ตอนที่ 38
“คุณเมลล์ ใครเขาเสริมพลังโจมตีในลูกธนูที่ผสมกับเวทรักษากันคะ” เคธที่ตอนนี้รับหน้าที่เป็นหัวหน้าหน่วยกัณหาเหงื่อตกทันทีเมื่อเห็นเกราะป้องกันของรินรดาที่แตกสลายไปต่อหน้าต่อตา ตอนนี้ยูคงจะร้อนใจยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
“ขะ…ขออภัยเจ้าค่ะองค์ชาย ดิฉันไม่คิดว่าเกราะจะโดนทำลายแบบนั้น” เมลล์เองก็ลนลานไปหมด ถึงจะรักษาจนหายดีแล้วแต่รินรดาก็ยังนอนนิ่งอยู่กับพื้นไม่ได้ลุกขึ้นมา แบบนี้คนพวกนั้นก็ไม่มีอะไรป้องกันตัวแล้วสิ
“ขอบคุณนะครับคุณเมลล์ เท่านี้ก็รักษาพี่รินได้แล้ว” น้ำเสียงของยูที่ตอบกลับมาไม่ได้สิ้นหวังอย่างที่เคธและเมลล์คิดเอาไว้เลยสักนิด ดวงตาของเขาไม่ได้สั่นกลัวเพราะความผิดพลาดตรงหน้าแต่ดวงตาทั้ง 3 ของเขากำลังจ้องมองไปยังฝูงมนุษย์หมาป่าที่กำลังรายล้อมรินรดาอย่างไม่วางตาต่างหาก
“สกัดพวกมันไว้ก่อนนะ เดี๋ยวพี่จะเข้าไปเอง” เห็นยูหยิบลูกธนูขึ้นมาเตรียมโจมตี พี่ฝนก็เดินออกมายืนข้างๆกับยูก่อนจะกระโดดลงไปจากเครื่องบินทั้งๆแบบนั้น ถึงระยะห่างจะไม่ใช่น้อยๆ แต่ถ้าเป็นพี่ฝนละก็…
ตุบ…
ร่างของฝนตกลงมาจากเครื่องบินเพียงไม่กี่เมตรก็หยุดอยู่กับที่ราวกับเท้าแตะลงบนพื้นแล้วเสียอย่างนั้น เพียงแต่ทันทีที่เท้าสัมผัสกับอะไรบางอย่างฝนก็ย่อตัวลงเล็กน้อยเหมือนกำลังจะออกตัวเสียอย่างนั้น
ฟุบ!!
วินาทีที่กำลังจะดีดตัวออก ร่างของฝนก็ปรากฏแสงสีฟ้าจากสกิลเสริมความเร็วโดยมีส่วนเท้าของเธอที่เปล่งแสงออกมาเข้มกว่าส่วนอื่นๆ แม้จะอยู่กลางอากาศแต่ด้วยสกิลไต่บันไดเมฆก็ทำให้ฝนสามารถเคลื่อนไหวได้ไม่ต่างจากบนพื้นเลยแม้แต่น้อย ความเร็วที่เพิ่มสูงขึ้นมหาศาลในจังหวะที่ออกตัวทำให้ร่างของฝนกลายสภาพเป็นเหมือนดาวตกสีฟ้าครามที่กำลังพุ่งเข้าไปในเมืองที่เต็มไปด้วยฝูงมนุษย์หมาป่าไม่มีผิด แถมทุกครั้งที่เท้าของฝนก้าวออกไปข้างหน้าความเร็วของเธอก็ยิ่งเพิ่มเรื่อยๆจนภาพในครองสายตาของเธอยืดยาวออกอย่างกับกำลังวิ่งอยู่ในโลกของความเร็วไม่มีผิด
ฉับ!!
แม้ภาพตรงหน้าจะยืดยาวจนดูไม่ออกว่าเป็นภาพอะไร แต่ในสายตาของฝนที่เคยชินกับความเร็วแบบนี้อยู่แล้วกลับสามารถเล็งเป้าหมายได้อย่างง่ายดาย เพียงเสี้ยวมิลลิวิที่เคลื่อนไหวผ่านร่างของพวกมนุษย์หมาป่าที่หลุดออกมาตามเมือง ดาบของฝนก็ไหลผ่านร่างของพวกมันไปโดยที่พวกมันยังไม่ทันเห็นด้วยซ้ำ ร่างกายที่ฝึกฝนมาอย่างหนักเพื่อใช้ความเร็วที่ได้มาอย่างมีประสิทธิภาพนี้พุ่งผ่านระยะทางที่ขวางกั้นระหว่างเครื่องบินกับพวกรินรดาได้ในเสี้ยววิ ต่อให้คนธรรมดาอย่างพวกนักบินยังเพ่งมองอยู่โดยไม่ลืมตาก็ยังมองไม่ทันเสียด้วยซ้ำ
ฟุบ!!
