ท้องฟ้าในเช้าวันนี้เป็นสีเทาคล้ายกับมีฝนตกลงที่หน้าต่างในบางครา หยางเฉินที่เพิ่งตื่นนอนแลเห็นหลิวหมิงอวี้ที่แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้กำลังนั่งหวีผมอยู่
เมื่อเห็นหยางเฉินที่ลุกขึ้นมานั่งเปลือยกายอยู่บนเตียงเธอกลับไม่มีทีท่าของความกระดากอายใดๆ เธอเพียงเผยรอยยิ้มที่เงียบสงบ
"ฉันเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง เขาว่าไม่ว่าจะผู้ชายหรือผู้หญิง ต่างก็เพลิดเพลินกับการดูคู่รักของตนนอนหลับสนิท ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ด้วยล่ะนะ"
"เจ็บมั้ย?" หยางเฉินเหลือบมองไปยังช่วงล่างของหญิงสาว
หลิวหมิงอวี้ส่ายหัวพลางพูดติดตลกว่า
"มีแต่คนแก่เท่านั้นแหละที่เจ็บ"
"ผมชอบทำกับคนแก่เสียด้วยสิ" หยางเฉินกล่าวอย่างเคร่งขรึม
หลิวหมิงอวี้ได้ยินดังนั้น จึงแย้มยิ้มพลางตบหลังหยางเฉินเบาๆ เป็นเชิงหยอก
"รีบไปอาบน้ำได้แล้ว ทางโรงแรมเขามีบริการบุฟเฟ่ต์อาหารเช้า ทานเสร็จแล้วเราจะได้ไปทำงานกัน"
หลังจากนั้นสักครู่ทั้งสองก็ลงมายังชั้นล่างซึ่งเป็นชั้นอาหารของโรงแรมที่นี่มีอาหารตะวันตกอยู่เป็นจำนวนมาก
หยางเฉินหยิบไข่ต้มสี่ฟอง ข้าวต้มข้าวฟ่าง เกี๊ยวนึ่ง และขนมปังที่มีผักพูน จานผลไม้ขึ้นมากินอย่างหิวโหย
หลิวหมิงอวี้เพียงตักเอาสลัดผักที่สาวๆ ทั่วไปกินกัน
หยางเฉินรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยพร้อมกล่าวขึ้นว่า
"กินแค่สลัดไม่พอหรอกครับคุณไม่จำเป็นต้องลดน้ำหนักแล้ว ลองทางอย่างอื่นบ้างเถอะ"
"น้ำสลัดมีความหวานนอกจากนี้ถึงจะไม่ต้องลดน้ำหนัก แต่ผู้หญิงเราก็จำเป็นต้องรักษารูปร่างเอาไว้" หลิวหมิงอวี้กล่าว
หยางเฉินปอกเปลือกไข่ต้ม แล้ววางมันลงในจานของหลิวหมิงอวี้
“ผมได้สัมผัสร่างกายของคุณมาหมดแล้ว ผมว่าคุณจำเป็นต้องเพิ่มไขมัน"
หลิวหมิงอวี้หน้าแดงขึ้นมาทันทีเธอหันไปมองรอบๆ เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครได้ยิน เธอก็กล่าวขึ้นอย่างไม่พอใจว่า
"อย่าพูดไร้สาระน่าฉันบอกแล้วไม่ใช่หรือไง หลังจากเรื่องเมื่อคืนเราจะต่างคนต่างอยู่นอกเหนือจากเรื่องงานแล้ว พวกเราไม่มีความสัมพันธ์อื่น!"
"เมื่อวานกับวันนี้มันมีอะไรที่แตกต่างกันงั้นหรือครับ ทั้งที่ผมในวันนี้ก็ยังคงเป็นตัวผมคนเดียวกับเมื่อวานแท้ๆ หรือคุณคิดว่าคุณในตอนนี้คือคนละคนกับตัวคุณในเมื่อวานอย่างงั้นหรือครับ?" หยางเฉินกล่าวพลางจ้องมองไปยังหลิวหมิงอวี้
หลิวหมิงอวี้ก้มหน้าเงียบ ไร้ซึ่งคำพูดใดๆ ออกมาจากปาก
"บางสิ่งบางอย่างแม้เราจะไม่ได้พูดมันออกมาแต่คุณก็ไม่อาจทำมันได้ ผมเองก็เช่นกัน" หยางเฉินกล่าวอย่างจริงจัง
หลิวหมิงอวี้เงยศีรษะขึ้นหยิบส้อมจิ้มไข่ต้มเข้าปากกัดเคี้ยวหนึบ พร้อมกล่าวว่า
"ขอบคุณที่ปอกให้ฉันทานนะ แต่ฉันไม่รับเพิ่มแล้ว..."
