
ตอนที่ 147 โอ้โน้ว..ข้าไม่มีเจตนาจะโหดร้ายขนาดนี้
วานรหยกขนขาวพูดโน้มน้าวยืนยันที่จะจัดการกริชเพชรโดยการจัดค่ายกลแปดวานร เมื่อหัวหน้าเผ่าได้ยินอย่างนั้น ก็พยักหน้าเห็นด้วยถือ ว่าไอ้ลิงขาวมันมีสติปัญญาเฉียบแหลมคิดรอบคอบ
"ค่ายกลแปดวานรขังวิญญาณอสูร..."
สิ้นเสียงของหัวหน้าเผ่า วานรทั้งแปดก็กระจายกำลังออก พวกมันได้รับการฝึกฝนกันอย่างช่ำชองเพื่อการออกแย่งชิงกุญแจดอกนี้โดยเฉพาะ ดังนั้นแม้แต่ลูกชายหัวหน้าเผ่าวานรเทพก็ยังร่วมฝึกฝนค่ายกลด้วย เพื่อทำภารกิจนี้โดยเฉพาะ
หัวหน้ามันไอ้ตัวสูงใหญ่อยู่ตรงใจกลางระหว่างค่ายกล ยืนเป็นคนที่สองหลังไอ้ชุดขาวที่ดูบอบบางตัวเล็ก แต่ตอนนี้เมื่อเข้าสู่ค่ายกลมันกลายร่างเป็นลิงยักษ์ขนาดสองร้อยฟุต เหมือนตัวแทงค์ที่อยู่ด้านหน้า
ส่วนอสูรวานรหกตัวยืนขนาบข้างเป็นแถวตอนลึกข้างละสามตัว กระบองในมือกวัดแกว่งพร้อมที่จะประจัญบาน พวกมันยืนบังหมาล่าไว้จึงไม่กลัวว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าจะหนีไปไหน เพราะว่าหญิงสาวเป็นตัวประกันของมันแล้ว ด้วยอาการบาดเจ็บของนางไม่สามารถจะช่วยเหลือใครได้อีก
"รัตติกาลพาฮายองวอนออกมาตั้งค่ายกลสามบรรจบ.."
เสียงของกริชเพชรเรียกหญิงสาวเบาๆ ร่างของภูตสาวทั้งสองก็ปรากฏกายขึ้นข้างๆ เขา นางทั้งสองได้รับการถ่ายทอดค่ายกลจากกริชเพชร ดังนั้นเมื่อเอ่ยชื่อค่ายกลสามบรรจบ ฮายองวอนก็กลายร่างเป็นสาวตัวสูงใหญ่ดุจนักมวยปล้ำหญิง เกราะของหญิงสาวเป็นเกล็ดเพชรทั้งตัว สูงเกือบยี่สิบฟุต ฮายองวอนรับตำแหน่งเป็นตัวแทงค์ด้านหน้าเช่นกัน กริชเพชรอยู่ตรงกลางระหว่างค่ายกล สามบรรจบ ปีศาจสาวรัตติกาลยืนคุมหลัง
"เวทย์อุโมงค์มาร..หัวผีส้มออกมา.."
เสียงหญิงสาวพูดจบหัวผีสีส้มก็ปรากฏขึ้นออกจากม่านมิติ เหนือศีรษะของค่ายกลแปดวานรทะยานเข้าโจมตีทันที
"คลื่นเสียงวานรเทพ.."
คลื่นเสียงคํารามของวานรสีขาวยักษ์ขนาดสองร้อยฟุตกระจายออกกระแทกระเบิดหัวผีสีส้มแตกละเอียดสั่นสะเทือน ถึงค่ายกลสามบรรจบของกริชเพชร
"จระเข้ขวางคลอง.."
ตูมๆ ๆ!! วาบๆ ๆ ๆ!!
เสียงของฮายองวอนดังก้องกัมปนาทปรากฏเงาร่างจระเข้เป็นออร่าสีเขียว ระเบิดออกป้องกันการโจมตีของคลื่นเสียงคำรามของวานรที่ดังกัมปนาทใส่ค่ายกลของนาง ดับสูญสลายหายไปในพริบตา
"ง้าวอัสนีคว่ำโลก.."
กริชเพชรร้องคำรามขึ้นเช่นกัน ง้าวบนท้องฟ้านับแสนเล่นก็พุ่งทะยานเข้าหาโจมตีคนทั้งแปดอย่างบ้าคลั่ง
วาบๆ ๆ!! ตูมๆ ๆ!!
"พลังกระบองวานรขึ้นบรรพต.."
