ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

ตอนที่ 283 กลุ่มล่าสังหาร

ณ สถานที่แห่งหนึ่งของแดนนอก ภายใต้แสงจันทร์สีซีดที่ส่องผ่านม่านหมอกแห่งรัตติกาลกลิ่นคาวเลือด ยังคงอบอวลไปทั่วพื้นที่ อุณหภูมิในยามค่ำคืนของ แดนนอก ลดต่ำลงจนสัมผัสได้ถึงความหนาวเยือกแต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนสะพรึงกลัว ไม่ใช่สภาพอากาศ แต่เป็น ภาพของร่างไร้วิญญาณกว่า 20 ร่าง ที่นอนกระจัดกระจายอยู่บนพื้นดิน

กลุ่มเจ้าหน้าที่หน่วยสำรวจอาณานิคมเดินเข้ามาใกล้ส่องแสงไฟไปตามพื้นเบื้องหน้า แต่ละคนต้องกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว ดวงตาเบิกกว้าง กับภาพอันน่าสะพรึงกลัวที่อยู่ตรงหน้า

"ดูจากชุดแต่งกายนี่มัน...กลุ่มล่าสังหารของสมาคมใต้ดิน!"

เสียงเอ่ยอย่างตกตะลึงดังขึ้นจากเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง

"แต่พวกมัน...มันมาตายอยู่ที่นี่ได้ยังไง?"

อีกคนเอ่ยตามมาด้วยความไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง

เพราะคนที่นอนจมกองเลือดอยู่ตรงนี้ ล้วนแต่เป็นนักฆ่าระดับสูงของสมาคมใต้ดินพวกมันเป็นกลุ่มล่าสังหารที่ถูกฝึกมาอย่างเข้มงวด—ไม่เพียงมีระดับพลังที่สูงส่งแต่ยัง ผ่านการปรับแต่งร่างกายด้วยสารคัดหลั่งเพื่อการวิวัฒน์ ทำให้พวกมันมีร่างกายที่แข็งแกร่งเกินกว่าคนธรรมดาหลายเท่าแต่ตอนนี้... พวกมันกลับกลายเป็นเพียงซากศพที่ไร้วิญญาณ

"ดูร่องรอยบาดแผลสิ!"

หนึ่งในเจ้าหน้าที่เดินเข้าไปใกล้ตรวจสอบศพอย่างละเอียด แล้วต้องเบิกตากว้าง

"พวกมันไม่ได้ถูกสังหารด้วยอาวุธปกติ...มีบางศพแสดงให้เห็นว่ากระดูกถูกบดขยี้จากภายในคล้ายกับว่ามีแรงอัดอากาศมหาศาลซัดใส่โดยตรง!"

อีกคนตรวจสอบเพิ่มเติมแล้วพูดเสียงสั่น

"บางศพแสดงให้เห็นถึงการบิดรูปของร่างกายเป็นไปได้ว่าถูกพลังมหาศาลบางอย่างกระแทกอย่างรุนแรง... แต่ไม่ใช่การโจมตีแบบทั่วไปแน่นอน"

เจ้าหน้าที่ทุกคนเงียบลงบรรยากาศอึมครึมเต็มไปด้วยความกดดัน

"นี่ไม่ใช่ฝีมือของคนธรรมดาแน่..."

แต่คำถามที่ไม่มีใครตอบได้คือ—

ใครกัน...ที่สามารถสังหารกลุ่มล่าสังหารของสมาคมใต้ดินได้ทั้งหมดและกลุ่มล่าสังหารนี้มาทำอะไรแถวนี้?

 

นาฟลดสายตามองสภาพของตนเองเนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยแผล คราบเลือดแห้งเกาะตามแขนเสื้อและเส้นผม บางส่วนเป็นเลือดของเขาเอง...และบางส่วนก็ไม่ใช่

เขายังคงจำได้ดี—ยามค่ำคืนที่ผ่านมา

 

ผืนฟ้ายามราตรี ดำมืดราวกับม่านแห่งความตายดวงจันทร์ที่เคยส่องแสงเจิดจ้า บัดนี้ถูกเมฆดำบดบัง จนเหลือเพียงรัศมีสลัว อาณาเขตแดนนอกของอาณานิคมช่างเงียบงันมีเพียงเสียงลมพัดผ่านโขดหินและกิ่งไม้ที่แห้งกรังเท่านั้นที่ขับขานบทเพลงแห่งความว่างเปล่า

แต่นาฟรู้ดีและสัมผัสได้ถึงภัยร้ายลอบที่ติดตามเขามาตั้งแต่ตอนเขาออกมาแดนนอกแล้ว

ร่างของเขาเคลื่อนผ่านผืนป่ารกร้างด้วยความเร่งรีบ เขาต้องกลับไปให้ทันการแข่งขัน แต่ทันใดนั้นเอง—

“ฟิ้ว!”

เสียงแหวกอากาศของบางสิ่งดังเข้าหูนาฟเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างโดยสัญชาตญาณ

“ฉึก!”

ลูกดอกสีดำสนิทปักเข้ากับต้นไม้เบื้องหลังของเขา

"ในที่สุดก็ปรากฏตัว..."

เสียงเย็นยะเยือกดังขึ้นรอบทิศร่างในชุดคลุมดำบนชุดมีสัญลักษณ์แปลกตา หลายสิบคนก้าวออกมาจากเงามืด ล้อมเขาเอาไว้ทุกทิศทาง

"ตาย!"

