“ ที่นี่คือบ้านของเจ้าเช่นนั้นหรือ ”
สภาพบ้านตรงหน้าทำให้เหวินหลงที่เคยชินกับการอาศัยในคฤหาสน์หรูหราที่อาจารย์สร้างให้ถึงกับอ้าปากค้าง ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาประตูไม้ที่สีซีดเซียวข้างหนึ่งผุพังจนเป็นรูขนาดใหญ่ เมื่อเข้ามายังตัวบ้านแม้จะอยู่ในสภาพที่คนสามารถอยู่อาศัยได้
แต่กระเบื้องหลังคาบางจุดบิ่นแตกจนเป็นรู เบื้องล่างมีชามไม้วางรองไว้ยามฝนตก ถ้ายามที่หน้าหนาวมาเยือนบ้านนี้คงถูกลมหนาวพัดเข้ามาเป็นแน่ หากสังเกตุอู๋ซวนอย่างละเอียดแล้ว
เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็อยู่ในสภาพกลางเก่ากลางใหม่ ชายเสื้อข้างซ้ายมีรอยประชุนที่ค่อยข้างละเอียดละออพอที่จะปิดบังสายตาคนได้บ้าง สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความลำบากของครอบครัวของอู๋ซวนอย่างเห็นได้ชัดเจน
“ ใช่แล้วนี่แหละบ้านข้าเอง เจ้าคงจะไม่ได้รังเกียจที่ข้ายากจนหรอกใช่ไหม ”
เหวินหลงที่ได้ยินเช่นนั้นก็อยากจะฟาดอู๋ซวนเข้าสักหมัด
“ นี่เจ้าเห็นข้าเป็นคนยังไงกัน หากไม่ติดว่าจะทำให้ท่านน้าตกอกตกใจ ข้าอยากจะฟาดเจ้าสักหมัดสองหมัดเสียให้รู้แล้วรู้รอด ผู้ใดกันมอบความคิดดูถูกตนเช่นนี้ให้แก่เจ้า
อู๋ซวนเจ้าจงภูมิใจในตัวเองซะ บัดนี้เจ้าคือ ขุนนางที่สอบได้อันดับหนึ่งในสายราชการทหาร สิ่งที่ทำให้ข้าคบกับเจ้าไม่ได้อยู่ที่เรื่องภายนอกหรือฐานะครอบครัว แต่อยู่ที่จิตใจและการประพฤติของเจ้า ”
หลังจากกล่าวสั่งสอนอู๋ซวนไปมากมาย เหวินหลงก็สะบัดหน้าหนีแล้วมุ่งตรงไปภายในบ้าน โดยหวังจะไปคาราวะมารดาอู๋ซวน แต่ทันทีที่เหวินหลงก้าวเท้า อู๋ซวนก็รีบร้องตระโกนเสียงดังในทันที
“ เดี๋ยวก่อน!! ”
เปรี๊ยะ!!
