ผมก็แค่เชฟที่ผ่านทางมา

    บทที่51 gun sword online

    สามชั่วโมงต่อมา

     

    ณ มหาวิทยาลัยปักกิ่งในเขตที่พักบุคคลทั่วไป

     

    “ งั้นพรุ่งนี้พวกเธอก็ไปที่สาขาไฟเตอร์เวลาเที่ยงตรงแล้วกัน! ’’ หลังจากที่มาถึงเมืองหลวงแล้วหลิวเค่อก็ได้ไปเดินเรื่องต่างๆให้พวกยูหมิงจากนั้นเขาก็พาทั้งสามคนมาพักยังห้องพักของเขตบุคคลทั่วไปเมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเขาจึงอดใจไม่ได้ที่จะเตือนทั้งสามคนอีกที

     

    “ ได้เลยครับ! ’’ เหลียงเย่และตงฟางจู้พยักหน้าเข้าใจยูหมิงเองก็พยักหน้าเช่นกันแต่เขาไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแค่มองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อชมทิวทัศของมหาวิทยาลัยปักกิ่งที่สวยงาม

     

    หลิวเค่อมองดูทั้งสามคนก่อนจะเดินออกไปอย่างพึงพอใจ

     

    “ เฮ้ๆพวกนายน่ะ ไหนๆพวกเราก็มาเมืองหลวงแล้วงั้นไปเที่ยวให้หายเบื่อกันซักหน่อยเป็นไง ?’’ หลังจากที่เห็นว่าหลิวเค่อไปแล้วตงฟางจู้ก็พูดขึ้นมาและมองไปยังเหลียงเย่กับยูหมิงเพื่อรอคําตอบด้วยดวงตาวาววับในความคิดของเขาไหนๆก็มาถึงเมืองหลวงแล้วหากไม่ไปเที่ยวซักหน่อยก็คงจะน่าเบื่อแย่เลยเพราะอย่างน้อยก็เหลือเวลาอีกตั้งเยอะก่อนจะถึงพรุ่งนี้

     

    “ ฉันยังไงก็ได้’’ เหลียงเย่พูด

     

    “ เอาสิ’’ ยูหมิงหันกลับมาแล้วลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางสนใจ

     

    “ เยี่ยม !เอาล่ะไปกัน ! ’’ เห็นว่าทั้งสองคนไปด้วยอย่างว่าง่ายตงฟางจู้ก็อดยิ้มขึ้นมาไม่ได้

     

    ทั้งสามคนได้เดินออกจากห้องพักและมุ่งตรงไปยังลานจอดรถใต้ดินอย่างรวดเร็ว

     

    …

     

    หนึ่งชั่วโมงต่อมาพวกยูหมิงได้มาถึงย่านการค้าแห่งหนึ่ง รอบๆนี้เต็มไปด้วยผู้คนมากมายพวกเขาต่างมาจับจ่ายซื้อของกันอย่างมีความสุข

     

    “ ตรงนั้นทําไมคนเยอะจัง? มา ! เราไปดูตรงนั้นกันดีกว่า ! ’’ ที่ห่างออกไปไม่ไกลมีซุ้มๆหนึ่งที่หนาแน่นไปด้วยผู้คนตงฟางจู้ที่สังเกตเห็นจึงรู้สึกอยากรู้แล้วอดไม่ได้ที่จะเดินไป เหลียงเย่และยูหมิงจึงทําได้เพียงแค่เดินตามไป

     

    ภายในซุ้มมีเครื่องเล่นเกมส์หลายชนิดวางอยู่ซึ่งภายในร้านของซุ้มนี้นั้นมีห้องอยู่ด้วยกันถึงสิบห้องแต่ละห้องจะถูกแยกออกจากกันและปิดสนิทเหล่าผู้คนที่อยู่หน้าซุ้มอดไม่ได้ที่จะมองพวกมันอย่างตื่นเต้นและสงสัย

     

    “ นี่ใช่เกมส์ที่เพิ่งเปิดใหม่ในเร็วๆนี้gun sword online ใช่รึเปล่า ? ’’ ชายหนุ่มคนหนึ่งถามขึ้นมา

     

    “ ใช่ !เกมส์นี้เพิ่งเปิดได้ไม่นานแต่กระแสตอบรับดีมาก คนส่วนใหญ่เรียกพวกมันว่า GWO! ’’ เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ดูเหมือนโอตาคุพยักหน้าพูด

