(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร

    ตอนที่ 91 ความฝันที่ห่างไกลเกินเอื้อม

            เมื่อรับรู้ว่าสิ่งที่อยู่ในมือคือสุดยอดแห่งวิชาที่แม้แต่ประวัติศาสตร์ยังไม่อาจบันทึกไว้ได้ครบถ้วน หวงเยี่ยก็รู้สึกถึงประกายบางอย่างลุกโชนขึ้นภายในทรวงอก เป็นความตื่นเต้นที่เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางจิตวิญญาณเข้าอย่างจัง


            เขามองแผ่นป้ายศิลาสีดำในมือราวกับกำลังถือชะตาของตนเองไว้แน่น ลมหายใจแผ่วลงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แน่วแน่


            “งั้นเริ่มเรียนมันเลย!”


            คำพูดนั้นออกมาอย่างไม่ลังเล ราวกับพร้อมจะก้าวเข้าสู่เส้นทางที่ท้าทายกฎเกณฑ์แห่งมหาจักรวาลในทันที


            ทว่าความคาดหวังดังกล่าวก็ต้องถูกลบล้างไปในชั่วพริบตา


            【ไม่มีทางค่ะโฮสต์】


            เสียงของระบบดังขึ้นอย่างราบเรียบ แต่หนักแน่นพอที่จะทำให้ความฝันเมื่อครู่หยุดชะงัก


            【เพราะถ้าโฮสต์อยากจะเรียนหนึ่งในเจ็ดชิ้นส่วนวิชานี้ โฮสต์จะต้องมีแต้มวิญญาณถึงหนึ่งพันล้านแต้มเสียก่อน!】


            【หรือไม่งั้นก็ต้องทำความเข้าใจเอง แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ละนะ?】


            ถ้อยคำหลังนั้นเหมือนค้อนขนาดยักษ์ทุบลงบนศีรษะของหวงเยี่ย


            เขานิ่งค้างไปหลายวินาที


            หนึ่งพันล้านแต้ม


            ไม่ใช่หนึ่งหมื่น


            ไม่ใช่หนึ่งแสน


            ไม่ใช่หนึ่งล้าน แต่มันเป็นตัวเลขที่สูงลิ่วเหมือนมีภูเขานับไม่ถ้วนซ้อนทับกัน


            สีหน้าของเขาค่อยๆเปลี่ยนไป ไหล่ที่เคยตั้งตรงเริ่มตกลงอย่างหมดแรง แววตาที่เคยเปล่งประกายแปรเปลี่ยนเป็นความห่อเหี่ยว ร่างของเขาเอนตัวลงบนโซฟาอย่างไร้เรี่ยวแรง แทบกลายเป็นก้อนเยลลี่ที่สามารถไหลไปตามแรงโน้มถ่วง


            “อะไรกันละนั้น..”


            “ใช้แต้มถึงหนึ่งพันล้าน..”


            “อย่าว่างั้นว่างี้เลยนะคนสวย เผลอๆข้าใช้เวลาทั้งชีวิต มันก็ยังไม่อาจหาแต้มวิญญาณที่มากมายมหาศาลแบบนั้นได้!”


            “ขนาดแค่หลักหมื่นหลักแสนก็ยังยากเลย แล้วนับประสาอะไรกับหลักล้าน หลักสิบล้าน หลักร้อยล้าน หรือกระทั่งหลักพันล้านกัน!”


            เสียงบ่นอุบอิบดังต่อเนื่อง เหมือนกำลังระบายความสิ้นหวังที่ท่วมท้น


            “นี่มันไม่ใช่การเรียนวิชาแล้ว นี่มันภารกิจเก็บแต้มข้ามยุคสมัยชัดๆ”


            เขาพลิกตัวนอนตะแคงบนโซฟา สายตาเลื่อนมองเพดานอย่างหมดอาลัย


            บรรยากาศภายในห้องเมื่อครู่ที่เคยลุกโชนด้วยความตื่นเต้น บัดนี้กลับกลายเป็นความเงียบปนเศร้า


            ระบบหัวเราะคึกคัก


            【ไม่เป็นไรหรอกคะโฮสต์ ยังไงนี้ก็คือหนึ่งในเจ็ดชิ้นส่วนของวิชามหาวิถีเจ็ดเทพมังกรมายาเลยนะคะ มันเหมาะสมสำหรับนักล่ามังกรที่แข็งแกร่งเหนือระดับสิบขึ้นไปอย่างมาก】