"ดีมาก" หยางเฉินยิ้มหยิบขนมปังขึ้นมากัดเข้าไปคำใหญ่
ขณะที่กำลังรับประทานอาหารได้ไม่นานเสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของหยางเฉิน
"คุณหยาง?"
หยางเฉินหันหลังไปตามต้นเสียง เจ้าของเสียงเรียกเป็นผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งกำลังอยู่ในอาการที่ประหลาดใจเล็กน้อย
"คุณถัง?"
เป็นเสียงของถังหว่านที่เพิ่งพบกันเมื่อวันก่อน ในเวลานี้เธอดูเปลี่ยนไปเล็กน้อย เหมือนว่าเธอจะเปลี่ยนทรงผมเป็นทรงตรงยาวลงมาชุดสูทสีดำที่เปิดลึกจนเห็นร่องอก และเสื้อด้านในสีเหลืองอ่อนการแต่งกายเช่นนี้สามารถปิดบังอายุที่แท้จริงของเธอได้เป็นอย่างดี
"คุณก็มาพักที่นี่เหมือนกันเหรอครับ?"หยางเฉินถาม
ถังหว่านเหลือบมองหลิวหมิงอวี้ครู่หนึ่ง สายตาพลันปรากฏแววลึกซึ้ง เธอยิ้มและกล่าวว่า
"คุณหยางนี่ความจำสั้นจริงๆ นะคะครั้งก่อนคุณมาเล่นเทนนิสที่สปอร์ตคลับของฉันซึ่งโรงแรมนี้ก็ชื่อเดียวกันด้วย"
หยางเฉินเริ่มคิดว่าถังหว่านเป็นสาวนักธุรกิจผู้มั่งคั่ง
“ธุรกิจของคุณมีอยู่ทุกที่เลยนะครับ ว่าแต่คุณกำลังจะไปทำงานเหรอ?”
ถังหว่านยิ้มส่ายหัว
"แค่มาเพื่อตรวจสอบบางอย่างตอนเช้านะคะไม่คิดว่าจะมาเจอคุณหยางที่นี่ แล้วสาวงามทางด้านนี้คือ..."
หลิวหมิงอวี้สังเกตเห็นถังหว่านมาเป็นเวลานานแล้วแต่ไม่คิดว่าสาวงามผู้นี้จะรู้จักกับหยางเฉินเพียงแค่รอยยิ้มที่ถังหว่านส่งมาก็ทำให้หลิวหมิงอวี้หัวใจแทบระเบิดแน่นอนว่าทุกคนที่เผชิญหน้ากับถังหว่านก็คงรู้สึกแบบเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าทางอันสูงส่งและสง่างามอย่างชนชั้นสูงที่ผ่านการอบรมมาเป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตามหลิวหมิงอวี้นั้นคิดว่าตอนนี้ความสัมพันธ์ของเธอคือการคบชู้และแอบกินสามีของภรรยาผู้โชคร้ายคนนั้น... และหากเธอรู้ว่า "ภรรยาผู้โชคร้าย" คนนั้นเป็นเจ้านายที่ตนเองเคารพรักล่ะก็หลิวหมิงอวี้คงเป็นลมล้มพับไปในทันที
เมื่อเห็นถังหว่านถามถึงตนเองเช่นนี้แล้วหลิวหมิงอวี้ก็ยื่นมือออกมาพร้อมกล่าวว่า
"หลิวหมิงอวี้ค่ะเป็นเพื่อนร่วมงานของหยางเฉิน"
"ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณหลิวฉันถังหว่าน"ถังหว่านกล่าวพลางยื่นมือออกไปโดยธรรมชาติ
หยางเฉินรู้สึกว่าการเผชิญหน้าของสองสาวมีบรรยากาศที่ไม่ธรรมดา
หลังจากกล่าวทักทายกันตามมารยาทแล้วถังหว่านก็หันมากล่าวกับหยางเฉินว่า
"ครั้งก่อนฉันไม่ทันได้ขอบคุณคุณหยางอย่างเป็นทางการเลยฉันเลยอยากจะชวนคุณหยางมาทานอาหารด้วยกัน"
"เอ่อ... ไม่จำเป็นหรอกครับคุณถังงานเยอะจะตาย"หยางเฉินรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนักหากต้องมากินข้าวกับถังหว่านตามลำพังเพราะครั้งแรกที่พวกเขาพบกันนั้นไม่ค่อยจะดีนัก
"สำหรับคุณหยางอาจนี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรแต่ไม่ใช่กับฉันที่เพิ่งผ่านช่วงเวลาเป็นตายมาได้ถ้าฉันถูกข่มเหงโดยกลุ่มโจรในวันนั้น ก็คงไม่อาจมีฉันในวันนี้ได้ คุณหยางได้โปรดอย่าปฏิเสธเลยนะคะ"ถังหว่านเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
หยางเฉินได้ยินดังนั้นก็ไม่อาจจะปฏิเสธได้อีก
ถังหว่านยังคงตรวจสอบความเรียบร้อยของโรงแรมก่อนจะจากไปหยางเฉินและหลิวหมิงอวี้หลังจากที่รับประทานอาหารเสร็จแล้วก็ออกจากโรงแรมทันทีเช่นกัน
ระหว่างทางไปบริษัทหยางเฉินถือโอกาสแวะซื้ออาหารเช้าด้วยเช่นกันแต่ในขณะนั้นเองหลิวหมิงอวี้ก็เอ่ยถามขึ้นว่า
"คุณเคยช่วยชีวิตของคุณถังเหรอ?"
