เหนือเต๋าทั้งปวง

    ตัวตนที่แท้จริงของทั้งสาม

            หนานเว่ยพาเหยาอวิ้นไปทำเรื่องลงทะเบียนเป็นศิษย์ของยอดเขาเมฆาหลังจากได้รับป้ายและชุดของสำนักแล้วก็ได้รับห้องว่างหนึ่งห้องบนยอดเขาเมฆาทันทีเหยาอวิ้นพักห้องข้างๆหนานเว่ยเพราะห้องของหลิงหยวนอยู่ข้างฉินอวี้ซีไปแล้ว

            หลิงหยวนที่อยากจะรีบศึกษาวิชากลไกหลังจากกลับมาแต่ถูกฉินอวี้ซีเกาะติดตลอดทำให้ได้แต่ยอมแพ้รอให้ฉินอวี้ซียอมปล่อยตนไปก่อน

            “ท่านอาจารย์ท่านควรจะปล่อยศิษย์น้องได้แล้วศิษย์น้องเองก็มีสิ่งที่อยากทำเหมือนกันนะ” หนานเว่ยเห็นฉินอวี้ซีเกาะติดหลิงหยวนมาหนึ่งวันเต็มๆก็อดที่จะกล่าวไม่ได้

            “สาวน้อยเจ้าไม่มีทางเข้าใจความรู้สึกที่ต้องแยกจากศิษย์รักของข้าหรอก” ฉินอวี้ซีกล่าว

            “ตอนข้าออกไปทำภารกิจหลายเดือนท่านไม่เห็นจะพูดเช่นนี้เลย”หนานเว่ยเย้ยหยัน

            “เพราะเจ้าไม่ใช่ศิษย์รักของข้ายังไงละตอนเด็กเจ้าน่ารักมากสอนอะไรก็ทำอย่างงั้นแต่พอโตขึ้นกลับเรื่องไม่เคารพอาจารย์แล้ว”ฉินอวี้ซีกอดหลิงหยวนแน่นขึ้นกว่าเดิมแสร้งทำเป็นเสียใจ

            “แสดงให้ใครดูตอนนี้ศิษย์น้องเล็กก็อยู่ถึงเวลาที่ท่านควรจะสอนวิชาศิษย์น้องเล็กได้แล้ว”หนานเว่ยกล่าว

            “เจ้านี่บ่นไม่หยุดเลยจริงๆอวิ้นเอ๋อในฐานะศิษย์ของข้า ข้าย่อมต้องเตรียมการเอาไว้ให้เจ้าอยู่แล้วตอนนี้เจ้าได้ฝึกทักษะที่ศิษย์พี่เจ้าสอนไปบ้างแล้วอาจารย์จะมอบวิชากระบี่และสมบัติปกป้องตนเองให้กับเจ้าแต่วิชากระบี่หากเจ้าอยากจะชำนาญมากขึ้นก็ให้ขอคำชี้แนะจากศิษย์พี่รองของเจ้าเถอะ”ฉินอวี้ซีกล่าว

            “ศิษย์เข้าใจแล้ว”เหยาอวิ้นกล่าว

            “ส่วนวิชาบ่มเพาะหากเจ้าไม่เข้าใจก็ให้มาถามข้าข้าจะชี้แนะให้” ฉินอวี้ซียิ้มออกมา

            “ท่านอาจารย์ตอนนี้ข้ามีเรื่องอยากจะขอร้อง” หลิงหยวนที่เงียบอยู่ก็กล่าวขึ้น

            “ว่ามาสิหากเป็นคำขอของหยวนหยวนของข้าละก็ต่อให้ขึ้นไปเด็ดดวงดาวบนท้องฟ้าอาจารย์ก็พร้อมจะทำให้”ฉินอวี้ซีกล่าว

            “การเดินทางครั้งนี้ข้าได้เจอกับความรู้ของมนุษย์ในยุคโบราณที่น่าสนใจอย่างวิชากลไกข้าจึงอยากจะสร้างถ้ำสักแห่งขึ้นมาเพื่อฝึกฝนและสร้างสิ่งประดิษฐ์ขึ้นมาเพราะมันเสียงดังข้าเลยอยากจะได้ถ้ำที่ค่อนข้างปิดกั้นเสียงได้”หลิงหยวนกล่าว

