บทที่ 34 มีโชคมีลาภ!
เช้าวันรุ่งขึ้น ฉินเหยียนจินตื่นมาฝึกฝนร่างกายช่วงเช้าแล้วเริ่มทำอาหารอย่างง่าย ๆ
ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นที่พื้น เมื่อมองดูก็พบว่าเป็นถูเฟยที่โยนกระต่ายอ้วนลงที่พื้นแล้วส่งเสียงอึกทึก
นักพรตสาวเอากระต่ายที่มีน้ำหนักอย่างน้อยสามสิบสี่ชั่งขึ้นมา
เธอยิ้มแล้วลูบหัวถูเฟยก่อนจะชมเชย “โอ้โห ไม่เลวเลย ฉันไม่ได้เลี้ยงแกแบบไร้ประโยชน์สินะเนี่ย รู้จักแบ่งปันซะด้วย”
ถูเฟยกะพริบตากลมโตปริบ ๆ แล้วเอาหัวถูฝ่ามือเธอไปมาอย่างรักใคร่
เมื่อพบว่าเจ้านกพยายามจะทำให้เธอพอใจ ก็เริ่มสังเกตเห็นว่ากรงเล็บที่คลายออกของมันมีเครื่องรางที่พับเป็นรูปสามเหลี่ยมตกลงมาที่โต๊ะ
ฉินเหยียนจินอ้าปากค้าง และทันใดนั้นก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด เธอเอ่ยถามด้วยเสียงหัวเราะเล็กน้อยว่า “แกต้องการเครื่องรางผิงอันเพื่อแลกกับเหยื่อนี่งั้นเหรอ?”
ถูเฟยพยักหน้า
“เอาละ แกจริงใจดีมาก ฉันจะแกะสลักเป็นแหวนข้อเท้าหยกที่มีเครื่องรางผิงอันเพื่อความสงบสุข เครื่องรางโจมตีแบบกงจี๋ และเครื่องรางชวี่ลี่สำหรับสะสมปราณวิญญาณในอันเดียวกันให้ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องลำบากเมื่อต้องเอาตัวรอดจากนักล่าเหล่านั้นอีก”
“กรู๊ว กรู๊ววว”
เมื่อถึงเวลาแปดโมงเช้า ฉินเหยียนจินก็เริ่มเข้าไปไลฟ์ในหู่เยว่ตามที่นัดกับทุกคนเอาไว้
เธอเห็นว่าแฟน ๆ หลั่งไหลเข้ามามากมายจนน่าตกใจ เพราะเมื่อวานยังมีผู้ชมเพียงห้าแสนคนเท่านั้น แต่วันนี้กลับเพิ่มเป็นแปดแสนคนแล้ว
จำนวนคนเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า ทำให้เธอรู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองโด่งดังแล้ว!
สตรีมเมอร์สาวทักทายทุกคนด้วยรอยยิ้ม
“อรุณสวัสดิ์ค่ะทุกคน”
ช่องแชตเต็มไปด้วยคำทักทายทันที
[อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์ฉิน!]
