บทที่ 27 นอนบนเตียง
เมื่อเหวินหน่วนเห็นบาดแผล เธอลืมความอับอายในตอนนี้ไปเสียสนิท เมื่อมองดูบาดแผลเหล่านั้น ดวงตาของเธอเจ็บปวดและอึดอัด
ภายใต้แสงสลัว เหวินหน่วนมองเห็นรอยแผลเป็นขนาดใหญ่และขนาดเล็กบนร่างกายที่แข็งแกร่งของชายผู้นี้
“เจ็บไหม” เธออดไม่ได้ที่จะน้ำตาซึม
ลู่จินฉวนหยุดมือที่กำลังแกะผ้าก๊อซ ดูเหมือนจะเข้าใจสิ่งที่หญิงสาวพูด และยิ้มเบา ๆ ว่า "ไม่เจ็บ"
จะไม่เจ็บได้อย่างไร?
เขาไม่ใช่เครื่องจักรหรือสัตว์ประหลาดสักหน่อย เขาจะไม่รู้สึกเจ็บได้อย่างไรหลังจากได้รับบาดแผลมากมายขนาดนี้?
“ฉันยังมียาที่ลุงหมอในหมู่บ้านสั่งไว้ให้ฉันรักษาอาการบาดเจ็บที่ศีรษะ” เหวินหน่วนรีบลุกจากเตียงและพูดว่า “รอก่อน เดี๋ยวฉันกลับมา”
จากนั้นเธอก็ไปหยิบยาออกมาจากหีบยาของเธอ
บาดแผลที่ถูกเย็บก่อนหน้านี้ฉีกออกจากกัน เหวินหน่วนช่วยเขาทายาอย่างระมัดระวัง "ฉันไม่รู้ว่ามันจะได้ผลไหม ให้หมอโจวตรวจให้คุณพรุ่งนี้นะคะ"
เมื่อมองไปที่หญิงสาวตัวเล็ก ๆ ที่ทายาให้ตัวเองภายใต้แสงไฟสลัวจากตะเกียง หัวใจที่แข็งกระด้างของลู่จินฉวนก็อ่อนลง
เขามาที่นี่คืนนี้โดยบังเอิญ
เขาไม่คาดคิดเลยว่าบ้านที่เขาลอบเข้ามาซ่อนตัวโดยไม่ได้ตั้งใจจะเป็นบ้านของเหวินหน่วน
เท่าที่เขารู้ ที่นี่น่าจะเป็นบ้านที่ถูกเรียกว่าบ้านผีสิง
ลู่จินฉวนหรี่ตา เมื่อไหร่กันที่เธอย้ายมาอยู่ในบ้านผีสิงหลังนี้? เกิดอะไรขึ้น?
"ได้" ลู่จินฉวนพูดด้วยเสียงต่ำ
เขาเสริมว่า “ผมหวังว่าคุณจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับระหว่างเรา”
เหวินหน่วนพยักหน้าหนักแน่น “ไม่ต้องห่วงค่ะ”
ต่อให้ไม่คิดถึงชื่อเสียงของเธอเอง เธอก็ไม่บอกเรื่องนี้กับใครแน่
แต่ในบ้านนี้มีเตียงนอนเตียงเดียว ผ้านวมผืนเดียว และข้างนอกก็เย็นจัด…
"ผมจะออกไปข้างนอก" ลู่จินฉวนพูด "ผมจำได้ว่ามีห้องครัวอยู่ข้าง ๆ "
เขาไปซ่อนที่นั่นได้
"ไม่ค่ะ" เหวินหน่วนหยุดเขาอย่างแน่วแน่ "คุณยังบาดเจ็บ คุณจะไปหลบที่นั่นได้อย่างไร คุณนอนบนเตียง ฉัน... ฉันจะไปเอง..."