     

    “ GWO ? มันเป็นเกมส์แบบไหนกันนะถึงได้ต้องใช้ของแปลกๆแบบนั้น? ’’ ชายวัยกลางคนมองเห็นว่าภายในห้องแต่ละห้องมีแคปซูลไฮเทคที่แปลกใหม่ดูลํ้ายุคเขาจึงอดสงสัยไม่ได้

     

    “ อ๋อ !นั่นน่ะคือแคปซูลสําหรับเชื่อมต่อโลกเสมือนจริง หรืออีกชื่อก็คือ GWG ที่ย่อมาจาก gun sword gear ! ’’ ครั้งนี้ก็ยังเป็นเด็กหนุ่มที่เหมือนโอตาคุเป็นฝ่ายตอบคําถามเช่นเคย

     

    “ โอ้ !เด็กน้อยดูเหมือนว่าเธอจะรู้เกี่ยวกับมันมากเลยนี่งั้นก็ช่วยบอกพี่ชายหน่อยสิว่าไอ้ gun sword gear อะไรนั่นน่ะมันใช้ยังไงและมีไว้ทําอะไร?! ’’ ตงฟางจู้ที่เดินมาถึงก็ถามเด็กหนุ่มอย่างสนใจพวกยูหมิงเองก็มองแคปซูลไฮเทคที่อยู่ในห้องแต่ละห้องด้วยความสนใจเช่นกันเพราะที่เมืองเป่าติ้งยังไม่มีอะไรแบบนี้ให้พวกเขาพบเห็น ดังนั้นพวกเขาจึงสนใจเป็นอย่างมากว่าต้องเป็นอะไรแบบไหนถึงได้สร้างแคปซูลไฮเทคสุดลํ้าพวกนี้ขึ้นมา?

     

    เด็กหนุ่มที่ได้ยินเสียงของตงฟางจู้ก็อดไม่ได้ที่จะหันไปแล้วพยักหน้า “ ได้เลย !ผมชิเฟิงคนนี้จะบอกพวกพี่ชายเอง ! ’’

     

    “ ที่เห็นๆอยู่นั้นคือเครื่องเล่นเกมส์นั่นแหละแต่เป็นเครื่องเล่นเกมส์แบบใหม่ที่สามารถเชื่อมต่อกับโลกเสมือนจริงได้ซึ่งการจะเข้าเล่มเกมส์ๆนี้จําเป็นต้องใช้แคปซูลพวกนั้นในการเข้าเล่นโดยเมื่อเราได้เชื่อมต่อโลกเสมือนจริงแล้วเราจะสามารถที่จะเข้าไปยังโลกอีกใบหนึ่งได้ซึ่งเปรียบเสมือนโลกแฟนตาซีที่นั่นจะมีอาวุธจําพวกระยะประชิดและระยะไกลให้เลือกใช้ผู้เล่นที่เข้าไปจําเป็นต้องเลือกอาวุธขึ้นมาชิ้นหนึ่งเพื่อทําการต่อสู้กับคู่ต่อสู้หลังจากที่เอาชนะคู่ต่อสู้ลงได้เกมส์ก็จะจบลง ทั้งหมดก็มีเท่านี้แหละครับ’’ ชิเฟิงพูดอธิบายอย่างใจเย็นด้วยนํ้าเสียงตื่นเต้นตัวเขานั้นเป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่อยากเล่นเกมส์ๆนี้เอามากๆแต่ก็น่าเสียดายตรงเขาไม่มีเงินพอซื้อเครื่องเล่นนี่สิ เพราะมันแพง แพงอย่างมาก !

     

    “ โอ้ !น่าสนใจดีนี่ ! ’’ ตงฟางจู้รู้สึกสนใจขึ้นมาทันที

     

    “ ก็นะ’’ ชิเฟิงกลอกตาไปมา เขารู้ได้ทันทีเลยว่ากลุ่มคนตรงหน้าเขาจะต้องเป็นพวกบ้านนอกเข้ากรุงแน่ๆไม่งั้นแล้วคงไม่ต้องมาถามเรื่องอะไรแบบนี้กับเขาหรอก !

