ้าไม่ต้องกังวลข้าจะทำอย่างนิ่มนวล ” เมื่อพูดจบมันพลันลุกขึ้นเดินเข้าหาทั้งสอง
ด้านนอกตึกตอนนี้ทุกคนถูกสั่งห้ามเข้ามาบริเวณตึกโดยเด็ดขาดเมื่อเห็นคนอื่นเริ่มทยอยออกไปแล้วหยางอี้ยังคงใจเย็นอยู่มันกังวลเพียงคนเดียวคือผู้ฝึกยุทธ์ระดับก่อตั้งจิตขั้นกลางเท่านั้นหากจะเอาชนะมันคงต้องใช้ทุกสิ่งที่มีแต่สภาพมันก็คงไม่อาจนำตัวเพ่ยเพ่ยและเสี่ยวปิงออกจากที่นี่ได้มันจึงเลือกทางที่ปลอดภัยที่สุด
รอไม่นานภายในบริเวณตึกก็เหลือเพียงหยางอี้คนเดียวชายหนุ่มค่อยๆย่องออกจากที่ซ่อนและเดินสำรวจให้แน่ใจอีกครั้งเมื่อแน่ใจหยางอี้ก็มุ่งหน้าไปยังห้องเจี่ยส้งทันที เดินหาไม่นานด้วยเสียงพูดคุยหยางอี้ก็รู้ตำแหน่งหยางอี้เดินไปยังหน้าห้องก่อนจะค่อยๆรวมปราณไว้ที่นิ้วแล้วเจาะผ่านประตูเข้าไป
มองไปยังภายในห้องภาพที่เห็นหยางอี้นั้นประหลาดใจไม่น้อยทั้งเพ่ยเพ่ยและเสี่ยวปิงกำลังบีบนวดให้เจี่ยส้งที่กำลังนั้งยิ้มอย่างสบายใจ
‘ ฮ่าๆ เสี่ยวปิงนั้นยังพอว่าแต่ข้าไม่คิดว่าเพ่ยเพ่ยจะยอมทำอะไรแบบนี้ ’
เจี่ยส้งนั้นนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่ฝั่งซ้ายของห้องโดยมีสองสาวกำลังบีบนวดให้
“ฮ่าๆ ดียิ่งนัก ข้าไม่คิดว่าจะมีความสุขเช่นนี้หากเ้าหยางอี้มาเห็นมันคงกระอักเืตายเป็แน่ โอ้ย..! ” เมื่อได้ยินเจี่ยส้งกล่าวเช่นนั้นเพ่ยเพ่ยพลันลืมตัวบีบแขนมันอย่างแรง
“ อ๊ะ ขอโทษนายน้อยเจี่ย ” เพ่ยเพ่ยกล่าวออกมา“ ฮ่าๆไม่เป็ไร ตอนนี้ได้เวลาแห่งความสุขของพวกเ้าแล้ว ” เจี่ยส้งพูดจบมันลุกขึ้นและจับแขนเพ่ยเพ่ยเพื่อจะดึงไปยังเตียงนอน
เมื่อเห็นว่าแผนการถ่วงเวลาใช้ไม่ได้แล้วจังหวะที่เจี่ยส้งหันหลังเพ่ยเพ่ยโคจรลมปราณของนางแล้วซัดไปยังหลังของเจี่ยส้งแต่ไหนเลยเจี่ยส้งที่คอยระวังตัวอยู่แล้วจะพลาดท่า มันหันกลับมาคว้าจับข้อมือของนางและบีบอย่างแรง
อ้า !
เพ่ยเพ่ยร้องออกมาเมื่อเห็นดังนั้นเสี่ยวปิงก็พุ่งเข้ามาอย่างเร็ว แต่ก็ไม่พ้นเจี่ยส้งกวาดมือแผ่ลมปราณระดับก่อกำเนิดออกไปทำให้เสี่ยวปิงกระเด็นไปกระแทกกับเก้าอี้อย่างจัง
โครม !