ชายร่างสูงคนหนึ่งที่ดูเหมือนหัวหน้ากลุ่มก้าวออกมาแววตาของมันเต็มไปด้วยความเหี้ยมโหด

 

"เจ้าจะไม่มีโอกาศได้เข้าสู่การแข่งขัน!"

เสียงของมันเยือกเย็นราวน้ำแข็งที่สามารถแช่แข็งโลหิตในกายกลุ่มนักฆ่าที่อยู่เบื้องหลังล้วนแต่เป็นยอดฝีมือ พลังที่แผ่ออกมาทำให้บรรยากาศโดยรอบหนักอึ้ง

นาฟกวาดสายตามองไปรอบ ๆอย่างเยือกเย็น

"กลุ่มล่าสังหารอย่างงั้นเหรอ?"

รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนริมฝีปากของเขาดวงตาสีเข้มฉายแววเรืองรองในยามค่ำคืน

"แบบนี้...คงต้องออกแรงสักหน่อย........"

 

ปัจจุบัน ณ สนามแข่งขันของสถานศึกษากลาง

เสียงประกาศของกรรมการยังคงดังก้องแต่ภายในจิตใจของนาฟยังคงก้องกังวานด้วยเสียงของคืนอันเป็นโลหิตนั้น

เขาปิดเปลือกตาลงครู่หนึ่งสูดหายใจลึก ก่อนจะแสยะยิ้มจาง ๆ ออกมา

"วันนี้...ก็คงเป็นอีกวันที่ไม่น่าเบื่อเลยสินะ"

นาฟนึกถึงตอนที่ ยืนอยู่ท่ามกลางกองซากศพที่แผ่ไอโลหิตคละคลุ้งไปทั่วบริเวณสมาคมใต้ดินส่งยอดฝีมือมามากกว่ายี่สิบคน—แต่ตอนนี้พวกมันทั้งหมดสิ้นชีพอยู่แทบเท้าเขาแล้ว

เขาปาดเลือดที่เปื้อนใบหน้าทิ้งร่างกายยังคงระอุจากการต่อสู้เมื่อครู่ แม้ศัตรูจะมีจำนวนมากแต่สุดท้ายเขาก็สามารถกำจัดพวกมันได้ด้วยตัวคนเดียว

“เสียเวลามากเกินไป…”

นาฟพึมพำกับตัวเอง และเร่งเดินทางเข้าไปในอาณานิคมอย่างรวดเร็วก่อนจะหยิบอุปกรณ์สื่อสารขึ้นมา กดส่งสัญญาณไปยังบุคคลหนึ่งที่เขาเชื่อมั่นที่สุด

ตู๊ด—ตู๊ด—

เสียงสัญญาณดังเพียงสองครั้งก่อนที่ปลายสายจะรับทันที

“นาฟ เจ้าอยู่ที่ไหน?”

เสียงที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจและความหนักแน่นดังขึ้นเป็นเสียงของครูใหญ่แห่งแผนกสรรค์สร้างของสถานศึกษา

เวสเทิร์น บุคคลที่ไม่เพียงเป็นผู้นำของสถานศึกษาแต่ยังเป็นยอดฝีมือที่แท้จริงในอาณานิคม

“ข้าเจอปัญหานิดหน่อย...ครับครู”

นาฟเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ถูกพวกสมาคมใต้ดินลอบโจมตีกลางทาง”

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่เสียงถอนหายใจหนัก ๆ จะดังขึ้น

“พวกมันเริ่มเคลื่อนไหวหนักขึ้นจริงๆ”

ครูใหญ่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

“เจ้ายังปลอดภัยดีใช่ไหม?”

“ครับ”

นาฟตอบพลางนึกถึงร่างไร้วิญญาณกว่ายี่สิบคนที่นอนสิ้นลมหายใจอยู่ที่แดนนอก

ปลายสายเงียบไปอีกครั้งก่อนที่เสียงหัวเราะเบา ๆ จะดังขึ้น

“เจ้านี่มัน…สมกับเป็นศิษย์ข้าจริง ๆ”

ครูใหญ่ไม่ได้ถามว่าศัตรูมีกี่คนหรือพวกมันแข็งแกร่งแค่ไหน เพราะเขารู้ดีว่านาฟจะไม่มีวันพลาดท่าให้ใครง่าย ๆ

“แต่เจ้าคงเสียเวลาไปมาก”ครูใหญ่กล่าว

“เจ้ายังต้องเดินทางไปที่อาณานิคมใน.....เพื่อเข้าแข่งขันให้ทัน”

นาฟเข้าในแต่ไม่ได้เอ่ยสิ่งใด

“หึ”

เสียงหัวเราะต่ำดังจากปลายสายก่อนที่ครูใหญ่จะเอ่ยอย่างทรงอำนาจ

“เจ้าอยู่ตรงไหน?”

นาฟส่งพิกัดให้ทันที ใช้เวลาไม่นานมากให้หลัง

“ซูมมมม!”

อากาศรอบตัวสั่นสะเทือน

วูมมมม!

วงมิติสีม่วงขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นต่อหน้าของเขา

บุคคลที่ก้าวออกมาจากเกสมิติ คือชายร่างเล็กวัยกลางคนในชุดคลุมยาวสีดำดวงตาของเขาคมกริบ

คล้ายกับเรื่องทลายสวรรค์ กลืนพิภพ ที่คุณอ่าน