            “วิชากลไกข้าไม่ได้ยินเกี่ยวกับวิชานี้มานานมากแล้วจริงๆมนุษย์ในยุคหลังมุ่งหาแต่การเป็นเซียนจนลืมสิ่งนี้ไปแล้วได้ข้าจะให้ตาแก่นั่นมาจัดการสร้างถ้ำให้กับเจ้าเพราะงั้นจนกว่าถ้ำจะสร้างเสร็จก็อยู่เป็นเพื่อนอาจารย์ไปก่อนนะ”ฉินอวี้ซีกล่าว

            “ฟ่อ!!!!!!”แต่ทันใดนั้นเองแมวสีขาวก็กระโดดใช้เท้าหลังถีบร่างของฉินอวี้ซีออกไปจากหลิงหยวนเห็นได้ชัดว่าเสี่ยวไป๋หมดความอดทนแล้ว

            “แมวตัวนี้....น่ารักจัง”เหยาอวิ้นเห็นขนสีขาวบริสุทธิ์ของเสี่ยวไป๋ก็ดวงตาเป็นประกายนางเดินเข้าไปใกล้อีกฝ่ายหมายจะสัมผัสขนของเสี่ยวไป๋

            “เมี๊ยว!!!!!!”เสี่ยวไป๋กระโดดถอยก่อนจะเดินไปนั่งลงที่ตักของหลิงหยวนทันที

            “เอ่อ....นายท่าน”จิ้งจอกน้อยเองก็เดินเข้ามาหาหลิงหยวนและลังเลเมื่อมองไปยังเสี่ยวไป๋

            “มาเถอะไม่ได้เจอพวกเจ้าหลายวันพวกเจ้าคงลำบากแย่”หลิงหยวนลูบจิ้งจอกน้อยและเสี่ยวไป๋พร้อมกันก่อนจะเดินไปหาเสี่ยวหวงและเสี่ยวหลง

            “เจ้าแมวขี้อิจฉา”ฉินอวี้ซีเค้นเสียง

            “เมี๊ยว!!!!!”เสี่ยวไป๋ส่งเสียงเย้ยหยัน

            “ทำไมข้ารู้สึกว่าศิษย์พี่รองเป็นที่นิยมมากเลยแม้แต่พวกสัตว์เหล่านี้ยังหวงศิษย์พี่”เหยาอวิ้นกล่าว

            “อีกเดี๋ยวเจ้าก็จะเข้าใจ”หนานเว่ยกล่าว

            เหยาอวิ้นไม่ได้รู้ความนัยของอีกฝ่ายเพียงแค่พยักหน้าไปอย่างงั้นฉินอวี้ซีได้บอกให้เจ้าสำนักส่งคนมาสร้างถ้ำแห่งหนึ่งให้กับหลิงหยวนโดยเฉพาะหากเป็นถ้ำธรรมดานางสามารถจัดการได้เองแต่นางต้องการถ้ำที่มีครบทุกอย่างให้กับหลิงหยวน

            เจ้าสำนักแน่นอนว่าย่อมไม่อยากทำเท่าไหร่แต่พอได้ยินว่าสร้างให้กับหลิงหยวนก็รีบส่งยอดฝีมือไปออกแบบและสร้างให้หลิงหยวนทันทีเพราะหลังจากเกิดเรื่องเมื่อครั้งนั้นเจ้าสำนักก็ได้รู้แล้วว่ารูปภาพที่หลิงหยวนวาดน่าหวาดกลัวแค่ไหนหากไม่ใช่เพราะฉินอวี้ซีห้ามตนขึ้นไปละก็เจ้าสำนักผู้นี้คงหาโอกาสไปขอภาพจากหลิงหยวนสักภาพแล้ว