เหวินหลงที่ตอนนี้กำลังโมโหอู๋ซวนจึงลงน้ำหนักในการเดินไปเต็มที่ ส่งผลให้แผ่นไม้ที่วางปิดทับปากหลุมหักจนทำให้เขาตกลงไปในหลุมนั้น แม้จะไม่ได้ลึกมากแต่ก็ทำให้จากชายหนุ่มที่ซุกซน ยามนี้กลายร่างเป็นหนุ่มน้อยแสนมอมแมม
“ ข้าจะบอกเจ้าว่าข้างหน้านั่นมีหลุม ดินมันทรุดข้าเลยนำแผ่นไม้มาปิดเอาไว้ แต่คงไม่ทันแล้วสินะ แฮะๆ ”
“ ข้าขอถอนคำพูดทั้งหมด สหายชั่วอู๋ซวน!! ”
เสียงเอะอะโวยวายที่เกิดขึ้น ทำให้ตอนนี้มารดาของอู๋ซวนเดินออกมาจากในบ้าน
“ เสียงดังอะไรกัน อ้าว อู๋ซวนเจ้ากลับมาแล้วก็ดีแม่กำลังทำอาหารพอดี แล้วนั่นใครกันล่ะ ”
สตรีตรงหน้าแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเนื้อหยาบแต่ด้วยท่าทางอ่อนโยน บนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ชวนให้ผู้ที่เห็นรู้สึกผ่อนคลาย
ยามที่เห็นบุตรชายของตนแววตาล้วนเต็มไปด้วยรักใคร่ ครอบครัวของนางอยากจนต้องหาเช้ากินค่ำ แต่โชคดีที่บุตรชายของนางมีความขยันมั่นเพียรมุ่งมั่นที่จะเป็นขุนนางเพื่อช่วยเหลือครอบครัว
บัดนนี้ความพยายามของบุตรชายสัมฤทธิ์ผลแล้ว นางที่เป็นมารดายิ่งรู้สึกภูมิใจในตัวบุตรชายยิ่งนัก จึงได้ตัดสินใจนำเงินที่เก็บหอมรอมริดไว้ส่วนหนึ่งออกมาเลี้ยงฉลองให้แก่เขา
“ สหายของข้าเองขอรับท่านแม่ ”
เหวินหลงรีบกระโดดขึ้นมาจากหลุมก่อนจะใช้มือปัดฝุ่นที่ติดตามใบหน้าและเสื้อผ้าตามที่ต่างๆ
“ ข้าเจียเหวินหลง คาราวะท่านน้าขอรับ ”
“ ข้าชื่ออู๋เฟิงเป็นแม่ของอู๋ซวน ไม่คิดเลยว่าบุตรชายข้าจะมีสหายที่รูปงามเช่นนี้ ”
คำพูดของอู๋เฟิงนั่น ทำให้เหวินหลงที่กำลังประหม่าพลันรู้สึกตัวลอยในทันที
“ ท่านน้าก็ชมเกินไป นี่ก็ใกล้จะมืดแล้วข้ายังต้องไปที่อื่นต่อ ข้าขอตัวก่อนนะขอรับ แต่ก่อนไปข้าจะช่วยจัดการเจ้าหลุมนี้ให้เองขอรับ ”
เหวินหลงก้มลงใช้ฝ่ามือแตะไปที่ขอบหลุม ทันใดนั้นดินที่อยู่ก้นหลุมก็ค่อยๆเคลื่อนตัวขึ้นมาจนพื้นดินเรียบเสมอกัน จนมองแทบไม่ออกว่าบริเวณนี้เคยมีหลุมปรากฏอยู่
“ สหายรัก เจ้าควบคุมธาตุได้หรือสอนข้าบ้างสิ!! ”
“ ได้สิ แต่เป็นครั้งหน้านะ จริงสิ ข้ายังไม่ได้ทักทายท่านลุงกับน้องสาวเจ้าเลย ”
“ ท่านพ่อกับน้องของข้ายังไม่กลับมาจากขายของที่ตลาดเลย ”
“ เช่นนั้นครั้งหน้าข้าจะมาเยี่ยมท่านน้า แล้วก็มาทักทายท่านลุงอีกครั้งนะขอรับ อู๋ซวนเจ้ามากับข้าหน่อย ”
หลังจากบอกลามารดาอู๋เฟิง เหวินหลงก็รีบหันมาบ่นอู๋ซวนทันที
“ ทำไมเจ้าไม่บอกให้เร็วกว่านี้ ดูสิข้าเสียภาพลักษณ์หมด!! ”
หลังจากบ่นไปเล็กน้อยเหวินหลงก็รีบออกจากบ้านของครอบครัวอู๋เพื่อไปร่วมงานเลี้ยงของอิงฮวาทันที
“ นานแล้วนะที่แม่ไม่ได้เห็นเจ้ายิ้มออกมาเช่นนี้ แสดงว่าเด็กคนนั้นเป็นสหายของเจ้าอย่างใจจริงสินะ จำไว้เพื่อนกินนั้นหาง่ายแต่เพื่อนแท้นั้นช่างหายากยิ่งกว่า รักษามิตรภาพของพวกเจ้าให้ดีล่ะ ”
“ ลูกเข้าใจแล้ว ตอนนี้เรารีบเข้าบ้านกันดีกว่า เดี๋ยวท่านถูกน้ำค้างจะทำให้ไม่สบายได้นะขอรับ ”
สองแม่ลูกพูดคุยกันอย่างมีความสุข ก่อนจะแยกย้ายกันไปเตรียมอาหารรอบิดาและน้องสาว
...........................................................