            【แถมต่อให้ตอนนี้โฮสต์จะมีแต้มวิญญาณและสามารถเรียนมันได้ก็จริง โฮสต์ก็คงสามารถสำแดงพลังอำนาจของมันได้ไม่ถึงเศษเสี้ยว】


            【เพราะงั้นนี่อาจเป็นเรื่องที่ดีเสียมากกว่านะคะ】


            คำพูดของระบบมาพร้อมกับเหตุผลและหลักการที่ชัดเจนเป็นอย่างมาก


            หวงเยี่ยนิ่งฟัง สมองที่เมื่อครู่เต็มไปด้วยเสียงบ่นเริ่มกลับมาคิดอย่างมีระบบ


            “หมายความว่าต่อให้เรียนได้ตอนนี้.. ก็ใช้มันไม่ได้เต็มที่อยู่ดี?”


            【ถูกต้องค่ะ】


            “แล้วถ้าใช้ไม่ได้เต็มที่..”


            “การฝืนเรียนก็อาจเป็นภาระ?”


            【ถูกต้องอีกเช่นกันค่ะ】


            เมื่อได้ฟังเช่นนั้น หวงเยี่ยก็ค่อยๆลุกขึ้นนั่ง หลังตรง ไหล่ผาย ความห่อเหี่ยวเมื่อครู่จางหายไป ดวงตาของเขากลับมามีประกายอีกครั้ง


            “นั่นสินะ ยังไงหนึ่งในเจ็ดเศษเสี้ยวชิ้นนี้ก็อยู่ในมือของข้าแล้ว จะช้าหรือเร็วก็เท่านั้น”


            “แล้วในอนาคตพวกเราควรมองหาหกชิ้นส่วนที่เหลือ เพื่อทำให้มหาวิถีเจ็ดเทพมังกรมายาสมบูรณ์!”


            น้ำเสียงของเขาหนักแน่นขึ้น


            【โฮสต์เริ่มคิดไกลแล้วนะ?】


            “ถ้าจะฝันก็ต้องฝันให้ไกลหน่อยสิ เมื่อนั้นข้าคงจะแข็งแกร่งและไร้เทียมทานอย่างมากเลยละ”


            【ดิฉันชอบท่าทีแบบนี้ของโฮสต์มากกว่าตอนที่นอนแผ่เป็นเยลลี่น่ะคะ】


            “หยุดพูดถึงเยลลี่ได้แล้ว”


            【รับทราบค่ะ】


            【แต่ภาพนั้นน่ารักดีนะคะ】


            “เงียบไปเลย!”


            บทสนทนาสั้นๆมันได้คลี่คลายบรรยากาศให้กลับมาผ่อนคลายอีกครั้ง


            หลังจากความคิดมากมายปะทะกันอยู่ในห้วงสมองราวคลื่นซัดสาดไม่หยุดยั้ง


            หวงเยี่ยก็ถอนหายใจยาว ปล่อยให้ความวุ่นวายเหล่านั้นสลายหายไปกับอากาศยามค่ำ


            เพราะตัวของเขาไม่คิดจะปล่อยให้เรื่องราวภายนอกมากัดกร่อนจิตใจจนเสียสมาธิอีกต่อไป ก้าวเท้าเข้าไปในห้องอาบน้ำ ปลดเสื้อผ้าออกอย่างเงียบงัน สายน้ำใสไหลรินลงบนเรือนกาย ชำระเหงื่อไคลและความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดวันให้หลุดลอยไปพร้อมสายน้ำ


            ละอองไออุ่นลอยคลุ้งอยู่ในห้อง เสมือนม่านบางที่กั้นโลกภายนอกออกไปชั่วคราว


            ความตึงเครียดที่เคยกดทับอยู่บนหัวไหล่ค่อยๆคลายลงตามจังหวะการไหลของน้ำ เขายืนนิ่ง ปล่อยให้สายน้ำกระทบผิวเนื้ออย่างต่อเนื่อง กระทั่งแน่ใจว่าร่างกายได้รับการชำระล้างจนสะอาดหมดจด จึงปิดน้ำและหยิบผ้าขึ้นซับหยดน้ำตามเรือนกายอย่างเรียบร้อย


            เมื่อก้าวออกมา เขาหยิบชุดนอนลวดลายหมีสีฟ้าที่พับวางไว้อย่างเป็นระเบียบมาสวมใส่


            ผืนผ้านุ่มแนบผิวให้ความรู้สึกสบายอย่างประหลาด รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนใบหน้า


            “คิดมากไปก็ปวดหัวเปล่าๆ”


            “ฝึกฝนพลังวิญญาณเพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งดีกว่า!”


