เสียงประตูกระแทกเข้ากับกำแพงดังสนั่นไปทั่วบ้าน พร้อมกับมีร่างชายสวมหน้ากากเหล็กรูปจันทร์เสี้ยวสีดำโผล่พรวดเข้ามา
เขาหันมองรอบๆหาต้นตอของเสียงร้องไห้เมื่อครู่อย่างกระวนกระวาย รอบด้านของเขาเป็นตัวร้านขายสมุนไพรที่เต็มไปด้วยชั้นสมุนไพรหลายชนิด
แต่จากเท่าที่ดูคร่าวๆวาสก็ไม่เห็นบุคคลใดที่อยู่ภายในตัวร้าน ชายหนุ่มวิ่งไปเปิดประตูที่เชื่อมอยู่กับด้านหลังร้านอย่างรีบร้อน
ห้องที่อยู่หลังประตูคือห้องที่มีสภาพคล้ายห้องเก็บของ โดยแต่ละจุดถูกวางไว้ด้วยถุงกระสอบที่ปล่อยกลิ่นของสมุนไพรออกมา และที่มุมหนึ่งยังมีบันไดที่มีไว้เพื่อขึ้นสู่ชั่นสอง
จากเท่าที่ดูห้องนี้ก็ไม่มีคนอยู่เช่นกัน ชายหนุ่มจึงไม่รอช้าวิ่งมุ่งหน้าตัดผ่านบันไดเพื่อขึ้นไปชั้นสอง ขณะจะโผล่พ้นออกจากตัวบันไดไปนั้น
ประสาทสัมผัสของเขาก็ได้ยินเสียงวัตถุแหวกอากาศมุ่งหน้าตรงมายังศีรษะของเขา
ชายหนุ่มไม่จำเป็นต้องใช้สกิลสุดยอดสัญชาตญาณช่วยเขาก็สามารถหลบการโจมตีนี้อย่างง่ายดาย
วาสคำรามลั่นพุ่งพรวดเข้าไปพร้อมกับเงื้อกำปั้นเตรียมจะตะบันหน้าผู้ประสงค์ร้ายเต็มที่!
"ยะ..อย่าเข้ามานะ!"เสียงร้องแหลมดังขึ้น
เจ้าของเสียงหวีดร้องแหลมทำเอาชายหนุ่มหยุดชะงักกึกอย่างไม่ทันตั้งตัว ดวงตาสีดำใต้หน้ากากหรี่ตามองไปยังผู้พูด
ตรงหน้าวาสคือเด็กสาวร่างเล็กวัยราว12-13ปี เธอมีผมสีดำดวงตาเล็กหยีและเค้าหน้าของคนเอเชีย ริมฝีปากบางซีดสั่น หากมองรวมๆเธอจะมีลักษณะเหมือนคนๆหนึ่งที่วาสรู้จัก
'น้องสาวไป๋ฟางอย่างงั้นหรอ'วาสคิดในใจเงียบๆ ก่อนจะชักมือกลับ
ตอนนี้เด็กสาวไม่รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น อยู่ดีๆก็มีคนบุกรุกเข้ามาที่ร้านของเธอทั้งที่เป็นเวลากลางวันแสกๆ แถมยังมีท่าทางจะทำร้ายเธออีกด้วย
สุดท้ายเธอจึงได้แต่ถือมีดทำครัวเล่มหนึ่งด้วยมืออันสั่นเทาชี้ไปที่หน้าของคนร้ายโดยหวังว่ามีดเล่มนี้จะช่วยปกป้องเธอได้
วาสมองหน้าเด็กสาวเงียบๆไม่รู้ว่าจะเอ่ยอะไรดี แต่อยู่ๆก็มีเสียงตะโกนดังออกมาจากหน้าร้านว่า
"เฮ้!...ยัยหนูไป๋หยูอยู่รึเปล่า"
"ชะ..อุ๊บ!"ขณะที่เด็กสาวกำลังจะร้องขอความช่วยเหลือวาสก็ชิงเข้าประชิดตัวเธอและเอามือปิดปากไว้พลางปัดมีดทำครัวให้หลุดจากมือของเธอและจากนั้นจึงล็อกตัวเธอด้วยแขนข้างเดียว
"อู้ๆๆ"เด็กสาวหน้าซีดเผือดร้องเสียงอู้อี้อยู่ในลำคอ
"ใจเย็นๆ ฉันไม่ได้จะทำร้ายเธอ "วาสพยายามพูดด้วยน้ำเสียงสบายที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เด็กสาวยังไม่เชื่อยังคงพยายามดิ้นเพื่อให้หลุดจากการจับกุม
"เฮ้ๆ เชื่อกันบ้างสิ ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้มาทำร้าย"
เชื่อก็บ้าแล้ว!!
นี้คือคำที่วาสอ่านได้จากสายตาเล็กหยีของเธอ สุดท้ายชายหนุ่มก็ได้แต่ถอนหายใจและเอื้อมมืออีกข้างไปปลดหน้ากากของตนอย่างช้าๆ
เผยให้เห็นถึงดวงหน้าชายวัยรุ่นธรรมดาที่กำลังย่างเข้าวัยผู้ใหญ่ แต่บนหน้านั้นมีเอกลักษณ์เด่นๆอยู่สองประการคือ ดวงตาสีดำเย็นชาลึกลับและรอยแผลกรงเล็บที่ประดับอยู่บนหน้า
"จำฉันได้หรือยัง? ฉันคือเพื่อนของไป๋ฟางไงละ"วาสเอ่ยเสียงเรียบแต่ปลายเสียงของเขาสั่นเล็กน้อย อาจจะเป็นเพราะว่าไม่ได้เปิดเผยโฉมหน้าให้ใครพบเห็นนานจึงอดอายเล็กๆไม่ได้
เด็กสาวเงียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าหงึกๆให้วาสเห็น
ชายหนุ่มถอนหายใจโล่งอกก่อนจะเอ่ยต่อว่า
"โอเค ฉันจะปล่อยเธอละนะ อย่างร้องโหวกเหวกโวยวายละ"สิ้นคำวาสก็ดึงมือออกช้าๆ ก่อนที่เด็กสาวจะพยายามสะบัดตัวหนีออกจากเขาและแหกปากขึ้นมาว่า
"ช่วยด้วยค่าาาา มีคนจะปล้ำหนู..อุ๊บ!"
วาสพุ่งไปล็อกตัวเด็กสาวมาอีกครั้งก่อนจะพูดเสียงดังอย่างหงุดหงิดว่า
"ยัยเด็กแสบ! บอกว่าอย่าร้องโวยวายยังไงละ"เด็กสาวเห็นวาสเอ่ยเสียงดังก็ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
"ตกลงนี้เธอจำฉันไม่ได้ใช่ไหม?"เด็กสาวส่ายหน้ารัวๆ ที่พยักหน้าไปเมื่อกี้แค่แกล้งทำเพื่อให้วาสปล่อยเธอไปเท่านั้น
วาสถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนกับเด็กหญิงเจ้าเล่ห์ตรงหน้า เขาพยายามเค้นสมองเพื่อหาว่าจะเอาอะไรมายืนยันให้เธอเชื่อดี
แต่แล้วประสาทสัมผัสของวาสก็ต้องตื่นตัวขึ้น เมื่อเขาได้ยินเสียงใครบางคนกำลังเดินเข้ามาภายในร้าน
ชายหนุ่มหันไปมองรอบข้างเลิ่กลั่กพยายามคิดว่าจะไปซ่อนตัวที่ไหนดี แต่ปัญหากลับติดอยู่ที่ยัยหนูตรงหน้า หากเธอดิ้นแรงๆหรือส่งเสียงร้องขึ้นมาอาจจะนำปัญหามาสู่ตัวเขาได้
'ใช่แล้ว ของนั้นไง'ชายหนุ่มรู้แล้วว่าจะเอาอะไรมายืนยันตัวเขาดี
"นี้ยัยหนู เธอจำสร้อยเส้นนี้ได้ไหม นี้เป็นของที่พี่สาวเธอให้ไว้กลับฉัน เธอบอกว่าตอนอยู่โลกเดิมแม่ของพวกเธอ..."วาสควักสร้อยจี้หยกที่ไป๋ฟางมอบไว้ให้เขาออกมา ก่อนจะร่ายยาวไปถึงประวัติของสร้อยที่ไป๋ฟางเคยเล่าให้เขาฟัง
"เธอเชื่อหรือยังว่าฉันเป็นเพื่อนของไป๋ฟางจริงๆ"วาสเอ่ยถามไปด้วยน้ำเสียงร้อนรน ตอนนี้เขาได้ยินเสียงฝีเท้าที่เข้ามาใกล้เรื่อยๆแล้ว
เด็กหญิงนิ่งเงียบไปอีกครั้งก่อนจะพยักหน้าหงึกๆ แต่วาสไม่ไว้ใจในเมื่อเขาเคยเจอฤทธิ์ของสาวน้อยคนนี้ไปแล้วให้ทำใจเชื่ออีกครั้งคงยาก
"แน่ใจแล้วนะว่าเชื่อฉะ.."