หน้าตรอกแห่งหนึ่งตอนนี้เหวินหลงกำลังเดินไปมาพร้อมกับเกาหัวพลางมองไปรอบๆ ก่อนจะตัดสินใจเดินไปถามท่านลุงร้านขายซาลาเปา
“ ท่านลุงขอรับ ร้านสมุนไพรอิงชิวอยู่ตรงไหนหรือขอรับ ”
“ ร้านสมุนไพรอิงชิวเช่นนั้นหรือ เจ้าเดินตรงไปตามถนนเส้นนี้เเล้วเลี้ยวขวาตรงหัวมุมข้างหน้าแล้วก็เลี้ยวซ้ายสองครั้งตรงทางแยกก็จะถึงร้านสมุนไพรอิงซิวแล้ว ”
เหวินหลงยิ้มดีใจก่อนจะรีบขอบคุณท่านลุงที่กำลังเก็บกวาดร้านตรงนั้น ชายหนุ่มเดินตามทางที่ท่านลุงใจดีผู้นั้นบอก
“ เอ่อ..เลี้ยวขวาแล้วก็เลี้ยวซ้ายสองครั้งถูกไหมนะ ”
เวลานี้ล่วงเข้าสู่ช่วงค่ำของวันอากาศยิ่งเย็นสบายผู้คนจึงออกมาจับจ่ายซื้อของและเที่ยวชมบรรยากาศยามกลางคืน บริเวณริมแม่น้ำมีเรือสำราญหลายลำกำลังล่องไปตามสายน้ำ
กลุ่มของคุณหนูคุณชายและคนที่มีกำลังทรัพย์ต่างนั่งสรวลเสเฮฮากัน โคมไฟระหย้าหลากสีถูกตกแต่งไว้บนมุมหน้าบ้านเรือน
หลังจากใช้เวลาสักพักเหวินหลงก็เจอที่แห่งหนึ่งที่ป้ายเบื้องหน้าสลักว่าร้านสมุนไพรอิงชิว แต่ภาพตรงหน้ากลับทำให้เขาถึงกับอุทานออกมา
“ ทำไมบ้านของอิงฮวาถึงใหญ่โตขนาดนี้เนี่ย ”
เหวินหลงเดินเข้าไปข้างใน ซึ่งตอนนี้มีผู้คนมากมายกำลังพูดคุยกันส่วนใหญ่ล้วนเป็นสตรีทั้งหมด จะมีบุรุษบ้างก็ล้วนอยู่ในวัยกลางคนเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าการปรากฏตัวของเหวินหลงย่อมได้รับความสนใจจากคนในงานจำนวนไม่น้อย
รูปลักษณ์ของเหวินหลงที่ตอนนี้ถูกแปลงโฉมให้กลับมาเป็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ท่าทางน่าคบหาทำให้มีสตรีไม่น้อยจับกลุ่มพูดถึงเขา
“ คุณชายน้อย เจ้าเป็นแขกของผู้ใดกัน ”
ฮูหยินนางหนึ่งเดินเข้ามาทักเหวินหลง
“ คาราวะท่านน้า ข้ามีนามว่าเจียเหวินหลง อิงฮวาเป็นคนชวนข้ามาขอรับ ”
ขณะที่เหวินหลงกำลังพูดอยู่นั้นเองก็มีเสียงสตรีนางนึงดังขึ้นมาจากด้านหลัง...
