จ้าวหลินฟู่เยี่ยที่รีบร้อนจะแต่งนางให้ได้โดยไวเดินทางกลับแคว้นจ้าวโดยไม่รีรอ แน่นอนว่าด้วยระยะทางระหว่างแคว้นนับเป็นอุปสรรคที่เขาต้องคิดให้รอบคอบ กลับไปครั้งนี้เมื่อเดินทางมาอีกครั้งแน่นอนย่อมต้องแต่งนางกลับไปด้วยเท่านั้น ระหว่างทางที่กลับไปทุกครั้งที่นึกอะไรขึ้นได้เขาจะต้องจดบันทึกไว้ทันที ไม่ต้องคิดว่าขบวนแต่งงานจะอลังการขนาดให้ เขาผู้เป็นอดีตรัชทายาทมิใช่คนจนตรอกเขาบอกกับนางแล้วว่าทุกสิ่งที่เขามีจะเป็นสินสอดที่นำไปสู่ขอนาง
ด้วยการเล่นเล่ห์กลทำให้เขาหลุดพ้นจากตำแหน่งที่ผูกรัดเขาไว้ได้ เมื่อกลับเข้าสู่เขตแดนแคว้นจ้าวจึงใส่หน้ากากบังใบหน้าส่วนบนเสียเพื่อให้สมเหตุสมผลที่ร่างกายมีตำหนิในคราก่อน ตลอดทางจนถึงพระราชวังก็สามารถสร้างข่าวลือต่างๆได้มากมาย ไม่กระทบใดๆกับตัวเขาทั้งสิ้น ยามนี้มีเพียงบอกกล่าวกับเสด็จพ่อให้ทรงเห็นชอบเพราะเมื่อยามที่แต่งงานแล้วชื่อนางจะต้องถูกบันทึกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของราชวงศ์แม้ว่าจะมิได้เป็นรัชทายาทแต่เขาก็คือองค์ชายพระองค์ที่เกิดจากฮองเฮา ยังมียศที่มิอาจละทิ้งได้
“เสด็จพ่อลูกกลับมาแล้วพะยะค่ะ ถวายบังคมขอให้พระองค์อายุยื่นหมื่นๆปี”
“พอเถอะ จะเล่นลิ้นไปทำไม พอหาเหตุลงจากตำแหน่งที่เจ้าไม่ต้องการได้ก็โลดแล่นตามสตรีไปจนกลับแคว้นไม่ถูก แล้วนี่เป็นอย่างไรหล่ะถึงได้กลับมาได้”
"ทุลเสด็จพ่อ หม่อนฉันทำสำเร็จพะยะค่ะ นางตอบตกลงให้ไปสู่ขอได้แล้ว.
“ฮ่าฮ่าๆ เยี่ยมยอด อย่างน้อยในบรรดาพระโอรสของข้าก็มีเจ้าที่แต่งงานเพราะความรักมิใช่เพื่อผลประโยชน์ ข้ารับรู้แล้วจะมีพระราชโองการให้จัดเตรียมขบวนไปสู่ขอนาง ข้ารับรองได้ว่าเจ้าจะมิอายผู้ใดเป็นแน่”
“ขอบพระทัยเสด็จพ่อที่ทรงเข้าใจพะยะค่ะ”
บุรุษในชุดทองนั่งมองแผ่นหลังของพระโอรสที่เกิดจากฮองเฮาผู้เป็นที่รักที่จากไปหลายปีเดินออกจากประตูไป ไม่มีใครรับรู้ว่าที่พระองค์ไม่แต่งตั้งฮองเฮาพระองค์ใหม่เป็นเพราะเหตุใดต่างร่ำลือกันไปว่าเพราะการคานอำนาจของขุนนางแต่ละฝ่ายทำให้พระองค์ไม่เลือกสตรีในวังหลังขึ้นมาเป็นฮองเฮาทั้งๆทีแต่ละนางมีตระกูลที่ยิ่งใหญ่ให้การสนับสนุน แต่ใครจะรู้ว่าเพราะการต้องอยู่ในจุดที่สูงสุดทำให้พระองค์พลาดจนสูญเสียคนที่รักที่สุดไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ พระองค์ได้แต่คาดหวังให้คนที่เกิดจากความรักของนางกับพระองค์ไม่ผิดพลาดเดินบนเส้นทางสายเดียวกับพระองค์
