ยามเฝ้าประตูระดับพระเจ้า

    องค์ชายห้า

    บนปะรำพิธีอันทรงเกียรติที่แยกตัวออกจากฝูงชน เหล่าผู้นำนิกายทั้งสี่และจักรพรรดิแห่งแคว้นจ้าวกำลังสนทนากันด้วยสีหน้าเคร่งขรึม หัวข้อหลักของการสนทนาหนีไม่พ้น "ม้ามืด" ที่สร้างความปั่นป่วนที่สุดในงานประลองปีนี้... นิรนาม จากสำนักเฝ้าประตู

    "แปลกประหลาด..." เจ้าสำนักขุนเขาอัศจรรย์เอ่ยขึ้นพลางลูบเครา "ข้าพยายามใช้เนตรจิตตรวจสอบเจ้าหนุ่มนั่นหลายครั้งแล้ว แต่ไม่พบกระแสปราณไหลเวียนในร่างเลยแม้แต่น้อย มันเหมือนกับมองก้อนหินก้อนหนึ่ง แต่ทำไม 'ก้อนหิน' ก้อนนี้ถึงมีพละกำลังมหาศาลขนาดทำลายอาวุธระดับศาสตราวิเศษได้ด้วยนิ้วเปล่า?"

    เจ้าสำนักวิหคอัคคีหัวเราะเบา ๆ "อาจจะเป็นวิชากายาบรรพกาลที่เน้นการฝึกกล้ามเนื้อจนถึงขีดสุดกระมัง แต่ถึงอย่างนั้น... ขีดจำกัดของร่างกายมนุษย์ย่อมมีที่สิ้นสุด หากปราศจากปราณคอยหนุนเสริม ข้าเชื่อว่าเขาคงไปต่อไม่ได้ไกลนักหรอก"

    "ถูกต้อง" แม่ทัพใหญ่แห่งราชสำนักเสริมด้วยความมั่นใจ "โดยเฉพาะในรอบนี้... เพราะคู่ต่อสู้ของเขาคือ องค์ชายห้า ผู้ที่ได้รับฉายาว่า 'หอกทะลวงศิลา' แม้แต่นักสู้ขั้น 4 ปลาย ๆ ยังต้องหลีกทางให้ พระองค์ทรงมีความแข็งแกร่งเป็นอันดับต้น ๆ ของราชวงศ์ ข้าเกรงว่าเจ้าหนุ่มสำนักเฝ้าประตูคงต้องจบเส้นทางไว้ที่ตรงนี้"

     

    แสงอาทิตย์เริ่มทอแสงสีส้มแก่ลงสู่ลานประลอง เป็นสัญญาณของคู่สุดท้ายประจำวัน เสียงกลองศึกดังกึกก้องปลุกเร้าวิญญาณผู้ชมให้ตื่นตัวอีกครั้ง

    "คู่สุดท้ายของวันนี้! นิรนาม จากสำนักเฝ้าประตู ปะทะ องค์ชายห้า แห่งราชวงศ์จ้าว!"

    สิ้นเสียงประกาศ ร่างสองร่างยืนประจันหน้ากันบนเวที

    ฝั่งหนึ่งคือ เย่ฟาน ในชุดคลุมลายเมฆแดงและหน้ากากลึกลับ เขายืนสงบนิ่งดุจบ่อน้ำลึก มือไพล่หลังอย่างผ่อนคลาย อีกฝั่งคือ องค์ชายห้า ชายหนุ่มร่างกำยำในชุดเกราะทองคำ มือกระชับ หอกยาวสีเงิน ที่แผ่ไอสังหารดุดัน แววตาขององค์ชายเต็มไปด้วยความจริงจังและหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี

    บนอัฒจันทร์ ซ่งฉือ เอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ "หึ... คราวนี้ข้าไม่ต้องเปลืองแรงวางแผนอะไรเลย องค์ชายห้าเป็นพวกบ้าพลังและการต่อสู้ ยิ่งเจอคู่ต่อสู้แปลก ๆ ยิ่งเอาจริง เจ้าคนเฝ้าประตูเตรียมตัวโดนหอกแทงจนพรุนได้เลย"

    ทางด้าน ชิงเสวี่ย นั่งกำชายเสื้อแน่นโดยไม่รู้ตัว นางจ้องมองร่างของนิรนามด้วยความกังวล "องค์ชายห้าไม่ใช่คนที่จะประมาทได้... เขาฝึกฝนวิชาหอกในกองทัพมาตั้งแต่เด็ก หวังว่าเจ้า... จะรับมือไหวนะ"

     

    "เริ่มการประลอง!"