"นั่นแกจะทำอะไรนะ!"วาสผงะกับเสียงตะโกนที่ดังมาจากด้านหลัง เขาปล่อยตัวเด็กหญิงออกอย่างรวดเร็วก่อนจะสวมหน้ากากแล้วหันไปมองเจ้าของเสียงตะโกนนั้น
ที่บันไดมีชายวัยกลางคนร่างท้วมคนหนึ่งยืนอยู่พร้อมกับถือมีดอีโต้ในมือ เขาไม่รอช้าหอบหุ่นอุ้ยอ้ายวิ่งขึ้นบันไดมาก่อนจะเอาตัวบังเด็กหญิงไว้จากเขา
"แกเป็นใครแล้วคิดจะทำอะไรกับเด็กคนนี้!"ชายร่างท้วมยกมีดชี้หน้าวาส
"เอ่อ..คือ"วาสกำลังคิดหาคำแก้ตัวบางอย่างอยู่ เขาไม่อยากจะมีปัญหาเวลาอยู่ในเมืองเพราะมันอาจจะทำให้เขาต้องเปิดเผยตัวตนสู่สาธารณะได้
'หนีไปเลยละกัน'วาสตัดสินใจภายในใจ ก่อนจะหันหลังวิ่งหนีจากไปก็มีเสียงของเด็กหญิงดังขึ้นมาว่า
"เอ่อ..เขาเป็นเพื่อนกับพี่สาวหนูเองค่ะ"คำพูดของเด็กสาวทำให้วาสชะงักอยู่กับที่
"หือ! แน่ใจใช่ไหมยัยหนู ไม่ใช่ว่ามันขู่เธอไว้นะ"ชายร่างท้วมเอ่ยถามย้ำ
"แน่ใจค่ะลุงหยวน เขาเป็นเพื่อนพี่ไป๋ฟางค่ะ"เด็กสาวเอ่ยขึ้นแม้จะยังมองหน้าวาสอย่างกล้าๆกลัวๆก็ตาม
"เฮ้อ...แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก ปล่อยให้ลุงเข้าใจผิดตั้งนาน"ลุงหยวนเคาะหัวไป๋หยูเบาๆก่อนจะหันไปกล่าวกับวาสว่า
"นายเป็นเพื่อนกับหนูไป๋ฟางจริงๆนะหรอ"
"ใช่ครับ ผมเป็นเพื่อนกับไป๋ฟาง"วาสเอ่ยเสียงหนักแน่น ลุงหยวนจ้องหน้าวาสอยู่พักหนึ่งก่อนจะหันมามองไป๋หยูด้วยแววตาเวทนาอยู่วูบหนึ่งและหันไปคุยกับวาสต่อว่า
"แล้วนายเป็นคนของเมืองไหนกันละทำไมฉันไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน?"