“ขอบใจเจ้ามากนะเยี่อเอ๋อร์ ที่ยอมช่วยข้ามาหลายปี ตลอดเวลาที่ผ่านมาข้ารู้ว่าเจ้าจำใจอยู่ในตำแหน่งรัชทายาทเฝ้ารอวันเวลาให้พระโอรสพระองค์อื่นเติบโตขึ้นมาแทนที่ตน แต่เจ้าจะรู้หรือไม่หากเลือกได้ข้าจะมิยินยอมให้เจ้าละทิ้งตำแหน่งรัชทายาท เจ้ารักนางข้าก็รักฮองเฮาของข้าเช่นกัน ข้าจึงปล่อยเจ้าไปตามทางที่เจ้าเลือก”
“เรียกเจ้ากรมพิธีการเข้าเฝ้า”
จวนตระกูลเฉินหรือจวนแม่ทัพเฉิน ยามนี้วุ่นวายด้วยฮูหยินท่านแม่ทัพที่กำลังดูแลการจัดเตรียมสินสมรสให้คุณหนูจู่ๆก็เป็นลมไปยังดีที่สาวใช้ข้างกายรับไว้ได้ทันไม่เกิดบาดแผลอันใด นางถูกพยุงไปยังห้องนอน พ่อบ้านฉินสั่งให้บ่าวรับใช้สองคนให้ออกไปตามหมอ และไปแจ้งให้ท่านแม่ทัพที่ค่ายได้ทราบ ส่วนตัวเขารีบเร่งไปตามคุณหนูที่เรือนรุ่ยเซียง
“คุณหนูขอรับ ข้ามาเรียนให้ทราบว่าฮูหยินไม่สบายจู่ๆก็เป็นลมไปขอรับ”
“ตอนนี้ฮูหยินอยู่ที่ใด”
“สาวใช้พยุงกลับไปพักที่ห้องแล้วขอรับ”
“ข้าจะไปดูเสียหน่อย”
สำหรับฮูหยินแซ่หลิวผู้นี้ตั้งแต่ได้แต่งงานเข้ามาก็วางตัวได้ดียิ่ง ทั้งยังเป็นที่ถูกใจของนางเป็นมากมีความคิดความอ่านจัดการงานในเรือนได้เป็นอย่างดี ท่านพ่อของนางก็แลดูมีความสุขมากขึ้น ให้รู้สึกสนิทชิดเชื้อกันเรียกหาว่าท่านแม่ได้อย่างสนิทปาก ยามนี้คนไม่สบายย่อมต้องไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น
“ท่านแม่ เป็นอย่างไรบ้าง”
“ข้าไม่เป็นไรแล้ว เพียงพักผ่อนไม่พอก็เท่านั้น นอนพักสักหน่อยก็ดีขึ้นแล้ว”
“ท่านมีอาการอะไรบ้างเจ้าคะ อย่าลืมข้าก็มีวิชารักษาคนเป็นหมอเหมือนกันนะเจ้าคะ ขอข้าตรวจดูหน่อยเจ้าค่ะ"
“วันนี้ข้ารู้สึกเวียนหัวตอนเช้า ไม่ค่อยรู้สึกอยากอาหาร ในคอฝืดขมตลอดเวลา”
นางนั่งตรวจชีพจรและฟังคำบอกเล่าของคนป่วยที่นอนไร้เรี่ยวแรงอยู่ สักครู่ก็ยิ้มน้อยๆออกมา
“หากข้าตรวจไม่ผิด อีกเจ็ดเดือนข้าควรมีน้องชายหรือน้องสาวออกมาแล้วนะเจ้าคะ”
“เจ้าว่าไงนะ นางตั้งครรภ์แล้วหรือ”