     

    “ แล้วนี่คนเขามุงรออะไรกันล่ะน้องชาย? ’’ เหลียงเย่ถามเพราะจากการสังเกตของเขาดูเหมือนว่าคนพวกนี้จะกําลังรอบางอย่าง

     

    “ อ้อตอนนี้พวกเขากําลังรอให้เจ้าของร้านเชื่อมต่อระบบให้อยู่น่ะหลังจากนั้นเจ้าของร้านจะเปิดให้คนธรรมดาเข้าไปทดสอบเครื่องเล่นได้ฟรีจํานวนสิบคนโดยเฉพาะสิบคนแรกที่ยินดีจะทดสอบให้คนอื่นๆดู พวกเขาจะได้รางวัลพิเศษกลับบ้านไป’’ ชิเฟิงตอบ

     

    “ พวกเราไปลองกันหน่อยดีไหม? เพราะดูแล้วมันก็น่าเป็นเกมส์จําพวกต่อสู้ !ดังนั้นน่าจะสนุกไม่ใช่น้อย ! ’’ ตงฟางจู้หันไปถามเหลียงเย่และยูหมิง

     

    “ เอาสิ !’’ เหลียงเย่และยูหมิงพยักหน้า พวกเขาเองก็อยากลองเหมือนกันว่ามันจะเป็นยังไงไอ้เกมส์สุดไฮเทคเนี่ย ?

     

    ในขณะที่ทั้งสามคนกําลังสนทนาเจ้าของร้านวัยกลางคนก็ได้เดินออกมาจากหลังร้านแล้วพูดขึ้น “ ตอนนี้ทางเราทําการเชื่อมต่อกับระบบเรียบร้อยแล้วท่านไหนที่สนใจอยากจะลองทดสอบเชิญด้านในเลยครับ ! ’’ ข้างๆกันมีมอนิเตอร์ขนาดเล็กฉายให้เห็นถึงภาพด้านในของโลกเสมือนจริงที่เป็นสนามประลองอันใหญ่โต

     

    สิ้นเสียงของเจ้าของร้านเสียงดังเซ็งแซ่ก็ได้ดังขึ้นทันที

     

    “ จะมีคนกล้าไปทดสอบไหมเนี่ย? ’’ ชายชราหัวเราะเบาๆ ในสายตาของเขาการจะหาคนเข้าไปทดสอบกลุ่มแรกได้คงจะยากน่าดู

     

    “ ใช่ !เครื่องเล่นนั่นดูอันตรายมากเลยนะ ? หากผิดพลาดขึ้นมาใครจะรู้ได้?! ’’ หญิงสาววัยกลางคนพยักหน้าเห็นด้วยเธอเชื่อว่าหากเกิดข้อผิดพลาดอะไรขึ้นมา แม้จะเป็นเจ้าของร้านก็คงรับมือได้ยาก

     

    “ ไม่ต้องห่วง! พวกเราจะไปเป็นผู้ทดสอบกลุ่มแรกให้เอง ! ’’ ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่งเดินออกมาจากฝูงชนพร้อมกับคนอีกสี่คน

     

    “ พวกเราก็ไปกันเถอะ! ’’ ตงฟางจู้พูดก่อนจะหันไปทางเด็กหนุ่มแล้วถาม “ ว่าไงน้องชาย เห็นเธอเองก็สนใจมันเหมือนกันนี่ไปลองเล่นกับพวกพี่ชายไหมล่ะ ? เพราะดูแล้วมันน่าจะเป็นเกมส์ที่ต้องต่อสู้กันเป็นทีม! ’’

     

    “ โอ้ !พี่ชายฉลาดไม่เลวนี่ ! ใช่แล้ว ! ครั้งนี้มันเป็นการต่อสู้แบบทีมซึ่งเมื่อประลองแบบเดี่ยวของแต่ละคนเสร็จแล้วทางระบบก็จะทําการเริ่มการประลองแบบทีมทันที ! ’’ ชิเฟิงมองตงฟางจู้อย่างประหลาดใจเขาไม่คิดว่าชายคนนี้จะฉลาดถึงขั้นสามารถประเมินได้ว่ามันเป็นเกมส์แบบทีม

     

    “ ในเมื่อพี่ชายมีสามคนผมก็เข้าร่วมด้วยละกัน ! ’’ ชิเฟิงสังเกตเห็นว่ากลุ่มของตงฟางจู้มีเพียงสามดังนั้นเขาจึงต้องการเข้าร่วมด้วย