“วันนี้เราจะไม่เลือกสุ่มผู้โชคดีจากคนที่กำลังเดือดร้อน แต่จะเลือกสุ่มคนที่มีดวงจะได้โชคลาภขึ้นมาแทนนะคะ”
ฉินเหยียนจินกล่าวพลางหันไปใช้งานฟังก์ชันบนเวยป๋อ
“ฉันจะทำการสุ่มตั๋วราคาหนึ่งหยวนในเว่ยป๋อ คุณสามารถไปที่นั่นเพื่อเข้าร่วมการจับสลากผู้โชคดีได้เลยค่ะ ฉันจะทำนายให้ผู้โชคดีสามคนในไลฟ์นี้ เป็นวิธีสุ่มที่ยุติธรรมสำหรับทุกคน”
ชาวเน็ตได้ยินอย่างนั้นก็รีบเข้าไปรับตั๋วสุ่มทันที
ในตอนนั้นเองทุกคนก็ถูกดึงดูดความสนใจด้วยแผนที่สมบัติห้าอันที่ถูกส่งเข้าไปในไลฟ์ของหู่เยว่
ทันทีที่ไอคอนแผนที่สมบัติปรากฏขึ้น หน้าจอไลฟ์ทั้งหมดก็แทบจะไม่มีที่ให้ดูอีก เพราะถูกของขวัญชิ้นใหญ่บดบังจนหมด
ทุกคนรู้ว่าแผนที่สมบัติหนึ่งอันมีมูลค่าหนึ่งแสนเหรียญเม่ยปี้ มีคนส่งมันมาให้ฉินเหยียนจินพร้อมกันถึงห้าอันทันทีที่เข้ามาแบบนี้เป็นการแสดงความร่ำรวยของเจ้าตัวอย่างกลาย ๆ หรือไม่ก็ต้องการจะอวดโดยเฉพาะ
แต่ฉินเหยียนจินรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายเป็นใคร
เธอยิ้มแล้วเอ่ยทักทาย “ขอบคุณคุณหู่เยว่สำหรับแผนที่สมบัติห้าอันด้วยนะคะ ไม่คาดคิดว่าเจ้านายจะมาดูไลฟ์นี้ด้วยเหมือนกัน”
ประธานหู่ส่งอิโมจิตื่นตระหนกเข้าไปทันที
[ผมเป็นเจ้านายอาจารย์ที่ไหนกันครับ ผมแค่เข้ามาเพื่อขอบคุณสำหรับยันต์เสริมพลังที่คุณมอบให้ ถ้าไม่ใช่เพราะยันต์ของอาจารย์ ผมคงไม่ได้ออกจากโรงพยาบาลเร็วขนาดนี้แน่นอน ขอบคุณมากครับ]
ฉินเหยียนจินยิ้มตอบ “มันเป็นสิ่งที่ฉันควรจะทำอยู่แล้วค่ะ”
ในที่สุดประธานหู่ก็สามารถนอนที่โรงพยาบาลอย่างสบายใจได้ก็เพราะเธอ
หลังจากได้ยินเรื่องนี้ ชาวเน็ตก็เริ่มเตรียมถั่วลิสง เมล็ดแตงโมและน้ำดื่ม เพื่อเตรียมรอฟังข่าวซุบซิบของสองคนนี้ โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่าประธานหู่เยว่กำลังพูดคุยกับอาจารย์ฉินด้วยภาษาสุภาพมาก
ทุกคนรู้สึกยุบยิบในใจด้วยความอยากรู้อยากเห็นราวกับถูกแมวข่วนทิ้งเอาไว้
[ถึงยังไงคุณก็นับว่าเป็นเจ้านายของอาจารย์ฉินอยู่ดี เพราะงั้นอย่าแสดงท่าทีแบบนี้เลยจะดีกว่า]
ประธานหู่รีบโต้แย้งโดยแทบไม่หยุดคิดทันที
[เจ้าหนู อย่าหาเรื่องให้ฉันเลยดีกว่า ฉันจะกล้าเป็นเจ้านายของอาจารย์ฉินได้ยังไง ถ้าเป็นไปได้ฉันก็อยากจะย้อนไปหาบรรพบุรุษเพื่อเป็นพี่น้องตระกูลเดียวกับอาจารย์ฉิน แต่น่าเสียดายที่ฉันไม่ใช่คนตระกูลฉิน ไม่อย่างนั้นจะได้มีข้ออ้างว่าเราเป็นครอบครัวเดียวกันเมื่อ 500 ปีก่อนมาตีสนิทกับอาจารย์ได้]
[ประธานคนนี้ดูต่างจากที่จินตนาการไว้เยอะเลย ทำไมถึงได้คิดว่าเขาดูเป็นคนถ่อมตัวมากขนาดนี้นะ]
[เมนต์บน รู้ไหมว่าการขอพรเป็นเรื่องง่ายแต่ได้รับพรยากกว่านั้นมากหมายความว่ายังไง หมายความว่าไม่ว่าเป็นใครก็ไม่กล้าดูหมิ่นอาจารย์ฉินน่ะสิ]
[ประธานหู่อาจจะเป็นเจ้านายที่ดูน่าสงสารที่สุดในวงการแล้วก็ได้]
[นี่เป็นคนเดียวหรือเปล่าที่สงสัยว่าเครื่องรางเสริมพลังนั่นคืออะไรกันแน่ แล้วการที่อาจารย์ตอบว่าเป็นหน้าที่ของเธออยู่แล้วคือตั้งใจจะบอกอะไรหรือเปล่า?]