            “พวกเจ้าสัมผัสได้หรือไมกลิ่นอายบนร่างของหนานเว่ยตอนนี้เปลี่ยนไปแถมนังเด็กใหม่นั่นก็มีกลิ่นอายที่คุ้นเคย”เสี่ยวไป๋กล่าวขณะมองหนานเว่ยเหยาอวิ้นที่กำลังร่ายรำกระบี่ตามหลิงหยวน

            “ข้าเองก็รู้สุกคุ้นๆอยู่เหมือนกัน”เสี่ยวหวงกล่าว

            “ไม่ต้องเดาหรอกเด็กที่ชื่อเหยาอวิ้นนางคือเทพพิรุณกลับชาติมาเกิด” เสี่ยวหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงสงบ

            “เทพพิรุณของเผ่าเทพงั้นเหรอบัดซบเผ่าเทพกล้าแฝงตัวเข้ามาหานายท่านเลยงั้นเหรอ” เสี่ยวไป๋แยกเขี้ยวทันที

            “เช่นนั้นหนานเว่ยก็คือ”เสี่ยวหวงเบิกตากว้าง

            “นางคือเทพสมุทรกลับชาติมาเกิดส่วนฉินอวี้ซีไม่ต้องเดาก็รู้การที่นางรวบรวมผู้กลับชาติมาเกิดของอย่างทั้งสองคนได้ย่อมต้องเป็นคนผู้นั้นจากเผ่าเทพ”เสี่ยวหลงกล่าว

            “เทพวารีหนึ่งในเทพชั้นสูงนางเองก็เป็นผู้กลับชาติมาเกิดงั้นเหรอ”เสี่ยวหวงหรี่ตาลง

            “เช่นนั้นพวกนางก็คือศัตรูของพวกเราไม่สู้”เสี่ยวไป๋ทำท่าเชือดคอ

            “เทพเผ่าเทพกลับชาติมาเกิด” จิ้งจอกน้อยที่ได้ยินก็สั่นสะท้านไม่คิดว่าบนยอดเขาแห่งนี้จะมีผู้กลับชาติมาเกิดถึงสามคน

            “พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลขนาดนั้น”เสี่ยวหลงกล่าว

            “จะไม่ให้กังวลได้อย่างไรสหายเสวี่ยนอู่ตายเพราะถูกเผ่าเทพล้อมสังหารนะ” เสี่ยวไป๋กล่าว

            ในสงครามเทพและอสูรหนึ่งในบรรพบุรุษของเผ่าอสูรเสวี่ยนอู่ได้ถูกสังหารทำให้เผ่าอสูรพ่ายแพ้สงครามหนีออกมาจากแดนเทพและอยู่ในแดนเซียนส่วนบรรพบุรุษทั้งสามหายตัวไปไม่ปรากฏตัวอีกเลย

            “ในการปิดล้อมครั้งนั้นเทพวารีไม่ได้เข้าร่วมด้วยอีกอย่างข้าได้ยินว่ามานางมีแนวคิดไม่เหมือนกับเทพคนอื่นๆทำให้ถูกสังหารลงในภายหลังผู้ติดตามของนางทั้งหมดก็ดับสูญไปดังนั้นในอนาคตนางจะต้องไปล้างแค้นแน่” เสี่ยวหลงกล่าว

            “มีเรื่องเช่นนี้ด้วยงั้นเหรอเจ้าไปหาข้อมูลพวกนี้มาตอนไหน” เสี่ยวไป๋กล่าว

            “ข้าไม่อยากจะพูดเช่นนี้หรอกนะแต่พวกเจ้าไม่รู้จักปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยบ้างเลยจนถึงตอนนี้สำหรับพวกเจ้าแค่วิชาแปลงกายกลับใช้เวลานับปีกว่าจะฝึกสำเร็จแต่ข้าฝึกสำเร็จตั้งนานแล้วอีกอย่างบนแดนเซียนและแดนเทพล้วนมีหมากที่ข้าจงใจทิ้งเอาไว้เป็นหูเป็นตาของข้า”เสี่ยวหลงกล่าว

