แสงไฟสลัวจากตะเกียงตั้งโต๊ะเพียงหนึ่งเดียวบนชั้น2 ทำให้ไม่สามารถมองเห็นได้ทั่วถึง
มือเหี่ยวย่นกุมปากกาขนนก จุ่มหมึกและเตรียมขีดเขียนบางอย่างลงบนแผ่นกระดาษเหลืองกรอบ
“บอกรายละเอียดภารกิจของเจ้ามา...”มาสเตอร์ประจำสาขาสมาคมทหารรับจ้างเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบแห้งแต่ทรงพลัง
มนุษย์ครึ่งแมงมุมเปิดปากขึ้นร่ายยาวถึงภารกิจที่ต้องการลงทะเบียน
มาสเตอร์ประจำสาขาสมาคมทหารรับจ้างขยับมือเขียนรายละเอียดตามที่มนุษย์ครึ่งแมงมุมบอกแล้วถามต่อว่า
“ค่าจ้าง?”
“2รูปีสีม่วง”มาสเตอร์ประจำสาขาสมาคมทหารรับจ้างพยักหน้าเขียนค่าว่าจ้างลงไป ก่อนจะกวาดตาพิจารณาเป็นครั้งสุดท้าย
ปึง!
ตราประทับสีเลือดถูกนำมากระแทกลงบนกระดาษเหลืองเป็นอันเสร็จสิ้น
“เสร็จแล้ว! ถ้ามีความคืบหน้าข้าจะส่งข่าวไปแจ้ง”มาสเตอร์แห่งสาขาสมาคมทหารรับจ้างกล่าวเสียงห้วน
“ขอบคุณท่านมาก ลาก่อน”มนุษย์ครึ่งแมงมุมก้มศีรษะเล็กน้อยก่อนจะจากไป
มาสเตอร์ประจำสาขาสมาคมทหารรับจ้างมองไล่ตามหลังมนุษย์ครึ่งแมงมุมจนออกจากสมาคมไป จากนั้นจึงเอ่ยขึ้นมาว่า
“เขาไปแล้ว เจ้าออกมาได้แล้วละ”สิ้นคำ ชายในชุดคลุมที่ซ่อนอยู่ในเงามืดบนชั้น 2 ก็เคลื่อนไหว
การก้าวเดินนั้นเงียบกริบไร้สุ้มเสียง จึงไม่แปลกใจที่มนุษย์ครึ่งแมงมุมไม่รู้ตัวว่าชายในชุดคลุมได้มายืนอยู่บนชั้น 2 ตั้งแต่เมื่อไร แต่นั่นไม่ใช่กับมาสเตอร์แห่งสาขาสมาคมทหารรับจ้างผู้มีลูกสาวเป็นถึงนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่1
ชายในชุดคลุมเดินมาหยุดที่หน้าโต๊ะของมาสเตอร์แห่งสาขาสมาคมทหารรับจ้างก่อนจะวางป้ายประจำตัวลงเบาๆ
“ภารกิจนี้ฉันรับเอง”
มาสเตอร์แห่งสาขาสมาคมทหารรับจ้างเงยหน้าขึ้นมอง ถึงจะมองไม่เห็นใบหน้าแต่มาสเตอร์แห่งสาขาสมาคมทหารรับจ้างก็คล้ายคาดเดาได้บางอย่าง
มาสเตอร์แห่งสาขาสมาคมทหารรับจ้างคว้าป้ายประจำตัวของชายในชุดคลุมมาแล้วถามว่า
“เดี่ยวหรือกลุ่ม?”
“กลุ่ม”
มาสเตอร์แห่งสาขาสมาคมทหารรับจ้างควักบางอย่างออกมา สิ่งนั้นคล้ายกับป้ายประจำตัวของชายในชุดคลุมแต่ต่างกันแค่มันเป็นสีทอง
มาสเตอร์แห่งสาขาสมาคมทหารรับจ้างนำป้ายทั้งสองมาสัมผัสกันก่อนจะพึมพำบางอย่าง
ป้ายสีเงินเรืองแสงวูบ!