“งั้นก็อยู่ที่นี่ด้วยกันเถอะ" ลู่จินฉวนถอนหายใจ "ผมคงไม่กล้าขอให้คุณที่ช่วยผมไว้ออกไปอยู่ข้างนอกแล้วป่วยเป็นไข้ได้ คุณไว้ใจผมได้ ผมไม่ทำอะไรคุณแน่นอน"
“แน่นอน ฉันเชื่อใจคุณ" เหวินหน่วนพูดอย่างจริงจัง
หากมีคนที่เธอไว้วางใจในโลกนี้ คน ๆ นั้นต้องเป็นลู่จินฉวน
“เรารู้จักกันมาก่อนหรือเปล่า” ลู่จินฉวนถามอย่างสงสัย
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมสาวน้อยคนนี้ถึงรู้สึกไว้วางใจในตัวเขาตั้งแต่พบเขาครั้งแรก
นอกจากนี้ เธอยังไม่กลัวเขาเลย
"แน่นอน... ฉันไม่รู้จักคุณ" เหวินหน่วนรีบพูดว่า "และฉันรู้ว่าคุณเป็นคนดี"
ลู่จินฉวนชำเลืองมองเธอด้วยดวงตาที่ลึกล้ำ เขามองออกว่าสาวน้อยคนนี้พูดจริงไม่ทั้งหมด
แต่ก็ช่างเถอะ
“ไปนอนเถอะ” เขาบอก
แต่สองคำนี้ทำให้เหวินหน่วนสะดุ้ง
ความรู้สึกที่ถูกเขาทับในระยะประชิดก่อนหน้านี้ยังคงแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำของเธอ
เธอหูแดงอย่างช่วยไม่ได้
"คุณกำลังคิดอะไรอยู่?" ลู่จินฉวนดูอยากรู้อยากเห็นมาก มากเสียจนต้องการที่จะเปิดหัวของเธอเพื่อดูว่ามีอะไรอยู่ข้างใน
เหวินหน่วนทำหน้ามุ่ย เอาผ้าห่มคลุมเขาด้วยความโกรธ “คุณควรนอนได้แล้วค่ะ คุณบาดเจ็บอยู่นะ”
เธอนั่งบนเตียงได้ทั้งคืน
ลู่จินฉวนส่ายหัวด้วยรอยยิ้ม บางครั้งหญิงสาวตัวเล็ก ๆ คนนี้ก็ขี้อายและบางครั้งก็กล้าหาญมาก และเธอยังแสดงอารมณ์มากมายใส่เขาอีกด้วย
“แบ่งที่ให้คุณครึ่งหนึ่ง” เขาลากเธอมานอนข้าง ๆ แล้วก็ห่มผ้านวมให้กับทั้งสองคน
เพราะเธอไม่กลัวเขา เขาก็จะปกป้องเธอไม่ว่าอย่างไรก็ตาม
อย่างน้อยชื่อเสียงของเธอก็จะไม่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้
ทว่าเขาเผลอดึงเธอแรงเกินไป เหวินหน่วนปิดจมูกของเธอที่ชนกับเขาและมองไปที่ลู่จินฉวนด้วยน้ำตาคลอเบ้า "ฉันเจ็บ"
“คุณอย่ายุ่งกับฉันเลยน่า” เหวินหน่วนลูบจมูก “ฉันไม่ใช่เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่นอนเองไม่ได้นะ”
ลู่จินฉวนหัวเราะอย่างขบขัน
เธอไม่ใช่เด็กน้อย เธอแค่ตัวโตนิดหน่อย
เหวินหน่วนนอนไม่หลับในตอนแรก โดยเฉพาะเมื่อมีลู่จินฉวนที่นอนอยู่ข้าง ๆ เธอได้กลิ่นเปปเปอร์มินต์จาง ๆ บนร่างกายของเขาอบอวลไปทั้งรูจมูก จิตใจของเธอก็เต็มไปด้วยสิ่งต่าง ๆ จากชีวิตที่แล้ว
คิดไปก็เผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้
ลู่จินฉวนยังไม่หลับจนกระทั่งหญิงสาวที่อยู่ข้าง ๆ เขาผล็อยหลับไป
ใครจะไปรู้ว่ากลางดึก จู่ ๆ ก็ได้ยินว่าสาวน้อยดูเหมือนจะฝันร้าย
"อย่า...อย่าตีหนู..."
"ได้โปรด..."
"หนูเจ็บมากเลย!"
