“ถ้าอย่างนั้นก่อนจะกลับเรือนกระผมขอพบหล่อนถามไถ่ทุกข์สุขหล่อนก็แล้วกันนะขอรับเมื่อตะกี้ตอนขึ้นเรือนมาเห็นหล่อนยืนฝัดข้าวอยู่ด้านล่างข้างๆ เรือนครัว” คุณหลวงธรรมธรพูดด้วยน้ำเสียงกระชุ่มกระชวยด้วยคิดว่าอย่างไรเสียถ้ามาบอกกันตรงๆแบบนี้ คุณหลวงภัสดาก็ไม่อาจจะปฏิเสธได้ โดยหารู้ไม่ว่าเจ้าของเรือนนั่งกำมือแน่นด้วยอารมณ์ที่พร้อมระเบิดเต็มทีขณะเดียวกันทางด้านคุณหญิงเนื่องทองกับบัวทอง เมื่อกลับมาถึงเรือนตนแล้ว สองแม่ลูกก็เข้าไปที่ห้องนอนของบัวทองปิดประตูคุยกันเงียบ
“คุณแม่จะบอกลูกได้รึยังเจ้าคะว่าจะทำยังไงกับนังเกตุแก้วให้มันไปพ้นหน้าเราสองแม่ลูกเสียที”บัวทองถามทันที เมื่อเห็นว่าผู้เป็นแม่ปิดประตูห้องมิดชิดทางด้านคุณหญิงเนื่องทองเมื่อปิดประตูแล้วก็มานั่งบนเตียงนอนข้างๆลูกสาวก่อนจะหยิบวัตถุประหลาดคล้ายไม้แห้งขนาดเล็กที่ซุกซ่อนไว้ในชายพกสะเอวออกมาบัวทองมองอย่างสงสัย
“นั่นอะไรคะคุณแม่?”ถามขึ้นด้วยความอยากรู้
“ยาที่จะทำให้มันหลับจนไม่รู้สติและเมื่อตื่นมามันจะพบกับความย่อยยับฉาวโฉ่ทีเดียวล่ะ!!” คุณหญิงเนื่องทองพูดเสียงเรียบแต่แฝงความโหดเหี้ยม ไร้ความเห็นใจชัดเจน
“มีวิธีเดียวที่จะกำจัดมันออกไปให้พ้นเรือนของหลวงภัสดาได้ และกุญแจสำคัญในแผนการของแม่คือหลวงธรรมธร!!”คุณหญิงเนื่องทองบอกเล่าวิธีการทั้งหมดให้บัวทองรับฟังบัวทองฟังอย่างตั้งใจ
“ในงานแต่งของแม่ลำเภาคนจะพลุกพล่านและคงจะวุ่นวายกับการรับแขกการจัดงานกัน ตอนนั้นไม่มีใครสังเกตใครแน่ แม่จะวางยามัน!” คุณหญิงเนื่องทองพูดอย่างไตร่ตรองสีหน้าเจ้าเล่ห์
“นังเกตุแก้วจะฉาวโฉ่จนไม่มีหน้าพบใครได้อีก!!”บัวทองตื่นเต้นดีใจที่ศัตรูจะถึงคราวฉิบหายคุณหญิงเนื่องทองหันมากำชับผู้เป็นบุตรสาว
“บัวทอง เรื่องนี้แม่ขอให้ลูกอยู่เฉยๆถ้าแม่สั่งค่อยทำตามเข้าใจรึไม่?” คำสั่งกร้าวบัวทองพยักหน้าอย่างกระตือรือร้นหล่อนอยากเห็นความย่อยยับของเกตุแก้วเสียเต็มประดา
ตกค่ำอาณาบริเวณบนเรือนของคุณหลวงภัสดาเงียบเชียบราวกับไม่มีคนอยู่คุณลำเภาเข้าห้องไปแล้วบุญอิ่มก็ลงไปพักที่เรือนนอนของตนเกตุแก้วเมื่อเสร็จธุระทุกอย่างก็ขึ้นเรือนเพื่อจะพักผ่อนเช่นกัน อันที่จริงหล่อนไม่อยากพักในห้องที่คุณหลวงยกให้เท่าไหร่นักเพราะรู้ตัวเสมอว่ามันไม่สมฐานะบ่าวอย่างหล่อน แต่คุณหลวงกับคุณลำเภาไม่ยอมที่จะให้เกตุแก้วไปนอนข้างล่างเหมือนบ่าวคนอื่นๆเช่นกัน