มาสเตอร์แห่งสาขาสมาคมทหารรับจ้างโยนป้ายคืนให้ชายในชุดคลุม
“ระยะเวลาภารกิจ 10 วัน ถ้าเจ้าทำสำเร็จไม่ทันเวลาจะถือว่าภารกิจล้มเหลว และมันจะถูกบันลึกลงในประวัติภารกิจของกลุ่มทหารรับจ้างของเจ้า”มาสเตอร์แห่งสาขาสมาคมทหารรับจ้างอธิบายตามหน้าที่
ชายในชุดคลุมโบกมือเป็นเชิงไม่ต้องพูดแล้ว และขอตัวจากไป
แต่ขณะที่วาสกำลังจะจากไป มาสเตอร์แห่งสาขาสมาคมทหารรับจ้างก็ขัดขึ้นมาว่า
“เดี๋ยวก่อน!”
ชายในชุดคลุมหยุดฝีเท้าลง แต่ไม่ได้หันกลับมามองเพียงเอ่ยว่า
“เท่าที่ฉันจำได้ สมาคมทหารรับจ้างจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งของทหารรับจ้างด้วยกันไม่ใช่หรือไง?”
มาสเตอร์แห่งสาขาสมาคมทหารรับจ้างหัวเราะหึ
“ข้าไม่สนใจเรื่องระหว่างเจ้ากับเจ้าแมงมุมแห่งเผ่าพันธุ์สเวนเซอร์หรอกนะ!”มาสเตอร์แห่งสาขาสมาคมทหารรับจ้างเว้นช่วงเล็กน้อยก่อนจะถามเสียงเข้มว่า
“ข้าแค่อยากรู้ว่าเจ้าคิดอะไรกับลูกสาวข้าหรือเปล่า!”
ชายในชุดคลุมตะลึง ก่อนจะสบถออกมาดังลั่นว่า
“ไร้สาระ!”
เมฆครึ้มสีหม่นหนาตาลอยไปมาบนฟากฟ้า เสียงคำรามดังอื้ออึง สายฝนยังคงพัดโหมกระหน่ำไม่หยุด
กลุ่มคนลึกลับในชุดคลุมเดินฝ่าสายฝนอยู่ในป่าทึบหนา
หยดฝนเกาะตามใบไม้ใหญ่ ย้อยลงมาตกกระทบลงบนชุดคลุมที่มีโคลนเกาะอยู่ตามชายขอบ
ชายในชุดคลุมหนึ่งในกลุ่มย่อตัวลง มือสากหนาลูบไปบนดินที่เละจนกลายเป็นโคลนเพียงแต่ว่าโคลนนั้นปรากฏเป็นรูปรอยเท้าอยู่จางๆ
“ใกล้ถึงแล้ว...”ชายในชุดคลุมกล่าวเสียงเรียบ แต่กลุ่มของเขาไม่มีใครตอบกลับ
ทันใดนั้นสายลมที่รุนแรงก็พัดมา ทำให้ชุดคลุมที่ปกปิดใบหน้าเผยออกมาพร้อมกับนัยน์ตาสีดำที่เฉียบคมที่ซ่อนอยู่หลังหน้ากาก
เสียงหัวเราะร่าเริงดังออกมาจากกลุ่มเด็กหลากหลายเผ่าพันธุ์ที่กำลังเล่นสนุกอยู่ท่ามกลางสายฝนโดยมีเหล่าบิดามารดาที่กำลังเฝ้ามองด้วยสายตาอบอุ่น
ทว่านอกจากสายตาของเหล่าบิดามารดาที่เฝ้ามองแล้ว ก็มีอีกบุคคลหนึ่งมามองลงมาอยู่
หมู่บ้านที่ซ่อนอยู่ในป่าที่เงียบสงบกำลังจะเผชิญหน้ากับหายนะจากชายผู้นี้
เขายกมือเสยเรือนผมสีดำชุ่มไปด้วยหยาดฝนแล้วพูดเสียงเข้มว่า
“ฆ่าให้หมด”
วูบ!วูบ!วูบ!วูบ!...วังวนมิติจำนวนมหาศาลโผล่ขึ้นมาบดบังน่านฟ้า
เด็กๆที่กำลังเล่นสนุกกันอยู่หยุดชะงักพลางชะเง้อคอสงสัยว่าเหตุใดอยู่ดีๆจึงหยุดตก แต่สิ่งเดียวที่พวกเขาเห็นก็คือลูกศรจำนวนมากที่ตกลงมาแทนสายฝน...