“ ฮ่าๆ นางแพศยา! วันนี้ข้าจะทำให้เ้าทั้งสองจดจำมิลืมเลือน ” เมื่อพูดจบมันยกมือขึ้นเตรียมจะตบไปยังหน้าของเพ่ยเพ่ยทันใดนั้นก็มีเสียงประตูเปิดขึ้น
ปัง !
เจี่ยส้งพลันมองไปยังผู้มาใหม่ที่หน้าประตู มันขมวดคิ้วคำรามออกมาอย่างเกี้ยวกราด
“ สารเลว ข้าสั่งแล้วมิใช่รึว่าห้ามใครเข้ามากวน ข น นี่เ้า! ” เมื่อมองไปยังใบหน้าของผู้มาใหม่ชัดๆมันจดจำได้ทันทีศัตรูหัวใจของมัน...หยางอี้นั่นเอง!
เมื่อปรากฏตัวหยางอี้ไม่รอช้าพุ่งเข้าหาทันทีและต่อยเข้าไปยังหน้าของเจี่ยส้งทำให้มันกระเด็นไปกระแทกกับเตียง
ปัง !
ไม่รอช้าหยางอี้พุ่งเข้าไปแล้วบีบคอมันไว้ก่อนจะลากมันขึ้นมา“ ท่านพี่/ท่านพี่ ” ทั้งเพ่ยเพ่ยและเสี่ยวปิงกล่าวออกมาอย่างดีใจ
“ พวกเ้าทั้งสองออกไปรอข้าข้างนอกหากมีใครเข้ามาบริเวณตึกให้รีบมาบอกข้า ”หยางอี้พูดออกมาเพราะฉากต่อไปนี้มันไม่้าให้สตรีมาเห็นสักเท่าไหร่
“ เข้าใจแล้วเ้าค่ะ..เพ่ยเพ่ยไปเร็ว ”เสี่ยวปิงกล่าวออกมาแต่เพ่ยเพ่ยมิได้ฟังนางเดินไปยังเจี่ยส้งที่ถูกหยางอี้ยกขึ้นมาด้วยการบีบคออยู่
ปัง !
นางบรรจงต่อยเข้าไปที่หน้าเจี่ยส้งด้วยแรงทั้งหมดที่มีก่อนจะเดินตามเสี่ยวปิงออกไป
แค้ก แค้ก
“ จ เ้ามาได้อย่างไร? ปล ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ! ”
“ ฮี่ๆ ข้าปล่อยเ้าแน่...แต่หลังจากที่ข้าทำให้เ้าจดจำวันนี้จนมิอาจลืมเสียก่อน! ”
หยางอี้พูดออกมาก่อนจะเดินไปยังโต๊ะที่มีมีดปลอกผลไม้ขึ้นมาแล้วชายหนุ่มก็แทงไปยังจุดตันเถียนของมันทันที
อ้าก !
เจี่ยส้งร้องออกมาอย่างโหยหวน หยางอี้ปล่อยให้มันนอนทุรนทุรายอยู่บนพื้นก่อนจะลากมันขึ้นไปบนเตียงตอนนี้ชายหนุ่มไม่ต้องกังวลใจแล้วเนื่องด้วยเ้าโง่งมตัวนี้้าเสพสุขกับน้องสาวทั้งสองของเขาอีกทั้งยังสั่งไม่ให้มีคนเข้ามาบริเวณนี้ต่อให้มันร้องยังไงก็ไม่มีผู้ใดมาช่วยมันได้
“ ตัวบัดซบเช่นเ้าบังอาจมาปองร้ายน้องสาวข้า ”
เจี่ยส้งมองไปยังหยางอี้ด้วยความหวาดกลัวตัวมันตอนนี้ไม่มีแม้แรงจะพูดได้ เมื่อเห็นสายตาหยางอี้มองไปที่จุดหนึ่งบนร่างกายมันมันพลันขนลุกซู่ไปทั่วตัวมันพยายามพูดออกมา
“ อย อย่า ด ได้โปรด ”
ฉับ !อ้าก !