     

    “ แล้วอีกคนล่ะ? ’’ ยูหมิงถามขึ้นเพราะมันยังขาดอีกคน

     

    “ แค่นี้ก็พอแล้วเราจะได้ ได้รางวัลพิเศษเพิ่มไงล่ะ ’’ ตงฟางจู้พูด เขาคิดว่าการที่คนลดลงไปหนึ่งมันจะต้องได้รางวัลพิเศษอะไรนั่นเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

     

    “ อืม’’ ยูหมิงพยักหน้าแล้วเดินตามกลุ่มตงฟางจู้ไปพวกเขาได้เข้าไปยังห้องแต่ละห้องของฝั่งทีมนํ้าเงินเพื่อทําการนอนลงในแคปซูลไฮเทคหลังจากนั้นพวกเขาก็ทําการเชื่อมต่อกับระบบอย่างที่ระบบได้แนะนําเอาไว้

     

    ทางด้านทีมแดงที่นําโดยชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาพวกเขายังไม่ได้เข้าไปในเครื่องแต่กําลังมองดูกลุ่มของตงฟางจู้ที่เข้าไปแล้วหัวเราะออกมา

     

    “ ฮ่าๆๆๆดูหน้าไอ้หมอนั่นสิมันคงคิดว่ามันจะเอาชนะเราได้ง่ายๆเหมือนหมูแน่ๆ ! ’’ อู้เจ๋อที่เป็นหัวหน้าทีมหัวเราะ

     

    “ ตลกจริงๆนั่นแหละแต่ก็ช่วยไม่ได้หรอกเพราะพวกมันคงคิดว่าเราเป็นมือใหม่เหมือนกับคนทั่วไปแต่ที่ไหนได้พวกเรากลับเป็นผู้เล่นมือโปรที่เล่นมาก่อนแล้ว ! ’’ ชายหนุ่มที่เป็นลูกทีมพยักหน้าเห็นด้วย

     

    “ … ’’ ลูกทีมอีกสามคนที่เหลือก็พยักหน้าเห็นด้วยเหมือนกันพวกเขาเป็นคนที่เคยเล่นมาก่อนแล้วและมีฝีมือในระดับหนึ่งการจะเอาชนะคนธรรมดาที่ไม่เคยเล่นนั้นเป็นอะไรที่ง่ายดายมาก

     

    ทีมสีแดงที่นําโดยชายหนุ่มเข้าไปยังฝั่งสีแดงของแต่ละห้องทันที

     

    …

     

    ที่หน้าต่างสร้างตัวละคร

     

    “ สร้างเองหรือจําลองจากผู้เล่น? ของแบบนี้ยังต้องถาม ? เหอๆระดับผมคนนี้ไม่จําเป็นต้องสร้างเองหรอก ! ’’ ร่างเงาสีดําของยูหมิงส่ายหัวเพราะมันมีให้เลือกว่าจะจําลองตัวละครจากรูปร่างจริงของผู้เล่นและสร้างเองโดยปรับแต่งได้ดังนั้นยูหมิงจึงรู้สึกขํากับระบบที่มีให้เอามากๆเพราะอย่างเขานี่ไม่จําเป็นหรอกที่จะต้องสร้างเองเพราะเขาน่ะหล่ออยู่แล้ว !

     

    โดยไม่รอช้ายูหมิงเลือกตามที่คิดอย่างรวดเร็วหลังจากนั้นระบบก็ได้พาเขามายังหน้าต่างเลือกอาวุธที่หน้าต่างนี้มีอาวุธมากมายให้เลือกแต่ส่วนใหญ่จะเป็นอาวุธโบราณจําพวกกระบี่และธนู

     

    “ ธนู !’’ ยูหมิงส่งเสียงเรียกจากนั้นธนูที่อยู่ในรูปของรายชื่ออาวุธก็ปรากฏออกมา

     

    ควับ

     

    ยูหมิงคว้าจับธนูแล้วมองดูก่อนจะพยักหน้า “ ไม่เลว ! ’’ ในความคิดของเขา ธนูอันนี้นั้นมีความเหมือนธนูของจริงเป็นอย่างมาก

     

    วูบ

     

