ค่ำคืนในหุบเขาหยุนหลงเงียบสงัด หมอกหนาเริ่มจางลง เผยให้เห็นท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับ ลำธารใสสะท้อนแสงจันทร์ราวกับผืนผ้าไหมเงินที่ทอดยาวไปสุดสายตา
หลี่เหยียนนั่งอยู่บนโขดหินริมลำธาร มือถือขลุ่ยไม้ไผ่ที่เขาแกะสลักขึ้นเองใน่เวลาว่าง เสียงขลุ่ยแ่เบาเริ่มดังขึ้น เป็ท่วงทำนองเรียบง่ายแต่แฝงความเศร้า
หลี่เซ่าหนิงเดินเข้ามาเงียบ ๆ นั่งลงข้างเขาโดยไม่พูดอะไร เธอหลับตา ฟังเสียงขลุ่ยที่เหมือนกำลังเล่าเื่ราวของหัวใจที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ย
“เพลงนี้ชื่อว่า ‘เงาทมิฬ’” เขาเอ่ยขึ้นเบา ๆ หลังจบท่อนสุดท้าย “ข้าแต่งมันในคืนที่ข้าสูญเสียคนรักในโลกเดิม”
เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถาม “นางจากไปเพราะาหรือ?”
“ใช่” เขาตอบ “นางถูกลอบยิงระหว่างทำข่าวในพื้นที่ขัดแย้ง ข้าอยู่ห่างจากนางเพียงร้อยเมตร แต่ไม่ทันช่วย”
หลี่เซ่าหนิงวางมือบนขลุ่ย “ข้าไม่รู้ว่าความเ็ปเช่นนั้นเป็เช่นไร...แต่ข้ารู้ว่าการสูญเสียคนที่เรารัก มันไม่เคยจางหาย”
เธอเงียบไป ก่อนจะเอ่ยขึ้น “ข้าเคยมีพี่ชาย...เขาเป็คนเดียวที่ปกป้องข้าในตระกูลหลี่ แต่เขาถูกใส่ร้ายว่าทรยศ และถูกปะาต่อหน้าข้า”
หลี่เหยียนหันมามองเธอ ดวงตาเขาเต็มไปด้วยความเข้าใจ “ข้าขอโทษ...ที่เ้าต้องเผชิญสิ่งนั้นเพียงลำพัง”
“ข้าไม่ลำพังอีกแล้ว” เธอยิ้มบาง “เพราะข้ามีท่าน”
เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่หลี่เหยียนจะเอ่ยขึ้น “เ้ารู้หรือไม่...ข้าไม่เคยคิดว่าจะรักใครได้อีกหลังจากนางจากไป”
“แล้วตอนนี้?” เธอถามเสียงเบา
เขาหันมาสบตาเธอ “ข้ากำลังกลัว...กลัวว่าหากข้ารักเ้า ข้าจะสูญเสียเ้าเช่นเดียวกัน”
หลี่เซ่าหนิงยื่นมือไปแตะมือเขา “ข้าไม่ใช่คนรักเก่าของท่าน ข้าไม่ใช่เงาอดีต ข้าเป็ข้า...และข้าจะไม่หายไปจากท่านง่าย ๆ”
เขาเงียบไป ก่อนจะกุมมือเธอแน่น “ข้าจะปกป้องเ้า...ไม่ใช่เพราะข้าเป็องค์ชาย แต่เพราะข้าเป็คนที่รักเ้า”
เธอหลับตา น้ำตาไหลลงแก้มอย่างเงียบงัน “ข้า...ก็รักท่าน”
ในค่ำคืนนั้น ทั้งสองนั่งเคียงข้างกันใต้แสงจันทร์ เสียงขลุ่ยดังขึ้นอีกครั้ง เป็ท่วงทำนองใหม่—อบอุ่น อ่อนโยน และเต็มไปด้วยความหวัง
แต่ในเงาทมิฬของหุบเขา...สายตาคู่หนึ่งแอบมองพวกเขาอยู่จากเื้ัต้นไม้ใหญ่
“ความรักของพวกเ้า...จะกลายเป็จุดอ่อนที่ข้าจะใช้ทำลายเ้า” เสียงแ่เบาของชายในชุดดำดังขึ้น ก่อนที่เขาจะหายไปในความมืด
---