วินาทีที่ภาพทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ ปลายดาบของฝนก็หยุดลงที่เบื้องหน้าของชาวลีนินที่กำลังตื่นตกใจเพราะเกราะป้องกันกำลังแตกสลายเรียบร้อยแล้ว ยามที่ฝนสะบัดปลายดาบที่ไม่มีแม้แต่เลือดสักหยด ร่างของมนุษย์หมาป่าที่เธอวิ่งผ่านมาก็สลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยก่อนที่จะเริ่มกลายเป็นฝุ่นธุลีเสียอีก
“กะ…” หัวหน้ามนุษย์หมาป่าที่เพิ่งจะดีใจได้เพียงอึดใจเดียวกลับต้องสับสนงุนงงไปหมดว่าภาพตรงหน้ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เผ่าของมันเป็นเผ่าที่ขึ้นชื่อเรื่องความเร็วและกำลังที่ดุดัน แต่มันกลับไม่รู้เลยว่าเมื่อครู่มันเกิดอะไรขึ้นตรงหน้ากันแน่ แล้วทำไมผู้หญิงตรงหน้าถึงไม่ได้ฆ่ามันไปพร้อมๆกับลูกน้องของมันกันเล่า…
“...” ระหว่างกำลังสับสนงุนงงอยู่นั้น อยู่ๆที่ด้านข้างของมันก็มีลูกธนูลูกหนึ่งพุ่งเข้ามาโจมตีอย่างกะทันหันในจังหวะที่มันไม่ได้ตั้งตัว พริบตานั้นมันตัดสินใจยกดาบในมือของมันขึ้นมาเพื่อจะทำลายลูกธนูนั่นทิ้งไปซะ แต่วินาทีที่มันขยับกล้ามเนื้อไหล่เพียงเล็กน้อย สายตาของมันก็เหมือนจะเห็นแสงสีฟ้าไหลวาบไปครู่หนึ่งเสียอย่างนั้น
เปรี้ยง!!
หัวหน้ามนุษย์หมาป่าเหวี่ยงดาบเข้าใส่ลูกธนู แต่ภาพตรงหน้ากลับมีแต่ความว่างเปล่า กว่าจะรู้ตัวว่ามันไม่สามารถควบคุมแขนของตัวเองได้อีกต่อไปแล้ว หน้าผากของมันก็ถูกลูกธนูที่ยูยิงมาจากเครื่องบินเจาะทะลุเข้าไปจนถึงสมอง ท่าทางพลังโจมตีของยูที่ได้ธนูช่วยเสริมจะสามารถฆ่ามอนสเตอร์ระดับนี้ได้สินะ
“ทะ….” ชาวลีนินที่เคยอยู่ในการป้องกันของรินรดามองภาพตรงหน้าด้วยดวงตาที่งุนงงไปหมด สิ่งที่เขามองเห็นมีเพียงร่างของหญิงสาวที่โผล่ออกมาอย่างไร้ร่องรอย พริบตาที่เธอปรากฏตัวพร้อมแสงสว่างสีฟ้าที่อยู่รอบตัวพวกมอนสเตอร์ก็หายไปจนหมดอย่างกับกลุ่มควันที่โดนเป่าจนลอยหายไปตามลมไม่มีผิด ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็เป็นภาพปาฏิหาริยิ์ชัดๆ
“ท่านเทพธิดา…” ชาวลีนินที่รอดชีวิตมาได้กุมมือและก้มลงคุดคู้อยู่กับพื้นต่อหน้าฝนเสียอย่างนั้น ธิดาสวรรค์คือคนที่นอนหมดสติอยู่ตรงหน้าพวกเขาต่างหาก ทำไมถึงหันมาเรียกฝนว่าเทพธิดากันเล่า หรือว่านี่จะเป็นผลกรรมที่เธอชอบล้อจูนด้วยการเรียกเธอว่าองค์ราชินีบ่อยๆ
.
.
.