“ เหวินหลง เจ้ามาจริงๆด้วย ”
หลังจากเหวินหลงปรากฏตัวขึ้น อิงฮวาที่กำลังสนทนากับสหายในกลุ่มก็เก็บความดีใจไว้ไม่ได้ จึงรีบผละตัวออกจากกลุ่มแล้วเดินตามมาทักทายชายหนุ่มทันที
ใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้ม ดวงตาเรียวงามดั่งเมล็ดซิ่ง บนร่างสวมด้วยชุดกระโปรงยาวสีฟ้าสดใสคลุมทับด้วยผ้าโปร่งบางสีชมพูม่วงหนึ่งชั้น ตรงชายกระโปรงและแขนเสื้อปักลายดอกเบญจมาศด้วยไหมสีม่วงอ่อน
สีสันของเสื้อผ้าที่ผสานกันได้อย่างพอเหมาะพอควร ทำให้อิงฮวาดูเป็นหญิ่งสาวที่มีความเรียบง่ายเป็นกันเอง และท่าทางของนางยามนี้ก็ชวนให้คนมิอาจเบนสายตาหนีได้เลยทีเดียว
นอกจากนี้จากคำพูดของเหวินหลงก็ทำให้คนที่มาร่วมงานซึ่งล้วนแต่มีความใกล้ชิดกับอิงฮวาลอบประหลาดใจไม่น้อย
เพราะอิงฮวาแม้จะเป็นสตรีที่เข้ากับคนง่าย มีสหายมากมายทั้งจากตระกูลที่มีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลจางรวมถึงสหายที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน
แต่ทั้งหมดล้วนเป็นสตรีกันทั้งนั้นด้วยอิงฮวานางไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับบุรุษอื่น ที่รู้จักก็มีเพียงผิวเผินเท่านั้น แต่คุณชายผู้นี้ถึงกับเป็นผู้ที่อิงฮวางเชิญมาด้วยตัวเอง ช่างน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว
“ ท่านพี่ลูกเรายามนี้ไม่ใช่เด็กน้อยในวันวานแล้วสินะ เด็กหนุ่มผู้นั้นมีสัมมาคาราวะซ้ำยังรูปงาม ”
หลังจากที่ปล่อยให้บุตรสาวได้พูดคุยกับสหาย ฮูหยินจางก็เดินมาอยู่ข้างสามีของตนก่อนจะแอบกระซิบ
“ ลูกสาวเราย่อมมีสายตาที่ดีเช่นเจ้าสมัยสาวๆ ไม่เช่นนั้นเจ้าจะรับรักข้าหรือ แต่ก่อนอื่นข้าอยากทดสอบเจ้าหนุ่มนั้นเสียหน่อย ”
“ ท่านพี่ก็ช่างพูดเล่นเสียจริง แล้วท่านคิดจะทำการใดเจ้าคะ ”
ชายหนุ่มที่ถูกกล่าวถึงไม่ได้รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยว่าเมื่อผ่านพ้นคืนนี้ไปจะมีบางอย่างเปลี่ยนไป
“ อิงฮวานี่เจ้า.. ”
“ มองอะไรของเจ้า วันนี้ข้าแต่งกายประหลาดไปหรือ ”
“ พูดอะไรของเจ้า วันนี้เจ้างดงามมากต่างหากเล่า!! ”
“ นี่เจ้าชมข้าหรือ ”
คำพูดที่หลุดออกมาจากความคิดของเหวินหลงทำให้อิงฮวาเขินอายไม่น้อย ใบหน้ายามนี้อาบย้อมไปด้วยสีแดงราวกับลูกตำลึงพลอยทำให้เหวินหลงที่พูดออกไปโดยไม่ได้คิดเกิดความประหม่าขึ้นมาเช่นกัน