"ผมเป็นคนเมืองเดสซ่านะครับ พอดีเข้ามาทำธุระที่เมืองนี้เลยแวะมาที่นี้"วาสโกหกขึ้นคำโต แต่ชายร่างท้วมพยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วเอ่ยถามต่อว่า
"แล้วนายพักที่ไหนกันละ"
"ผมว่าจะหาโรงแรมแถวนี้ชั่วคราวไปก่อนนะครับ เสร็จธุระแล้วก็คงจะออกจากเมืองนี้ไป"
"ตอนนี้ไม่มีที่พักหรอกนะ เพราะว่ามีคนเข้าเมืองมาเยอะเกินไป ถ้าไม่ว่าอะไรฉันอยากจะให้เธอพักซะที่นี้แหละ เพราะตอนนี้ยัยหนูไป๋หยูนี้อยู่คนเดียวไม่มีคนดูแล ไอ้ฉันก็มีร้านที่ต้องคอยดูเลยไม่มีเวลาแวะมาดูสักเท่าไหร่ ถ้ามีนายที่เป็นเพื่อนหนูไป๋ฟางมาคอยดูแลฉันก็คงไม่เป็นห่วงเท่าไหร่ ว่ายังไงตกลงไหม?"วาสชะงักก่อนจะพยักหน้ารับในที่สุด
ชายร่างอ้วนยิ้มอย่างพอใจตบบ่าชายหนุ่มดังป้าบและหันมาเอ่ยกับไป๋หยูว่า
"ส่วนเธอนะยัยหนู วันหลังนะหัดปิดประตูร้านซะบ้าง ฉันแวะมาดูเห็นประตูร้านเปิดอ้าขนาดนั้นเธอจะเชิญขโมยเข้ามาในร้านหรือยังไง"เด็กหญิงผงะ ก่อนจะเหลือบมองวาสอย่างกล่าวโทษแล้วเออออห่อหมกไป
หลังจากพูดคุยกันพักหนึ่งลุงหยวนก็หยิบห่อบางอย่างที่แผ่ไอร้อออกมาและบอกว่านี้คืออาหารกลางวันของเด็กหญิงที่เขาทำมาให้ก่อนที่เขาจะขอตัวกลับไปยังร้านของเขาที่อยู่ห่างจากร้านค้าสมุนไพรตระกูลไป๋ไม่มากนัก
ท้ายที่สุดภายในร้านค้าสมุนไพรตระกูลไป๋ก็เหลือเพียงแค่ชายสวมหน้ากากกับเด็กหญิง ทั้งคู่จ้องหน้ากันเงียบๆไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา
ในที่สุดก็เป็นไป๋หยูที่เอ่ยขึ้นมาก่อนว่า
"พี่ชายชื่อวาสใช่ไหมคะ?"วาสพยักหน้าเบาๆ คิดในใจว่าไป๋ฟางคงเล่าเรื่องของเขาให้เด็กสาวตรงหน้าฟังบ้างแล้ว ก่อนที่ชายหนุ่มจะมองกล่องอาหารในมือของไป๋หยูแล้วเอ่ยว่า
"โต๊ะอาหารเธอยู่ไหน"เด็กสาวเมื่อได้ยินคำถามเช่นนี้ก็ชี้นิ้วไปที่ห้องหนึ่ง
ชายหนุ่มพึ่งสังเกตว่าบนชั้น 2 นี้ประกอบไปด้วยห้องอยู่ 4 ห้องและมีพื้นที่ว่างบริเวณหนึ่งที่ถูกทำขึ้นเป็นห้องนั่งเล่น
ชายหนุ่มหันมาเอ่ยกับเด็กสาวว่า
"ไปปิดประตูไว้ก่อน ตอนนี้ล็อกมันพังไปแล้วเดี๋ยวฉันจะไปซ่อมให้ จากนั้นก็ขึ้นมากินข้าวกับฉันบนนี้ เข้าใจไหม?"เด็กหญิงเบ้ปากเล็กน้อยเมื่อถูกออกคำสั่งโดยชายแปลกหน้า แต่เธอก็ยังพยักหน้าแต่โดยดี
หลังจากทำตามที่ชายแปลกหน้าสั่งเสร็จแล้วเธอก็เดินก้าวขาน้อยๆฉับๆไปหยิบขวดน้ำพร้อมกับแก้วมาวางไว้ตรงหน้าวาสจากนั้นจึงถือกล่องอาหารไปนั่งแกะกินบนโต๊ะคนเดียว
ชายหนุ่มที่ตอนนี้กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเลิกคิ้วขึ้น พลางคิดว่าท่าทางของเด็กสาวตอนนี้เหมือนถูกสั่งสอนมาดีพอสมควร ช่างต่างกับตอนแรกที่เจอเสียจริง
ชายหนุ่มเทน้ำใส่แก้วยกขึ้นจิบเบาๆ จากนั้นจึงถอดหน้ากากเก็บเข้าไปในถุงมิติและลุกขึ้นเดินไปนั่งร่วมโต๊ะกับเด็กหญิง และหยิบอาหารกลางวันของเขาออกมาทานด้วย
ไป๋หยูแอบเหล่ตามองวาสแวบหนึ่ง ก่อนจะทำท่าก้มหน้าก้มตากินต่อไปแต่เมื่อเห็นอาหารที่วาสนำออกมาเธอก็เบิ่งตาขึ้นเล็กน้อยและเอ่ยถามด้วยความสนใจว่า
"นี้มันคืออะไรหรอคะ?"