“เอาล่ะ ธิดาสวรรค์ปลอดภัยแล้ว เดี๋ยวทุกคนช่วยกันเก็บกวาดกันหน่อยนะ จูนจะไปสมทบกับพี่ฝนหน่อย” ท่ามกลางความเงียบงันในเครื่องบิน จูนที่เห็นผลงานของพี่ฝนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีก็ปรบมือทีหนึ่งก่อนจะสั่งงานพวกเมลล์ให้ลงไปจัดการกับพวกมนุษย์หมาป่าที่ยังเหลืออยู่แทน ส่วนเกทที่เปิดค้างเอาไว้คงจะค่อยๆปิดตัวลงแล้วเพราะยูเพิ่งจะยิงบอสของเกทตายคาที่ไปนี่นา
“รับทราบเจ้าค่ะ” เมลล์ยืดตัวตรงรับคำสั่งของจูนก่อนจะรีบกระโดดลงไปจากเครื่องบินแล้วใช้สกิลธาตุลมบินหายวับเข้าไปในเมืองหน้าตาเฉย ส่วนคนอื่นๆที่ตอนนี้กลายเป็นหน่วยกัณหาไปแล้วอย่าง เจสซี่ เอมิล คามิเลีย รวมถึงเคธเองก็พากันกระโดดลงไปข้างล่างเช่นกัน แม้พวกเขาเกือบทั้งหมดจะเคยเป็นซอมบี้ธรรมดามาก่อนแต่กับเผ่ามนุษย์หมาป่าที่อ่อนแอกว่าเผ่าของวิสต้าสมัยยังไม่ได้เป็นลูกน้องของจูนเสียอีกแค่นี้ พวกเธอจัดการกันได้สบายอยู่แล้ว
“...” คนสุดท้ายที่กระโดดลงไปจากเครื่องบินก็คือจูนนั่นเอง แต่ถึงจูนจะกระโดดลงไปแล้วแต่ภายในเครื่องบินก็ยังเงียบกริบกันอยู่เหมือนกับพวกเขาไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เห็นตรงหน้ากันอยู่ดี ความเร็วของฝนเมื่อครู่น่าตกใจมาก แต่สิ่งที่ทำให้เกษมยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่พูดอะไรออกมาเลยสักคำกลับเป็นสิ่งที่ได้เห็นยูทำลงไปต่างหาก สมัยก่อนตัวเขาที่เป็นรองผู้บัญชาการมักจะถูกเปรียบเทียบกับคลื่นลูกใหม่อย่างยูเสมอ สกิลตรวจสอบของเขาแม่นยำกว่าก็จริงแต่กลับแพ้เรื่องระยะทางให้กับเด็กเพิ่งจะอายุยี่สิบเสียได้ แต่ตอนนั้นตัวเขาก็แพ้ไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้นทำให้ตัวเขาไม่ค่อยพอใจนักที่โดนจัดอันดับเหมือนตัวเองอ่อนแอกว่าเจ้าเด็กนี่ แต่การยิงธนูเมื่อครู่กลับทำให้ความรู้สึกของเกษมเปลี่ยนไป การต่อสู้เมื่อครู่มันเรื่องตลกชัดๆ เพราะแม้แต่ตัวเขาก็เห็นเพียงยูกำลังยิงลูกธนูใส่ความว่างเปล่าและฝนที่หายตัวไปเสียเฉยๆเท่านั้น แต่ยูและคนของจูนกลับสามารถรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นอย่างกับมองเห็นเป็นเรื่องปกติเสียอย่างนั้น…
“พวกเราก็ลงกันไปเถอะ คุณองค์ชาย” เกษมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะเดินเข้าไปหายูและชวนเขาลงไปข้างล่างกันเสียที อย่างน้อยการได้รู้ว่าตนพ่ายแพ้กับคนที่แข็งแกร่งกว่ามากๆมันก็ดีกว่าความรู้สึกที่ตัวเองแพ้ให้กับคนที่เก่งกว่าตัวเองเล็กน้อยเยอะเลย
“อย่าเรียกแบบนั้นสิครับ มันเป็นแค่คำติดปากของพวกคุณเมลล์เฉยๆเอง” ยูสะดุ้งเล็กน้อยที่โดนเกษมเรียกแบบนั้น แต่เพราะอีกฝ่ายมักจะแซวเขาจนชินแล้วก็เลยสัมผัสถึงความแตกต่างในน้ำเสียงไม่ได้ แต่เพราะยูดูมีปฏิกิริยากับคำเรียกคำนี้เกษมก็เลยจัดแจงปักหมุดคำนี้เอาไว้ในหัวเรียบร้อยแล้ว
.
.
.