เฉินอวี้อันที่รีบกลับจวนหลังจากได้รับข่าวว่าฮูหยินไม่สบาย ก้าวเข้าประตูมาเมื่อได้ยินเฉินหมิงเยว่บอกกล่าวก็ส่งเสียงออกมา ใบหน้าฉีกยิ้มจนกว้างเขาอายุสี่สิบกว่าแล้วจึงได้แต่งภรรยาเพียงสองเดือนกว่านางก็ตั้งครรภ์ในใจเขาดีใจอย่างที่สุดจนหัวใจแทบจะกระดอนออกมานอกอก
“ท่านพี่”
“หว่านหลิง ข้าดีใจยิ่งนัก”
เฉินหมิงเยว่ลุกขึ้นจากเก้าอี้ข้างเตียงไปยืนด้านข้าง ให้ท่านพ่อของนางนั่งลงแทนนางอมยิ้มนับว่าสูตรโอสถโบราณที่นางได้มาจากตำราท่านพ่อใช้การได้ดีจริง แต่การตรวจชีพจรคนตั้งครรภ์นับเป็นครั้งแรกของนางจึงต้องออกปากเตือนคนทั้งสอง นางกลัวทำให้ทั้งสองดีใจเก้อ
“ท่านพ่อ รอท่านหมอมาตรวจอีกครั้ง แล้วค่อยดีใจก็ยังไม่สายนะเจ้าคะ ข้าอาจตรวจผิดพลาดก็ได้”
“ไม่มีทาง พ่อเชื่อฝีมือเจ้า”
ท่านหมอถูกเชิญมาตรวจดูอาการของฮูหยินเมื่อตรวจเรียบร้อยก็แจ้งข่าวอันเป็นมงคลแก่ท่านแม่ทัพ ว่าฮูหยินตั้งครรภ์ได้สองเดือนกว่าแล้ว เด็กในครรภ์ก็แข็งแรงดี จึงได้รับรางวัลเป็นถุงเงินหนักไม่น้อย
“ยินดีกับท่านพ่อ ท่านแม่ ต่อไปท่านห้ามทำงานหนักนะเจ้าคะ ข้ายังรอน้องชายน้องสาวตัวกลมๆ ออกมาให้ข้าเล่นนะเจ้าคะ”
“เยว่เอ๋อร์เจ้าก็จริงๆเลย พ่อกลัวว่าเจ้าจะแต่งออกไปเสียก่อนที่น้องเจ้าจะได้ลืมตาขึ้นมานะสิ”
เพราะนี่คือครรภ์แรกจะเป็นบุตรของท่านแม่ทัพบรรดาบ่าวรับใช้และสาวใช้ต่างถูกพ่อบ้านฉินสั่งให้ช่วยกันดูแลพื้น ทางเดิน บันไดว่ามีจุดใดที่ชำรุดต้องการการแก้ไข ป้องกันเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ท่านแม่ทัพก็กลับจวนเร็วทุกวันกลับมาก็ค่อยมองดูว่าฮูหยินจะทำอะไร จะเป็นอันตรายหรือไม่ (นี่เรียกว่มีลูกยามแก่ หากเป็นหญิงไม่รู้จะรักจะหวงสักเท่าใด) ทุกเดือนจะต้องตามหมอมาตรวจครรภ์ที่ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นจนเห็นได้ชัดเจนยิ่งนานยิ่งท้องใหญ่มากทำให้ฮูหยินอึดอัดเดินเหินลำบากต้องมีคนค่อยประคอง
พิธีการสู่ขอและการมอบสินสอดของจ้าวหลินฟู่เยี่ยที่มาในฐานะองค์ชายต้องมีขั้นตอนและพิธีการที่ครบถ้วนเริ่มตั้งแต่เดือนที่เจ็ดของอายุครรภ์ กำหนดวันที่จัดพิธีมงคลเป็นเวลาสามเดือนให้หลังจากนั้น