ภายใต้แสงจันทร์สลัว ลู่จินฉวนเห็นความเจ็บปวดและความเศร้าของหญิงสาวข้างกาย เธอขอร้องอ้อนวอนโดยไม่รู้ตัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยเสียงดังเป็นพัก ๆ หัวใจของเขาเต้นแรงด้วยความเจ็บปวดตามไปด้วย
เขาอยากจะเอื้อมมือไปปลอบเมื่อเห็นเธอขมวดคิ้วด้วยความเจ็บปวด แต่เมื่อเขาวางมือที่หว่างคิ้วของเธอ มือเรียวของหญิงสาวก็จับมือเขาไว้
ดูเหมือนว่าเธอกำลังมองหาความรู้สึกปลอดภัย
หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็ค่อย ๆ กลับสู่ความสงบ
ลู่จินฉวนค่อย ๆ ชักมือออกและมองดูหญิงสาวตัวเล็ก ๆ บนเตียงด้วยแสงจากพระจันทร์ที่กระทบหิมะ
เขานอนลงข้างเธอและก็ผล็อยหลับไปเช่นกัน
เมื่อเหวินหน่วนตื่นขึ้น เธอพบว่าท้องฟ้าดูสดใส เธอยังมองเห็นหิมะหนาเป็นชั้น ๆ บนหลังคาผ่านทางหน้าต่าง
ลู่จินฉวนหายไปแล้ว เธอไม่รู้ว่าจากไปเมื่อใด
ถ้าไม่ใช่เพราะกลิ่นเปปเปอร์มินต์จาง ๆ ในอากาศและยาที่วางอยู่ข้างเตียง เธอคงสงสัยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้เป็นความฝันหรือเปล่า
วันนี้เป็นวันแรกของปีใหม่ หลังจากเหวินหน่วนตื่นขึ้น เธอก็รู้สึกเสียใจ เมื่อคืนเธอนอนหลับสนิทมากจนลืมกล่าวคำอวยพรปีใหม่กับเขา
เมื่อเธอลุกขึ้น เธอต้มน้ำร้อนในหม้อเหล็กที่เฒ่ากั่วให้มาก่อนหน้านี้
เมื่อวานนี้เธอทำเกี๊ยวเยอะมากเป็นพิเศษ หลังจากที่น้ำเดือดแล้วเธอก็ปรุงเกี๊ยวในหม้อ
เธอกินอย่างไม่รีบร้อน และนำชามเกี๊ยวไปให้แม่เฒ่าจ้าวก่อน
แม่เฒ่าจ้าวตื่นแต่เช้า เห็นเหวินหน่วนเข้ามากอดเธอแล้วกระซิบว่า "เมื่อกี้พ่อแม่ของหลานทะเลาะกันอีกแล้ว เกี๊ยวที่แม่ของหลานทำรสชาติแย่มาก ถ้าไม่ใช่วันตรุษจีน เหวินเฟิงฉีคงโยนทิ้งหมดเพราะความโกรธไปแล้ว”
เหวินหน่วนยิ้ม
ทุก ๆ ปีของวันส่งท้ายปีคือวันที่เธอยุ่งที่สุด เธอวุ่นอยู่กับการทำอาหารมื้อค่ำส่งท้ายปีเก่าและการทำเกี๊ยว
เหวินเจวียนและเหวินเชี่ยงจะเอาแต่ออกไปวิ่งเล่น ไม่มีใครอยู่ช่วยเธอนอกจากหวังเซียนฮัวเท่านั้น แต่เกี๊ยวที่หวังเซียนฮัวทำนั้นรสชาติแย่มากจนตอนหลังเหวินหน่วนก็ไม่ปล่อยให้ทำอีก
ในปีก่อน ๆ แม้ว่าเกี๊ยวที่เหวินหน่วนทำจะมีผักมากกว่าเนื้อ แต่รสชาติก็ดีที่สุด
ปีนี้ไม่มีเหวินหน่วน เหวินเฟิงฉีจึงเต็มไปด้วยความโกรธในงานเลี้ยงอาหารค่ำวันส่งท้ายปีเก่าเมื่อคืนนี้ เช้านี้ เมื่อเขาเห็นหม้อที่เต็มไปด้วยผักและบะหมี่ลอยอยู่ในหม้อเขาก็โกรธขึ้นมาทันที
หลังจากรับประทานอาหาร แม่เฒ่าจ้าวก็มอบบางอย่างให้เหวินหน่วน "นี่คือซองแดงของหลาน"
ย่าของเธอเอาเงินมาจากไหน?
เหวินหน่วนเปิดดูก็ดีใจมาก
หญิงชราให้เหรียญทองแดงสามเหรียญแก่เธอ
“ย่าซ่อนเงินพวกนี้ไว้ที่ไหน” เธอประหลาดใจ
เมื่อพิจารณาดูเหรียญทองแดงดี ๆ เหวินหน่วนก็จำได้ว่ากัวอันฉินมีเหรียญทองแดงแบบนี้ในชีวิตก่อน ว่ากันว่ามีราคาประมูลเกือบสองล้าน
"ย่าซ่อนมันไว้..." แม่เฒ่าจ้าวกระซิบบอกเหวินหน่วน "เป็นของที่ย่าคิดเอาไว้ว่าจะให้เป็นสินสอดของ
เหวินหน่วน”