"ขามอนเตอร์รมควัน"วาสเอ่ยเสียงเรียบ พลางยกขามอนเตอร์ที่มีลักษณะเหมือนกระรอกขึ้นแทะกินท่ามกลางสายตาแวววาวของเด็กสาว
"พี่วาสไปซื้อมันมาจากไหนหรอ?"ไป๋หยูถามด้วยความสงสัย
"ฉันล่ามาเอง"วาสตอบอย่างง่ายๆ แต่มันกลับทำให้เด็กสาวตาโตขึ้นอีกพลางมองวาสด้วยความสนอกสนใจ
วาสที่โดนจ้องเข้ามากๆก็อดเขินอายไม่ได้ จึงเอ่ยถามเสียงขุ่นไปว่า
"เธอจะไม่กินอาหารของเธอหรือไง"ไป๋หยูที่ได้ฟังเช่นนั้นก็ตักอาหารขึ้นทาน แต่สายตายังไม่ละไปจากขารมควันที่วาสกำลังกินอยู่
ชายหนุ่มแอบหัวเราะกับท่าทางของเด็กหญิงภายในใจ ก่อนจะเอ่ยถามไปว่า
"อยากชิมไหม?"วาสยื่นขารมควันอีกชิ้นหนึ่งไปให้เด็กสาว เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็ยังรับมาและเริ่มกัดเนื้อไปคำเล็กๆ
"อร่อย!"เด็กสาวอุทานออกมาเบาๆ
วาสเชิดหน้าขึ้นอย่างภูมิใจไม่น้อย อันที่จริงเขาก็มั่นใจในฝีมือทำอาหารของเขาอยู่พอสมควรเหมือนกันเพียงแต่ไม่ค่อยได้มีโอกาสทำให้คนอื่นชิมเท่านั้น
เพียงพริบตาเดียวารมควันที่อยู่ในในมือเด็กสาวก็กลายเป็นกระดูกชิ้นหนึ่ง
เด็กสาวมองกระดูกในมือด้วยสายตาละห้อย ก่อนจะเงยหน้ามองวาสด้วยสายตาอ้อนวอนแปลกๆ
'เธอไม่คิดจะกินอาหารของลุงคนนั้นเลยหรือไง'วาสคิดในใจเงียบๆ แต่ก็ยังหยิบขารมควันที่เก็บไว้ทั้งหมดออกมาอยู่ดี
เด็กสาวร้องอุทานเสียงใสพลางขออนุญาตวาสและรีบหยิบขารมควันที่วาสทำขึ้นมากัดกินอย่างมีความสุข
วาสมองภาพเด็กสาวกินอย่างมูมมามโดยไม่ห้ามปราม อันที่จริงเขาก็พึ่งสังเกตว่าเด็กสาวตรงหน้าดูซูบผอมเกินไป อีกทั้งดวงตายังหมองคล้ำคล้ายอดหลับอดนอนมาเป็นเวลานาน
'หรือว่าเธอถูกใช้ทำงานหนักกันนะ'วาสสลัดความคิดนี้ทิ้งไปเพราะเขาไม่คิดว่าคนอย่างไป๋ฟางจะเป็นพวกชอบบังคับขู่เข็ญให้น้องสาวทำงานหนักนัก
เอิ๊ก!
เด็กสาวเรอออกมาอย่างเสียกิริยาจนวาสเผลอดุไปคำหนึ่ง
"เอาละมาเข้าเรื่องเรื่องดีกว่า ตอนนี้ฉันอยากจะรู้ว่าพี่ชายและพี่สาวเธออยู่ที่ไหนกัน?"เด็กสาวเมื่อได้ยินคำถามนี้ก็เงียบไปก่อนจะเบะปากออกมาและตามมาด้วยน้ำตาที่คลอเบ้าอย่างช้าๆ
"เฮ้ย! เกิดอะไรขึ้น เธอจะร้องไห้ทำไม"วาสลนลานอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นเด็กสาวตรงหน้าร้องไห้ พร้อมกับลางสังหรณ์บางอย่างที่ผุดวาบขึ้นมาในใจ
"ฮึกๆๆ ฮือออ..ตอนนี้พี่ชายกับพี่สาวอยู่กับพี่สาวคนโตและพ่อแม่หนูในเมืองกรีนวู้ดค่ะ!"