            ก่อนที่ชายหนุ่มจะก้าวไปยังเตียงนอน จัดผ้าปูให้เรียบก่อนจะนั่งขัดสมาธิลงกลางเตียง แผ่นหลังตั้งตรงดุจเสาหิน หัวไหล่ผ่อนคลายแต่มั่นคง ดวงตาปิดสนิทอย่างช้าๆ ลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะเนิบช้า สม่ำเสมอ จิตใจค่อยๆสงบนิ่งลงทีละชั้น


            เมื่อเข้าสู่ภาวะที่ไร้คลื่นความคิด เขาเริ่มขับเคลื่อนวิชาพลังธาตุพฤกษาระดับราชาอย่างแผ่วเบา พลังวิญญาณในร่างเคลื่อนไหวคล้ายสายธารที่เริ่มไหลจากต้นน้ำ สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนอ่อนโยนที่กระจายไปทั่วกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น


            พลังวิญญาณซึ่งลอยล่องอยู่ในห้วงอากาศรอบกายค่อยๆถูกดึงดูดเข้าหาอย่างต่อเนื่อง


            ความรู้สึกเหมือนมีละอองแสงละเอียดนับไม่ถ้วนไหลเข้าสู่รูขุมขน ผ่านผิวหนัง แทรกซึมลงสู่ส่วนลึกของกายภาพ


            กระแสพลังนั้นไหลผ่านเส้นชีพจรโลหิตอย่างรวดเร็ว มันเคลื่อนตัวอย่างเป็นระบบ ประหนึ่งสายน้ำที่รู้จักทางของตนเอง


            เมื่อกระแสทั้งหมดไหลรวมกันที่บริเวณหัวใจ ห้วงส่วนลึกซึ่งสลักเจตจำนงอันยิ่งใหญ่ไว้ก็เริ่มตอบสนอง ราชันย์พงไพรพิฆาตดาราเปล่งแสงสีม่วงเข้มเรืองรองขึ้นอย่างช้าๆ แสงนั้นไม่ได้สว่างจ้าเกินไป หากเป็นประกายลึกล้ำที่ชวนให้รู้สึกถึงอำนาจแฝงเร้น


            กิ่งก้านไร้ใบจำนวนมากที่แผ่ออกมาจากแก่นกลางเริ่มโบกสะบัดไปมาอย่างอ่อนโยน คล้ายต้นไม้ที่ได้รับสายฝนแรกของฤดูหลังผ่านความแห้งแล้งยาวนาน ความรู้สึกอิ่มเอมแผ่ซ่านอยู่ในอกหวงเยี่ย


            การไหลเวียนทวีความเร็วขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงอยู่ในขอบเขตที่ควบคุมได้ เส้นชีพจรโลหิตขยายรับพลังที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

    ทุกครั้งที่กระแสวิญญาณผ่านจุดใด จุดนั้นจะรู้สึกอบอุ่นและแน่นกระชับมากขึ้น


            แม้ร่างกายในเวลานี้จะอยู่ในระดับสองขั้นสูง แข็งแกร่งเหนือนักล่ามังกรระดับเดียวกันไปหลายเท่า แต่พลังวิญญาณกลับหยุดนิ่งเพียงระดับสองขั้นแรกเริ่ม ความเหลื่อมล้ำนี้เปรียบเสมือนฐานรากที่ไม่สอดคล้องกับโครงสร้างด้านบน


            หากปล่อยไว้นานวัน ย่อมเกิดความบิดเบี้ยวในอนาคต


            หวงเยี่ยตระหนักถึงเรื่องนี้ดี


            รากฐานจะต้องมั่นคงก่อน


            และทุกส่วนจะต้องสมดุล


    คล้ายกับเรื่อง(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร ที่คุณอ่าน