ฉึกๆๆๆๆๆ!
น้ำขังสีโคลนได้ถูกย้อมเป็นสีเลือดในเวลาไม่กี่วินาที พร้อมกับเสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
“เกิดอะไรขึ้น!!!”เสียงตะโกนด้วยความเดือดดาลดังขึ้น
บ้านไม้หลังใหญ่พังทลายเป็นชิ้นๆ พร้อมกับที่ชายสองคนพุ่งทะยานออกมา
ทั้งสองหน้าตาเหมือนกันอย่างกับแกะ ต่างที่ชายคนแรกมีผิวสีแดงและอีกคนมีผิวสีเขียว
มัดกล้ามที่หนาราวกับท่อนซุงเต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดปานสัตว์ประหลาด
เพียงมองดูก็รู้ว่าชายทั้งสองมีร่างกายที่เต็มไปด้วยพลังมหาศาล
ชายทั้งสองกวาดตามองรอบๆและเมื่อเห็นโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นก็แผดเสียงร้องราวกับสัตว์ร้าย
และด้วยประสาทสัมผัสที่ฉับไวทำให้พวกเขาสามารถรับรู้ถึงการคงอยู่ของชายคนหนึ่งที่ลอยอยู่บนอากาศไม่ไกล
“เป็นเจ้า!”ชายผิวแดงร้องขึ้น
“ข้าจะฆ่าเจ้า!”ตามด้วยชายผิวเขียวที่คำรามด้วยความโกรธ
‘นักรบกลายพันธุ์ 2 คน!’วาสคิดในใจ เขาเลียริมฝีปากคราหนึ่งพร้อมกับวังวนมิติที่ปรากฏข้างๆ
ซากทัพกลุ่มหนึ่งพากันออกมาจากวังวนมิติ
แต่พวกมันไม่ใช่ซากทัพธรรมดา ซากทัพที่ตัวที่ออกมาล้วนเป็นซากทัพนักรบกลายพันธุ์ที่วาสเก็บรวบรวมไว้
“พวกแกไปรับมือไอ้ตัวเขียวไว้!”สิ้นคำเหล่าซากทัพนักรบกลายพันธุ์ก็พุ่งทะยานเข้าหาชายผิวเขียว
เมื่อเห็นซากทัพจำนวนมากโผล่ออกมาจากวังวนมิติ นักรบกลายพันธุ์ทั้งสองก็อดหวาดหวั่นในใจไม่ได้
ถึงซากทัพนักรบกลายพันธุ์จะมีพลังไม่ถึงระดับเดียวกับนักรบกลายพันธุ์อย่างพวกเขา แต่ก็ถือว่าไม่เป็นรองเท่าไหร่นัก
นักรบกลายพันธุ์ทั้งสองกัดฟันกรอด เตรียมเข้าโรมรันกับฝูงซากทัพนักรบกลายพันธุ์
แต่ทว่าวาสกลับมาขวางหน้าชายผิวแดงไว้
“แกต้องมาเจอกับฉัน!”
“อย่ามาขวางข้า!”ชายผิวแดงตะคอกเสียงดังลั่น พร้อมส่งหมัดที่เต็มพลังไปใส่ร่างที่ขวางหน้าอยู่
วาสแค่นเสียง!
สกิลคืนสภาพ!
นัยน์ตาสีดำพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงดุจเลือด เส้นเลือดฝอยสีแดงแพร่กระจายไปทั่วดวงตา
วาสส่งหมัดเข้าสวนเต็มแรง
ปัง!
