บทที่ 53
“รับคำสั่งขอรับคุณชาย.. โปรดรอสักครู่ขอรับ มันคงจะใช้เวลาไม่นานสักเท่าไร... เฮ้ย! พวกแกได้ยินที่คุณชายสั่งหรือยัง เล่นพวกมันซะ!.” กิตติโค้งรับคำสั่งของโอ๊ต ก่อนจะหันไปทางเหล่าบอดี้การ์ดเพื่อที่จะบ่งบอกให้พวกมันลงมือได้แล้ว“รับทราบขอรับบบ..” เสียงร้องที่เหมือนจะแสนยินดีของเหล่าข้ารับใช้ร้องตะโกนอย่างดีใจ ในที่สุดก็มีกระสอบทรายเดินมาให้อัดถึงที่ และก็ดีเหมือนกันที่จะได้นระบายความเครียดบ้าง อีกอย่างถ้าเกิดผลงานพวกเขาดี ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะได้แพนเค้กที่แสนจะอร่อยเป็นรางวัลก็เป็นไปได้“เฮ้ยๆๆ ทั้งๆที่แค่เอาเงินมาให้ 60,000 กับอีนางผู้หญิงสองตัวนั่นมาแท้ๆ ถ้าพวกแกอยากจะเล่นล่ะก็.. ได้! พวกแกได้เล่น.. พวก..แสดงพลังให้พวกมันดูหน่อยว่ากลุ่ม ‘หมาป่าเดียวดาย’ ของพวกเรานั้นแข็งแกร่งแค่ไหน..” เมื่อพูดจบเหล่านักเลงหัวไม้ก็เริ่มวิ่งเตรียมเข้าปะทะกับชายชุดดำตรงหน้าทันที ในขณะเดียวกันที่พวกบอดี้การ์ดเพียงแค่เดินเข้าไปอย่างช้าๆเท่านั้นเอง ภาพที่เกิดขึ้นมันช่างเป็นอะไรที่ดูลุ้นระทึกจริงๆ ภาพต่อภาพเฟรมต่อเฟรม ผู้ชมเหตุการณ์นั้นไม่มีใครกล้าแม้แต่จะกะพริบตาเลยทีเดียว และในวินาทีที่เจ้าหัวหน้านักเลงง้างไม้เบสบอลในมือมันฟาดเข้าไปที่หนึ่งในบอดี้การ์ดนั้น มันยิ่งยิ้มออกมาอย่างชื่นชอบทันที“พวกแกเสร่อหาเรื่องเจ็บตัวเองนะเว้ยยย.. ปุบ!” เสียงของไม้เบสบอลที่ฟาดมาอย่างสุดแรง มันกระทบเข้ากับไหล่ของบอดี้การ์ดคนดังกล่าว และแล้วเหตุการณ์ที่น่าเหลือเชื่อก็ปรากฏขึ้นมาให้ได้รับชม ไม้เบสบอลที่แข็ง และถูกใช้งานฟาดคนมานักต่อนักแล้วแตกหักเป็นสองท่อน เศษไม้ที่แตกออกมานั้นมันกระจุยกระจายไปในอากาศ พร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้างของหัวหน้านักเลง บอดี้การ์ดคนนั้นเลื่อนมือไปปัดเศษไม้ที่ติดอยู่บนเสื้อสูททำงานของเขา ก่อนจะก้มหน้าลงต่ำมาเอ่ยถามกับหัวหน้านักเลงอย่างผิดหวัง“แกทำได้แค่นี้เหรอวะไอ้หนู..” เมื่อเสร็จสิ้นคำพูดของบอดี้การ์ดที่กำลังยิ้มมาทางมัน แน่นอนว่าตัวมันที่เป็นระดับบอสแล้วมีหรือจะยอมแพ้ง่ายๆ ปฏิกิริยาตอบสนองของมันช่างว่องไวจริงๆ มือทั้งสองเริ่มกำหมัดขึ้นมาเตรียมตัวงัดเข้าไปที่หน้าของชายชุดดำคนดังกล่าวทันที“มึงเจ๋งนักหรือไงวะ.. เอาหมัดตรูไปแดกซะ” หัวหน้านักเลงรัวหมัดอย่างต่อเนื่องเข้าไปที่ใบหน้าของบอดี้การ์ดคนนั้นอย่างสุดความสามารถ หมัดของเขาเหมือนกับอนิเมะบางเรื่องเลยก็ว่าได้ เพราะมันเร็วเกินกว่าที่สายตาของมนุษย์จะมองได้ทัน (อันนี้เป็นมุขที่เพิ่มความกาวนะ อย่าใส่ใจ ฮ่า : ไรท์)“ก็ไม่เท่าไรนี่ว่าไอ้หนู.. มันก็แค่คันๆเท่านั้นแหละ” บอดี้การ์ดคนนั้นกล่าวออกมาแต่เขาก็ยังไม่ได้ทำอะไร นอกเสียจากยิ้มให้กระสอบทรายตรงหน้าอย่างยินดีเช่นเดิม ในหัวของพวกเหล่าบอดี้การ์ดคืออยากจะเล่นกับพวกนักเลงพวกนี้นานๆหน่อย แต่ทว่าเสียงที่เป็นดังฟ้าประทานก็เร่งมาจากทางด้านหลังดูเหมือนจะไม่เป็นใจให้พวกเขาค่อยๆทรมานเหยื่อตัวน้อยๆนี้“เฮ้ย! ทำไมพวกแกช้ากันจังล่ะ.. รู้ไหมว่ามันน่ารำคาญ ถ้ายังไม่รีบหักแขนขามัน ฉันจะเดินเข้าไปหักของพวกแกเองทีละคนแล้วนะเฟ้ยย” โอ๊ตกล่าวออกมาอย่างกับวัยรุ่นใจร้อน เขาไม่เห็นว่าพวกบอดี้การ์ดมันจะทำอะไรเลย นานหลายวินาทีแล้วก็ให้แต่พวกมันอัดอยู่ฝ่ายเดียวเท่านั้น เขาจึงกล่าวกระตุ้นพวกมันเล็กน้อย“ขอรับคุณชาย!..” เสียงร้องของเหล่าบอดี้การ์ดตะโกนขานรับกันอย่างพร้อมเพรียง มันยิ่งสร้างความกลัวให้เกาะกินในหัวใจของพวกนักเลงหัวไม้เข้าไปอีกระดับหนึ่ง ตัวหัวหน้ากลุ่มหมาป่าเดียวดายที่เห็นว่าลูกน้องของมันกำลังสูญเสียกำลังใจ มันก็ตะโกนเพื่อเรียกขวัญด้วยเช่นกัน“เฮ้ย! พวกมีกันแค่นิดเดียวเองนะเว้ยยย พวกเรามีกันตั้ง 40 กว่าคน พวกเราชนะได้อยู่แล้ว นึกถึงรางวัลที่จะได้จากพวกมันสิเว้ยย สาวสวยกับเหล้าเบียร์เย็นๆ.. พวกมึงไม่สนใจของหวานเหล่านี้หรือไงกันวะ” หัวหน้านักเลงตะโกนออกไป และแน่นอนว่าสำหรับพวกมันแล้วถือว่าได้ผล พวกมันต่างกู่ร้องขึ้นมาถึงสาวๆ และเหล่าเบียร์เย็นๆ บ้างก็พูดถึงศักดิ์ศรีของกลุ่มหมาป่าเดียวดายของมัน“กิตติ! พวกนี้น่ะเหรอที่เป็นกองกำลังที่คัดมา.. ไม่เห็นจะได้เรื่องเลยแฮะ ไม่คิดว่าตระกูลจะตกต่ำถึงขนาดนี้..เห่อ” โอ๊ตกล่าวออกมาอย่างดูถูก กิตติ และเหล่าบอดี้การ์ดที่อยู่ใกล้ต่างก็ของขึ้นกันเลยทีเดียว การที่เจ้านายพูดถึงขนาดนี้มีหรือที่พวกเขาจะทำเป็นเล่นๆต่อไปได้อีก“1 นาที!.. ภายใน 1 นาที พวกแกจงทำให้พวกมันเป็นดังที่คุณชายสั่งซะ! ถ้าไม่อย่างนั้นก็จงเตรียมตัวกลับไปรับโทษตายได้ที่ตระกูล!...” กิตติกล่าว และเหล่าบอดี้การ์ดหน้ายิ้มก็เปลี่ยนสีหน้ากลายเป็นเหมือนยมทูต พวกเขาที่เป็นถึงอดีตทหารหน่วยรบพิเศษ เรื่องแค่นี้มันนับว่าสบายๆมากเลยทีเดียว“ถ้าจะโทษ..