เจี่ยส้งร้องออกมาน้ำหูน้ำตาไหลพรากที่เป้ากางเกงของมีโลหิตหลั่งไหลออกมาไม่ขาดสาย
“ เ้านี้เสียงดังเสียจริง ข้าคงต้องทำให้เงียบเสียหน่อย ”หยางอี้ยื่นมือไปจับลิ้นของมันก่อนจะกระชากออกมาอย่างแรง
อ้าก!
บัดนี้เจี่ยส้งเต็มไปด้วยความเ็ป มันนอนดิ้นทุลนทุลายอยากจะตายเสียให้ได้มันมองไปยังหยางอี้ด้วยสายตาอ้อนวอนน้ำตาไหลพรากพูดออกมาเสียง อู้อี้อู้อี้
“ อะไร? เ้าด่าข้างั้นหรือ? ” หยางอี้ยิ้มเหี้ยมออกมาขณะมองไปยังเจี่ยส้ง
“ ดวงตานี้ใช่หรือไม่ที่เ้าทำหยาบคายใส่น้องสาวข้า? ”
ฉึก ฉึก !
ชายหนุ่มแทงมีดไปยังดวงตาทั้งสองข้างของมันอ้าก! “ มือนี้ใช่หรือไม่ที่เ้าลวนลามน้องสาวข้า ”
ฉับ !
หยางอี้ตัดมือทั้งสองข้างของมันและเมื่อทนความเ็ปไม่ไหวเจี่ยส้งก็สลบไปหยางอี้มองไปยังเจี่ยส้งอย่างสมเพศก่อนจะพูดออกมาว่า
“ ใครอนุญาตให้เ้าสลบ? ”ฉับ !!อ้ากก !!
หยางอี้เฉียดมีดตัดเส้นเอ็นที่ข้อเท้าของมันด้วยความเ็ปเจี่ยส้งได้สติขึ้นมาอีกครั้ง มันนอนหายใจพะงาบๆร้องไห้ออกมาเป็สายเืแม้จะดิ้นมันยังไม่มีเรี่ยวแรง
“ นี่คือโทษฐานที่เ้ามายุ่งกับน้องสาวทั้งสองของข้า!แต่ไม่ต้องห่วงไปข้าไม่ฆ่าเ้าหรอก” หยางอี้นำยาสมานกระดูกออกมาเม็ดหนึ่งแล้วโยนเข้าปากเจี่ยส้งไปก่อนจะเดินออกมา
ที่หน้าประตูเสี่ยวปิงนั้นยืนมองต้นทางอยู่ส่วนเพ่ยเพ่ยนั้นแอบดูผ่านรูที่หยางอี้เจาะไว้ั้แ่ต้นจนจบ
“ เพ่ยเพ่ยมันน่าดูตรงไหน? เ้านี่โรคจิตเสียจริง ” เสี่ยวปิงนั้นดูอยู่่หนึ่งแต่ด้วยหยางอี้กระทำรุนแรงเกินไปนางจึงออกมาดูต้นทางแทน
“ ฮี่ๆ เสี่ยวปิง คนชั่วอย่างมันสมควรโดนแล้ว ข้าสะใจสุดๆ ” เพ่ยเพ่ยแค่นเสียงกล่าวออกมาอย่างคนอารมณ์ดี
ไม่นานหยางอี้ก็เดินออกมาและก่อนจะออกจากห้องนั้นชายหนุ่มก็ได้เปลี่ยนชุดเดิมที่เต็มไปด้วยเืของเจี่ยส้งทิ้งแล้วนำชุดสำรองที่มีในแหวนออกมาเปลี่ยน เขามองไปยังเพ่ยเพ่ยที่ยืนอยู่ตรงรูที่ถูกเจาะก็ได้แต่ส่ายหัวนางหันมายิ้มให้หยางอี้
“ ฮี่ๆ ท่านพี่ ท่านสุดยอดจริงๆ สมใจข้าสุดๆ ”เมื่อได้ยินหยางอี้พลันคิ้วกระตุกแม่สาวน้อยนี่น่ากลัวจริงๆ
“ เอาล่ะเรารีบกลับไปจวนท่านเ้าเมืองเถอะ ”
“ เ้าค่ะ/เ้าค่ะ ”