เดือนที่เก้าของการตั้งครรภ์ ยามนี้ทั้งจวนต่างตื่นเต้นดีใจเมื่อฮูหยินเกิดอาการเจ็บท้องจะคลอด บรรดาหมอหญิงที่เตรียมไว้สำหรับห้องคลอด แม่นมและสาวใช้วิ่งวุ่นจัดเตรียมน้ำร้อน ผ้าและอุปกรณ์ทำคลอดเมื่่อปิดประตูทำคลอดด้านหน้าจึงมีเฉินอวี้อัน และเฉินหมิงเยว่ เดินวนเวียนอยู่ด้านนอกประตู
“นายท่าน คุณหนูพวกท่านนั่งพักเถอะขอรับ พวกท่านเดินกันมานับชั่วยามแล้วนะขอรับ”
“เหตุใดจึงใช้เวลายาวนานเช่นนี้ นางจะเป็นอันใดหรือไม่”
“ใจเย็นก่อนท่านพ่อ ด้านในมีท่านหมอ ท่านแม่จะต้องคลอดออกมาได้อย่างปลอดภัยเจ้าค่ะ พวกเรานั่งรอก่อนเถิดเจ้าค่ะ”
ทั้งสองยังคงใจจดใจจ่อกับการคลอดของฮูหยินแต่ก็ยอมที่จะนั่งรอ ด้านในยังคงมีเสียงร้องโอดครวญออกมาเป็นระยะ เสียงหมอและสาวใช้ชักจูงให้เบ่งคลอดเสมือนตนเองกำลังเบ่งด้วยก็มีออกมาเช่นกัน
“อุแว๊ๆ”
“คลอดแล้วขอรับ”
สาวใช้เปิดประตูออกมาแจ้งให้ทราบว่าฮูหยินคลอดแล้ว ก่อนจะปิดประตูเข้าไปด้วยกลัวลมจะเข้าไปถูกตัวฮูหยินที่พึ่งคลอด
“นายท่าน ฮูหยินคลอดคุณชายและคุณหนูเจ้าค่ะ”
“หา นางคลอดลูกแฝดหรือ ข้าได้บุตรชายและบุตรสาวคราเดียวสองคน ฮ่าๆ ดีจริงๆ”
“พ่อบ้านฉินเจ้าไปจัดเตรียมเงินอีแปะและเงินตำลึง ข้าจะให้ทุกคนในจวนเป็นการแสดงความยินดีที่ฮูหยินคลอดลูกปลอดภัยและข้าได้ลูกแฝดชายหญิง”
“ขอรับ ขอแสดงความยินดีด้วยขอรับท่านแม่ทัพ”
หลังจากนั้นสองชั่วยามแม่นมก็พากันนำคุณชายน้อยและคุณหนูที่ร่างกายยังยับย่นผิวเป็นสีแดงแต่มีดวงตากลมโตแวววาวมาส่งให้ทั้งสองได้ดูก่อนที่จะนำเด็กกลับเข้าไปในห้อง ส่วนคนทั้งสองด้านนอกก็ถูกสั่งให้กลับไปพักผ่อน
“เยว่เอ๋อร์ เจ้าว่าน้องชายน้องสาวเจ้าหน้าตาเหมือนใคร”
“อืม ข้าว่าเหมือนท่านแม่นะเจ้าคะ”
“เจ้าดูผิดแล้วข้าว่าเหมือนข้า”
“นายท่าน คุณหนู คุณชายและคุณหนูทั้งสองท่านยังมองมิออกหรอกขอรับต้องรออีกสักระยะจึงจะดูออก”
“ใช่ๆ เจ้าพูดถูก ถึงเวลานั้น ทั้งสองคนต้องเหมือนข้าอยู่แล้ว”
หลังจากมีคุณชายและคุณหนูเพิ่มขึ้นมาในเรือน บรรยากาศยิ่งดูมีชีวิตชีวา พรุ่งนี้จะเป็นวันครบเดือน ทุกคนไนเรือนต่างได้โอกาสในการร่วมงานเลี้ยงฉลองที่จัดเฉพาะคนในเรือนเท่านั้น ยกเว้น จ้าวหลินฟู่เยี่ยและเจียจือสิงที่ได้รับสิทธิ์เป็นกรณีพิเศษ