เพียงปะทะกันครั้งแรกก็มีคนหนึ่งถูกแรงปะทะพัดปลิวไปราวกับดาวตก ร่างกระแทกเข้ากับแนวป่าลากเป็นทางยาว
ปลายแหลมของเศษไม้ฉีกกระชากชุดคลุมที่วาสสวมจนขาดวิ่นเผยให้เห็นร่างใต้ชุดคลุมของวาส
ละอองน้ำถูกพ่นออกมาจากช่องว่างของหน้ากาก
คิ้วใต้หน้ากากขมวดจนเป็นปมพลางบ่นในใจว่า
‘พละกำลังปีศาจชัดๆ’
ด้านชายผิวแดงก็มีสีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้กัน สาเหตุที่เขามีพละกำลังมหาศาลก็เพราะเขามีเฉพาะสกิลติดตัวที่เสริมร่างกายเท่านั้น
แต่ถึงอย่างนั้น จากการที่วัดพลังกับวาสในคราแรกก็ทำให้เขารู้ว่าร่างกายของวาสไม่ธรรมดาเช่นกัน
“ข้าไม่เชื่อว่าจะไม่สามารถฆ่าเจ้าได้!”ชายผิวแดงคำรามพุ่งตะบึงเข้าหาวาสราวกับวัวคลั่ง
“คงจะมีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่จะปะทะแรงกับแกตรงๆ”วาสยิ้มเยาะ
สกิลวายุโหมกระหน่ำ!
ทันใดนั้นพื้นที่รอบตัววาสก็บังเกดสายลมที่รุนแรงพัดโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง
เศษไม้ใบหญ้า และฝุ่นละอองปลิวว่อนพัดไปมาด้วยความเร็วสูงจนแทบมองไม่ทัน
ทันทีที่ชายผิวแดงย่างก้าวเข้ามาในพื้นที่ของสกิล การเคลื่อนไหวของเขาก็ช้าลง อีกทั้งสายตายังมองเห็นไม่ชัดเจนเนื่องจากเศษไม้และใบหญ้าที่ปลิวว่อน
แต่วาสไม่หยุดแค่นั้น เขาต้องการจะจบการต่อสู้นี้ให้เร็วที่สุดเพื่อไปจัดการนักรบกลายพันธุ์อีกคนต่อ
สกิลคมมีดสายลมยักษ์!สกิลคมมีดสายลมยักษ์!สกิลคมมีดสายลมยักษ์!สกิลคมมีดสายลมยักษ์!...คมมีดสายลมจำนวนมากผุดขึ้นและพุ่งเข้าใส่ชายผิวแดงโดนไม่ได้รับกระทบของสกิลวายุโหมกระหน่ำอีกด้วย
ชายผิวแดงร่ำร้องด้วยความเจ็บปวด ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลจำนวนมากที่มีเลือดทะลักออกมาอย่างน่ากลัว
อย่างไรก็ตาม สายตาของชายผิวแดงยังคงเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นที่จะฆ่าวาส เขาดันทุรังเดินต่อไปแม้จะถูกโจมตีด้วยคมมีดสายลมยักษ์ไม่ขาดสายก็ตาม
‘ตายยากจริงๆ’
‘ขอดูหน่อยว่าแกจะทนได้สักแค่ไหน’สกิลคมมีดสายลมยักษ์!สกิลคมมีดสายลมยักษ์!สกิลคมมีดสายลมยักษ์!สกิลคมมีดสายลมยักษ์!...ฝ่ายหนึ่งโจมตีอย่างบ้าคลั่ง อีกฝ่ายก็เดินฝ่าดงคมมีดสายลมอย่างบ้าคลั่งเช่นกัน
ถ้าเป็นนักรบกลายพันธุ์คนอื่นโดนการโจมตีขนาดนี้ไปคงจะสิ้นท่าไปนานแล้ว แต่กลับชายผิวแดงที่มีร่างกายที่ทรงพลังจึงทำให้พลังของสกิลคมมีดสายลมยักษ์ลดพลังไปพอสมควร
ท้ายที่สุดระยะห่างของทั้งคู่ก็ถูกย่นมาในระยะไม่ถึง 10 เมตร ด้วยระยะห่างแค่นี้ขอแค่ชายผิวแดงทุ่มสุดตัวจะต้องไปถึงตัววาสได้ในเสี้ยววินาทีแน่นอน
“ฮ่าๆๆ ถึงเวลาตายของเจ้าแล้ว”ชายผิวแดงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งแม้เลือดจะท่วมตัวก็ตาม
วาสถอนหายใจออกมา แต่ไม่ใช่เพราะความสิ้นหวัง แต่เป็นเพราะว่าเขาถูกบังคับให้ใช้สกิลบางอย่างออกมา
สกิลระเบิดสายลม!