ก็โทษที่แกมีปากก็แล้วกัน.. เพราะปากของแกมันสร้างความน่ารำคาญให้กับคุณชายของข้าวะไอ้หนู..” บอดี้การ์ดที่คุ้มเชิงเจ้าตัวหัวหน้ากล่าว ก่อนที่มือของเขาจะเลื่อนเข้าไปบีบจับที่ศีรษะของมันอย่างรุนแรง และรวดเร็ว“อ๊าก!...” ถึงมันจะร้องออกมาเช่นนั้น แต่จิตวิญญาณแห่งนักเลงหัวไม้ของมันก็ยังไม่จบลง มือของมันก็ต่างรัวหมัดมั่วๆไปที่ใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างสุดกำลัง แต่มีหรือที่ทหารผ่านศึกนับไม่ถ้วนอย่างเหล่าบอดี้การ์ดจะเป็นอะไรเพียงเพราะหมัดกระจอกๆของเด็กน้อย“ไอ้หนู.. ถ้าจะร้องก็ร้องให้มันเบาๆหน่อย มันรบกวนเจ้านายของข้า..” บอดี้การ์ดกล่าวก่อนจะเตะตัดขาของตัวหัวหน้านักเลง และมันรุนแรงถึงกับขั้นที่ว่าเตะครั้งเดียวขาทั้งสองข้างของไอ้หัวโจกนี้หักเลยทีเดียว อ๊ากกกก!.. เสียงร้องที่โหยหวนของเหล่านักเลงดังขึ้นมาไม่ขาดสาย ตัวหัวหน้าที่มันเห็นท่าไม่ดี แถมในตอนนี้มันแทบจะเคลื่อนที่ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ มันจึงเอื้อมมือไปที่ด้านหลังของมันก่อนจะชักมีดที่ซ่อนเอาไว้ออกมาชี้ไปที่หน้าของบอดี้การ์ด มีดที่ทำให้มันได้ชื่อเสียงมานักต่อนัก มีดที่แทงคนมานับสิบนั้นกำลังส่องประกายอยู่ต่อหน้าของมัน“อย่าเข้ามานะเว้ยย ถ้าเข้ามาตรูจะแทงมึงยับๆเลยนะบอกก่อน” หัวหน้านักเลงกล่าวในสภาพสังขารที่ดูแทบจะไม่ได้อยู่แล้ว แต่มันก็ยังทำเป็นใจดีสู้เสืออยู่เพื่อแสดงสปิริดของเป็นหัวหน้าของมันอยู่“เล่นมีดเลยเหรอวะไอ้หนู.. อันตรายๆ แต่จะว่าก็ว่าเถอะ มีดคุณภาพกระจอกอย่างนั้น แค่ใช้นิ้วก็หักได้แล้วเว้ยย” บอดี้การ์ดกล่าวก่อนจะเดินเข้าไปจับมือของเจ้าหัวหน้าให้อยู่นิ่งๆ ก่อนจะใช้นิ้วในการหักมีดของมันขาดเป็นสองท่อนตามที่เขากล่าวไว้จริงๆ ก่อนที่บอดี้การ์ดนั้นจะกระทืบเข้าไปที่แขนของมันอีกหลายสิบที ภาพที่เห็นมันช่างเป็นอะไรที่โหดร้ายเสียจริง มันเป็นภาพที่เหล่านักเลงที่ตั้งใจจะมาอัดคนอื่นเขาถูกเล่นงานอยู่ฝ่ายเดียว และแล้วเสียงสวรรค์หรือนรกสำหรับใครที่มันแตกต่างกันไปในความรู้สึกก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง“เอางี้ดีกว่า.. จริงๆแล้วแพนเค้กน่าจะเหลืออีกประมาณ 10 ชิ้น มันจะเป็นรางวัลสำหรับคนที่หักแขกหักขาของพวกมันให้ได้มากที่สุด จำนวน 5 ชิ้น.. พวกแกคิดว่ายังไงกันล่ะ” โอ๊ตกล่าวออกมา ดูเหมือนว่าอารมณ์ของเขายังจะค้างกับเรื่องนี้ เหล่าบอดี้การ์ดที่กำลังต่อสู้อยู่ต่างก็ได้ยินกันอย่างทั่วหน้า พวกมันไม่แม้แต่ขานรับคำสั่งของโอ๊ตแต่อย่างใด