[มีเรื่องอื้อฉาวหรือเปล่า!]
[นี่มันดูซับซ้อนนะ]
ระหว่างที่ทุกคนกำลังคุยเล่นกันอยู่ก็ยังไม่ลืมที่จะเติมเงินซื้อตั๋วสุ่มกันด้วย บางคนซื้อแค่หนึ่งหยวน บางคนจ่ายห้าพัน และบางคนก็ยอมจ่ายเป็นหมื่นเพื่อเข้าร่วมการสุ่ม
ในเมื่อหัวข้อที่อาจารย์ฉินตั้งไว้วันนี้คือโชคลาภ ทุกคนจึงไม่ต้องการจะพลาดเรื่องน่าสนใจแบบนี้กันอยู่แล้ว
หลังจากนั้นไม่นานรายชื่อสามรายชื่อที่สุ่มได้ก็ปรากฏออกมา
ฉินเหยียนจินจึงกล่าวขึ้นทันที “เอาละค่ะ วันนี้เราจะทำนายดวงชะตาให้กับคุณ [ฉันอยากอยู่เงียบ ๆ] คุณ [โลลิต้าผู้น่ารัก] และคุณ [พระเอกผู้น่าหลงใหล] กันค่ะ เริ่มจากคุณผู้โชคดีชื่อ [ฉันอยากอยู่เงียบ ๆ] ก่อนนะคะ”
หลังจากนั้นไม่นาน ภาพผู้ชายท่าทางเศร้าใจคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่จอด้านข้าง หน้าของเขาหล่อเหลาและดูมีอายุเล็กน้อย ไว้หนวดเคราและมีคราบบุหรี่ที่มุมปาก แม้ว่าจะดูไม่เหมาะสมนัก แต่ทั้งหมดนั้นทำให้เขาดูมีเสน่ห์มาก
[ว้าว พ่อหนุ่มคนนี้หล่อมาก ท่าทางอมทุกข์แบบนั้นดูแล้วมีเสน่ห์ชะมัด ยังคาบบุหรี่อีก เท่ไม่ไหว]
[จริงด้วย ดวงตาของพี่ชายยังดูเต็มไปด้วยร่องรอยของประสบการณ์ชีวิต แค่มองก็รู้ว่าต้องเป็นคนมีสตอรี่]
[ฉันอยากอยู่เงียบ ๆ] ไม่คิดเลยว่าเพียงแค่จ่ายหนึ่งหยวนซื้อตั๋วสุ่มมาแล้วจะถูกเลือกจริง ๆ จนกระทั่งปุ่มเชื่อมต่อไมโครโฟนกะพริบขึ้นเขาถึงรู้ว่ามันเป็นเรื่องจริง จึงกดรับด้วยความงุนงง
ชายหนุ่มรีบดับบุหรี่แล้วกล่าวขอโทษ “อาจารย์ฉิน ผมไม่ได้ตั้งใจจะให้ทุกคนเห็นตอนกำลังสูบบุหรี่นะครับ”
ฉินเหยียนจินรู้สึกประหลาดใจที่พบว่าตนเองสามารถมองเห็นรัศมีของปราณแห่งชีวิตที่แผ่ออกมาจากตัวคนอื่นได้จริง ๆ
ปราณแห่งชีวิตจะทำให้มนุษย์แต่ละคนมีรัศมีที่แผ่ออกมาต่างกัน
รัศมีจะมีได้หลากหลายสีสัน เช่น แดง ขาว ม่วง ดำ
มันสามารถบ่งบอกชีวิตของคนแต่ละคนได้ตามสีที่ต่างกันออกไป
สีต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงได้ตามเวลาและสถานการณ์ที่ต่างกัน ทำให้การทำนายด้วยปราณแห่งชีวิตจะแม่นยำกว่าการดูโหงวเฮ้ง เพราะสามารถทำนายสิ่งที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้ได้อีกด้วย
นั่นคือความน่าสนใจของสิ่งที่เรียกว่าปราณแห่งชีวิต
“ตามปกติแล้วฉันต้องตรวจดูอดีตก่อน คุณไม่เป็นไรใช่ไหมคะ?”