“นี่มัน…อะไรกันคะ” จูนใช้เวลานิดหน่อยกว่าจะมาถึงจุดที่ธิดาสวรรค์นอนหมดสติอยู่ แต่ตอนที่เธอมาถึงก็เป็นตอนที่พวกคนของลีนินกำลังคุกเข่าต่อหน้าพี่ฝนอย่างกับกำลังเคารพเทวรูปเสียอย่างนั้น
“พี่ก็ไม่รู้หรอกว่าพวกเขาเข้าใจอะไรผิด แต่ตอนนี้อย่าเพิ่งสนใจพวกเขาเลย” พี่ฝนถอนหายใจออกมาก่อนจะส่งสายตาไปทางร่างของธิดาสวรรค์ที่กำลังนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่บนพื้น พอได้มาเห็นกับตาแล้วก็ยิ่งปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่าเธอเป็นคนที่งดงามมาก ขนาดนอนอาบเลือดไปครึ่งตัวก็ยังดูราวกับภาพวาดได้อยู่เลย
“อยู่ๆระดับความสามารถเฉลี่ยของฮันเตอร์ก็เพิ่มขึ้นแบบนี้ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ ยังไงก็ขอตรวจสอบหน่อยนะ” จูนเดินเข้าไปหาธิดาสวรรค์ก่อนจะตัดเส้นผมของเธอออกมาเส้นหนึ่ง ถึงจูนจะเคยบอกว่าสถานการณ์ของโลกตอนนี้เป็นเรื่องปกติ เพราะโลกใบนี้กำลังพัฒนาขึ้นทำให้เกทที่เชื่อมต่อก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น แต่มันก็เห็นๆกันอยู่ว่าฮันเตอร์ระดับพิเศษที่ดูเก่งกาจกว่าฮันเตอร์ทั่วไปกลับรับมือกับเกทที่เพิ่มระดับตามไม่ได้เสียอย่างนั้น บางทีความสามารถของเหล่าฮันเตอร์ระดับพิเศษเหล่านี้อาจจะมีอะไรแปลกๆก็เป็นได้
หมับ!!
ไม่ทราบเพราะจูนเข้าไปดึงเส้นผมของเธอออกมาหรือเปล่า อยู่ๆธิดาสวรรค์ก็ยื่นมือมาจับแขนของจูนเอาไว้เสียอย่างนั้น แต่กำลังแขนที่อ่อนแรงแบบนี้ก็หยุดจูนไม่ได้หรอก แค่ละลายเส้นผมเส้นนี้แล้วผสมเข้ากับเลือดของจูนเพื่อตรวจสอบ…
“ที่นี่มัน…ที่ไหนกัน” ระหว่างกำลังหลอมเส้นผมของธิดาสวรรค์เข้ากับเลือดของจูน อยู่ๆธิดาสวรรค์ก็เริ่มได้สติเสียแล้ว ดวงตาสีทองของเธอค่อยๆเผยออกมาระหว่างที่จูนกำลังนั่งอยู่ตรงหน้าเธอพอดี
“นี่ฉันตายแล้วเหรอ…” เธอจะคิดแบบนั้นก็ไม่แปลก ในเมื่อก่อนหน้านี้เธอเพิ่งโดนดาบแทงทะลุท้องมาหมาดๆนี่นา พอโดนเวทรักษาของเมลล์จนหายดีก็เลยคิดว่าตัวเองตายแล้วและกำลังเข้าสู่โลกหลังความตายสินะ
“ดีจังเลย อย่างน้อยก็มีจูนมารับสินะ แต่แบบนี้ยูก็อยู่คนเดียวแล้วสิ” คำพูดเหมือนกำลังเพ้อของธิดาสวรรค์ทำเอาทั้งจูนทั้งฝนที่อยู่ตรงนั้นพากันชะงักไปทั้งคู่ พวกเธอไม่เคยพบธิดาสวรรค์มาก่อนเลยแท้ๆ ทำไมเธอถึงรู้จัดจูนได้ล่ะ หรือว่ายูจะเล่าให้เธอฟัง…
“จูนลูก… ยายคิดถึงหนูมากเลย ในที่สุดก็ได้เจอกันแล้วสินะ” อยู่ๆมือของธิดาสวรรค์ก็เลื่อนมาจับที่แก้มของจูนเสียอย่างนั้น แถมเธอยังเรียกจูนและตัวเธอเองด้วยสรรพนามแปลกๆอีกต่างหาก
“ดะ…”
ติ๊ง!!
จูนยังไม่ทันจะได้ตอบโต้อะไรออกไป อยู่ๆสกิลของเธอก็แจ้งเตือนขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน แถมข้อมูลที่ตรวจสอบได้ออกมาก็ทำเอาคำพูดที่จูนกำลังจะพูดออกมาโดนกลืนหายเข้าไปจนหมด เพราะบนหน้าต่างของผลการตรวจสอบมันขึ้นมาชัดเจนมากกว่าธิดาสวรรค์คนนี้มีอายุจริงๆอยู่ที่ 92 ปี และสิ่งที่ทำเอาจูนถึงกับต้องอ้าปากค้างก็คือตัวเลขความเข้ากันได้ของพันธุกรรมระหว่างจูนและธิดาสวรรค์ที่สูงถึง 100% เพียงแต่ตัวเลขนี้มันควรจะมีเพียงเธอกับยูที่เป็นพี่น้องร่วมสายเลือดกันสิถึงจะมีได้ นอกเสียจากว่า..