แต่การเคลื่อนไหวของพวกเขานั้นเปลี่ยนแปลงไปกลายเป็นรวดเร็วราวกับเสือชีต้าที่วิ่งไวที่สุดในโลก พร้อมกับเสียงบ่นที่ดังออกมาเป็นระยะๆ“ใครเร็วใครได้เว้ยยเรื่องอย่างนี้.. แพนเค้ก 5 ชิ้นนั้นต้องเป็นของข้า”“ฝันไปเถอะแก!.. ข้าหักแขนขาพวกมันได้ 4 คนแล้วเว้ยยย ฮ่าๆๆ” เสียงของเหล่าบอดี้การ์ดที่เหมือนกับเป็นเทศกาลแห่งการล่าร้องดังออกมาทั่วทิศทาง ผสมกับเหล่านักเลงที่เป็นเหยื่อร้องออกมาอย่างทรมาน บางคนพยายามจะวิ่งหนีออกไปจากที่นี่ แต่พวกมันกลับไม่รู้เลยว่าพวกมันเหล่านั้นกลายเป็นเป้าสายตาหลักของเหล่าผู้หิวกระหายในแพนเค้กคนแล้วคนเล่า“คุณชาย!.. ทำไมกันล่ะครับ พวกเราคิดว่ามันไม่แฟร์เลย พวกเราคุ้มกันคุณชายอยู่ตรงนี้ก็ไม่มีสิทธิ์จะชนะพวกมันน่ะสิขอรับ” เหล่าบอดี้การ์ดที่อยู่รอบตัวของโอ๊ตต่างก็ร้องออกมาเป็นเสียงเดียวกัน พวกเขาก็อยากจะได้แพนเค้กพวกนั้นเหมือนกัน“ก็ช่วยไม่ได้นี่หว่า.. พวกแกไม่ลงแรงอะไร ได้กิน 1 ชิ้นก็บุญมากแล้ว.. จริงสิ! มันยังเหลืออีก 5 ชิ้นนี่ เอางี้ละกัน ถ้าพวกแกคนใดไปล้วงชื่อของไอ้นายทุนบ้านั่น และนำตัวมาให้ฉันได้ภายในครึ่งชั่วโมงนี้ล่ะก็.. 5 ชิ้นที่เหลือนั้น จะเป็นของคนที่ทำผลงานชิ้นนี้ได้..” โอ๊ตกล่าวออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ แต่ทว่าสิ่งที่โอ๊ต และเหล่าบอดี้การ์ดที่คุ้มกันโอ๊ต 4 คนนี้ไม่ได้คาดคิดก็เกิดขึ้น มันเป็นเพราะว่ากิตติ พ่อบ้านใหญ่หรือก็คือหัวหน้าของพวกบอดี้การ์ดพุ่งตัวไปหาหัวหน้านักเลงนั้นก่อนใครเพื่อนเลยทีเดียว มันทำให้สีหน้าของเหล่าบอดี้การ์ดนั้นถึงกับเหวอไปเลย“ท่านกิตติ!.. ท่านขี้โกงงงง” เมื่อเหล่าบอดี้การ์ดทั้งสี่ร้องตะโกนออกมา ก็ต่างพุ่งไปทางหัวหน้านักเลงคนนั้นเช่นกัน และโอ๊ตคงคิดว่าเจ้านักเลงนั้นคงจะมึนงงไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะตอนนี้เหล่าบอดี้การ์ดรวมถึงกิตติต่างก็พยายามให้มันบอกชื่อของไอ้นายทุนนั่นแก่พวกมัน“บอกชื่อนายทุนของแกมาให้ฉันซะ..”“ไม่ๆ แกต้องบอกฉันแค่คนเดียว ไม่งั้นแกจะไม่มีตาเอาไว้มองสิ่งสวยงามบนโลกนี้อีก”“ถ้าแกไม่บอกฉันแค่คนเดียว ฉันจะตัดไอ้นั่นของแกซะ รีบบอกข้ามาได้แล้ว” แน่นอนว่าหัวหน้านักเลงนั้นมันก็ค่อนข้างจะมึนงง มันไม่รู้จะเลือกตอบกับใครดี ไอ้นั่นก็สำคัญ ดวงตาเองก็สำคัญ ในหัวของมันได้แต่คิดอยู่ว่า ‘อวัยวะส่วนต่างๆของเขามีค่าเพียงแค่แพนเค้กนั่นไม่กี่ชิ้นเองอย่างนั้นเหรอ’..“ใครก็ได้.. ฆ่าตรูทีเถอะ!..”