เสียงของหัวหน้าเผ่าดังก้องกังวานวานรทั้งเจ็ดตัวเร่งเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ ขึ้นเป็นกระบองขนาดใหญ่ค้ำฟ้าสูงเกือบพันฟุตทุ่มฟาดลงตรงกลางค่ายกลของกริชเพชรหวังจะระเบิดเขาทั้งสามให้แตกกระจายไปในการฟาดครั้งเดียว
"เวทย์อุโมงค์มาร..มือปีศาจ"
เสียงของรัตติกาลดังขึ้น ปากอุโมงค์ก็ขยายออก มือมารขนาดใหญ่ที่มีแต่หนังหุ้มกระดูกยื่นมาจากอุโมงค์ กดทับลงบนค่ายกลของคนทั้งแปด
วาบๆ ๆ ๆ!! ครึนนน!! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
"อสูรวานรเทพค้ำฟ้า! .."
เสียงอสูรวานรหยกร้องคำรามอย่างหวาดกลัว เพราะพลังกดดัน ที่กระแทกใส่ลงมาหาพวกเขาทั้งแปด มันมีดาเมจพลังที่รุนแรงจนเขาสัมผัสได้ จึงฝืนใช้วิชาลับประจำตระกูลของเผ่าอสูรวานรเทพออกมาสกัดกั้น
"อ๊าาาาาาซ์..กรอดดด!!! "
ตูมมม!!!
เสียงดังสนั่นพลังทั้งสองค้ำยันกันอยู่กลางอากาศ วานรทั้งแปดเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ประสานกันขึ้นปกป้องค่ายกลอย่างสุดความสามารถ กริชเพชรเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า เขาเคยเห็นการโจมตีของมือมารมาแล้ว
รู้ว่าพลังของมันมหาศาล ตรึงคู่ต่อสู้ไว้ในอุ้งมือได้อย่างไม่ต้องสงสัย เขาจึงคิดแผนนี้ขึ้นมาหวังเผด็จศึก จึงทดสอบว่ามันจะใช้การได้หรือไม่
"ดวงตามหาเวทย์.."
วาบๆ ๆ!!
กริชเพชรร่ายคาถาดวงตามหาเวทย์ออกไปแสงสีแดงกะพริบถี่ๆ ออกจากดวงตาของเขาสว่างวาบๆ เหมือนไฟเรนหน่วยกู้ภัย
แสงกะพริบนั้นเหมือนไม่มีพลังทำลายใดๆ ทั้งสิ้น
แต่มันกลับทำให้เกิดการหยุดชะงักของอสูรวานรทั้งแปดลงในพริบตา มันใช้เวลาในการสตั้นพวกนี้ไว้ได้แค่สามวินาที แต่มันก็เพียงพอที่จะให้พลังมหาศาลของมือมาร ที่กดทับลงมาจากกลางอากาศแสดงพลังได้อย่างเต็มที่
ตูมๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ!! ..ตูมมมม!!!
เสียงดังสนั่นร่างของวานรทั้งแปดแตกสลายเหมือนกับลูกมะเขือเทศสุกที่โดนล้อรถเหยียบ เลือดสีแดงเหมือนฝุ่นกระซ่านกระเซ็นกระจายไปในทุกทิศทาง กลายเป็นละอองโลหิตที่น่าสยดสยอง วานรทั้งแปดอยู่ในสภาพโดนสตั้นยืนตัวแข็งอยู่ แม้แต่เสียงร้องก็ไม่ออกมาสักคำเดียวตายลงอย่างอนาถ
'โอ้โน้ว..!!? ..ข้าไม่มีเจตนาจะโหดร้ายขนาดนี้..กึ๊ยยย.! '
กริชเพชรต้องอ้าปากค้างถึงพลังทำลายล้างของค่ายกลสามบรรจบ ที่เขาได้ประสานกันกับสองภูตสาวทำลายล้างแปดวานร ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเทือกเขา ไปอย่างรวดเร็วภายในพริบตา
แม้แต่หมาล่าก็ยังอ้าปากค้างถึงพลังทำลายล้างอันมีประสิทธิภาพของกริชเพชรที่สำแดงออก
'ท่านช่างเป็นคนที่ร้ายกาจสุดยอด.ข้าจะไม่มีวันเป็นศัตรูกับท่านเด็ดขาด...'