เมื่อขึ้นมาบนเรือนหญิงสาวเดินไปเมียงมองอยู่หน้าประตูห้องของคุณลำเภาเผื่อว่าเธอจะต้องการอะไรอีกหรือไม่สักพักก็เห็นชุ่มเดินผ่านมา
“พี่ชุ่มคุณลำเภานอนแล้วรึ? เงียบเชียว” เกตุแก้วถามชุ่มบ่าวรับใช้ประจำบนเรือนเพราะเห็นเงียบผิดปกติ
“เปล่าดอกคุณลำเภากำลังสวดมนต์อยู่ในห้องพระสักพักคงจะเข้าห้อง ตะกี้ก็ไล่ข้าให้ไปนอน”บ่าวชื่อชุ่มบอกเกตุแก้ว
“แล้วคุณหลวงล่ะ เข้านอนหรือยัง?“ ถามหาเพราะว่าบริเวณห้องส่วนตัวของคุณหลวงภัสดาเงียบเชียบราวกับไม่มีคนอยู่
“ข้าไม่รู้เหมือนกันว่ะแต่ช่วงพลบค่ำข้าเห็นคุณท่านให้พี่สงบไปหาเหล้ามาให้ท่านอยู่นะเอ็ง” ชุ่มรีบตอบไปตามที่เห็น
“ข้าไปก่อนนะ ง่วงเต็มแก่” ชุ่มพูดพลางก็หาวหวอดๆ ไปด้วย บ่าวทุกคนต่างรู้ว่าเกตุแก้วพักอยู่ห้องใหญ่บนเรือนแต่ก็ไม่ได้ตะขิดตะขวงใจอะไรเพราะทุกคนรู้ดีว่าก่อนที่เกตุแก้วจะมาอยู่ที่นี่หล่อนก็เป็นถึงลูกขุนน้ำขุนนางมาก่อนและอีกอย่างด้วยความที่ทุกคนก็รักใคร่ชอบพอเกตุแก้วอันที่จริงทุกคนอยากให้แม่เกตุแก้วเป็นเมียคุณหลวงภัสดาเจ้าของเรือนเสียให้รู้แล้วรู้รอดด้วยซ้ำดูไปก็สมกันดีอยู่ไม่น้อย
เมื่อชุ่มเดินลงเรือนไป เกตุแก้วก็ไปนั่งแปะอยู่หน้าห้องสวดมนต์ภายในหอพระเพื่อรอคุณลำเภาเผื่อว่าเธอจะเรียกใช้สอยอะไรอีกหรือไม่
“อ้าว.. พี่เกตุแก้วทำไมยังไม่ไปนอน?” ลำเภาตกใจเมื่อเปิดประตูออกมาพบเกตุแก้วนั่งปัดๆยุงออกจากตัว
“อิฉันรอคุณลำเภาเจ้าค่ะเผื่อมีอะไรจะเรียกใช้จะได้หยิบฉวยได้ทัน” บอกน้ำเสียงเบา
“ฉันไม่มีอะไรจะใช้พี่ดอกไปนอนพักผ่อนเสียเถอะดึกแล้วนะ”เกตุแก้วลุกยืน แล้วนึกขึ้นได้
“คุณหลวงท่านยังมิกลับหรือเจ้าคะ? เห็นตรงห้องของท่านเงียบเชียบนัก” ลำเภาสะดุดกึกเมื่อเกตุแก้วถามถึงผู้เป็นพี่ชายก่อนจะถามกลับ
“วันนี้พี่เกตุแก้วเจอคุณหลวงธรรมธรท่านรึไม่?”ลำเภาถามขึ้นทันที