"อา... มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอกครับ" หยางเฉินกล่าวขึ้นแบบขอไปที
เป็นฮีโร่ช่วยสาวงามอย่างนั้นหรือ? พล็อตเรื่องแบบนี้มัน? หลิวหมิงอวี้ไม่อาจทำอย่างไรได้ได้แต่ถามว่า "ไม่ใช่ว่าคุณถังอยากจะสานสัมพันธ์กับคุณไม่ใช่เหรอ?"
"สานสัมพันธ์?" หยางเฉินหันไปถามหลิวหมิงอวี้ขณะขับรถ
"...ความสัมพันธ์ของพวกเรา" หลิวหมิงอวี้กระซิบด้วยน้ำเสียงคลุมเครือ
"ความสัมพันธ์ของพวกเรา? ถ้าจำไม่ผิดคุณบอกผมว่าหลังจากเมื่อวานพวกเราจะไม่มีอะไรเป็นอื่นนอกจากเพื่อนร่วมงาน"
หลิวหมิงอวี้หันไปตวาดใส่หยางเฉิน
"หยุดพูดเลยนะ!"
"เก็บความอยากรู้ของคุณไว้เถอะคุณก็รู้ว่าคุณถังอยู่ในฐานะอะไร แล้วผมอยู่ในฐานะอะไร"
หลิวหมิงอวี้แอบลอบถอนหายใจเงียบๆ
เมื่อรถขับรถเข้าไปในบริษัทหยางเฉินตัดสินใจจอดรถในที่จอดรถชั้นบนสุดเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะตามมา
เมื่อเดินลงจากรถหยางเฉินกลับรู้สึกเย็นวาบขึ้นมาจากทางด้านหลังและเมื่อหันไปมองยังลิฟต์ที่กำลังจะเปิดอย่างช้าๆ...
แต่นั่นไม่สำคัญปัญหาคือเงาร่างที่ยืนอยู่ในลิฟต์นั้นกลับคุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง คนที่ยืนอยู่ในลิฟต์คือหลินรั่วซีนั่นเอง
หยางเฉินมองไปที่ประตูลิฟต์ เขาเห็นหลินรั่วซีส่งสายตาแสนเย็นชามาให้ พร้อมกับประตูลิฟต์ที่ค่อยๆ ปิดลงช้าๆ
แม่เจ้า! ความโชคร้ายนี้มันอะไรกันไม่เพียงถูกจับได้ แต่ยังถูกจับได้ในขณะที่กำลังอยู่กับหลิวหมิงอวี้อีกด้วย!
เมื่อคิดถึงเมื่อวานเขาไม่ได้กลับบ้านตลอดทั้งคืนและยังมาทำงานพร้อมกับหัวหน้าในแผนกอีก หยางเฉินรู้สึกภายในสมองพลันขาวโพลนไปหมด
หลิวหมิงอวี้เห็นหยางเฉินยืนยิ้มอย่างเหม่อลอยก็อดถามขึ้นไม่ได้ว่า
"มีอะไรงั้นเหรอ"
หยางเฉินตอบอย่างใจเย็น
"ผมแค่กังวลเกี่ยวกับการพัฒนาในอนาคตของบริษัท และยังคิดถึงโมเดลในการทำงานด้วย คุณก็รู้ว่าผมจริงจังกับการทำงานแค่ไหน"
"..."