หมาล่าพูดพึมพำบอกกับตัวเองตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปนางจะไม่คิดเป็นศัตรูของเขาอย่างแน่นอน คนผู้นี้มีคาถาอาถรรพ์ที่พิสดารเหลือเกิน นางไม่อาจจะรู้ได้เลยว่า แม้แต่จอมราชันย์อาณาจักรดินแดนอสูรพฤกษาจะต่อกรกับคนอย่างเขาได้หรือไม่
"รัตติกาล ฮายองวอนกลับเข้าไปใน ห้องสีชมพูพักผ่อนก่อน..ขอบใจมาก"
กริชเพชรเรียกภูตสาวทั้งสองเข้าไปอยู่ในกล่องนิลกาฬเหมือนเดิม ก่อนที่จะสะบัดมือใช้พลังจิตดูดบอลดวงจิตแก่นแท้ของอสูรวานรทั้งแปด มาเก็บไว้ในถุงนิมิตของตนพร้อมกับดึงถุงในมิตของพวกมัน มาตรวจสอบด้วยพลังจิต พบของล้ำค่าและเงินเหรียญดอร์หลายล้านเหรียญ เสียดายกลับไม่มีของวิเศษระดับขั้นเทพ ที่ชายหนุ่มต้องการ
ส่วนมากมันจะเป็นของยอดเยี่ยมมากกว่า พวกมันคงจะไม่พกติดตัวมา นอกจากอาวุธประจำกายที่เป็นกระบองของหัวหน้าเผ่าซึ่งอยู่ในระดับขั้นเทพชั้นต้น เขาเอาไว้ใช้ในยามจำเป็น ดูเหมือนว่าพวกนี้จะไม่มีวิญญาณอาวุธใช้ในการต่อสู้ ได้เหรียญมาห้าล้านเหรียญถือว่าก็โอเคอยู่นะ
"คุณชายรู้สึกว่าท่านจะเป็นนักเก็บทรัพยากรเหมือนกันนะเนี่ย..เห็นเงียบๆ แบบนี้.."
หมาล่าเอ่ยปากขึ้นขณะมองการกระทำของชายหนุ่มกริชเพชรยกยิ้มสูง เขาชำเลืองตามองหญิงสาวที่ตอนนี้ ยืนพิงต้นไม้รักษาอาการบาดเจ็บของตัวเองอยู่
"ของพวกนี้ถือว่าเป็นค่าตอบแทนของข้า ที่ยื่นมือออกมาช่วยเจ้า ทิ้งไว้มันก็เปล่าประโยชน์ ตกลงเจ้าไปทำอะไรให้พวกเขาแค้นเคืองจึงอัดเจ้าจนกระอักเลือดขนาดนี้ ..."
กริชเพชรแกล้งถามหญิงสาว แม้ว่าเขาจะรู้อยู่แล้วว่านางนำสมบัติล้ำค่าเพื่อจะไปประมูลขายที่นครอสูรพฤกษา
"ก็ไม่มีอะไรมาก เจอพวกนี้มันดักปล้นกลางทางข้าสู้มันไม่ได้ นึกว่าจะต้องสูญเสียสมบัติล้ำค่าไปเสียแล้ว แต่ก็ต้องขอบคุณท่านมากๆ ที่ช่วยข้าไว้..."
นางกล่าวขอบคุณชายหนุ่มแม้ว่าเสียงจะเย็นชาออกไปทางเย่อหยิ่งแต่ก็ฟังดูดีไม่ต้องมีใครมาเตือนให้นางขอบคุณเขา เหมือนครั้งที่แล้ว
"เมื่อเสร็จธุระแล้วเราก็แยกทางกันตรงนี้ละกัน.."
กริชเพชรขยับตัวเดินหนีจากนางเหมือนไม่แยแสใส่ใจในตัวหญิงสาว นางกัดริมฝีปากล่าง ขยี้เท้าอย่างโกรธเคืองนิดๆ ที่เขาไม่ใส่ใจนางเหมือนกับครั้งที่แล้ว
"นี่ท่านจะใจจืดใจดำทิ้งหญิงสาวให้บาดเจ็บอยู่ที่นี่คนเดียว ท่านไม่เป็นสุภาพบุรุษเลยนะ..."
หมาล่ากล่าวตำหนิกริชเพชรขึ้นลอยๆ ขณะที่เขากำลังจะร่ายคาถาเป็นหนอนชิเมโจได๋ เพื่อเข้าไปในนครอสูรพฤกษา ที่จริงแล้วชายหนุ่มต้องการสืบถามเรื่องลูกกุญแจของกล่องสีทองที่เขาพึ่งได้มา
กริชเพชรคิดว่านางต้องรู้เรื่องราวแน่นอน ถ้าอย่างนั้นนางคงไม่ด้นดั้นไปหามันในที่รกร้างอันไกลแสนไกล แต่ก็ไม่อยากแสดงพิรุธให้นางเข้าใจว่าเขารู้เรื่องกล่องสีทองและกุญแจมันอาจจะทำให้ชายหนุ่มไม่ได้ข้อมูลที่แน่ชัด หญิงสาวอาจจะสงสัยว่า เขาอยากได้สมบัติของนาง
ดังนั้นกริชเพชรจึงตัดสินใจ แยกจากนางมาซะดีกว่า เขาจึงไม่พูดเรื่องกุญแจกับหญิงสาว กริชเพชรจึงคิดว่าจะเข้าไปในนครอสูรพฤกษา เพราะยังไงชายหนุ่มก็ร่ำรวยมีผนึกเนตรมรกตหลายล้านดอร์ ถ้ามันไม่แพงเกินไปเขาก็อยากประมูลอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่อยากใช้เล่ห์เหลี่ยมเอาดอกกุญแจนั้นมาจากหญิงสาว
"คุณชายตอนนี้ข้าบาดเจ็บ ข้ามีข้อเสนออยากให้ท่านลองไตร่ตรองสักนิดนึงจะได้หรือไม่.."
หมาล่ากล่าวขึ้นขณะที่เห็นชายหนุ่มกำลังจะจากไปจริงๆ หญิงสาวนึกว่าเขาคงจะอยากให้เธอง้องอน แต่ที่ไหนได้กลับกลายร่างเป็นผีเสื้อแล้วก็กำลังจะหายไป
"เจ้ามีอะไรให้ข้าช่วยหรอ ข้าไม่มียาสำหรับรักษาเจ้าหรอกนะ.."
กริชเพชรตอบนางแล้วยืนนิ่งๆ รอหญิงสาวยื่นข้อเสนอให้เขา ถ้าเป็นเช่นนั้นชายหนุ่มก็สามารถติดตามนางไปได้โดยที่หมาล่าไม่สงสัยเรื่องที่กริชเพชรอยากจะไปสืบเรื่องข่าวคราวกุญแจสำหรับไขกล่องทองที่เก็บอาวุธของจอมราชันย์เทพอุดร
"ข้าอยากให้ท่านคุ้มครองข้าเข้าไปในนครอสูรพฤกษา ข้ามีของล้ำค่าเข้าไปประมูล ถ้าข้าประมูลของสำเร็จข้าจะให้สิบเปอร์เซ็นต์กับท่าน คุณชายสนใจงานนี้หรือไม่ ราคาของมันอาจจะถึงหลายล้านดอร์เลยเชียวนะ.."
ชายหนุ่มกลายร่างกลับคืนเป็นมนุษย์หันไปมองหน้าหญิงสาว
"อะไรนะ..หลายล้านดอร์เชียวรึ..ของอะไรจะมีค่าขนาดนั้น ข้าไม่เชื่อเจ้าหรอก ถ้าของมีค่ามากมายอย่างนั้นทำไม? เจ้าไม่พาคนมาคุ้มกันมากกว่านี้ มาวิ่งคนเดียวในป่าจนโดนจับโดนทำร้ายบาดเจ็บสาหัส ข้าคิดว่ามันไม่สมเหตุสมผลนะ...เฮ้อๆ .."
ชายหนุ่มแกล้งพูดหยอกเย้านางเขารู้ดีว่าดอกกุญแจนั้นมันสำคัญมากๆ สามารถไปเปิดเอาดาบที่เคยผ่าดวงจันทร์ได้ มันย่อมมีค่าสูงส่งจริงๆ คนระดับเจ้าเมืองหรือเจ้านคร พวกตระกูลใหญ่ที่ร่ำรวยมั่งคั่งเท่านั้นที่สามารถจะซื้อได้
คนนอกทั่วไป อาจจะซื้อมันไปแต่ก็เสี่ยงในการที่จะรักษามันไว้เช่นเดียวกัน กริชเพชรเริ่มคิดถึงจุดนี้ขึ้นมา ราคามันสูงส่งจริงๆ ถ้าคำนวณตามที่หญิงสาวเอ่ยมา เขาคิดผิดเสียแล้วที่จะประมูลมันในงานครั้งนี้
หรือว่าเขาจะหากุญแจดอกอื่นต่อไป เพราะยังไงกล่องสีทองที่เก็บอาวุธวิเศษก็อยู่กับเขาและชายหนุ่มไม่อาจจะแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปให้ใครรู้ได้ แม้ว่าใครจะซื้อลูกกุญแจได้ในราคาสูง มันก็เหมือนของไร้ค่า ถ้าไม่ได้อยู่ในมือของกริชเพชร
.....................................................................................................................................................................................