“เจอเจ้าค่ะคุณหลวงท่านบอกว่ามาคุยธุระสำคัญกับคุณหลวงแต่อิฉันไม่ทราบว่าธุระอะไรเพราะคุณหลวงท่านมิได้บอกเอาไว้จากนั้นก็ถามไถ่สารทุกสุกดิบสองสามคำแล้วคุณหลวงท่านก็ลากลับเจ้าค่ะ” เกตุแก้วอธิบายลำเภารู้ได้ทันทีว่าคุณหลวงธรรมธรมิได้เล่าเรื่องที่คุยกันบนเรือนในวันนี้ให้เกตุแก้วฟังและที่สำคัญหลังจากที่คุณหลวงธรรมธรลากลับเรือนไปทางด้านผู้เป็นพี่ชายก็ให้นายสงบบ่าวใกล้ชิดไปหาเหล้ามาให้แต่ว่าป่านนี้คงจะหลับไปแล้วกระมังเพราะบนเรือนเงียบเชียบจริงดังที่เกตุแก้วว่าลำเภาอดหนักใจไม่ได้ และก็แอบหวั่นใจลึกๆว่าเกตุแก้วจะเลือกไปอยู่กับคุณหลวงธรรมธร ลำเภานึกสงสารผู้เป็นพี่ชายไม่น้อย
“พี่เกตุแก้วไปพักเถอะลำเภาไม่มีอะไรจะเรียกใช้ดอกจ้ะ” น้ำเสียงยังอ่อนโยนเช่นเดิมและไม่ได้เล่าอะไรให้เกตุแก้วฟังสักคำเดียว
“เจ้าค่ะ” เกตุแก้วพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายหล่อนรู้สึกเหนียวตัวเหลือเกินทำงานมาทั้งวัน เมื่อคุณลำเภาเดินเข้าห้องไปแล้วเกตุแก้วจึงไปอาบน้ำอาบท่า
เมื่ออาบน้ำเสร็จเจ้าหล่อนก็เดินจ้ำเข้าห้องโดยนุ่งกระโจมอกและมีผ้าคลุมไหล่อีกชั้นเพื่อกันการประเจิดกระเจ้อเกตุแก้วรีบเดินเข้าห้องเพื่อเตรียมผลัดผ้าภายในห้องมีแสงสลัวจากตะเกียงที่เกตุแก้วถือมาตั้งแต่ตอนอาบน้ำหญิงสาวปิดประตูลงกลอนมิดชิด กำลังจะเดินผ่านเตียงนอนขณะนั้นเองสายตาก็สะดุดห่อกระดาษที่คุ้นตา เกตุแก้วเดินไปหยิบห่อกระดาษนั้นดูก็จำได้
“ก็คืนไปแล้วนี่ แล้วมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”หล่อนพึมพำกับตัวเองอย่างสงสัย พลันก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากมุมห้อง
“คงอยากได้จนตัวสั่น ทั้งผ้าแล้วก็เจ้าของผ้า” เสียงห้วนสะบัดชัดเจน เกตุแก้วทั้งงงทั้งตกใจที่เห็นคุณหลวงภัสดาอยู่ในห้องหญิงสาวกระชับผ้าคลุมไหล่ทันที คุณหลวงภัสดาย่างสามขุมเข้าหาเกตุแก้วอย่างรวดเร็วพร้อมจับแขนทั้งสองข้างของหล่อนเขย่าก่อนจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อตอนกลางวันด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน
“หลวงธรรมธรมันเอาผ้าผืนนี้มาหมั้นหล่อนกับฉันหลังงานแต่งงานของลำเภามันจะมาขอหล่อนไปเป็นเมีย” ทีนี้เกตุแก้วเข้าใจได้ทันทีเกตุแก้วนึกในใจว่าทำไมเธอไม่รู้เรื่องนี้เลยตอนเจอกับคุณหลวงธรรมธรท่านก็ไม่ปริปากบอกเรื่องนี้กับหล่อนเช่นกันขณะเดียวกันหญิงสาวก็พยายามเบี่ยงตัวออกจากการจับกุมของชายหนุ่มแต่ไม่เป็นผล
