เนี่ยฟงสูดลมหายใจเข้าออกอย่างหนักหน่วง ซับเม็ดเหงื่อที่ปกคลุมไปทั่วทั้งใบหน้า ก่อนจะเดินไปที่โต๊ะที่จัดเรียงสิ่งต่างๆ ก่อนจะบดขยี้สมุนไพรพิษเจ็ดชนิด รวมเข้ากับพิษจากสัตว์อีกเจ็ดชนิดจนเป็นน้ำเดียวกัน แล้วจุ่มปลายเข็มทองลงไปแช่มันไว้ทันที เข็มทองถูกเนี่ยฟงคีบมาไว้ที่ปลาย นิ้ว ในขณะนั้นเองที่ดวงตาทั้งสองข้างของเนี่ยฟง พลันปิดลงอย่างเชื่องช้า ลมหายใจนิ่งสงบไม่สั่นไหว สีหน้าแปรเปลี่ยนไปเป็นเคร่งเครียดและจริงจัง เขากำลังรงบรวมสมาธิถึงขีดสุดทันใดนั้น!! ดวงตาทั้งสองข้างของเนี่ยฟงพลันเบิกกว้าง พร้อมกับข้อมือที่สะบัดแล้วปลายนิ้วที่เคลื่อนไหว ปรากฏเสียงสายลมวูบหนึ่งให้ได้ยิน ยามนี้บนนิ้วมือของเนี่ยฟงไร้ซึ่งเข็มทองที่เคยปรากฏ มันเคลื่อนย้ายไปอยู่บนร่างที่ขาวผ่องของซุนลี่ อีกทั้งยังอยู่บนจุดชีพจรบนตัวนางอย่างแม่นยำ“ฟู่~!!” เนี่ยฟงเป่าลมออกจากปากอย่างแผ่วเบา พร้อมกับคว้าเข็มทองอีกสองเล่ม ก่อนจะกระโดดตีลังกาข้ามศีรษะของซุนลี่ ในจังหวะที่หัวของทั้งสองอยู่แนวเดียวกัน เนี่ยฟงก็ปักเข็มทองทั้งสองเล่ม ลงที่ไหล่ทั้งสองข้างของซุนลี่ทันที “อ๊า~~!!” “บัดซบ!! นางมารน้อยเจ้าร้องอย่างอื่นไม่ได้หรือไง!! เดี๋ยวข้างนอกก็ได้เข้าใจผิดกันพอดี เห็นทีจะชักช้าไม่ได้ซะแล้ว” เนี่ยฟงสบถออกมาเมื่อได้ยินเสียงที่ครวญครางของซุนลี่ พร้อมกับจ้องมองไปที่ประตู หวั่นเกรงว่าซุนหวังเหว่ยจะเข้ามา แต่เมื่อผ่านไปสามลมหายใจไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น เนี่ยฟงทอดถอนหายใจอย่างโล่ง แล้วเริ่มรักษาซุนลี่ต่อในทันทีเนี่ยฟงขยับปลายนิ้วราวกับฝูงปลาที่โลดแล่นอยู่ในน้ำ รวดเร็วดุจดั่งสายลมที่เคลื่อนไหว ปรากฏเพียงแค่เงาสีทองรางๆ ที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เข็มทองแต่ละเล่มถูกปักลงบนร่างของซุนลี่อย่างแม่นยำ โดยที่เนี่ยฟงไม่ต้องสัมผัสเรือนร่างของซุนลี่แม้แต่น้อย ผ่านไปแค่สิบลมหายใจ เข็มทองก็ปักอยู่บนร่างของซุนลี่ถึงยี่สิบเล่ม“อ๊า~~~!!!!” “โครม!!” ซุนหวังเหว่ยลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว จนเก้าอี้หงายหลังล้มเสียงดังสนั่น มันเริ่มอนทนต่อไปไม่ไหว เมื่อได้ยินเสียงที่ครวญครางของลูกสาว พร้อมกับก้าวเดินไปที่หน้าประตูห้องรักษาทันที ซึ่งในขณะนั้นเองที่เหม่ยฟางมายืนขวางหน้าไว้ “อาฟางหลบพ่อเดี๋ยวนี้!! เจ้าไม่ได้ยินเสียงของเจ้าหรือไง ข้าว่าเจ้าหมอนั้นมันคงไม่ได้รักษาพิษให้น้องเจ้าแล้ว” ซุนหวังเหว่ยกล่าวออกมาด้วยความโกรธ พร้อมทั้งขับพลังลมปราณจนเอ่อล้นไปทั่วทั้งเรือนร่าง พร้อมจะทำลายข่ายอาคมในทันที เหม่ยฟางส่ายหน้าถี่ระรัว นางไม่ต้องการให้ซุนหวังเหว่ยไปเห็นซุนลี่ที่เปลือยเปล่า ได้แต่มองไปทางหูเกอและเนี่ยฉางไห่ให้ช่วยหยุดพ่อของตน ซึ่งในตอนนั้นเองที่หูเกอก็เอ่ยออกมา“แม่นางหลีกทางให้พ่อเจ้าเถอะ ถ้าเขาอยากจะพังข่ายอาคมเข้าไปก็เรื่องของเขา แต่จงพึงระลึกว่าท่านถังเคยกล่าวสิ่งใดไว้ เมื่อถึงเวลานั้นต่อให้เป็นเทพมาจากสรวงสวรรค์ เจ้าก็ไม่สามารถขอให้ท่านถังรักษาให้ได้อีก” หูเกอกล่าวขึ้นพร้อมกับจิบน้ำชา ซุนหวังเหว่ยเมื่อได้ยินดังนั้นก็สลายลมปราณทันที พร้อมกับเดินมานั่งที่เก้าอี้ตามเดิมแล้วกล่าวออกมา“คอยดูเถอะ! ถ้าหากพรหมจรรย์ของลูกสาวข้าถูกชิงไป ด้วยพลังลมปราณฟ้าขั้นปลายของข้าจะขยี้มันให้แหลกคามือ!!” “เหอะ!! แค่มดปลวกตัวน้อยๆ คิดจะเทียบเคียงพญาอินทรี” หูเกอพูดขึ้นพร้อมกับทำท่าทางเอามือปิดปาก แน่นอนว่าเป็นการเสแสร้ง เมื่อซุนหวังเหว่ยได้ยินดังนั้น ก็ลุกขึ้นยืนชี้หน้าหูเกอแล้วตะโกนออกมาทันที “เจ้าอะไรนะ!! ใครเป็นมดปลวก ใครเป็นพญาอินทรี?” “ข้าแค่บอกว่ามดปลวกมันเยอะ เห็นควรต้องลงน้ำยา ดูท่าหูท่านจะมีปัญหา ไว้ท่านถังดูอาการลูกสาวท่านเสร็จ ก็ให้ท่านตรวจดูหูท่านเสียหน่อยก็แล้วกัน” “เหอะ!! ข้าไม่อยากเสวนากับเจ้า” ซุนหวังเหว่ยกลับลงไปนั่งตามเดิม พร้อมกับทุบที่พักแขนเก้าอี้ เขารู้สึกโกรธเคืองหูเกอเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่กล้าทำสิ่งใดลงไป เพราะหวั่นเกรงอำนาจของสมาคมการค้า อีกทั้งสมาคมยังมีเม็ดยาระดับสิบที่ประมูลจำหน่าย หากหูเกอเกิดไม่ขายสินค้าให้กับสำนักเทพกระบี่ต่อไป ย่อมเป็นผลเสียที่ใหญ่โตณ เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยาม ปรากฏเข็มทั้งห้าสิบหกเล่มอยู่บนเรือนร่างของซุนลี่ ควันพิษสีดำล่องลอยออกมาจากปลายเข็มไม่ขาดสาย กลายเป็นหมอกควันดำที่ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วหลังม่าน เนี่ยฟงยืนจดจ่อจ้องมองที่หลังม่านกั้นพิษ แม้จะมีต้นชีพจรฟ้าในร่างกาย แต่เขาก็ยังรู้สึกหวาดกลัว ทันทีที่ปลายเข็มไม่ปรากฏควันดำอีกต่อไป เนี่ยฟงหยิบถุงกักเก็บพิษออกมาจากแหวนมิติ ซึ่งมันเป็นถุงที่หูเกอใช้บรรจุพิษมา และมันยังมีความสามารถดูดหมอกควันพิษ ที่ล่องลอยอยู่ในอากาศได้ แม้จะกักเก็บไม่ได้มากเท่าไร แต่ด้วยจำนวนถึงสองถุงคงน่าจะเพียงพอถุงทั้งสองใบดำดูดพิษราวกับหิวโหย พิษสีดำที่ลอยฟุ้งพุ่งทะยานเข้าสู่ถุงดำไม่ขาดสาย