    ฟึ่บ!

    ทันทีที่สิ้นเสียง องค์ชายห้าไม่พูดพร่ำทำเพลง พุ่งตัวเข้าประชิดด้วยความเร็วสูง ปลายหอกสั่นระริกจนเกิดภาพติดตาคล้ายหัวงูนับสิบพุ่งเข้าโจมตีจุดตายของเย่ฟานพร้อมกัน

    "ตายซะ! เพลงหอกราชันย์: อสรพิษฉกเศียร!"

    เย่ฟานหรี่ตาลงเล็กน้อย 'รวดเร็วและแม่นยำ... สมกับเป็นเชื้อพระวงศ์'

    เย่ฟานไม่ได้ใช้กายาเหล็กรับตรง ๆ เหมือนรอบที่แล้ว แต่เขาเลือกใช้ "กายาพริ้วไหว (คามิเอะ) " ร่างกายของเขาอ่อนยวบยาบราวกับกระดาษที่ลู่ไปตามแรงลม ทุกครั้งที่ปลายหอกแทงเข้ามา ร่างของเย่ฟานจะบิดหลบไปในองศาที่เฉียดฉิวที่สุดเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด

    วูบ! วูบ! วูบ!

    เสียงหอกแทงผ่านอากาศดังหวีดหวิว ผู้ชมต่างกลั้นหายใจด้วยความลุ้นระทึก ภาพที่เห็นคือองค์ชายห้ารุกไล่อย่างหนักหน่วงจนเย่ฟานแทบไม่มีที่ยืน ทุกคนคิดว่าเย่ฟานกำลังถูกต้อนจนมุม

    "หนีเก่งนักนะ!" องค์ชายห้าคำราม เปลี่ยนกระบวนท่าจากการแทงเป็นการกวาดหอกแนวนอน "ถ้าหลบเก่งนัก ก็ลองรับท่านี้ดู! กวาดทัพนับแสน!"

    คลื่นปราณสีทองระเบิดออกจากตัวหอก กวาดเป็นวงกว้างครอบคลุมพื้นที่เกือบทั้งเวที เย่ฟานกระโดดลอยตัวขึ้นเพื่อหลบ แต่ดูเหมือนองค์ชายห้าจะดักทางไว้แล้ว เขาแทงหอกสวนขึ้นฟ้าทันที!

    เย่ฟานใช้เท้าแตะที่ปลายหอกเบา ๆ แล้วดีดตัวม้วนกลับลงมาสู่พื้นอีกฝั่ง การเคลื่อนไหวดูทุลักทุเลในสายตาคนนอก แต่สำหรับเย่ฟาน... นี่คือการออมมือเพื่ออ่านวิชาของคู่ต่อสู้

     

    "เจ้าเก่งกว่าที่คิด..." องค์ชายห้ากล่าวเสียงหอบเล็กน้อย "ข้าไม่เคยเห็นใครหลบเพลงหอกของข้าได้นานขนาดนี้โดยไม่ใช้อาวุธ แต่การละเล่นจบลงแค่นี้แหละ!"

    องค์ชายห้ารวบรวมพลังปราณทั้งหมดไปที่ปลายหอก จนเกิดแสงสว่างจ้าดุจดวงตะวัน หอกยาวสั่นสะเทือนจนเกิดเสียงคำรามต่ำ ๆ "เคล็ดวิชาลับราชวงศ์: มังกรทองทะลวงสวรรค์!"