“หล่อนกับหลวงธรรมธรคงจะเลยเถิดไปถึงไหนกันแล้วใช่รึไม่? มันถึงได้กล้าขึ้นมาขอหล่อนถึงบนเรือนฉัน” ความโมโหพุ่งขึ้นเหนือเหตุผลอื่นใดคุณหลวงภัสดา กลัวจะเสียเกตุแก้วไปให้คนอื่น
“คุณหลวงเข้าใจผิดแล้วเจ้าค่ะอิฉันกับคุณหลวงท่านยังไม่ได้เลยเถิดอย่างที่คุณหลวงคิดอิฉันไม่รู้เรื่องอะไรเลยนะเจ้าคะ?” เกตุแก้วพยายามจะอุทธรณ์แต่ดูเหมือนศาลไม่ฟังความหล่อนเลยคุณหลวงภัสดายืนนิ่งไปสักพักก่อนจะเดินเข้ามาสวมกอดเกตุแก้วแล้วยื่นหน้าเข้ามาพูดใกล้ๆหูของหญิงสาวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“ถ้าไม่รู้ไม่เห็นแล้วหลวงธรรมธรมันจะกล้ามาหยามฉันถึงบนเรือนรึ? หล่อนเป็นคนของฉัน ฉันไม่ให้ใครทั้งนั้น” ว่าแล้วก็ยื่นจมูกโด่งได้รูปเข้าคลอเคลียพวงแก้มนิ่มนวลของเกตุแก้ว เกตุแก้วใจสั่น แข้งขาอ่อนแรงคุณหลวงภัสดากระชับร่างหญิงสาวแน่นขึ้น เกตุแก้วรู้สึกตัวเองว่าหน้าของเธอแดงซ่านร่างกายร้อนขึ้นอย่างฉับพลัน เธอรีบพูดทันที
“คุณหลวงเข้าใจผิดแล้วเจ้าค่ะอิฉันกับคุณหลวงธรรมธรเราไม่มีอะไรกันจริงๆ เชื่ออิฉันเถอะเจ้าค่ะ”เกตุแก้วพูดเสียงสะท้าน แต่ทว่า ริมผีปากหนาอุ่นก็ประกบปากของเกตุแก้วอย่างรวดเร็วเธอถึงกับสะดุ้งเฮือก คุณหลวงภัสดาจูบเกตุแก้วลิ้มรสความหอมหวานจากริมฝีปากของเจ้าหล่อนเนิ่นนานและไม่ได้จูบเพียงอย่างเดียว มือหนาใหญ่พยายามจะดึงผ้าคุลมไหล่ออกแต่มือของเกตุแก้วรั้งเอาไว้กระนั้นก็ยังเผยให้เห็นหัวไหล่ขาวผุดผ่องของหล่อนชัดเจน คุณหลวงหนุ่มถอนริมฝีปากออกตอนนี้ใบหน้าเขาแดงซ่าน สายตาเต็มไปด้วยความต้องการอย่างเปิดเผย คุณหลวงพูดเสียงสั่น
“ฉันไม่เชื่อ หล่อนพิสูจน์สิว่าหล่อนไม่เคยตกเป็นเมียมัน” เกตุแก้วนิ่งเงียบ ใจเต้นแรงเพราะรู้ว่าบทพิสูจน์นี้ต้องทำเช่นไร!
“คุณหลวง... อิฉัน” คุณหลวงภัสดากอดเกตุแก้วไว้แน่น มืออีกข้างเชยคางคนในอ้อมกอดขึ้นมามองสบตาตัวเองแม้จะอายแสนอาย แต่เกตุแก้วก็มองสบตาคุณหลวงภัสดาสิ่งที่ปิดบังไว้ในใจมลายลงไปเกือบสิ้น
“หรือที่หล่อนขัดขืนฉัน เป็นเพราะว่าหล่อนรักหลวงธรรมธรกันแน่”เกตุแก้วตาโตนิดๆ เธอมิได้รักคุณหลวงธรรมธรแม้แต่น้อย เกตุแก้วหน้าแดงแจ๋คุณหลวงใจเต้นแรงก่อนจะกระซิบข้างหูหญิงสาวแผ่วเบา เร่งเร้า
“ว่ายังไง.. ตอบให้ฉันฟังหน่อยสิ...”