    อยู่ดีๆยูหมิงก็ถูกพามายังโลกเสมือนจริงเขามองรอบๆก่อนจะพบว่ามันเป็นสนามประลองที่ว่างเปล่า ไม่สิที่ห่างออกไปของฝั่งสีแดงนั้นมีผู้เล่นเข้ามาแล้ว ซึ่งพวกเขาทั้งหมดได้ใช้ดาบกระบี่ หอก พลอง ง้าว เป็นอาวุธ

     

    “ นายมาแล้ว! ’’ ตงฟางจู้ถือหอกเดินเข้ามาแล้วมองอาวุธในมือยูหมิงด้วยความประหลาดใจเพราะเขาพบว่ามันเป็นธนู “ นายใช้ธนูเป็นด้วย ? ’’

     

    “ ก็พอได้’’ ยูหมิงพยักหน้าแล้วมองไปที่แต่ละคน

     

    เหลียงเย่นั้นถือพลองยาวสีทองที่พร้อมจะฟาดกระหนํ่าได้ทุกเมื่อส่วนชิเฟิงนั้นใช้ง้าวยาวที่คมกริบ ไม่ต้องบอกยูหมิงก็สามารถรู้ได้เลยว่าแต่ละคนนั้นเลือกอาวุธยังไงเหลียงเย่คงจะเลือกเพราะคิดว่าตัวเองใช้แบบนี้ดีแล้วแต่ชิเฟิงนั้นคงจะเลือกเพราะคิดว่ามันได้เปรียบแน่นอนว่าเขาก็ไม่สนใจอะไรถึงเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว !

     

    “ พวกนายน่ะเพิ่งเคยเล่นใช่ไหม? ’’ อู้เจ๋อถือกระบี่เดินก้าวออกมาแล้วถาม

     

    “ ใช่แล้ว! ฟังดูจากคําพูดของนายแล้วนายคงเป็นผู้เล่นที่เคยเล่นมาก่อนสินะ ? ’’ ตงฟางจู้มองอีกฝ่ายแล้วขมวดคิ้วเขาสามารถประเมินได้ทันทีเลยว่าอีกฝ่ายจะต้องเป็นผู้เล่นที่เคยเล่นมาก่อนไม่อย่างนั้นจะพูดอะไรแบบนั้นทําไม ?

     

    อู้เจ๋อรู้สึกประหลาดใจที่อีกฝ่ายสามารถเดาได้ว่าเขาเป็นผู้เล่นแต่ในขณะที่เขากําลังจะพูดอะไร ทันใดนั้นก็มีเสียงของระบบดังขึ้น

     

    3...2...1

     

    วูบ

     

    พร้อมๆกันหน้าจอที่มีรูปของผู้เล่นทั้งสิบคนได้ปรากฏออกมาก่อนจะทําการสุ่มจับคู่การแข่งแบบเดี่ยว

     

    วูบ

     

    คู่แรก ตงฟางจู้ปะทะชายถือหอก

     

    คู่สองเหลียงเย่ปะทะชายถือพลอง

     

    คู่สามชิเฟิงปะทะชายถือง้าว

     

    คู่สี่ยูหมิงปะทะชายถือดาบ

     

    คู่ห้า ยูหมิงปะทะอู้เจ๋อ

     

    …

     

    หลังจากที่ผลการจับคู่ออกมาแล้วทางระบบก็ได้นําผู้เล่นคู่แรกไปปรากฏที่ใจกลางสนามประลองทันที

     

    “ เหวอ !’’ ใบหน้าของตงฟางจู้เผยให้เห็นถึงความตกใจเขาไม่คิดว่าระบบมันจะทําอะไรแบบนี้ !

     

    “ ฮะฮะ !แกคงจะเป็นมือใหม่จริงๆด้วยสินะ ! รีบจบเลยก็แล้วกัน ! ’’ ชายถือพลองมองดูตงฟางจู้ที่ตกใจแล้วหัวเราะเยาะเย้ยออกมา

     

    “ แล้วไง ?พูดอย่างกับแกไม่เคยเป็นผู้เล่นมือใหม่มาก่อนแหละ ! ไอ้บ้า !’’ ทางด้านตงฟางจู้ที่ได้ยินก็อดที่จะพูดออกมาไม่ได้

     

    ทุกๆอย่างมันก็ต้องมีการเริ่มต้นป่ะวะ?