“ อิงฮวาชายผู้นี้เป็นใคร ใยข้าไม่เคยเห็นเจ้าพูดถึงเลย เจ้าไปแอบทำความรู้จักโดยไม่บอกพี่สาวน้องสาวอย่างพวกเราเช่นนั้นหรือ ”
กลุ่มของสหายอิงฮวาต่างเดินเข้ามาหาคนทั้งคู่ หนึ่งในสตรีที่ดูอายุมากกว่าคนอื่นในกลุ่มเอ่ยปากขึ้นแววตายามที่ถามคำถามเต็มไปด้วยการล้อเลียนอิงฮวา
ตั้งแต่รู้จักกันมาพวกนางทุกคนล้วนรู้จักนิสัยของอิงฮวาเป็นอย่างดี ภายนอกแม้นางจะดูเป็นคนที่เข้ากับผู้อื่นได้ง่าย แต่นั้นก็เป็นเฉพาะกับสตรีเท่านั้น
หากให้ไปทำความรู้จักกับบุรุษแล้วล่ะก็นางจะเกิดอาการประหม่าทำตัวไม่ถูก สุดท้ายก็ถึงกับเอ่ยปากพูดอะไรไม่ออก
นั่นจึงทำให้แม้จะเลยพิธีปักปิ่นมาเดือนกว่าแต่อิงฮวาก็ไม่มีบุรุษที่สนิทสนมด้วยเลย
แต่ยามนี้ชายหนุ่มตรงหน้าปรากฏตัวขึ้นอย่างทันทีทันใด พวกนางย่อมอยากรู้เรื่องความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่าย
“ เขาเป็นสหายของข้าเท่านั้นเอง ”
“ เป็นเช่นนี้นี่เอง ถ้าพวกข้าอยากเป็นสหายกับเขา เจ้าคงจะไม่หวงใช่หรือไม่? ”
สตรีอีกนางที่มีอายุเท่ากับอิงฮวาพูดขึ้นพร้อมกับท่าทางมีเลศนัย
“ ก็ในเมื่อข้าไม่ได้เป็นอะไรกับเหวินหลง ทำไมข้าต้องหวงด้วยเล่า ”
แม้จะเอ่ยปากออกไปเช่นนั้นแต่ในใจกลับรู้สึกหว้าวุ่นไม่เป็นตัวของตัวเอง ยิ่งเห็นสหายต่างเข้าไปล้อมรอบทำตัวสนิทกับเหวินหลงยิ่งรู้สึกไม่ชอบใจมากยิ่งขึ้น
“ โอ้ย ข้าไม่รู้กับพวกท่านแล้ว ”
อิงฮวาเข้าไปดึงแขนเหวินหลงออกมาจากวงล้อม ก่อนจะพาไปสถานที่จัดงรับรองข้างใน เหวินหลงเองก็เดินตามไปแต่โดยดี
“ อะไรกันๆ อิงฮวานะอิงฮวา แต่ไหนแต่ไรปากเจ้าก็ไม่เคยตรงกับใจอยู่แล้ว แล้วบุรุษนี่เป็นใครกันถึงทำให้เจ้ากล้าเปิดปากพูดคุยได้ ”
เมื่อเดินเข้ามาในสวนที่จัดรับรองแขกเหรื่อ ยามนี้มีทั้งเสียงเพลงบรรเลงเคล้าไปด้วยเสียพูดคุยของแขกคนอื่นๆ ในสวนแห่งนี้ถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งสำหรับชายและหญิง โต๊ะของแต่ละคนถูกจัดไว้ใต้ต้นดอกบ๊วยที่กำลังผลิดอกสีสันสวยงามทั้งสีขาวบริสุทธิ์ไปจนถึงสีชมพูอ่อนพาให้บรรยากาศรื่นเริงยิ่งนัก