            “สมแล้วที่เป็นบรรพบุรุษมังกรทอง”จิ้งจอกน้อยแสดงความนับถือ

            “จิ้งจอกน้อยเจ้าเคารพถูกคนแล้วรอให้เจ้าถึงขอบเขตหยวนอิงไม่สิเทพแปลงข้าจะช่วยกระตุ้นสายเลือดให้กับเจ้า”เสี่ยวหลงกล่าว

            “ขอบคุณผู้อาวุโส”จิ้งจอกน้อยกลายเป็นตื่นเต้น

            “ทำไมไม่เคารพพวกข้าแล้วงั้นเหรอ เพราะพวกข้าโง่งั้นเหรอ” พวกเสี่ยวไป๋พากันหรี่ตาลง

            “ไม่แน่นอนข้าย่อมเคารพพวกท่านทั้งหมด” จิ้งจอกน้อยกล่าว

            “ว่าแต่มันเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆเหรอนายท่านอาจจะเป็นร่างของมหาเทพลงมาจุติ ส่วนฉินอวี้ซีและอีกสองคนล้วนเป็นเผ่าเทพกลับชาติมาก่อนคงไม่ใช่แผนการของใครหรอกนะ” เสี่ยวหวงกล่าว

            “ไม่แน่ใจแต่ในแดนเทพไม่มีใครรู้เรื่องนี้แน่อย่างน้อยศัตรูของพวกเราก็ยังไม่รู้ถึงการดำรงอยู่ของนายท่าน” เสี่ยวหลงกล่าว

            “ก็ดีรอดูไปก่อนหากพวกนางมีเจตนาร้ายต่อนายท่านละก็ข้าเชือดทิ้งแน่” เสี่ยวไป๋กล่าว

            หลิงหยวนสอนวิชากระบี่ให้กับพวกหนานเว่ยอยู่หลายวันจากนั้นถ้ำของหลิงหยวนก็สร้างเสร็จหลิงหยวนสำรวจถ้ำที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ด้วยแววตาเป็นประกาย

            “ศิษย์พี่ศิษย์น้องเล็กหลังจากนี้ข้าอาจจะไม่มีเวลามาสอนกระบี่แล้วอาจจะเก็บตัวสักพักเรื่อง แต่ข้ายังทำอาหารเช้าและเย็นเหมือนเดิม”หลิงหยวนกล่าว

            “ได้ข้าเองก็จะเริ่มบ่มเพาะเพื่อทะลวงขั้นกลางเช่นกันส่วนศิษย์น้องเล็กก็เตรียมสร้างรากฐาน”หนานเว่ยกล่าว

            หลายวันมานี้วิถีกระบี่ของทั้งสองรุดหน้าขึ้นมาเรียกได้ว่าเหนือกว่าศิษย์ของยอดเขากระบี่ไปแล้วหลังจากนั้นหลิงหยวนก็ปิดปากถ้ำและเก็บตัวเงียบทันที

            “หยวนหยวนของข้าเจอสิ่งที่อยากทำแล้วสินะวีถีแห่งมนุษย์บางทีหยวนหยวนอาจจะสามารถฟื้นฟูยุครุ่งเรืองของมนุษย์ขึ้นมาอีกครั้งก็ได้”ฉินอวี้ซียกยิ้มออกมา

            “ท่านเจ้ายอดเขาศิษย์ไป๋ซวีรับคำสั่งจากท่านอาจารย์มาส่งของ”เสียงของไป๋ซวีดังขึ้น

            “เข้ามา”ฉินอวี้ซีกล่าว

            ไป๋ซวีเดินขึ้นบันไดหินมามองไปรอบๆก็พบว่ามีหลายอย่างเปลี่ยนไปตอนนี้มีทั้งข้าววิญญาณและชาวิญญาณที่ถูกหลิงหยวนปลูกเต็มไปหมดแถมไม่ไกลก็มีถ้ำแห่งหนึ่งเขียนป้ายด้วยตัวอักษรที่ทรงพลัง ถ้ำส่วนตัวของหลิงหยวน