     

    พูดซะอย่างกับเอ็งไม่เคยเริ่มต้นงั้นแหละ!

     

    “ แก !ฉันตัดสินใจแล้ว ! ฉันจะเอาชนะแกด้วยการหั่นเป็นพันๆชิ้น ! ’’ ชายถือหอกที่ได้ยินก็รู้สึกฉุนขึ้นมา ใบหน้าในตอนนี้ของเขาแดงกํ่าเพราะความหงุดหงิดและโกรธใช่แล้ว เขาถูกผู้เล่นมือใหม่อย่างตงฟางจู้ยอกย้อน มีหรือจะไม่โกรธ ?

     

    “ พันๆชิ้น? แกมีความสามารถมากพอรึเปล่าเถอะ ?! ’’ ตงฟางจู้จ้องมองอีกฝ่ายกลับไป ถึงแม้อีกฝ่ายจะเป็นผู้เล่นที่เคยเล่นมาก่อนแล้วมันจะยังไง ? เขาไม่ใช่คนธรรมดาที่ไม่เคยต่อสู้นะเฟ้ย !

     

    “ แก !อย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน ! ’’ ชายถือหอกกัดฟันแล้วพุ่งเข้าประชิดตัวตงฟางจู้อย่างรวดเร็ว

     

    “ ไอ้บ้า !แม้จะเป็นในเกมส์ก็ตาม ! แต่ฉันไม่ใช่คนบื้อยืนโง่ให้แกโจมตีเฉยๆหรอกนะเฟ้ย !’’ ตงฟางจู้ฟาดหอกออกไป

     

    ปัง

     

    ชายถือหอกงัดหอกมาป้องกันได้ทันแต่ก่อนที่เขาจะได้ทําอะไรต่อเขาก็ต้องพบว่าขาอีกข้างหนึ่งของอีกฝ่ายนั้นมันได้พุ่งมาที่หว่างขาของเขาแล้วนั่นเอง

     

    “ นี่แก…’’ ชายถือหอกถึงกับหน้าซีดเผือด เขาไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะโจมตีด้วยวิธีการตํ่าช้าอย่างนี้

     

    ปัง

     

    “ อ๊ากกกก...’’เป้าของชายถือหอกปรากฏเลือดสีแดงไหลออกมาจากนั้นชายถือหอกก็ปล่อยหอกในมือออกไปอย่างง่ายดายก่อนจะทรุดตัวลงกุมเป้าของตัวเองและกลิ้งไปมาอย่างทุลักทุเลด้วยใบหน้าซีดเผือดที่เจ็บปวด

     

    “ สมนํ้าหน้า! แกอยากมั่นหน้านัก ! ’’ ตงฟางจู้มองอีกฝ่ายอย่างสะใจก่อนที่จะใช้หอกแทงจ้วงหัวของอีกฝ่ายเพื่อจบชีวิตทันที

     

    ติ๊ง

     

    คู่แรก ผู้ชนะคือตงฟางจู้ จากทีมนํ้าเงิน !

     

    หลังจากที่เสียงของระบบได้ดังขึ้นแล้วตงฟางจู้และชายถือหอกที่ได้เป็นคู่ต่อสู้คู่แรกก็ได้ถูกส่งกลับมายังที่ของตัวเอง

     

    ชายถือหอกได้แต่มองไปยังตงฟางจู้ที่อยู่ทีมนํ้าเงินด้วยใบหน้าโกรธแค้น “ รอบทีมฉันจะเอาคืนแกแน่ !’’

     

    ทางด้านตงฟางจู้นั้นไม่ได้สนใจอีกฝ่ายด้วยซํ้าเขาแค่หัวเราะสะใจออกมาอย่างผู้ชนะที่ควรจะทํา

     

    แน่นอนว่าเขาไม่ได้สังเกตเลยว่าทุกคนในทีมของเขานั้นได้มองมายังเขาด้วยสายตาแปลกๆ

     

    แกหัวเราะบ้าอะไรฟะ ?

     

    ชนะเพราะเตะไข่ของคู่ต่อสู้นี่นะคิดได้ไง ?

    คล้ายกับเรื่องผมก็แค่เชฟที่ผ่านทางมา ที่คุณอ่าน