“ อิงฮวา เจ้ามีธุระอะไรทำไมดูร้อนรนเช่นนี้ แล้วตอนนี้พวกเราต้องแยกนั่งกันคนละฝั่งไม่ใช่หรือ หากผู้อื่นมาเห็นเจ้าจะถูกมองไม่ดีเอานะ ”
“ เหวินหลงข้าอยากรู้ว่าทำไมตอนนั้นในการทดสอบเจ้าถึงช่วยข้าเอาไว้ ทั้งๆที่เจ้าไม่จำเป็นต้องช่วยเลยสักนิด ”
อิงฮวากล่าวถามเหวินหลงด้วยแววตาและสีหน้าที่จริงจัง
“ ข้าแค่อยากช่วยเจ้าก็แค่นั้น ”
“ เช่นนี้นี่เองสมแล้วที่เป็นเจ้า แล้วยามนี้เจ้ามีสตรีในฝันแล้วหรือยังที่ข้าถามเพราะข้าสงสัยก็แค่นั้นไม่มีอะไรเลยจริงๆนะ.. ”
เมื่อคำถามถูกเปล่งออกจากปากหญิงสาวพลันใบหน้าแดงก่ำ มือทั้งสองข้างบิดผ้าเช็ดหน้าในมือไปมา
“ ถ้าเป็นเรื่องนั้น..ข้า.. ”
ขณะที่เหวินหลงกำลังจะตอบคำถามของนาง ก็มีเงาดำสองสายหนึ่งพุ่งตรงมาที่อิงฮวาด้วยความรวดเร็ว ในชั่วพริบตาเหวินหลงรีบดึงอิงฮวาเข้าหาตัวก่อนจะเบี่ยงตัวหลบเงานั้น
ทุกอย่างเกิดขั้นอย่างรวดเร็วเมื่อยืนได้อย่างมั่นคงสายตาของเขาก็เห็นบุรุษผู้หนึ่งที่แต่งกายด้วยชุดสีดำท่าทางทะมัดทะแมงใบหน้าถูกคลุมด้วยผ้าสีเดียวกับชุด
แต่ไร้ซึ่งจิตสังหารหรือการมุ่งร้ายสร้างความประหลาดใจให้เขาไม่น้อย
“ นี่เจ้าปล่อยมือข้าเดี๋ยวนี้นะ!! เจ้าคนฉวยโอกาส ”
“ ข้าคงทำแบบนั้นไม่ได้เพราะคนตรงหน้ามีเจตนาพุ่งมาทำร้ายเจ้า ข้าจะปกป้องเจ้าเอง ไม่ต้องกลัวนะหากข้ายังอยู่จะไม่มีผู้ใดแตะต้องเจ้าได้แม้แต่เส้นผม!! ”
คำพูดจริงจังเช่นนี้ทำให้ใบหน้าของนางถูกทำให้แดงก่ำอีกครั้ง เรี่ยวแรงที่ขัดขืนการจับกุมของชายหนุ่มพลันลดน้อยลง
“ พวกเจ้าเป็นใคร ถ้าหากไม่เผยตัวข้าจะเรียกคนให้มาจับเจ้าส่งทางการ ”
บุคคลปริศนาเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ปลดผ้าคลุมหน้าของตนออก เผยให้เห็นใบหน้าที่อิงฮวาคุ้นเคยเป็นอย่างดี
“ ท่านพ่อท่านแม่ นี่ท่านเล่นอะไรของท่านเนี่ย!! ”
“ พวกเราก็แค่อยากจะดูฝีมือของผู้ที่จะมาเป็นเขยบ้านนี้อย่างไรเล่า แต่ดูจากการตอบสนองที่รวดเร็วเมื่อครู่ แม้จะมีอันตรายเกิดขึ้นเด็กหนุ่มคนนี้เลือกที่จะปกป้องเจ้าเป็นอันดับแรก แทนที่ปกป้องตนเอง คำพูดเมื่อครู่ก็ไม่ธรรมดาเลยนะเจ้าลูกเขย ”
พ่อของอิงฮวาหัวเราะด้วยความชอบใจ ทั้งอิงฮวาและเหวินหลงต่างหน้าแดงระเรื่อทั้งคู่
“ เขยอะไรกันพวกท่านแกล้งข้าอีกแล้วนะเจ้าคะ ส่วนเจ้าก็ปล่อยมือข้าได้แล้วเจ้าบ้าเหวินหลง!! ”
จบตอน