ในที่สุดวันแต่งงานของนางกับจ้าวหลินฟู่เยี่ยก็มาถึง นางถูกปลุกให้ตื่นมาตั้งแต่ยามอิ๋นนั่งหลับให้คนอื่นๆ จับหมุนซ้ายหมุนขวาแต่งกาย แต่งผม แตงหน้า ทุกอย่างล้วนประณีตเป็นอย่างมาก ใบหน้าที่งดงามยามนี้ได้รับการตกแต่งเพิ่มสีสันอีกเล็กน้อยแต่เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับบนกายและศรีษะเรียกได้ว่าจัดเต็ม
ระหว่างที่เจ้าสาวนั่งรออยู่ในห้องเพียงลำพัง เพียงชั่วครู่ที่สาวใช้เดินออกไปยกของว่างมาให้นาง ฟู่ฉีแอบเข้ามาลอบทำร้ายในห้องนอน ช่างเป็นคนที่น่าเกลียดจริงๆ
“เจ้า เข้ามาได้อย่างไร”
“วันนี้เป็นวันเดียวที่ข้าจะมีโอกาสลอบเข้ามาได้ แขกเหรื่อมากมายย่อมง่ายต่อการปะปนเข้ามา”
“เจ้าก็รู้ว่าข้าเชียวชาญการใช้พิษ ลำพังฝีมือเพียงนี้จะทำอันใดข้าได้”
“ข้าปล่อยวางมิลงพี่ชายฝาแฝดของข้าจากไป แต่บิดามารดาของเจ้ากลับ…..
“ใช่ และเพราะข้ารู้ว่าพวกเขายังมิตาย จึงได้ไว้ชีวิตเจ้า แต่นั่นคือโอกาสสุดท้าย”
ร่างของฟู่ฉีถูกองค์รักษ์ของจ้าวหลินฟู่เยี่ยพาออกไป จากนี้จะไม่มีอีกฝ่ายเขาตามวุ่นวายกับชีวิตของนางเสียที
“ครั้งก่อนเจ้าใจดีเกินไป”
ร่างสูงเดินเข้าไปหยุดตรงหน้านางก่อนจะเปิดผ้าคลุมหน้าออก จ้องมองตาที่สะท้อนภาพของตนเองออกมา
“เยว่เอ๋อร์ยามนี้พวกเราร่วมผูกผม ข้าจะมีเพียงเจ้าคนเดียวตลอดชีวิต ข้ารู้ดีเจ้าต้องตามหาพวกท่านทั้งสอง และข้ายินดีสนับสนุนและเป็นเพื่อนไปกับเจ้าทุกหนแห่ง”
“ท่านรู้”
“ข้ารู้ เพราะข้าเฝ้ามองเจ้าตลอดมา ข้ามีเรื่องจะสารภาพกับเจ้าเรื่องหนึ่ง”
“ท่านว่ามา”
“ข้าอยากทำเช่นเดียวกับยามที่เจ้าบุกเข้ามาในความฝันของข้า”
นางเอียงคอมองอีกฝ่ายด้วยความสนใจเขาฝันเห็นนางอย่างไรในความฝัน จึงพยักหน้าผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีของนางรวบตัวนางก่อนจะคร่อมร่างของนางไว้ ริมฝีปากที่มีกลิ่นสุราจางๆสัมผัสที่ริมฝีปากล่างเบาๆ คล้ายรอการอนุญาตจากนางเมื่อนางขยับเพียงนิดลิ้นก็ลอดผ่านเข้ากวัดรัดทั้งเซาะซ่อนไปทั่ว โคมไฟถูกดับไปทันทีเสียงเสื้อผ้าถูกโยนลงพื้นไม่นานนักอารมณ์คนยิ่งร้อนแรงเสียงคนด้านในที่ดังออกมา ทำให้สาวใช้ที่รอด้านนอกต่างขยับออกห่างจากบานประตูไปอีกหลายก้าวด้วยใบหน้าที่เห่อร้อน