“เชิญครับอาจารย์ ผมทนได้”
เมื่อชาวเน็ตได้ยินก็พากันหัวเราะทันที
[น้ำเสียงแบบนั้นเหมือนแฝงอะไรเอาไว้นะ!]
[อาจารย์ครับ เอาให้หมดเปลือกเลย ผมชอบฟังเรื่องน่าเศร้าในอดีตของคนอื่น โดยเฉพาะคนที่หล่อกว่าแบบนี้]
[เมนต์บนโดนใจมาก เหมือนมานั่งอยู่ในหัวฉันเลย]
เมื่อฉินเหยียนจินเห็นว่าชาวเน็ตต่างพิมพ์ข้อความมาเชียร์อย่างฮึกเหิมก็ส่ายหน้าไปมาพลางยิ้มขำ
“เกาอี้ ตอนเด็ก ๆ คุณเป็นคนซุกซนมาก คุณเคยปีนขึ้นไปบนต้นไม้เพื่อไปหาไข่นก ไปตกปลาในน้ำ ยิงหนังสติ๊กไปโดนกระจกแตก และเอาประทัดโยนลงไปในบ่อน้ำ เรียกได้ว่าเป็นวัยเด็กที่เต็มไปด้วยสีสัน แต่เพราะความซุกซนจึงถูกแม่ตีบ่อย ๆ”
“แต่ถึงจะเป็นเด็กแบบนั้น ข้อดีอย่างมากของคุณก็คือการเป็นคนชอบช่วยเหลือผู้อื่น ตอนอายุสิบสองระหว่างที่คุณกำลังเล่นอยู่บนเนินข้างทางรถไฟจู่ ๆ คุณก็เห็นว่ามีดินถล่มลงมาต่อหน้าต่อตา แต่เพื่อพยายามจะหยุดไม่ให้รถไฟไปชนเข้ากองดินนั้น คุณถึงกับกล้าไปยืนขวางหน้ารถไฟพร้อมกับผ้าพันคอสีแดงรุ่ย ๆ ของตัวเอง”
“หลังจากเหตุการณ์นั้นผ่านพ้นไป คุณก็รู้สึกว่าการทำความดีเป็นเรื่องที่ทำให้รู้สึกมีความสุข จึงมักจะทำเรื่องดี ๆ โดยไม่ได้เปิดเผยตัวตนอยู่เสมอ เมื่อโตเป็นหนุ่มคุณก็เข้าร่วมกองทัพ ไม่เพียงแค่มีผลงานยอดเยี่ยมในกองทัพเท่านั้น แต่คุณยังไม่หวาดกลัวอันตรายที่จะทำภารกิจและมักเป็นที่นิยมของเพื่อนฝูงเสมอ นั่นทำให้คุณยืนหยัดต่อสู้ได้ในช่วงเวลาคับขันอันสำคัญของชีวิต”
“จากที่เล่ามา คุณเป็นคนที่สะสมคุณงามความดีมากมาย คนที่มีคุณธรรมสะสมแบบนี้ก็ไม่แปลกที่จะเป็นคนมีโชคลาภค่ะ”
[ฉันอยากอยู่เงียบ ๆ] ยิ้มอย่างเนือย ๆ แล้วหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ “อาจารย์ครับ บอกตามตรงว่าผมไม่รู้สึกว่าชะตาของตัวเองจะดีขนาดนั้น มันตรงกันข้ามกันด้วยซ้ำ ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนว่ากำลังถูกโชคชะตากลั่นแกล้งจนหายใจแทบไม่ออกเลย”
เขาถามต่อ “อาจารย์บอกว่าโชคลาภและความมั่งคั่งจะมาหาผมจริง ๆ เหรอครับ?”
ฉินเหยียนจินพยักหน้า
“ใช่แล้วค่ะ ขอแสดงความยินดีกับโชคชะตาในครั้งนี้ของคุณ ด้วยโชคลาภครั้งนี้ ทั้งคุณย่าและคุณแม่ของคุณจะหายดีจากอาการเจ็บป่วยค่ะ”
[ฉันอยากอยู่เงียบ ๆ] เบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น
“อาจารย์ นี่เรื่องจริงใช่ไหมครับ?”