จนถุงทั้งสองใบบวมเปล่งราวกับว่าจะแตกระเบิดในไม่ช้า ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันที่พิษทั้งหมดในห้องหมดลงพอดี เนี่ยฟงหยิบจับถุงทั้งสองใบอย่างเบามือ ก่อนจะค่อยๆ เก็บมันเข้าไปในแหวนมิติอย่างเชื่องช้า หากมันแตกระเบิดออกมา เมืองชิงตงทั้งเมืองอาจจะปกคลุมไปด้วยหมอกควันพิษทั้งเมือง เนี่ยฟงขยับกายเข้าหาซุนลี่อย่างเชื่องช้า ก่อนจะยื่นแขนออกไปอีกครั้งเพื่อถอนเข็ม สองมือของเขาเคลื่อนรวดเร็วประดุจสายลม เพียงแค่พริบตา! เข็มทองทั้งหมดก็ปรากฏอยู่ในมือของเนี่ยฟง เขาโยนเข็มทองใส่กล่องอย่างแม่นยำ พร้อมกับตวัดแขนตัดเชือกที่ผูกรัดข้อมือของซุนลี่ไว้ แล้วใช้ผ้าห่มห่อร่างนาง และอุ้มไปนอนที่เตียง ซึ่งในขณะที่อุ้มนางลงไปนอนที่เตียงอยู่นั้น ขาของเนี่ยฟงก็พลันอ่อนแรงเพราะความเหนื่อยล้า ล้มไปนอนคร่อมกายซุนลี่อยู่บนเตียง ใบหน้าของทั้งสองห่างกันเพียงไม่ถึงหนึ่งชุ่น (หนึ่งนิ้ว) ลมหายใจที่ร้อนผ่าวปะทะลงบนที่ใบหน้า เมื่อเนี่ยฟงเหล่ตาลงที่เบื้องล่าง ก็พบปะกับส้มโอผลงามที่เต่งตรึง ผิวพรรณที่ขาวเนียนของซุนลี่ส่องประกาย ด้วยฝีมือฝังเข็มที่เลิศล้ำไม่ปรากฏรอยแผลใดๆ บนเรือนร่าง กลิ่นหอมจางๆ ที่ส่งมาถึงจมูกของเนี่ยฟง ทำให้เลือดในกายพุ่งทะยานอย่างบ้าคลั่ง เนี่ยฟงน้อยลุกชูชันและสั่นไหว ทันใดนั้น!! ดวงตาของซุนลี่ก็พลันตื่นขึ้นทันที “เจ้า~!!” เนี่ยฟงน้อยสงบลงในทันทีทันใด เนี่ยฟงดีดตัวถอยออกจากร่างนาง ไปอยู่ที่สุดปลายเตียง พร้อมกับเอ่ยกล่าวออกมาทันที “ข้า...ข้าไม่ได้ตั้งใจ!!” เนี่ยกล่าวออกมาพร้อมกับโบกไม้โบกมือ แต่แล้วเมื่อผ่านไปสามลมหายใจ กลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ตอบรับ เมื่อจ้องมองไปที่นางอีกครั้ง ก็ปรากฏว่านางนอนหลับไปแล้ว “หรือว่านางอาจละเมอ ฟู่~!!! รอดตัวไปที” เนี่ยฟงทอดถอนลมหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงแล้วห่มผ้าให้แก่นาง พร้อมกับเดินกลับไปที่โต๊ะกลางห้อง แล้วแปลงโฉมกลายเป็นถังต้าเหลียนทันที เนี่ยฟงคิดว่าวิชาฝังเข็มของถังต้าเหลียนเยี่ยมยอดยิ่งนัก ต่อให้หลับตาก็สามารถปักลงจุดชีพจรได้อย่างแม่นยำ แต่ที่เนี่ยฟงไม่กล้าทำ เนื่องจากเขานั้นยังหวาดกลัวที่จะพลาดพลั้ง จึงต้องเบิกตาฝังอย่างจำเป็น ในขณะที่เนี่ยฟงกำลังแปลงโฉม เขาก็พลันหลับตานึกถึงความทรงจำการฝังเข็มของถังต้าเหลียน ซึ่งแน่นอนว่าเขายังไม่ได้ทันดูจนหมดสิ้น เมื่อถึงประโยคสุดท้ายของการฝังเข็มในความทรงจำของเขา