    เขาพุ่งทะยานร่างเข้าใส่เย่ฟาน ร่างกายผสานเป็นหนึ่งเดียวกับหอก ปรากฏภาพเงาราง ๆ ของมังกรทองคำที่กำลังอ้าปากกลืนกินศัตรู แรงกดดันมหาศาลตรึงร่างของเย่ฟานไว้

    "จบสิ้นแล้ว..." ผู้ชมต่างคิดตรงกัน "นิรนามหนีไม่พ้นแน่!"

    เย่ฟานมองมังกรปราณที่พุ่งเข้ามา แววตาภายใต้หน้ากากเปลี่ยนจากสงบนิ่งเป็นคมกริบ 'ถ้าข้าหลบอีก เวทีคงพังแน่... ได้เวลาปิดฉาก'

    เย่ฟานหยุดถอย เขาย่อตัวลงเล็กน้อย เกร็งกล้ามเนื้อขาจนแน่นเปรี้ยะ ส่งพลังงานไปรวมกันที่ปลายเท้าจนอากาศรอบ ๆ ขาเริ่มบิดเบี้ยว

     

    ในเสี้ยววินาทีที่ปลายหอกขององค์ชายห้าจะถึงหน้าอก เย่ฟานตวัดขาเตะใส่อากาศว่างเปล่าเบื้องหน้าด้วยความเร็วเหนือเสียง!

    "วายุศาสตราเท้า"

    ตูมมมมม!

    คลื่นอากาศที่ถูกบีบอัดจนกลายเป็นคมมีดสายลมสีฟ้าครามขนาดมหึมา พุ่งออกจากปลายเท้าของเย่ฟาน ปะทะเข้ากับมังกรทองขององค์ชายห้าอย่างจัง!

    เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว คมมีดสายลมตัดผ่าปราณมังกรจนขาดสะบั้นราวกับตัดเต้าหู้ ก่อนจะพุ่งต่อไปกระแทกเข้าที่ตัวหอกและเกราะขององค์ชายห้า

    "อึก!" องค์ชายห้าเบิกตากว้าง แรงกระแทกที่มองไม่เห็นอัดกระแทกร่างของพระองค์จนลอยละลิ่วกระเด็นย้อนกลับไป หอกยาวหลุดจากมือปักลงพื้นเวที ส่วนตัวองค์ชายลอยข้ามเชือกกั้น ตกลงสู่นอกเวทีท่ามกลางความตะลึงพรึงเพริดของทุกคน

    ตุบ!

    องค์ชายห้ายันกายลุกขึ้นด้วยความมึนงง เสื้อเกราะทองคำมีรอยบากยาวจากแรงลม แต่ร่างกายไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสเพราะเย่ฟานยั้งแรงไว้ส่วนหนึ่ง พระองค์เงยหน้ามองเย่ฟานที่ยืนลดขาลงช้า ๆ บนเวที

    "ข้า... แพ้แล้ว?" องค์ชายห้าพึมพำอย่างไม่อยากเชื่อสายตา

    ทั้งสนามตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ก่อนจะระเบิดเสียงฮือฮาดังกว่ารอบที่แล้ว "นั่นมันวิชาอะไร! เตะอากาศแล้วเกิดคลื่นพลัง?" "ปราณรึ? ไม่ใช่! ข้าไม่สัมผัสถึงปราณเลย มันคือแรงลม! แรงลมจากการเตะล้วน ๆ!"

    ซ่งฉือที่รอยยิ้มค้างอยู่บนหน้า ค่อย ๆ หุบยิ้มลง เปลี่ยนเป็นใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความริษยาและความหวาดระแวง "ไอ้บ้านั่น... มันซ่อนเขี้ยวเล็บไว้อีกงั้นรึ!"

    ชิงเสวี่ยถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก แต่มือที่กำแน่นคลายออกพร้อมกับความสงสัยที่ทวีคูณ "วายุศาสตรา... ไม่ใช่แค่ดัชนี แต่ร่างกายของเขาทุกส่วนคืออาวุธ"

    เย่ฟานหันหลังเดินลงจากเวที ทิ้งตำนานบทใหม่ไว้ให้เล่าขาน การต่อสู้จบลงด้วยชัยชนะของ "คนเฝ้าประตู" อีกครั้ง