            “เอ๋นี่คือศิษย์น้องคนใหม่ของยอดเขาเมฆางั้นเหรอ” ไป๋ซวีเห็นเหยาอวิ้นก็ยิ้มทักทาย

            “คารวะศิษย์พี่”เหยาอวิ้นไม่กล้าเสียมารยาทถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นศิษย์ของเจ้ายอดเขาเหมือนกัน

            “ดูเหมือนางจะหาของดีมาไม่น้อยจิ้งจอกน้อยเจ้านำของพวกนี้ไปมอบให้กับหยวนหยวนเถอะ” ฉินอวี้ซีกล่าว

            วัสดุการหลอมที่ฉินอวี้ซีขอให้ยอดเขากระบี่หาเพื่อนำมาให้กับหลิงหยวนโดยเฉพาะไป๋ซวีเห็นจิ้งจอกน้อยกระโดดไปมาก่อนจะตรงไปที่ถ้ำก็อดไม่ได้ที่จะสงสัย

            “ท่านเจ้ายอดเขาศิษย์น้องหลิงสร้างถ้ำส่วนตัวเกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ”ไป๋ซวีกล่าว

            “ไม่มีอะไรหรอกเพราะหยวนหยวนเจอสิ่งที่อยากทำแต่สิ่งนั้นอาจจะไปรบกวนคนอื่นได้เลยสร้างถ้ำขึ้นมาหากเจ้าไม่รังเกียจช่วยพาศิษย์ของข้าคนนี้ไปเปิดหูเปิดตาที่ยอดเขากระบี่ทีสิ”ฉินอวี้ซีกล่าวก่อนจะชี้ไปทางเหยาอวิ้น

            “โอ้ศิษย์น้องสนใจวิชากระบี่งั้นเหรอ” ไป๋ซวีกล่าว

            “เอ่อข้าชอบวิชากระบี่จริงๆเพราะเคยเห็นศิษย์พี่รองแสดงวิชากระบี่ในครั้งนั้นทำให้ข้าลืมไม่ลงและอยากจะทำแบบนั้นบ้าง”เหยาอวิ้นกล่าวยอมรับ

            “ศิษย์น้องหลิงแสดงวิชากระบี่ข้าเองก็อยากเห็นบ้างจริงๆ น่าเสียดาย” ไป๋ซวีถอนหายใจหากให้หลิงหยวนวาดภาพกระบี่ในตอนนี้เกรงว่าภาพกระบี่จะต้องมีระดับสูงกว่าเดิมอย่างแน่นอน

            “อย่าพึ่งมองหาสิ่งที่อยู่สูงเกินตัวแค่ภาพกระบี่ที่เจ้าได้ไปเจ้ายังทำความเข้าใจไม่กระจ่างเลย”ฉินอวี้ซีกล่าว

            “จริงด้วยท่านเจ้ายอดเขาฉินชี้แนะถูกต้องแล้วเช่นนั้นพวกเราไปกันเถอะข้าจะพาเจ้าไปเปิดหูเปิดตา”ไป๋ซวีกล่าว

            หนานเว่ยก็เดินไปพร้อมกับทั้งสองคนถือเป็นการเดินเล่นแก้เบื่อมีเพียงในถ้ำของหลิงหยวนที่มีเสียงตีเหล็กดังขึ้นเป็นบ้างครั้งและเสียงฟันเฟืองกำลังทำงานอยู่หลิงหยวนในตอนนี้มีดวงตาที่ประกายสดใจใบหน้าแสดงถึงความตื่นเต้นอย่างที่หาได้ยากเพราะสำหรับหลิงหยวนวิชากลไกทั้งซับซ้อนและน่าค้นหาต่างจากเต๋าที่สำหรับหลิงหยวนแล้วแค่มองก็สามารถเข้าใจได้ไม่ยากดังนั้นหลิงหยวนจึงหลงใหลมรดกที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเพราะมันแปลกใหม่และน่าตื่นเต้น

    คล้ายกับเรื่องเหนือเต๋าทั้งปวง ที่คุณอ่าน