ดวงตาทั้งสองข้างของเนี่ยฟงก็พลันเบิกโพลงกว้าง แล้วกล่าวพึมพำทันที“บัดซบ!! วิชาฝังเข็มของถังต้าเหลียน สามารถเจาะทะลุเสื้อผ้าได้อย่างนั้นรึ!!! ....” บรรยากาศภายในห้องโถงร้านโอสถสวรรค์ล้วนอึดอัด กาลเวลาผ่านเลยไปครึ่งชั่วยามได้ สีหน้าของซุนหวังเหว่ยเริ่มตึงเครียดและวิตกกังวล ตั้งแต่ที่เขาได้ยินเสียงครวญครางในยามแรก ก็ไม่สามารถที่จะสงบจิตใจให้นั่งอยู่กะที่ได้ ได้แต่เดินวนเวียนไปมาหน้าประตูห้องรักษาโรค ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่เฝ้ามอง ทันใดนั้น! ประตูห้องรักษาก็พลันเปิดออก พร้อมกับถังต้าเหลียนที่ก้าวเดินออกมาอย่างเชื่องช้า ก่อนจะมานั่งลงบนเก้าอี้ด้วยสภาพที่หมดสิ้นเรี่ยวแรง ในขณะที่ริมน้ำชาเพื่อดื่มกินอยู่นั้น ซุนหวังเหว่ยก็กล่าวออกมาทันที“ลูกสาวข้า! เป็นเยี่ยงไรบ้าง” “ให้ลูกสาวคนโตเจ้าเข้าไปก่อน นางรู้ว่านางต้องทำสิ่งใด ข้าเหนื่อยแล้วอย่ากวนข้า” ถังต้าเหลียนกล่าวออกมาอย่างเชื่องช้า พร้อมกับยกน้ำชาขึ้นดื่ม เหม่ยฟางรู้ถึงเจตนาของถังต้าเหลียน นางพยักหน้าให้เขาหนึ่งครั้ง แล้วก็เข้าไปในห้องพร้อมกับปิดประตูลงกลอนทันที“ทำไมต้องให้นางเข้าไปก่อน?” ซุนหวังเหว่ยกล่าวถามด้วยความสงสัย ในขณะนั้นเองที่เนี่ยฉางไห่ก็ตอบออกมาทันที “ผู้ฝึกลมปราณก็เป็นผู้ฝึกลมปราณอยู่วันยังค่ำ ย่อมไม่รู้วิธีการที่หมอรักษา การที่นำเข็มทองมาทั้งห้าสิบหกเล่ม นั้นก็หมายความว่าต้องฝังเข็มลงบนจุดชีพจรทั่วทั้งเรือนร่าง ย่อมหมายความว่าลูกสาวของเจ้าต้องเปลือยกายอยู่แน่นอน จึงจำเป็นต้องให้พี่สาวของนางเข้าไปแต่งตัวให้ก่อนยังไงล่ะ” “พรวด!!!!!!” ถังต้าเหลียนกระอักน้ำชาที่อยู่ในปาก พุ่งทะยานออกมาราวกับน้ำพุ เนี่ยฟงในร่างของถังต้าเหลียนจ้องมองเนี่ยฉางไห่ พร้อมกับนึกคิดในใจ “โธ่ท่านปู่!! จะมาอวดภูมิอะไรตอนนี้เนี้ย!!!” ซึ่งจังหวะนั้นเองที่ซุนหวังเหว่ยรวบรวมพลังลมปราณ พร้อมกับจ้องมองถังต้าเหลียนด้วยความโกรธเคือง ในขณะที่ซุนหวังเหว่ยกำลังโกรธจัดอยู่นั้น ประตูห้องรักษาก็พลันเปิดออกกว้าง พร้อมกับเหม่ยฟางที่วิ่งออกมาด้วยสีหน้าที่แตกตื่น ก่อนจะหันไปหาบิดาของตนพร้อมกับเอ่ยออกมา“ท่านพ่อ! จุดชีพจรของซุนลี่ในยามแรกมีอยู่เท่าไร ใช่ยี่สิบเจ็ดจุดหรือไม่?” “ถูกต้อง! ในขณะที่ข้าพานางนั่งรถม้ามา ข้าคอยตรวจดูชีพจรของนางอยู่ตลอด อย่าบอกนะว่าชีพจรของนางถูกพิษทำลายจนหมดสิ้น!!” ซุนหวังเหว่ยกล่าวออกมาเสียงดังลั่น เมื่อเห็นสีหน้าที่แตกตื่นของเหม่ยฟาง หากซุนลี่ต้องสูญเสียจุดชีพจรพลังลมปราณไป ล้วนแต่เป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ของตระกูล แต่แล้วเหม่ยฟางกลับส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเอ่ยกล่าวออกมาในทันที“ไม่ใช่เช่นนั้นท่านพ่อ ไม่เพียงแต่พิษจะถูกขจัดสิ้น แต่จุดชีพจรลมปราณของนาง...จุดชีพจรของนางยังเปิดออกถึงสามสิบจุด ย่อมหมายความว่านางสามารถฝึกพลังลมปราณได้เร็วกว่าก่อนถึงเท่าตัว” เมื่อได้ยินคำกล่าวของเหม่ยฟาง รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของซุนหวังเหว่ย ไม่เพียงแต่พิษร้ายจะถูกขจัดสิ้น แต่ซุนลี่ยังสามารถเปิดจุดชีพจรลมปราณครั้งเดียวได้ถึงสามจุด ในขณะที่จะเอ่ยสิ่งใดออกไป หูเกอก็ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วพร้อมกับเอ่ยออกมาทันที“ดรรชนีเอกเบิกตะวัน!! ดรรชนีที่สามารถเปิดจุดชีพจรลมปราณได้ง่ายราวกับพลิกฝ่ามือ โอ้สวรรค์!! ข้าคิดไม่ถึงจริงๆ ว่ามันจะเป็นเรื่องจริง” หูเกอพูดออกมาเสียงดังสนั่น พร้อมกับจับจ้องมองไปที่ถังต้าเหลียน ในแววตาของมันยามนี้มองถังต้าเหลียนราวกับเป็นเทพเจ้าที่ร่วงหล่นมาจากฟากฟ้า ซึ่งเนี่ยฟงในร่างถังต้าเหลียนนั้นยังไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขาเพียงแฝงพลังของลมปราณจากต้นชีพจรฟ้าในเข็มสามเล่มสุดท้าย เพื่อสกัดกั้นพิษแล้วป้องกันการกลับมาแพร่กระจายของมัน ราวกับว่าเป็นภูมิคุ้มกันพิษ แต่ไม่คิดว่ามันจะเปิดจุดชีพจรลมปราณให้แก่นาง ซึ่งในขณะนั้นเองที่เนี่ยฟงในร่างของถังต้าเหลียนก็กล่าวออกมา“นั้นถือเสียว่าเป็นการชดใช้ให้แก่นาง ที่ข้าได้เห็นในสิ่งที่ไม่ควรได้เห็น ข้าถังต้าเหลียนไม่ใช่บุคคลที่ชอบเอาเปรียบผู้ใด เพียงแค่สามจุดคงเพียงพอต่อนาง” ในเมื่อสถานการณ์ล้วนเป็นใจ เนี่ยฟงรีบใส่สี ตีไข่เพิ่มเติม แม้จะเป็นเพียงเรื่องที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มันก็ทำให้ความโกรธของซุนหวังเหว่ยก็มลายหายไป ในขณะที่เรื่องทุกอย่างกำลังลงตัว ทันใดนั้น! ก็ปรากฏจิตสังหารที่รุนแรงมาจากฝั่งประตูทางเข้า เมื่อทุกคนหันหน้าไปมองอย่างพร้อมเพรียง ก็ปรากฏร่างของชายชราขี้เมาที่ทางเข้าประตู“เป็นเจ้าจริงๆ !! ถังต้าเหลียน ข้าอี้ทงเทียนจะมาเอาชีวิตเจ้า!!!!!”
************************************************************************************************
ฟู่~~~!!! จบไปอีกหนึ่งตอน ค้างกันซิท่า สปอยให้ตอนหน้า มวยไทย ปะทะ หมัดเมา คริคริคริ
เล่นท่ายากไปหน่อย ระบมกันไปเลยทีเดียว